ทีเอ็มบี คว้ารางวัล BEST CEO กลุ่มธุรกิจการเงิน จากเวที IAA Awards for Listed Companies 2020
ทีเอ็มบี คว้ารางวัล BEST CEO กลุ่มธุรกิจการเงิน จากเวที IAA Awards for Listed Companies 2020
เด็กหนุ่มไทยวัย 17 ปี ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการเด็กเอเชีย ได้เผยเส้นทางการทำเงินของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ผ่านช่องรายการพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจช่อง MarNoCap จากเด็กเกรดต่ำ สู่เจ้าของโปรแกรมโค้ชชิ่ง เขาเล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับ C เกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลศึกษาที่ได้ A ด้วยผลการเรียนแบบนี้ โอกาสที่จะได้งานดี ๆ ในระบบมีน้อยมาก ประกอบกับเมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก หลังธุรกิจทัวร์ของคุณแม่ซึ่งเคยรุ่งเรืองต้องซบเซาลงจากผลกระทบของโควิด-19 จนเป็นหนี้หลายแสนบาท ทำให้เขาเห็นแม่ร้องไห้และทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากหาทางออกให้ครอบครัว เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มจากการทำดรอปชิปปิง ตามด้วยการเทรด ก่อนจะลองรับงานเขียนคอนเทนต์การตลาด (copywriting) ส่งข้อความติดต่อลูกค้าหลายร้อยรายตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ล้มเหลวไม่มากก็น้อย กระทั่งเริ่มลองทำคลิปแรงบันดาลใจของตัวเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงหันไปศึกษาวิธีการทำคอนเทนต์ให้ไวรัลอย่างจริงจัง แล้วนำความรู้นั้นไปสอนคนอื่นในราคาเข้า
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือนสตาร์
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจ็กต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้
“ถ้าจะให้เจ๊เล่าย้อนไปถึงตอนเมื่อก่อนเลยนะ โอ้โห… ยิ่งกว่าติดลบอีกอะ เวลานอนคือนอนไม่หลับเลย มันมีความรู้สึกว่า โห ทำไมกูทุกข์ขนาดนี้วะ กินข้าวนะก็กินไม่ได้ กินแล้วต้องดันชามข้าวออกไป มันเครียดจนต้องไปหาหมอ นอนกอดความทุกข์ไว้ข้างเตียง แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำยังไงให้ความทุกข์ตัวนี้มันหลุดไปได้” คำบอกเล่าของ เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง หญิงแกร่งผู้สร้างอาณาจักร “หมูทอดเจ๊จง” ร้านขวัญใจมหาชนที่มีขยายไปแล้วกว่า 29 สาขาในปัจจุบัน ชีวิตเจ๊จงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ติดลบ” หนี้สินรอบทิศ ถูกเจ้าหนี้ขนข้าวของออกไปหมดบ้าน แต่วันนี้กลายเป็นตัวอย่างของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ และมีบทเรียนชีวิตราคาแพงที่ซ่อนอยู่หลังจานข้าวหมูทอดราคาประหยัดชามนี้ ประสบการณ์ชีวิต…ติดลบ ชีวิตในวัยเด็กของเจ๊จงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ วันไหนพ่อหาเงินได้ เจ๊จงถึงจะได้เงินไปโรงเรียน วันไหนหาไม่ได้ก็ต้องหยุดเรียน แม้ว่าเจ๊จงจะเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ด้วยความจำเป็นด้วยฐานะทางบ้าน ทำให้หลังจบ ป.6 เจ๊จงต้องออกมาทำงานหาเงิน ขณะที่น้องชายทั้ง 3 คนได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือต่อ ทำให้เกิดความรู้สึ
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ล่าสุดจับมือบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เสริมความแข็งแกร่ง SMEs ครบทุกมิติ ทั้ง ตรวจเช็กสุขภาพธุรกิจ เติมความรู้ด้านการเงิน–บัญชีและการบริหารจัดการ เปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนโดยสถาบันทางการเงิน และขยายช่องทางการค้า พร้อมเปิดพื้นที่แห่งโอกาสผ่านโครงการ ‘ตลาดนัดชุมชน’ เน้นเติมเต็มองค์ความรู้เสริมแกร่งผู้ประกอบการทุกด้าน ตั้งแต่บริหารจัดการต้นทุน ไปจนถึงแนวทางการเข้าถึงแหล่งทุน นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร หนึ่งในโจทย์สำคัญ คือการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งมีผลต่อกำไรโดยตรง จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า ร้านอาหารข้างทางต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารที่อาจคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40-50%
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดงาน“Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน” ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ สิริ แคมปัส เวทีครั้งสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมเตรียมความพร้อมสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้รับเกียรติจาก นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ปาฐกถาพิเศษฉายภาพรวมการเปลี่ยนแปลง ความท้าทายและโอกาสของภาคธุรกิจ และ นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การผสานพันธมิตรเพื่อเสริมแกร่งให้แก่ซัพพลายเชน ร่วมด้วยการเสริมแนวทาง ESG และการเตรียมแนวทางสู่ความยั่งยืนจากนายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ และปิดท้ายด้วยการบริหารเงินและต่อยอดโอกาสการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการซัพพลายเชนอสังหาริม
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบัน ChangeFusion ประกาศผลคัดเลือก “Karen Design” และ “ช่างเอก” สองกิจการเพื่อสังคมที่ได้รับทุนสนับสนุนรวม 500,000 บาท จากโปรแกรมพิเศษฉลองครบรอบ 15 ปี โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” หรือ Banpu Champions for Change (BC4C) เพื่อนำพลังงานมาจัดการ แก้ไขปัญหา หรือต่อยอดธุรกิจ โดย Karen Design เตรียมใช้พลังงานแสงอาทิตย์แก้ปัญหาไฟฟ้าดับที่กระทบกลุ่มทอผ้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขณะที่ช่างเอกมุ่งต่อยอดเครื่องมือไฟฟ้าและโซลูชันพลังงานที่สนับสนุนอาชีพผู้สูงวัยและสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น โปรแกรมพิเศษนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Energy of Possibility: พลังดี ไม่มีดรอป” เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมรวมไปถึงเครือข่ายศิษย์เก่า BC4C เสนอแผนการนำพลังงานไปใช้ในธุรกิจ เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม “Karen Design” ใช้โซลาร์แก้ปัญหาไฟดับบ่อยบนดอย เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กลุ่มทอผ้า Karen Design เป็นกิจการเพื่อสังคมในชุมชนแม่โถน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ต่อยอดภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยงเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้คนในชุมชน โดยมุ่งลดการพึ่งพากา
ยัสปาล กรุ๊ป (Jaspal Group) มุ่งมั่นส่งต่อความห่วงใยและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ภายใต้โครงการ “The Power of Sharing” ที่สะท้อนถึงพลังของการแบ่งปันและการร่วมมือร่วมใจเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่ชุมชน โดยในครั้งนี้ ยัสปาล กรุ๊ป ได้รวมพลังคณะผู้บริหารและพนักงาน ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมเป็นจิตอาสา บรรจุถุงยังชีพจำนวน 400 ชุด เพื่อเร่งฟื้นฟูความเป็นอยู่และสุขอนามัย หลังสถานการณ์น้ำท่วม โดยในถุงยังชีพประกอบด้วย อุปกรณ์ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย อุปกรณ์ซักล้าง ถุงเก็บขยะ และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เป็นต้น โดย ยัสปาล กรุ๊ป ได้ประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วน ตำบลบางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสนับสนุนการกระจายถุงยังชีพไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือต่อไป การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยัสปาล กรุ๊ป ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ “The Power of Sharing” ที่มุ่งส่งต่อทั้งสิ่งของจำเป็น ความห่วงใย และกำลังใจไปยังผู้ที่ต้องการความ
วรวรรต ศรีสอ้าน (กลาง) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก พร้อมด้วย จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้าภัณฑารักษ์ฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม และผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการสร้างแบรนด์และสื่อสารการตลาด โครงการ วัน แบงค็อก ร่วมกับ คณะบุคคลชมรม เอจีไอ ประเทศไทย นำโดย ธีรนพ หวังศิลปคุณ (ที่ 2 จากซ้าย) สยาม อัตตะริยะ (ซ้ายสุด) และ พัชร ลัดดาพันธ์ (ขวาสุด) ประกาศความร่วมมือในการนำ “AGI Open 2027 Bangkok” เทศกาลและงานประชุมด้านการออกแบบกราฟิกและการสื่อสารด้วยภาพชั้นนำระดับโลก จากสมาคม Alliance Graphique Internationale (AGI) มาจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีศูนย์กลางของการจัดงานที่ วัน แบงค็อก เตรียมต้อนรับสมาชิก AGI จาก 47 ประเทศ กว่า 200 คน พร้อมเหล่านักออกแบบ ครีเอทีฟ และนักศึกษาจากทั่วภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 6–7 พฤศจิกายน 2570 โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 5,000 คน การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ วัน แบงค็อก ในการสนับสนุนและเชื่อมโยงเครือข่ายนักสร้างสรรค์ระดับโลก เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และผลักดันกรุงเ
กรุงเทพฯ 21 ตุลาคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น สนับสนุนมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ร่วมส่งเสริมศักยภาพประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของงานระดับนานาชาติ เชื่อมประสบการณ์ของผู้เข้าชมจากทั่วโลกกับโอกาสด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอีสาน พร้อมยกระดับโครงข่ายสื่อสารทั้งมือถือและอินเตอร์เน็ต เพื่อรองรับผู้เข้าชมและการดำเนินงานตลอดการจัดงาน 134 วัน ในการนี้ คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้หารือกับ คุณวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี คุณศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ถึงแนวทางร่วมสนับสนุนมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 โดยนำศักยภาพด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัลของทรูมาเสริมความพร้อมในการจัดงานและการต้อนรับผู้มาเยือน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ กล่าวว่า “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญ
