ขับรถแต่ละวัน เจอสารพัดเรื่องให้ต้องกังวล ไม่ว่าจะเป็นรถเฉี่ยว รถชน หรือแม้แต่รถหายจะดีแค่ไหนถ้ามีตัวช่วยที่ทำให้เราอุ่นใจได้มากขึ้น ประกันชั้น 2+ คือคำตอบของคนอยากได้ความคุ้มครองครบๆ ในราคาที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นรถชนแบบมีคู่กรณี รถหาย หรือไฟไหม้ ประกัน 2+ ก็พร้อมดูแลให้คุณหายห่วง แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ประกันภัยรถยนต์ 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง? ประกันชั้น 2+ ราคาเท่าไหร่? แล้วมันต่างจากประกัน 3+ ยังไง? บทความนี้จะพาคุณมาดูกัน
ใครควรทำประกันชั้น 2+ เหมาะกับใครบ้าง?
ถ้าคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์การขับขี่ โดยไม่ได้ต้องการความคุ้มครองในทุกเรื่องเพราะมีงบประมาณจำกัด ประกันชั้น 2+ เป็นตัวเลือกที่ดี มาดูกันว่าประกันชั้นนี้เหมาะกับใครบ้าง?
- วัยรุ่นจบใหม่ไฟแรง (First Jobbers) : เพิ่งเริ่มทำงาน เงินเดือนอาจจะยังไม่เยอะ แต่ก็อยากมีประกันรถไว้ให้อุ่นใจ ประกัน 2+ ตอบโจทย์เพราะให้ความคุ้มครองในเรื่องพื้นฐานให้ครบ ในราคาที่สบายกระเป๋า
- สายขับชิล มั่นใจในฝีมือ : ใครที่ขับรถเก่ง ระมัดระวังตัวตลอดเวลา คิดว่าโอกาสชนน้อยมาก แต่ก็อยากมีอะไรไว้ให้อุ่นใจเผื่อฉุกเฉิน ประกัน 2+ คือตัวเลือกที่ดี
- คนอยากเซฟเงินในกระเป๋า : ราคาประกัน 2+ ถูกกว่าชั้น 1 เยอะ ใครที่อยากประหยัดเงิน แต่ก็ไม่อยากขาดประกันรถไปเลย ประกัน 2+ ช่วยได้แน่นอน
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง ครอบคลุมไหม?
ประกันชั้น 2+ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้ความคุ้มครองในราคาประหยัด โดยคุ้มครองทั้งตัวรถและคู่กรณีในหลายกรณี มาดูว่าประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง
- คุ้มครองรถของเรา : ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชนรถ ประกัน 2+ จะดูแลค่าซ่อมรถเราให้เอง แถมยังเคลมได้ถ้าเกิดรถหาย หรือรถไฟไหม้ด้วย
- คุ้มครองรถคู่กรณี : ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก ถ้าชนรถคนอื่น ประกันภัยรถยนต์ 2+ จะดูแลค่าซ่อมรถคู่กรณีให้เอง เราไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองเลย
- คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณี : ถ้าคู่กรณีบาดเจ็บ ประกันพร้อมดูแลค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยต่างๆ ให้ตามเงื่อนไข
- คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก : ถ้าเกิดอุบัติเหตุมีคนเจ็บ หรือเสียชีวิต ประกันชั้น 2+ จะดูแลค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยต่างๆ ให้ ทั้งคนในรถเรา และคนนอกรถด้วย
- คุ้มครองค่าประกันตัวผู้ขับ : ถ้าเกิดต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะอุบัติเหตุก็มีค่าประกันตัวให้เรา หมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายตรงนี้
- คุ้มครองกระจกรถยนต์ : ใครที่กลัวโดนทุบกระจก หรือโดนขโมยของในรถ ประกันรถยนต์ 2+ ช่วยดูแลค่าซ่อมหรือเปลี่ยนกระจกให้ หมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายจุกจิก
ประกันชั้น 2+ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง อะไรที่ไม่ครอบคลุม?
หลังจากรู้แล้วว่าประกันชั้น 2+ ดูแลอะไรให้เราบ้าง มาดูกันต่อว่ามีอะไรบ้างที่ไม่คุ้มครอง จะได้รู้ว่าขอบเขตของประกันอยู่ที่ตรงไหน
- ชนแบบไม่มีคู่กรณี : ดูแลเฉพาะตอนที่เราชนกับรถคันอื่นเท่านั้น ถ้าไปชนต้นไม้ ชนเสาไฟ หรือชนกำแพง แบบไม่มีรถคันอื่นเกี่ยว ประกันจะไม่ดูแลให้
- ชนแล้วหนี : ถ้าโดนชนแล้วคู่กรณีหนีไป ตามจับไม่ได้ ประกันชั้น 2+ ก็จะไม่ดูแลให้เหมือนกัน เพราะต้องมีคู่กรณีที่เป็นรถด้วยกันเท่านั้น
- ใช้รถผิดประเภท : เอารถไปแข่งรถ หรือเอาไปใช้ในกิจกรรมเสี่ยงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นมา ประกัน 2+ ไม่ดูแลเพราะผิดประเภทการใช้งาน
- ทำผิดกฎหมาย : เมาแล้วขับ ไม่มีใบขับขี่ หรือขับเร็วเกินกำหนด แล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันไม่รับผิดชอบเพราะผิดกฎหมาย
- แต่งรถแล้วไม่บอก : แต่งรถแล้วไม่บอกบริษัทประกัน ถึงจะเกิดอุบัติเหตุแบบที่ประกันดูแลได้ ก็อาจจะไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะถือว่าไม่แจ้งให้บริษัททราบ
ประกันชั้น 2+ กับประกันชั้น 3+ ต่างกันอย่างไรบ้าง เลือกแบบไหนดี?
หลายคนอาจจะยังสับสนว่าประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง? ทำไมราคาถึงไม่เท่ากัน? มาดูกันว่ามีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง
- รถหายกับไฟไหม้ :
- ประกันชั้น 2+ ใจดีกว่าตรงที่ดูแลเรื่องรถหายกับรถไฟไหม้ด้วย ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหล่านี้ขึ้นมา ประกัน 2+ จะช่วยดูแลค่าเสียหายให้
- ส่วนประกัน 3+ จะไม่ได้ดูแลเรื่องนี้ ถ้าเกิดรถหายหรือไฟไหม้ เราต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเองทั้งหมด
- ค่าเบี้ยประกัน :
- เนื่องจากประกันชั้น 2+ ดูแลเรื่องรถหายกับไฟไหม้เพิ่มเข้ามาด้วย ทำให้ประกันรถยนต์ 2+ ราคาจะสูงกว่าประกัน 3+ เล็กน้อย
- รถชนรถ :
- ทั้งประกัน 2+ และ 3+ ดูแลเหมือนกัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชนรถ (มีคู่กรณี) ประกันจะดูแลค่าซ่อมรถเราและรถคู่กรณีให้
ดังนั้น ถ้าต้องการความคุ้มครองที่มากกว่าในกรณีที่รถหายหรือไฟไหม้ ประกันชั้น 2+ จะเหมาะสมกว่า แต่ถ้ามองหาประกันที่ราคาประหยัดและยอมรับความคุ้มครองที่จำกัดลงมา ประกันชั้น 3+ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน
เลือกซื้อประกันชั้น 2 ที่ไหนดี เบี้ยไม่แพง ตอบโจทย์คนงบน้อย?

แต่ละคนก็มีรถ มีสไตล์การขับขี่ และความต้องการที่แตกต่างกันไป แล้วจะเลือกทำประกันชั้น 2+ ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด? มาดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ต้องพิจารณาบ้าง
- รถของเราเป็นแบบไหน : รถใหม่ รถเก่า รถแต่งซิ่ง แต่ละแบบก็มีความเสี่ยงต่างกันไป
- อาชีพของเรา : ขับรถทั้งวัน หรือขับแค่ไปทำงาน ก็มีผลต่อความเสี่ยง
- ประวัติการขับขี่ : เคยชนบ่อยไหม? หรือขับดีมาตลอด? ประวัติการขับขี่มีผลต่อการเลือกประกันและเบี้ยประกันแน่นอน
- จอดรถที่ไหน : จอดในบ้าน หรือจอดริมถนน? ก็มีผลต่อความเสี่ยงรถหายหรือโดนชน
- ขับรถไกลแค่ไหน : ขับในเมือง หรือขับต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็มีผลต่อค่าเบี้ยประกัน
- อยากได้ความคุ้มครองแค่ไหน : คุ้มครองเยอะ คุ้มครองน้อย ก็เลือกได้ตามใจ
- งบประมาณในกระเป๋า : อยากได้ประกันราคาถูก หรือประกันที่คุ้มครองครบๆ
สำหรับใครที่อยากได้ประกันชั้น 2+ ที่คุ้มค่า มีประกัน 2+ ราคาตอบโจทย์ insurverse เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีแผนประกันให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ แถมยังซื้อประกันออนไลน์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปบริษัทประกันให้ยุ่งยาก
ประกันชั้น 2+ ที่ insurverse คุ้มครองครอบคลุม ในราคาที่คุ้มค่า
เมื่อได้รู้แล้วว่าประกันชั้น 2+ คุ้มครองและไม่คุ้มครองอะไรบ้าง หลายคนคงมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าอยากได้ประกันชั้นไหนที่ตอบโจทย์การขับขี่ โดยประกันชั้น 2+ เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองขั้นพื้นฐาน ในราคาที่คุ้มค่า สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะซื้อประกันรถยนต์ 2+ ที่ไหนดี แนะนำ insurverse แหล่งรวมประกันที่คุ้มค่าและครอบคลุม สมัครได้สะดวกผ่านทางออนไลน์ได้ง่ายๆ 24 ชั่วโมง มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก พร้อมตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยแน่นอน!
