PR News
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความแรงของ “เมืองไทยสไมล์คลับ” คลับแห่งความสุขและรอยยิ้มอย่างต่อเนื่อง หลังปรับโฉมครั้งใหญ่ ก้าวจาก Loyalty Program สู่ “Behavior Platform” เต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับสิทธิพิเศษให้ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพราะเราคือประกันชีวิต “ที่มีชีวิต” ที่จะดูแลคุณในทุกวัน ทั้งวันที่เคลม วันที่พัก วันที่กิน วันที่เที่ยว วันที่ปาร์ตี้ และวันที่สุขภาพดีครบรอบด้าน เพื่อให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทุกคนมีรอยยิ้มในทุกวัน ล่าสุดเดินหน้าเปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ โดยได้ “บิวกิ้น” พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ “พีพี” กฤษฏ์ อำนวยเดชกร พรีเซ็นเตอร์คนคุ้นเคย ตัวแทนคนกิจกรรมเยอะ มาร่วมยกระดับความสุขและรอยยิ้มขึ้นไปอีกขั้น พร้อมด้วยสิทธิพิเศษใหม่ กิจกรรมดี กินก็มา เที่ยวก็มี บันเทิงก็มาก ฟิตก็ยิ่งมันส์ ที่เตรียมมามอบให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ครั้งสำคัญที่มีให้ “เยอะ” จนคุณยิ้ม ที่ดูแลมากกว่าแค่ความคุ้มครอง จากเมืองไทยสไมล์คลับ โดยลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตที่เป็นสมาชิก
ยัสปาล กรุ๊ป (Jaspal Group) ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนอนาคตอย่างยั่งยืน ร่วมกับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดโครงการ “RE-LIFE FABRIC: BU x JASPAL GROUP SUSTAINABLE COLLABORATION 2026” ในการนำผ้าส่วนเกินคุณภาพดีจากกระบวนการผลิตของแบรนด์ต่างๆ ภายใต้ยัสปาล กรุ๊ป มาตีความและต่อยอดเป็นกระเป๋าดีไซน์สร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุในอุตสาหกรรมแฟชั่น พร้อมถ่ายทอดพลังของคนรุ่นใหม่ในการร่วมผลักดันแฟชั่นไทยสู่อนาคตที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โครงการ RE-LIFE FABRIC เกิดขึ้นจากแนวคิดในการนำผ้าส่วนเกินคุณภาพดีจากกระบวนการผลิตของแบรนด์ต่างๆ ในเครือยัสปาล กรุ๊ป มาสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าใหม่ ผ่านมุมมองและกระบวนการออกแบบของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา Fashion Management & Entrepreneurship ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่นในอุตสาหกรรมจริง ฝึกทักษะการออกแบบภายใต้โจทย์และข้อจำกัดของวัสดุ พร้อมพัฒนาความเข้าใจด้า
EM DISTRICT (เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) จับมือบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa เดินหน้ากระตุ้นตลาดไตรมาส 2 เปิดตัวแคมเปญ “หลิง หลิงจัดดีล ช็อปฟีลใจฟู” ดึงซุปตาร์ร่วมสร้างสีสัน พร้อมโปรโมชันแรง ครอบคลุมทั้งสายช้อปและสายกิน หวังกระตุ้นทราฟฟิกและยอดใช้จ่ายในศูนย์การค้า ตลอดช่วงวันที่ 29 เมษายน – 28 พฤษภาคม 2569 นางสุธาวดี ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด เอ็ม ดิสทริค กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์ Co-Marketing ระหว่างศูนย์การค้าและบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa ที่มุ่งผสานฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงเข้ากับประสบการณ์รีเทลระดับพรีเมียม ผ่านการออกแบบแคมเปญด้วยกลไก Tiered Incentive เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อ เพิ่มความถี่ในการเข้าใช้บริการ (Frequency) และขยายมูลค่าการใช้จ่ายต่อครั้งของลูกค้า โดยแคมเปญดังกล่าวถูกออกแบบให้ครอบคลุมลูกค้าทุกเซกเมนต์ ผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่ 1. ช้อป รับคูปองแทนเงินสดสูงสุด 22,500 บาท โดยลูกค้าบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa ที่มียอดใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าครบตามกำหนด รับคูปองแทนเงินสดสูงสุด 22,500 บาท เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายต่อเนื่องพร้อมกันน
ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ช้อปปี้ (Shopee) เดินหน้าสู่อีกขั้นกับบทบาทสำคัญในฐานะ “แพลตฟอร์มที่ช่วยผลักดันการเติบโต” ของผู้ประกอบการไทยที่ให้เป็นมากกว่าแค่ช่องทางการขาย แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในยุคการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนผ่านระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่ง INGU ประกาศศักดา T-Beauty หนึ่งในแบรนด์ไทยแถวหน้าสู่วงการสกินแคร์โลก บทพิสูจน์ศักยภาพ T-Beauty ที่น่าจับตามองที่สุดคือการเติบโตของ แบรนด์ INGU (อิงกุ) ภายใต้การนำของ คุณกีรธัช กิติยาดิศัย Co-founder and managing Director INGU และ คุณอิ๊ง ชยธร กิติยาดิศัย ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นยูทูบเบอร์ช่อง “พลิกหลังกล่อง” ขยายสู่ภาพของการเป็น Content Creator ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ก่อนก้าวสู่บทบาทเจ้าของแบรนด์ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถครองความนิยมทั้งในและต่างประเทศ กับความท้าทายในการนำพาแบรนด์ INGU ให้สามารถเปลี่ยนภาพจำของสินค้าความงามไทยให้กลายเป็น T-Beauty ที่ม
ในอดีตคนไทยจำนวนไม่น้อยเติบโตมากับความเชื่อว่า “บ้าน” คือสัญลักษณ์ของความมั่นคง “รถ” คือความสะดวก และ “ที่ดิน” คือสินทรัพย์ที่ยิ่งถือไว้นานยิ่งมีมูลค่าเพิ่ม แต่ในปัจจุบันที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่อง รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าสิ่งที่เราเป็นเจ้าของอยู่ในวันนี้กำลังช่วยให้ชีวิตมั่นคงขึ้น หรือกำลังทำให้ต้องแบกรับภาระมากขึ้นกว่าเดิม เพราะบ้านไม่ได้จบแค่วันที่ซื้อ และรถไม่ได้จบแค่วันที่รับกุญแจ และสินทรัพย์จำนวนมากอาจมาพร้อมค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่ยาวนานกว่าที่คิด เมื่อ “บ้าน” และ “รถ” กลายเป็นต้นตอของหนี้เสียกว่า 5 แสนล้านบาท ข้อมูลจาก บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร ในปี 2568 สะท้อนภาพที่น่ากังวลมากขึ้น โดยพบว่า จากหนี้เสียหรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทั้งระบบจำนวน 1.22 ล้านล้านบาท เป็นหนี้เสียจากสินเชื่อรถยนต์ประมาณ 2.7 แสนล้านบาท และจากสินเชื่อบ้านอีกประมาณ 2.4 แสนล้านบาท รวมเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท หรือมากกว่า 40% ของหนี้เสียทั้งหมดในระบบ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้บ้านและรถยังเป็น “สินทรัพย์ห
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวัน การประกอบธุรกิจให้เติบโตจึงต้องมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง และจะดีแค่ไหนหากมีใครที่มาช่วยผลักดันให้สำเร็จได้ง่ายขึ้น วันนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ในฐานะผู้สนับสนุน SME ที่ครอบคลุมทุกมิติ อันล็อกโฉมใหม่ กับบทบาท “THE GROWTH CONNECTOR” ในการทำหน้าที่ “เชื่อม” ที่ไม่ใช่เพียงเชื่อมโอกาสเท่านั้น แต่จะช่วยทำให้โอกาสนั้นเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เป็นตัวเชื่อมทุกมุมของการเติบโต SME ไทย ให้เป็นระบบนิเวศที่ครบวงจร ทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ และศักยภาพการแข่งขันในตลาดปัจจุบัน เพื่อปลดล็อกทุกข้อจำกัดในการเติบโตของ SME ให้โตได้ไกลและไปได้จริง โดย สสว. ตั้งหมุดหมายในการปลดล็อกไว้ 5 กุญแจสำคัญ ได้แก่ 1. ด้านนโยบาย ผลักดันนโยบายและมาตรการที่ช่วยธุรกิจให้เข้าถึงและทำได้จริง 2. ด้านข้อมูลและสิทธิประโยชน์ สิทธิพิเศษจากพาร์ตเนอร์ เพื่อลดต้นทุน 3. ด้านความรู้และคำปรึกษา ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง 4. ด้านโอกาสทางการตลาด เพื่อการเข้าถึงตลาด มีช่องทางการขายใหม่ๆ และสุดท้าย 5.
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เตรียมจัด CPHI South East Asia ระหว่างวันที่ 8–10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด The Gateway to the ASEAN Pharma Industry งานแสดงสินค้า เทคโนโลยีและการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยาครบวงจรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวมนวัตกรรมจากกว่า 400 บริษัททั่วโลกโชว์ศักยภาพ เปิดไฮไลต์โซนพาวิลเลี่ยนนานาชาติ 8 ประเทศ ส่องเทรนด์นวัตกรรมจากประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย เวียดนาม และอียิปต์ พร้อมพื้นที่เจรจาธุรกิจ อัปเดตความรู้ด้านวิชาการกว่า 60 หัวข้อ ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 10,000 คนจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ตลอด 3 วัน นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า ตลาดอุตสาหกรรมยาในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีปัจจัยสนับสนุนคือการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ การเพิ่มขึ้นของภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ในกลุ่มประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวระบบสาธารณสุข การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และการใช้ยาหลักในโรงพยาบาลภายใต
แม้ “การนวด” จะนับเป็นหนึ่งในวิธี “การเยียวยา” ที่ดีที่สุด โดยเป็น “สัมผัสอันอบอุ่น” ที่ถ่ายทอดกันมาภายในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น เสมือนการได้ถ่ายเท “พลังใจ” ให้แก่กันในยามเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ก่อนที่วิชาชีพ “นวดแผนไทย” จะสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับการท่องเที่ยวไทย จนได้รับการยกระดับการผลิตสู่ “ยุทธศาสตร์ชาติ” อย่างเป็นรูปธรรมเช่นปัจจุบัน ที่งานแพทย์แผนไทย ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดอบรมการนวดเพื่อสุขภาพ และผู้ช่วยแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมวิชาชีพในชุมชนนครสวรรค์มาแล้วถึง 16 รุ่น พท.พิมพ์ชนก ศรศิริวัฒน์ แพทย์แผนไทยชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานแพทย์แผนไทย ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การนวดที่ได้มาตรฐานและสามารถนำไปประกอบวิชาชีพได้จะต้องผ่านการอบรมและได้รับใบประกาศนียบัตรจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปรากฏสัญลักษณ์ดิจิทัลที่สามารถตรวจสอบได้ แตกต่างจากการนวดที่สืบทอดกันมา หรือศึกษาเอง โดยพบว่ายังขาดความรู้ในเรื่องโครงสร้างร่างกายที่เป็นระบบ อาจเกิดอันตรายก่อให้เกิดการบาดเจ็บ
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เดินหน้าพัฒนาหลักสูตร การออกแบบอาหารที่อุดมด้วยพืช เพื่อสุขภาพและความยั่งยืน หรือ Plant-Rich Diet รองรับกระแสการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกแบบเมนูอาหารเฉพาะบุคคล มุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านอาหารสุขภาพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน รศ.ดร.ฐิตา ฟูเผ่า ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัย โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ส่งผลให้แนวคิด Plant-Rich Diet ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ซึ่ง Plant-Rich Diet ไม่ได้หมายถึงการงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่คือการเพิ่มสัดส่วนพืช ผัก ผลไม้ ถั่ว เห็ด สาหร่าย และวัตถุดิบทางเลือกจากพืช ขณะเดียวกันยังสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพได้ใน
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) พร้อมมุ่งสนับสนุนการช่วยเหลือสังคมไทยในยามวิกฤต โดยล่าสุดได้มอบ “เรือยาง” ให้แก่หอการค้าจังหวัดพิจิตร และทีมกู้ภัยจังหวัดพิจิตร เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย โดยมี นายจาตุรนต์ เหลืองสว่าง ประธานหอการค้าจังหวัดพิจิตร เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส นายสหพล พลปัถพี รองกรรมการผู้จัดการ นายธีรชัย ด่านศรีประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นายพัธนะพล ปัทมานันท์ ผู้แทนจากประธาน YEC จังหวัดพิจิตร นายธนพันธ์ บำรุงศรี เลขาธิการหอการค้าจังหวัดพิจิตร นางสาวภฤชฎา ศรีเหนี่ยง เลขาธิการหอการค้าจังหวัดพิจิตร และ นางสาวเจนนิสา เคาไวยกุล กรรมการหอการค้าจังหวัดพิจิตร ร่วมในพิธี ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ ทั้งนี้ เรือยางที่ทางบริษัทมอบให้เป็นเรือยางคุณภาพสูง รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 6 คน ตัวเรือผลิตจากวัสดุ Hypalon พร้อมตัวถังอลูมิเนียม น้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับก
