Exclusive Featured SMEs

ชีวิตไม่มีทางลัด! เบื้องหลังความสำเร็จ “เจ๊นิด คลองเตย” เปลี่ยนตลาดสดเป็นคอนเทนต์ ปั้นยอดวิวหลักล้าน 

“ตลาดคลองเตย” เป็นตลาดสดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นแหล่งค้าส่งวัตถุดิบราคาประหยัดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภค 

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ เจ๊นิด คลองเตย หรือ เจ๊นิด-พนิดา ณ นคร เจ้าของช่อง TikTok เจ๊นิด คลองเตย แม่ค้าตลาดและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไวรัลจากการทำคอนเทนต์จ่ายตลาดงบประหยัด

“คนเรา รวยได้ก็จนได้ จนได้ก็รวยได้ ขอแค่ใจสู้และอยู่บนความจริง” นี่คือคติที่เจ๊นิดยึดถือมาตลอดเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ 

โดยเจ๊นิดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำธุรกิจต้องกล้าที่จะก้าวออกจากแบบเดิมๆ พร้อมกับสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันได้ขยายไปแล้วกว่า 7 สาขา พร้อมกับการตั้งเป้าสร้าง “Jarin Mart (จรินมาร์ท)” มินิตลาดสด 24 ชั่วโมงที่จัดการสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ

จุดเริ่มสร้างตัว “เจ๊นิด คลองเตย”

แม้จะมีพื้นเพครอบครัวที่ฝั่งพ่อมีชื่อเสียงมียศมีศักดิ์ และฝั่งแม่อากงเป็นเจ้าสัวย่านเยาวราช แต่ชีวิตกลับพลิกผันจนถึงจุดที่ไม่มีเงิน 

“พวกเราทุกคนในบ้านจะไม่ก่อหนี้ เพราะเคยเห็นช่วงที่แย่ที่สุดของพ่อ ตอนที่ร้อนมากจนถึงขั้นต้องผ่อนพัดลม”

เจ๊นิดเล่าถึงภาพจำวันที่ครอบครัวขัดสนหนักจนไม่มีเงินส่งงวดพัดลมราคา 250 บาท จนมีเจ้าหน้าที่มาถอดพัดลมคืนไป เธอเห็นน้ำตาของพ่อที่ไหลออกมาเพราะสงสารลูก

ความลำบาก ณ ตอนนั้น ทำให้เจ๊นิดเรียนจบ ม.6 และออกมาช่วยครอบครัวทำงาน เธอเริ่มจากเช่าแผงขายของที่ “ตลาดสำโรง” ยอมสู้ราคาค่าเช่าที่สูงถึงวันละ 800 บาท เพื่อให้ได้ทำเลที่ดี เพราะเธอเชื่อว่าโอกาสต้องแลกมาด้วยความกล้า

“พอแผงเราเริ่มขายดี เราก็จ้างลูกจ้าง ทุกๆ วันก็จะจ่ายเงินเป็นรายวัน เราจะจ่ายทุกวัน มาจนถึงวันที่ตลาดโดนรื้อ ถึงคราวที่ต้องหาทำเลใหม่ เขาย้ายกันไปที่อิมพีเรียลสำโรง เขาคิด 10,000 บาท แต่เราไม่มีเงินที่จะไปตามเขา จังหวะว่ามีเฮียที่ส่งถั่วงอก เห็นเราเป็นเด็ก เฮียก็เลยพาไปตามตลาดจนมาคลองเตย”

จุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนที่เธอตัดสินใจย้ายจากตลาดสำโรงมาสู่ “ตลาดคลองเตย” ซึ่งอากงเปรียบเปรยว่าเหมือนการย้ายจากแม่น้ำออกสู่ “ทะเลกว้าง”

แต่โอกาสนี้มาพร้อมกับค่าเซ้งแผงสูงถึง 500,000 บาท ในยุคที่เธอแทบไม่มีเงินติดตัว เจ๊นิดแก้โจทย์นี้ด้วยการขายห้องแถวและกู้เงินนอกระบบยอมจ่ายดอกเบี้ยเดือนละกว่า 10,000 บาท

เจ๊นิดสู้ชีวิตด้วยความประหยัดขั้นสุด “เราไม่กินข้าวข้างนอกบ้านเลย 14 เดือน ไม่เคยนั่งแท็กซี่แม้จะมีเงินในกระเป๋าเพราะเป็นเถ้าแก่แล้ว เพราะเป้าหมายคือการปลดหนี้ให้เร็วที่สุด”

หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ เจ๊นิดเล่าว่าตอนนั้นไม่รู้เลยว่าทำไมลูกค้าที่เคยมายื่นบิลที่ร้านเขาหายไป 

“เจ๊นิดให้เด็กวิ่งไปดูที่รถลูกค้า แต่เขามีของแล้ว นั่นแปลว่าลูกค้าไม่ซื้อของเรา เจ๊เลยต้องง้อลูกค้าโดยการที่ไปดักรอ ถึงได้รู้ทีหลังว่าเจ๊เจ้าของแผงเดิม เขาให้เด็กไปดักรอบิล แล้วมาจัดที่ร้านอีกที่หนึ่ง โดยที่บอกลูกค้าว่าครอบครัวเจ๊นิดยึดแผงเขา เจ๊เลยต้องทำการเรียกลูกค้ากลับมา”

การทำธุรกิจในถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องอิทธิพลไม่ใช่เรื่องง่าย เจ๊นิดเคยถูกกลั่นแกล้งสารพัด ทั้งโดนตัดไฟจนต้องใช้แบตเตอรี่รถยนต์มาปั่นไฟสู้ โดนขโมยเขียงและขาตั้งแผง ไปจนถึงการถูกจ้างนักเลงมาไล่ที่ 

แต่ความจริงใจและการไม่ยอมแพ้ทำให้เธอได้พบกับ “เจ๊ต้อย” เจ้าของตลาดตัวจริงที่ชื่นชมในความสู้ชีวิตของเธอ และช่วยจัดการเรื่องสัญญาเช่าให้ถูกต้อง

ตอนนี้มีทั้งหมด 7 สาขา มีลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่รถเข็น หาบเร่ แผงลอย จนถึงโรงแรม 5 ดาว ซึ่งถ้าเป็นร้านในตลาดคลองเตยจะตั้งร้านประมาณ 18.00 น. ขายถึง 06.00 น. 

กลยุทธ์สู่ “มินิตลาดสด 24 ชม.”

1. อำนาจต่อรองด้วยเงินสด เธอเน้นซื้อของจาก Supplier ด้วยเงินสดเพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง

2. สินค้า Hero แม้ในร้านจะมีของนับร้อยอย่าง แต่เจ๊นิดเลือก “ถั่วงอก” เป็นสินค้าหลักที่สร้างยอดขายมหาศาล วันละเกือบ 800-1,300 กิโลกรัม

3. ระบบหลังบ้านที่ทันสมัย ปัจจุบันเจ๊นิดขยายไปแล้ว 7 สาขา และกำลังปั้น “จรินมาร์ท” (Jarin Mart) มินิตลาดสดที่มีระบบ POS และการจัดการสต๊อกที่แม่นยำ

“ต้องเอาตัวเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์ให้ได้”

เมื่อโลกเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล เจ๊นิดไม่ยอมตกขบวน เธอปั้นตัวเองจนเป็นดาว TikTok ผ่านคอนเทนต์เมนูประหยัดและการสอน “จ่ายตลาดงบ 500 บาท อยู่ได้ทั้งอาทิตย์”

เจ๊นิดบอกว่า “อย่าอายที่จะสร้างตัวตน เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เทคโนโลยีมีให้ใช้ฟรีและจำเป็นมาก ถ้าเราอยู่กับที่ เราจะทำอะไรไม่ได้เลย” เธอย้ำถึงเหตุผลที่ต้องปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อรับมือกับวิกฤตที่ตลาดสดเริ่มถูกกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่างๆ

เจ๊นิดให้คำแนะนำถึงคนรุ่นใหม่ว่า การบริหารเงินคือหัวใจสำคัญ หากรู้จักจ่ายตลาดสดและเลือกซื้อผักตามฤดูกาล งบกินอยู่จะเหลือเพียงเดือนละ 2,000 บาทเท่านั้น

“อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่านั่งรอคอยวาสนา ถ้าเก็บเงินให้ได้เดือนละ 5,000 จากเงินเดือน 15,000 ปีเดียวคุณจะมี 60,000 บาท เอาเงินนั้นมาสร้างโอกาส ธุรกิจอาจไม่สำเร็จในครั้งแรก แต่เราจะได้ประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้”

สามารถติดตามเรื่องราวเจ๊นิดได้ที่ TikTok : เจ๊นิด คลองเตย

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต