PR News

เจาะลึก ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ขอคืนได้ไหม ใครต้องเสียบ้าง

การออมเงินฝากธนาคารเป็นวิธีการวางแผนการเงินพื้นฐานที่หลายคนเลือกใช้ เพราะมีความเสี่ยงต่ำ และได้รับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย แต่รู้ไหมว่า หากเงินฝากของคุณมีดอกเบี้ยสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด คุณอาจต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งจะส่งผลให้ผลตอบแทนที่คุณได้รับลดลง

บทความนี้ เราจะพาคุณมาเรียนรู้เกี่ยวกับภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ใครบ้างที่ต้องเสีย และมีทางเลือกใดบ้างที่จะช่วยให้คุณได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยอย่างคุ้มค่าที่สุด

เมื่อไรที่เราต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร

การเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อยอดรวมดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทุกธนาคารของคุณในปีปฏิทินเดียวกัน (1 มกราคม – 31 ธันวาคม) มีมูลค่าเกินกว่า 20,000 บาท ซึ่งธนาคารจะทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ของยอดดอกเบี้ยที่ได้รับทันที ลองมาดูตัวอย่างกัน

  • นาย A (ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย) : มีบัญชีออมทรัพย์ 1 บัญชี ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากในปีนี้รวม 20,000 บาทพอดี ซึ่งเท่ากับเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทำให้นาย A ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากในปีนี้
  • นางสาว B (ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย) : มีบัญชีออมทรัพย์ 1 บัญชี แต่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากในปีนี้รวม 20,100 บาท ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทำให้นางสาว B ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากในปีนี้
  • นาย C (ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย) : มีบัญชีออมทรัพย์ 2 บัญชีที่ธนาคารเดียวกัน ได้รับดอกเบี้ยบัญชีละ 10,100 บาท รวมเป็น 20,200 บาท ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทำให้นาย C ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากในปีนี้
  • นางสาว D (ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย) : มีบัญชีออมทรัพย์ 5 บัญชี ที่ 5 ธนาคารแตกต่างกัน ได้รับดอกเบี้ยบัญชีละ 4,001 บาท รวมเป็น 20,005 บาท ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเล็กน้อย แต่ก็ทำให้นางสาว D ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากในปีนี้

ปัจจุบันหากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่คุณได้รับเกิน 20,000 บาท ธนาคารจะทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับทันที โดยคุณสามารถเลือกยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากรได้ แต่หากดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาท ธนาคารจะไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ถ้าเสียดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารไปแล้ว ขอคืนได้ไหม

สำหรับผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับ มีทางเลือกในการบริหารจัดการภาษีได้หลายรูปแบบ หากคุณมีฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาน้อยกว่า 15% คุณมีสิทธิ์นำรายได้ดอกเบี้ยมารวมคำนวณในการยื่นภาษีประจำปี เพื่อขอคืนภาษีส่วนต่างได้

แต่ในทางกลับกัน หากคุณมีฐานภาษีตั้งแต่ 15% ขึ้นไป คุณอาจเลือกไม่นำดอกเบี้ยมารวมคำนวณในการยื่นภาษีประจำปีก็ได้ เพราะถือว่าคุณได้เสียภาษีในอัตราที่เหมาะสมแล้ว

“บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี” ทางเลือกคนชอบเก็บเงิน แต่ไม่อยากเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก

บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษีเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักการออมที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะเป็นบัญชีที่ได้รับการยกเว้นภาษีจากกรมสรรพากรโดยตรง ผู้ฝากจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากประจำทั่วไป และไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% บัญชีประเภทนี้มีระยะเวลาฝากตั้งแต่ 24-36 เดือน โดยมีเงื่อนไขว่าเงินฝากรวมตลอดระยะเวลาต้องไม่เกิน 600,000 บาท และผู้ฝากต้องฝากเงินเท่ากันทุกเดือนจนครบกำหนด

ข้อได้เปรียบอีกประการหนึ่งของบัญชีนี้คือ ดอกเบี้ยที่ได้รับไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ทำให้ผู้ฝากได้รับผลตอบแทนเต็มจำนวนโดยไม่มีภาระภาษี

อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดที่สำคัญคือ แต่ละบุคคลสามารถมีบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษีได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น ไม่ว่าจะฝากกับธนาคารใดก็ตาม หากคุณเปิดบัญชีประเภทนี้มากกว่า 1 บัญชี คุณอาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้

ตัวอย่างเงื่อนไขการเปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี

เพื่อให้คุณเข้าหลักการใช้บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษีมากขึ้น เรามีตัวอย่างเงื่อนไขการออมเงินกับผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำแบบปลอดภาษีของธนาคารกรุงศรีอยุธยามาให้ดู ดังนี้

  • รูปแบบการฝาก : ต้องฝากเงินจำนวนเท่ากันทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 24 หรือ 36 เดือน สำหรับบุคคลธรรมดาเท่านั้น
  • ยอดฝากขั้นต่ำ : เริ่มต้นเพียงเดือนละ 500 บาท ทำให้เหมาะกับนักออมทุกระดับรายได้
  • ยอดฝากสูงสุด : ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน สำหรับบัญชี 24 เดือน หรือไม่เกิน 16,000 บาทต่อเดือน สำหรับบัญชี 36 เดือน โดยดอกเบี้ยที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษี
  • ความยืดหยุ่น : มีการผ่อนผันให้สามารถขาดฝากได้ไม่เกิน 2 งวดตลอดระยะเวลาการฝาก ทำให้ไม่กดดันผู้ฝากจนเกินไปหากมีเหตุฉุกเฉินทางการเงิน

สรุปบทความ

การเข้าใจเรื่องภาษีดอกเบี้ยเงินฝากเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักออม เพราะจะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากคุณมีดอกเบี้ยเงินฝากรวมในปีปฏิทินเกิน 20,000 บาท คุณจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทันที แต่ยังมีโอกาสขอคืนภาษีได้หากมีฐานภาษีต่ำกว่า 15% นอกจากนี้ บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษียังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ดอกเบี้ยสูงและไม่ต้องเสียภาษี แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักออมได้รับผลตอบแทนเต็มจำนวน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีวินัยในการออมและวางแผนการเงินในระยะยาว

Related Posts

“ยาดมโป๊ยเซียน” รุกกิจกรรม CSR เต็มสูบ ปีที่ 90 จัดเต็ม! ตอบแทนสังคมทุกมิติ
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!