How to
เพราะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตลอด 24 ชั่วโมง พอถึงเวลาทำมาหากิน จึงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ กระทั่งกลายเป็น “จุดขาย”สำคัญ ทำให้เวลามีลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน แทบทุกรายเป็นต้องหยุดดูเป็นนานสองนาน ด้วยเห็นความน่ารัก-น่าเอ็นดู ของ “ผู้ช่วยพ่อค้า” สี่ขา หน้าแหลม ขนสวย หางยาว เพศผู้สองตัว ชื่อว่า “กระเพรา” กับ “ชาเย็น” นั่นเอง “ชาเย็น” ไปช่วยขายของที่ตลาดนัด คุณปู – พัลลภ กาญจนะ อายุ 43 ปี เจ้าของกิจการขายอาหารขนม-อุปกรณ์ สำหรับสุนัข ชื่อร้าน “กระพรา ด็อก คลับ” อยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูล ถึงความเป็นมาของ “ผู้ช่วย”ทั้งสองตัวให้ฟัง ด้วยน้ำเสียงร่าเริง เริ่มต้นจาก “กระเพรา” เป็นสุนัข ที่ครอบครัวเขาเลี้ยงมาตั้งแต่อยู่ที่เชียงใหม่ ช่วงนั้นคุณปู ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักดนตรี ตำแหน่ง “มือกลอง”ประจำวง ตระเวนเล่นตามผับ-ร้านอาหารในตัวจังหวัด กระทั่งอายุมากขึ้น จึงเลิกอาชีพนักดนตรี และย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนมองหาธุรกิจส่วนตัวในสิ่งที่ถนัด เริ่มจากรับขนม-ของเล่น-อุปกรณ์ น้องหมา มาตระเวนขายตามตลาดนัดในตัวอำเภอเมือง โดยมี “กระเพรา” ติ
“เส้นทาง” ของอดีต “รั้วของชาติ” หลังจากปฏิบัติหน้าที่อย่างสมภาคภูมิ เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกร ทำสวนกาแฟ ปลูกมะคาเดเมีย กล้วย มะนาว ฯลฯ บนที่ดินซึ่งได้รับการจัดสรรจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขนาด 5 ไร่ ถัดจากนั้นไม่นาน ช่วยกัน 2 คนกับภรรยา เลี้ยงตัวด้วยเงินบำนาญ ก่อนจะสร้างเพิงไม้เล็กๆ ขายกาแฟสด-อาหารเช้า ให้กับบรรดานักท่องเที่ยวแถวสี่แยกรื่นฤดี ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำมาได้เกือบ 20 ปี กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันเริ่มอยู่ตัว หัวหน้าครอบครัวอดีตรั้วของชาติ ในวัย 50 ปีเศษ จึงมองหาอาชีพใหม่ ที่อาจเป็นงานสร้างรายได้ สามารถมาจุนเจือครอบครัวได้อีกทาง และงานใหม่ในแบบที่เขาเลือกทำครั้งนี้ มี “รอยทาง” แห่งการ “พึ่งพาตนเอง” ให้เดินตามอย่างแน่วแน่และมั่นคง คุณอาร์ต-ส.อ. ยุทธการ สมมุติวงษ์ อดีตหัวหน้าชุดทหารพราน กรมทหารพรานที่ 34 กองทัพบก ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญที่มีสวนเกษตรและร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเอง กรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง ถึงที่มาของคำว่า “ธุรกิจเพื่อการพัฒนา” ในแบบของเขา “ที่ผ่านมามีโอกาสเรียนรู้แนวทางเกษต
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 นายณรงค์ ภูอืด อายุ 45 ปี ชาวบ้านโคกคำ หมู่ 18 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปีของปีนี้ เป็นช่วงวิกฤติของชาวนาจริงๆ เนื่องจากค่าจ้างแรงงานยังสูงถึงคนละ 300-350 บาทต่อวัน หรือจ้างรถเกี่ยวข้าวไร่ละ 800 บาท ทำให้ชาวนาที่ขาดแคลนแรงงาน และไม่มีเงินจ้างแรงงานได้รับความเดือดร้อน ขณะที่ในกลุ่มของชาวนาที่จ้างแรงงานเก็บเกี่ยว ก็ต้องประสบปัญหาขาดทุน เพราะผลผลิตตกต่ำ ได้ปริมาณข้าวต่อไร่เพียง 250 – 300 กก. นอกจากนี้ตลาดรับซื้อข้าวเปลือกยังให้ราคาต่ำที่ตันละ 5,000 – 6,000 บาทเท่านั้น ตนจึงตัดสินใจเก็บข้าวไว้ก่อน ขณะที่เงินใช้จ่ายในปัจจุบันก็จะใช้จากการออกเก็บผักตามท้องทุ่งไปจำหน่าย มีรายได้ 300-500 บาทต่อวัน นายณรงค์กล่าวอีกว่า เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าว จึงพบว่ามีเพื่อนชาวนาในหมู่บ้านจำนวนมากที่ขายข้าวขาดทุน รายได้ไม่พอใช้หนี้เงินกู้ธนาคาร และค่าปุ๋ย จึงหาอาชีพเสริมออกหาเก็บผัก หาหอย หาปู ตามท้องทุ่งและแหล่งน้ำที่แห้งขอด โดยเฉพาะที่หนองเลิง แหล่งน้ำสาธารณะบ้านเชียงสา หมู่ 9 ต.บัวบาน ที่พบว่ามีผักพื้นบ้านอย่างผักแก่นขม หรือสะเดาดิน ผักบุ้งนา และอาห
ดอกโสน ภาษามอญเรียกว่า “กาวล้อย” นอกจากเอาไปลวกจิ้มน้ำพริกหรือทอดไข่กินกับน้ำพริกกะปิได้อร่อยแล้ว ชาวไทยสมัยก่อนยังนำมาทำขนมด้วย เรียกว่า “ขนมดอกโสน” หรือภาษามอญเรียกว่า “กวาญย์กาวล้อย” ซึ่งทำได้ 2 แบบคือ แบบที่นึ่งใส่ถ้วยตะไลอย่างขนมกล้วย และอีกแบบคือ แบบที่นำแป้งไปโรยคลุกกับดอกโสนแล้วนำไปนึ่งให้สุก ชาวมอญก็มีขนมดอกโสนเช่นกัน โดยทำแบบเดียวกับของไทยไม่มีผิด แต่จะเป็นแบบหลัง ขนมดอกโสนน่าจะกินกันเฉพาะภาคกลาง เพราะเป็นที่ลุ่มชุ่มน้ำที่ดอกโสนชอบนักหนา ตอนเด็กๆ ฉันไม่เคยต้องซื้อดอกโสนกินเลยแม้ว่าจะอาศัยอยู่ใจกลางพระนคร แถวบ้านมีตึกร้างพอฝนตกมีน้ำขังต้นโสนที่ไม่รู้ว่านกตัวไหนมาปลูกไว้ก็ออกดอกเต็มต้นให้เด็กๆ ไปเก็บมาทอดไข่ เดี๋ยวนี้มีปลูกขายกันเป็นจริงเป็นจัง ฉันอดไม่ได้ที่จะต้องซื้อมาทุกครั้งที่เห็น จนถูกผู้เฒ่าผู้แก่หัวเราะใส่ว่าสมัยนี้ต้องซื้อดอกโสนกินแล้ว เมื่อถึงฤดูฝน ดอกโสนก็ออกดอกมากมายเป็นเวลาที่เหมาะแก่การทำขนมดอกโสน ที่ทุกวันนี้หากินได้ยากยิ่ง ฝนใกล้จะหมดแล้วมารีบทำกันส่งท้ายฤดูฝนก่อนที่ลมหนาวจะพัดมาเยือน เก็บดอกโสนมาเด็ดเอาก้านออกล้างให้สะอาด โรยแป้งข้าวเจ้าลงไปบนดอกโสนที่มีน้ำเกาะ
เรามักได้ยินคนพูดถึงสาหร่ายพวงองุ่นกันมาก โดยเฉพาะคนรักสุขภาพ ด้วยความที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้านทีเดียว ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและประมงชายฝั่งเพชรบุรี ระบุว่า “สาหร่ายพวงองุ่น” เป็นพืชน้ำเค็มที่แพร่กระจายในเขตร้อนแถบมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ซึ่งประเทศหลัก ๆ ที่พบสาหร่ายชนิดนี้ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ญี่ปุ่น ไทย และปาปัวนิวกินี ทางกรมประมง ได้ริเริ่มเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ตั้งแต่ปี 2536 ปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรบ้านเราเพาะเลี้ยงกันบ้างแล้ว สาหร่ายพวงองุ่นนำไปทำอาหารได้หลายเมนู เมนูหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากมีรสชาติอร่อย นั่นก็คือ สลัดอันดามัน (สูตรของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา กรมประมง) ซึ่งส่วนผสมและวิธีการทำน้ำสลัดเหมือนกับการทำส้มตำทั่วไปเพียงแต่ไม่ใช้มะละกอ โดยมีส่วนผสมดังนี้ น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา มะนาว พริก กระเทียม แคร์รอต มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว วิธีการทำคล้ายๆ กับการทำน้ำยำโดยเริ่มจากโขลกพริก กระเทียมพอแหลก ใส่ มะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ปรุงรสให้มีเปรี้ยวนำ ห้ามเค็ม และตัดรสด้วยน้ำตาลปี๊บ จากนั้น (จริงๆแล้วปรุงรสตามแต่ชอบนั่นแหละ) จากนั้นใส่แครอต มะเขือเทศฝ
อันที่จริงแล้ว แม้จะมีการประกันภัยในลักษณะต่างๆ เพื่อความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถ ให้มีบริษัทประกันภัยเข้ามารับภาระความเสี่ยงในส่วนนั้นไป โดยเจ้าของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ได้เอาประกันภัย และจ่ายเบี้ยประกัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ขับขี่กันเอง อันจะนำไปสู่การวิวาท ทำร้ายร่างกายกัน นำไปสู่การบาดเจ็บเสียหายต่อร่างกายที่มีค่ายิ่งกว่า ทว่า ปัญหาใช้ถนนร่วมกันมีโอกาสเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ง่าย ไม่เฉพาะในบ้านเรา แม้ต่างประเทศเองก็มีเกิดขึ้นให้ได้เห็นใน วิดิโอ คลิป ทาง YouTube กันอยู่เสมอๆ หากว่าเกิดเหตุแล้ว ผู้เป็นเจ้าของรถที่ถูกเฉี่ยวชน ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ถึงขนาดลงจากรถไปคว้าคอเสื้อคู่กรณีอีกฝ่าย ลากมาดูแผลที่เกิดจากการเฉี่ยวชน แถมด้วยชกหน้าคู่กรณี บังคับให้กราบร่องรอยถูกชน หรือให้ทำอย่างอื่น จนผู้ถูกบังคับลากมานั้นยอมกระทำ โดยมีเพื่อนที่มาด้วยลงมายกมือห้ามไม่ให้คนอื่นยุ่งเกี่ยว เมื่อผู้ที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนให้สติว่า อย่าทำร้ายกัน กรณีเช่นนี้ อาจบานปลายกลายเป็นการกระทำความผิดอาญาที่ต้องระวางโทษร้ายแรงได้ เช่นผู้ที่ไปคว้าคอคู่กรณีลากมา อาจจะมีความผิดในความผิดต่อเสรีภาพ ต
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพัฒนางานด้านเกษตรกรรมให้เจริญก้าวหน้าอย่างมาก ทั้งยังทรงสนับสนุนให้ผลิตผลการเกษตรเป็นอาหารที่มีคุณภาพและหลากหลาย เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและประชาชนได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่า ในที่นี้จะกล่าวถึงโครงการหลวงและโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาเล็กน้อยโดยจะนำผลิตผลของ 2 โครงการนี้และผลิตผลจากแปลงเกษตรทดลองส่วนพระองค์ พระตำหนักสวนปทุมของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดามาปรุงอาหาร เพื่อให้เหล่าพสกนิกรของพระองค์ได้มีแนวทางในการนำผลิตผลทางการเกษตรเหล่านี้มาปรุงอาหารให้หลากหลายยิ่งขึ้น โครงการหลวงเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงก่อตั้งขึ้นในพ.ศ.2512 เพื่อให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทนทำให้เกิดรายได้ ปัจจุบันโครงการหลวงจำหน่ายผัก ผลไม้ ดอกไม้เมืองหนาวในราคาย่อมเยา นอกจากนั้นยังมีการเพาะเลี้ยงสัตว์ต่างๆ และส่งเสริมอาชีพให้แก่คนไทยภูเขา นอกจากนั้นแล้วพระองค์ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาขึ้น สร้างโครงการอันหลากหลายในสวนจิตรลดา รวมทั้งยังผลิตนมส
หลังจากทดลองเปิดตัวสู่ตลาดผู้บริโภคชาวไทยมาระยะหนึ่ง ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินคาด วันนี้ “Sulbing” ต้นตำรับน้ำแข็งไสเกล็ดหิมะและคาเฟ่ขนมหวานสัญชาติเกาหลี เจ้าแรกในประเทศเกาหลี ประกาศความพร้อมบุกตลาดใน ประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าปีหน้าเปิดขายความอร่อย 50 สาขาทั่วประเทศ นายลี ยง จิน (Mr. Lee Youg-Jin) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซอลบิง (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า แบรนด์ “Sulbing” เป็นร้านแฟรนไชส์ขนมหวานสไตล์เกาหลีต้นตำรับ ที่นำเอาความเป็นฟิวชันผสมผสานความลงตัวกับวัฒนธรรมสมัยใหม่ สร้างสรรค์เป็นขนมหวานเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ที่มีกลิ่นอายหอมหวานอบอวลแบบดั้งเดิมแบบฉบับวัฒนธรรมเกาหลี ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในเกาหลีและประเทศไทย สามารถสร้างเมนู Injeolmi Sulbing (อินจอลมีซอลบิง-น้ำแข็งไสอินจอลมี) ซึ่งเป็นเมนู Signature ของร้าน เป็นขนมหวานที่พร้อมเสิร์ฟในถ้วยโตสุดแสนน่ารับประทาน ซึ่งทางร้านเรียกเมนูน้ำแข็งไสนี้ว่า “ซอลบิง” และทางร้านยังได้ขยายเมนูต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย จนกระทั่งได้รับความนิยมแบบปากต่อปาก และประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ปีต่อมา “ซอลบิง” สามารถขยายธุรกิจได้ถึง 490 สาขาทั่วประเทศ
วันที่ 7 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวด้านหลังวัดโบสถ์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุ ซึ่งเปิดเป็นบ้านไม้ห้องแถวชั้นเดียว มีทั้งเด็กนักเรียนและประชาชนตลอดจนกลุ่มผู้ใช้แรงงานต่างเดินทางมาอุดหนุน ก๋วยเตี๋ยวชาม ละ 5 บาท ที่เปิดจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวน้ำ กระเพาะปลา ก๋วยจั๊บ ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาเย็น โดยจะมีผู้ที่เป็นขาประจำและผู้ที่ทราบข่าวต่างเดินทางมากินกันเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากทราบว่าจำหน่ายในราคาถูกกว่าที่อื่นที่ปัจจุบันพบว่าไม่มีราคานี้แล้ว ด้านนางเตียง อิฐงาม หรือยายเตียง อายุ 74 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเผยว่าทุกวันนี้อยู่อย่างพอเพียงตามแบบในหลวงที่ได้ทรงสั่งสอนคนไทย ร้านนี้ได้เปิดขายมากว่า 50 ปีแล้ว โดยเริ่มต้นขายครั้งแรกในราคา ชามละ 50 สตางค์ จนถึงปัจจุบัน ขายชามเล็กละ 5 บาท และยังคงใช้เตาถ่านเหมือนเดิมเนื่องจากได้ไฟที่กำลังดีมีกลิ่นไอของถ่านซึ่งได้ความหอม ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าใช้แก๊ส ลูกค้าส่วนมากจะเป็นเด็กนักเรียน และผู้ใช้แรงงานตลอดชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ส่วนที่ขายราคาถูกเพราะสงสารคนที่มีรายได้น้อย ซึ่งปัจจุบันพบว่าค่าครองชีพสูง อะไรที
กระแสสบู่แฮนด์เมดมาแรงมากก็จริง ในท้องตลาดมีให้เลือกช็อปหลายยี่ห้อ แต่เชื่อว่าไม่มีที่ไหนเหมือน “SOAP KITCHEN” สบู่ก้อนที่นำส่วนผสมของอาหารนานาชนิดมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต แฮนด์เมดทุกขั้นตอน ทำให้สบู่มีรูปร่างที่พิเศษ มีเสน่ห์แปลกตา แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เจ้าของไอเดียนี้ชื่อ คุณอลิสา พิบูลสิริ คัดสรรจากธรรมชาติ เพื่อผิวโดยเฉพาะ คุณอลิสา เป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ปัจจุบันอายุ 25 ปี หลงใหลและชอบสะสมสบู่เป็นชีวิตจิตใจ ถึงขนาดศึกษากรรมวิธีการทำสบู่ไว้ใช้เอง จนกระทั่งได้สูตรที่ลงตัว ทั้งรูป กลิ่น สี และเนื้อสัมผัส เลยตัดสินใจสร้างแบรนด์ SOAP KITCHEN ขึ้นมา มีสบู่ทำมือกลิ่นต่างๆ มากมาย อาทิ เบียร์ลาว คาราเมล กุหลาบ โกโก้ ตะไคร้ ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ มะลิ เลมอนเมอแรงก์ จินโทนิก ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น คุณอลิสา เผยว่า เริ่มสนใจการทำสบู่ไว้ใช้เองตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 ศึกษาค้นคว้าจากหลายช่องทาง ทั้งซื้อหนังสือมาอ่าน ดูจากอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูก กว่าสูตรจะคงที่และได้สบู่ที่คุณภาพดี ใช้เวลาทดสอบความเป็นกรด-ด่าง อยู่นาน 6 เดือน ช่วงระยะเวลาที่หญิงสาวทดลองทำสบู่ เธอให้ข้อมูลคร่าวๆ ว่า สบู่อุตสาห
