PR News

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมวันไตโลก 2569 รณรงค์ “ไตดี เริ่มที่ชีวิตประจำวัน” เผยตัวเลขผู้ป่วยพุ่งสูง ย้ำตรวจคัดกรองก่อนสาย

กรุงเทพมหานคร (19 มีนาคม 2569) – โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เนื่องใน “วันไตโลก ประจำปี 2569” (World Kidney Day) ภายใต้แนวคิด “Kidney Health for All : Caring for People, Protecting the Planet | คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” มุ่งสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคไตเรื้อรัง พร้อมเปิดเวทีเสวนาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญสหสาขาวิชาชีพ เผยแพร่ความรู้ด้านการปรับพฤติกรรมและการรักษาแก่ประชาชน ณ ห้องประชุม Convention Hall อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

นายแพทย์อดิศร บุญญาภิบาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานในพิธีเปิดงาน เปิดเผยว่า “สถานการณ์โรคไตเรื้อรังในปัจจุบันถือเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกและระดับประเทศ โดยพบสถิติผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องพึ่งพาการบำบัดทดแทนไต ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงได้จัดกิจกรรมวันไตโลกขึ้นสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม และสืบสานพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นเลิศและเท่าเทียม”

ภายในงานได้รับเกียรติจากทีมแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคไต โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมเสวนาความรู้: “ไตดี เริ่มที่ชีวิตประจำวัน” นำโดย นายแพทย์ศุภณัฐ วรวิชชวงษ์ เผยถึง “ภัยเงียบ” ของโรคไตที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก พร้อมแนะนำการตรวจคัดกรองผ่านค่า eGFR และการตรวจโปรตีนในปัสสาวะ โดยได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจ ดังนี้ :

  • กลไกการทำงาน ไตคือเครื่องกรองน้ำของร่างกาย กรองเลือดวันละ 200 ลิตร ควบคุมความดัน และสร้างฮอร์โมนเม็ดเลือดแดง แต่เมื่อเข้าสู่ภาวะ “โรคไตเรื้อรัง” คือการที่ไตทำงานลดลงต่อเนื่องเกิน 3 เดือน จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงชะลอการเสื่อมเท่านั้น
  • เกณฑ์การวินิจฉัย : ประชาชนควรใส่ใจค่า eGFR (อัตราการกรองของไต) หากต่ำกว่า 60 ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน ถือว่าเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรัง โดยแนะนำให้ตรวจสุขภาพ 3 อย่างหลัก ได้แก่ การตรวจเลือด (Creatinine & eGFR) : ดูค่าการกรองของเสีย การตรวจปัสสาวะ เพื่อหา “โปรตีนรั่ว” ซึ่งเป็นสัญญาณแรกสุดที่บ่งบอกว่าไตเริ่มเสียหาย รวมถึงดูความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ และ การตรวจความดันและน้ำตาลในเลือด เนื่องจากเบาหวานและความดันโลหิตสูงคือ “ตัวการหลัก” ที่ทำลายไต การคุมสองโรคนี้ให้ดีจึงเป็นปราการด่านแรกในการป้องกันโรคไต
  • สัญญาณเตือนภัย : แม้ระยะแรกจะไม่มีอาการ แต่หากเริ่มมีอาการบวมที่หน้าแข้ง ข้อเท้า หรือรอบดวงตาตอนเช้า ปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ อ่อนเพลีย ซีด หรือคลื่นไส้เบื่ออาหาร เป็นสัญญาณของเสียคั่ง ควรรีบพบแพทย์ทันที

ด้าน นายแพทย์วุฒิพงศ์ ตรีวัฒนา เผยว่ากลุ่มเสี่ยงหลักคือผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต รวมถึงพฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไดโคลฟีแนค) เป็นเวลานาน หากดำเนินโรคไปถึงระยะสุดท้าย พร้อมแนะแนวทางการบำบัดทดแทนไต 4 วิธีหลัก ได้แก่ 1. การปลูกถ่ายไต เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 2. การฟอกเลือด 3. การล้างไตทางช่องท้อง และ 4. การรักษาแบบประคับประคอง ปิดท้ายด้วย นายแพทย์ปิยพันธ์ ประพันธ์วัฒนะ เน้นย้ำ พฤติกรรมเสี่ยง…เปลี่ยน “ไตดี” เป็น “ไตเสื่อม” อย่างการละเลยการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะหากรอให้ร่างกายแสดงอาการบวมหรือหอบเหนื่อย มักหมายถึงไตเข้าสู่ระยะท้ายแล้ว การตรวจสุขภาพจะช่วยให้พบสัญญาณเตือนของเบาหวาน ความดัน หรือนิ่วในไต ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ การรักษาแบบ “ตามใจตัวเอง” ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว (เบาหวาน/ความดัน) มักพบพฤติกรรมการทานยาไม่ต่อเนื่อง เช่น ทานยาความดันเฉพาะตอนปวดหัว หรือยังทานเค็ม-หวานจัดเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการซ้ำเติมให้ไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหลายเท่าตัว และการซื้อ “ยาสมุนไพรและอาหารเสริม” การเลือกซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs มาทานเองเป็นประจำ หรือการหลงเชื่อโฆษณาอาหารเสริมและสมุนไพรที่อ้างสรรพคุณเกินจริง อาจส่งผลให้เกิดภาวะไตอักเสบเฉียบพลันโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้ด้านโภชนาการในหัวข้อ “ครัวรักษ์ไต เรารักษ์โลก” โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ และการแนะนำการออกกำลังกาย “ขยับกาย ขยายใจ” โดยทีมนักวิทยาศาสตร์การกีฬา พร้อมเปิดให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่ประชาชนภายในงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน ประกอบด้วย บริการตรวจคัดกรองโปรตีนในปัสสาวะ, วัดความดันโลหิต และวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย การให้คำปรึกษาเจาะลึกด้านสุขภาพไตโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมบูธให้ความรู้ด้านโภชนาการและการออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ และบูธบริจาคอวัยวะ : โดยศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อฯ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเชิญชวนประชาชนร่วม “ส่งต่อชีวิต” ให้แก่ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่รอคอยการปลูกถ่ายไต กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความรู้ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่าง “ครบวงจร” ตั้งแต่การป้องกันไปจนถึงการรักษาขั้นสูง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนให้แก่สังคมไทย

ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มุ่งมั่นให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตอย่างครบวงจรด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยทีมสหวิชาชีพประกอบด้วย แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคไต โภชนากร เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ ที่พร้อมประเมินการทำงานของไตและให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อชะลอการเสื่อมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคลินิกให้คำปรึกษาก่อนบำบัดทดแทนไต การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและการล้างไตทางช่องท้อง และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ติดตามข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านสุขภาพกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ทาง Facebook และ LINE Official Account @chulabhornhospital ผู้รับบริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่มีประวัติการรักษาเพื่อความสะดวกและไม่พลาดทุกการแจ้งเตือน สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN HEALTH PLUS ได้ทาง App store และ Google Play store

Related Posts

“ยาดมโป๊ยเซียน” รุกกิจกรรม CSR เต็มสูบ ปีที่ 90 จัดเต็ม! ตอบแทนสังคมทุกมิติ