ตลาดอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากมาตรการภาษีความหวาน แต่ผู้ผลิตหลายรายต่างก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดเครื่องดื่มไทย ประกาศทุ่มงบ 2,000 ล้านบาท เพิ่มสายการผลิตใหม่ ณ โรงงานจังหวัดสระบุรี มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันผ่านกลยุทธ์ “Must Win” รองรับพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มสุขภาพอย่างชาและกาแฟ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการเติบโต 3% ภายในสามปีข้างหน้า
โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทีพลัส (TEA+) มีการเติบโตประมาณ 18% ขณะที่ บอส คอฟฟี่ (BOSS Coffee) เติบโตประมาณ 48% เป็นกาแฟขายดีอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการผลักดันการเติบโตของสินค้าเซกเมนต์นี้มากยิ่งขึ้น

นายมาทิแอส วอลลิน รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายซัพพลายเชน บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ค่อนข้างท้าทาย ทั้งเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลง และเศรษฐกิจชะลอตัว แต่สำหรับการลงทุนในไทย เรามองว่าตลาดผู้บริโภคไทยยังสามารถเติบโตไปได้ โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง พร้อมใส่ใจในเรื่องความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทาง Insulated Long-Term ภายใต้กลยุทธ์ ‘Must Win’ ที่มุ่งส่งเสริมการเติบโตระยะยาวผ่านการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมุ่งสู่ความยั่งยืน

ปัจจุบัน ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค มีโรงงานผลิตจำนวน 2 แห่ง คือที่จังหวัดระยองและสระบุรี โดยมีกำลังการผลิตสูงสุดประมาณ 2 พันล้านลิตรต่อปี และมีการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้น้ำน้อยกว่า 1.4 ลิตร ในการผลิตเครื่องดื่ม 1 ลิตร ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานแนวหน้าของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในระดับโลก และเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่ประกาศใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% (ขวด rPET 100%) โดยปัจจุบันใช้ขวด rPET ครอบคลุมมากกว่า 10 SKUs

ล่าสุด ได้มีการขยายโรงงานสระบุรี โดยทุ่มงบกว่า 2 พันล้านบาท ประกอบด้วยสายการผลิตใหม่ที่ 5 และ 6 ซึ่งถือเป็นสายการผลิตที่มีความทันสมัยและรวดเร็วที่สุดเท่าที่บริษัทฯ เคยลงทุนมา โดยมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,500 ขวดต่อนาที ส่งผลให้โรงงานสระบุรีมีขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 800 ล้านลิตรต่อปี”
ด้าน นายอากิระ โนจิมะ รองประธานบริหารฝ่ายการผลิต โรงงานสระบุรี บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “ส่วนการขยาย 2 สายการผลิตใหม่ (สายการผลิตที่ 5 และ 6) เป็นส่วนที่ผลิต ทีพลัส (TEA+) และ บอส คอฟฟี่ (Boss Coffee) สำหรับสายการผลิตที่ 5 บริษัทฯ ได้มีการนำกระบวนการฆ่าเชื้อแบบปลอดเชื้อ (Aseptic) มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต และในสายการผลิตที่ 6 จะมีกำลังการผลิตที่ค่อนข้างสูงมาก เท่าที่บริษัทฯ เคยลงทุนเครื่องจักรมา
ทั้ง 2 สายการผลิต เริ่มจากการสกัดใบชาและเมล็ดกาแฟ ด้วยการสกัดร้อน ล็อกเย็น เพื่อรักษาคุณภาพ กลิ่น และรสชาติของเครื่องดื่มให้ใกล้เคียงกับการชงสดมากที่สุด หลังจากนั้นต้องผ่านการฆ่าเชื้อแบบปลอดเชื้อ (Aseptic) และมีการทำฉลากที่หลากหลาย ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เช่น การนำ พรีฟอร์ม (Preform) หรือพลาสติก PET ก่อนที่จะถูกเป่าขึ้นรูปเป็นขวด มาผ่านเครื่องเป่าขวดแบบปลอดเชื้อ ทำให้ได้ประสิทธิภาพได้ดีกว่า เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยก่อนจะฆ่าเชื้อที่ขวดโดยตรง ทำให้สูญเสียทั้งเคมี และน้ำ การนำเครื่องเป่าขวดปลอดเชื้อแรงดันต่ำมาใช้ทำให้สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”
และ นายจูนิชิโร ทาคาตะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ซันโทรี่ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวปิดท้ายว่า “การขยายสายการผลิตใหม่ที่โรงงานสระบุรี นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย

สำหรับ ทีพลัส (TEA+) และ บอส คอฟฟี่ (Boss Coffee) ได้มีการปรับสูตรและเปลี่ยนโฉม โดยการลงทุนครั้งนี้เป็นการช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงความรวดเร็วในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น”
ด้าน ‘ภาษีความหวาน’ ทางบริษัทได้มีการปรับสูตรความหวานให้ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และอีกหนึ่งสำคัญ คือการยึดหลักการ Gemba หรือการลงพื้นที่จริง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างขีดความสามารถที่พร้อมรองรับอนาคต ควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย

