PR News
บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง ศูนย์กลางค้าส่งผักผลไม้ของสดชั้นนำของเอเชีย เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางค้าส่งทุเรียนที่ครบวงจรที่สุด เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดงานมหกรรม “ทุเรียน EXPO สี่มุมเมือง 2026” ในฐานะงานประจำปีที่เป็นเอกลักษณ์ของตลาด รองรับการเติบโตของทั้งกลุ่มผู้ซื้อธุรกิจ (B2B) และผู้บริโภคทั่วไป (B2C) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2569 คาดว่าปริมาณทุเรียนหมุนเวียนภายในตลาดจะเติบโตถึง 20% หรือคิดเป็นกว่า 38,000 ตันต่อปี ขณะที่ปริมาณหมุนเวียนเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 220 ตันต่อวัน เติบโตต่อเนื่องกว่า 10% สะท้อนศักยภาพตลาดค้าส่งที่ตอบโจทย์ทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ ราคา และการเข้าถึงสินค้าได้ง่าย ด้วยทำเลใกล้กรุงเทพฯ ห่างจากสนามบินดอนเมืองเพียง 10 นาที คุณปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานกลยุทธ์ธุรกิจ ตลาดสี่มุมเมือง กล่าวว่า “งาน “ทุเรียน EXPO สี่มุมเมือง 2026” เป็นมากกว่างานเทศกาล แต่เป็น “Destination ของคนรักทุเรียน” และเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยง Ecosystem ธุรกิจทุเรียนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยตั้งเป้าให้เป็นงานประจำปีที่ผู้ประกอ
ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำบทบาทการเป็น Central to Life หรือ ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน รุกเดินหน้าองค์กร สู่การเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต เชื่อมโยงเศรษฐกิจ ชุมชน และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแต่ละพื้นที่อย่างครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ประทับใจ มาได้ไม่รู้จบให้กับลูกค้า ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิตของคนทุกเจเนอเรชันอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้จุดหมายดังกล่าว ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ได้วาง 3 แกนยุทธศาสตร์หลักเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1) พื้นที่ที่ทุกจังหวะชีวิตเกิดขึ้นได้ในที่เดียว ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิต 2) ศูนย์กลางของความสุขในทุกการเฉลิมฉลอง งานเทศกาล รวมทั้งกิจกรรมวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ และ 3) การยกระดับศูนย์การค้าฯ ให้เป็นศูนย์กลางการสื่อสารและการแสดงความคิดสร้างสรรค์ ทั้ง 3 แกนนี้ทำงานสอดประสานกันเพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย และยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ แบรนด์รายย่อย และพันธมิตรทางธุรกิจในทุกพื้นที่ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ดำเนินการ คุณนุจรีย์ มารัตนะฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าโรบิน
ท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service (C3S) ระบุว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ติดอันดับเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอุณหภูมิโดยรวมจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันหลังให้กับการท่องเที่ยวท่ามกลางแสงแดดริมชายหาด และเลือกมองหาจุดหมายปลายทางที่มีอากาศเย็นสบาย พร้อมกิจกรรมกลางแจ้งในสภาพอากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเทรนด์นี้ถูกเรียกว่า “Coolcation” ข้อมูลจาก Trip.com Group เผยให้เห็นว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยอดการค้นหาจุดหมายปลายทางแบบ Coolcation เพิ่มขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการหลีกหนีอากาศร้อนและความแออัดของนักท่องเที่ยวและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหน้าร้อน โดยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมปีที่ผ่านมา ปริมาณการค้นหาเติบโตสูงถึง 237% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม
ในโลกการค้ายุคดิจิทัลที่หมุนเร็วจนผู้ประกอบการต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับ คุณสินชัย พุกจินดา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Flow Phrae Furniture เจ้าของโฮมสเตย์ “หมอนไม้ไออุ่น” แห่งอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และประธานกลุ่มท่องเที่ยวของหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการนำ “อัตลักษณ์ท้องถิ่น” มาผสานกับ “เทคโนโลยี” สามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล แม้ธุรกิจจะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองกว่า 100 กิโลเมตรก็ตาม จุดกำเนิดเฟอร์นิเจอร์จาก “สักทอง” ย้อนกลับไปในปี 2544 ณ อำเภอวังชิ้น พื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น “แหล่งไม้สักทองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย” คุณสินชัยไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจจากความว่างเปล่า แต่เขาเริ่มต้นจาก “ความรัก” และ “การมองเห็นมูลค่า” ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม เขาเห็นรากไม้และเศษไม้ที่เหลือทิ้งจากการทำไม้ในอดีตถูกทิ้งไว้ตามเรือกสวนไร่นา จึงเริ่มนำมาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวภายใต้แบรนด์ Flow Phrae Furniture ซึ่งเป็นสินค้า OTOP วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์จากรากไม้และตอไม้ ในขณะนั้นจังหวัดแพร่มีนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการผลักดันให้เมืองแพร่เป็
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความสำเร็จทั้งในมิติของภาวะผู้นำและความแข็งแกร่งของแบรนด์ ด้วยการคว้า 2 รางวัลสำคัญ ได้แก่ Influential Brands – Top CEO Thailand 2025 และ Thailand’s Top Influential Brands 2025 สาขา Life Insurance Company ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากเวที 2025 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY (Thailand) เวทีที่จัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรและแบรนด์ที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภค และสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย โดยจัดขึ้นโดย บริษัท นีโอ ทาร์เก็ต จำกัด ร่วมกับ Influential Brands ประเทศสิงคโปร์ ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Influential Brands – Top CEO Thailand 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และบทบาทของผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมปรับตัวได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของบริบทธุรกิจและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยังได้รับรางวัล Thailand’s Top Influ
ภาคเหนือของไทยได้พิสูจน์พลังของ ‘รากเหง้าท้องถิ่น’ ของร้านค้า OTOP จากน้ำผึ้งป่าจากดอกไม้นานาพันธุ์ที่เคยขายได้เฉพาะในงานชุมชน วันนี้กลายเป็น ‘สินค้าขายดีอันดับหนึ่ง’ ของภาคเหนือที่ลูกค้าทั่วประเทศสั่งซื้อซ้ำทุกเดือน หรือจิ้นแดง (หมูแดง) สูตรโบราณภูมิปัญญาล้านนาจากลำปาง ที่เคยหากินได้เฉพาะในตลาดท้องถิ่น วันนี้เป็นของฝากพรีเมียมที่คนเมืองต่างค้นหา และกาแฟอาราบิก้าจากไร่บนดอยสูงกว่า 1,300 เมตรจากพะเยา ที่วันนี้แค่ฉีกซองก็ชงดื่มได้ทุกที่ ผู้ประกอบการ OTOP ภาคเหนือกำลังเขียนบทใหม่ของ “ธุรกิจชุมชน” ด้วยการนำเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดินแดนล้านนา ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติบนพื้นที่สูง วัฒนธรรมการถนอมอาหารที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน และงานหัตถกรรมที่บ่งบอกอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ มาผสานกับพลังของแพลตฟอร์ม TikTok Shop จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนยุคใหม่ที่น่าจับตามองที่สุด ตัวเลขที่เติบโตของจำนวนสินค้า OTOP ภาคเหนือบน TikTok Shop ถึง 53.97% จากปี 2023 ถึง 2025 เป็นบทพิสูจน์ว่าเมื่อ “ของดีเมืองเหนือ” มีพื้นที่บอกเล่าเรื่องราว ตลาดย่อมตอบรับด้วยความไว้วางใจและ
ในวันที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ทรัพยากรโลกมีจำกัด และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ความยั่งยืน” ไม่ได้เริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า ในแต่ละวันองค์กรกำลังใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากพอหรือยัง และ “ของเหลือ” ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานกำลังถูกจัดการอย่างไร แนวคิดดังกล่าวกำลังเปลี่ยนมุมมองเรื่องของเสียในองค์กร จากปลายทางของการกำจัดขยะ สู่การเป็นตัวชี้วัดสำคัญของประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพราะทุกทรัพยากรที่จบลงอย่างสูญเปล่า ไม่เพียงสะท้อนต้นทุนด้านวัสดุและพลังงาน แต่ยังหมายถึงภาระต่อสิ่งแวดล้อมที่สังคมต้องร่วมกันรับผิดชอบ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จึงต่อยอดพันธกิจด้านความยั่งยืน ด้วยการบูรณาการแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเข้าสู่การดำเนินงานจริง ภายใต้กรอบกลยุทธ์ “Shift Forward: Survive and Thrive with Digital & AI” ซึ่งกำหนดให้แนวคิดการเติบโตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และไม่เพิ่มภาระให้สิ่งแวดล้อม (Green Growth) เป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Better Climate) เป็นหนึ่งใ
เคทีซีเดินเกมเชิงรุก รับเทรนด์ Health Economy หลังข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิกสะท้อนชัดว่า “สุขภาพ” กำลังเปลี่ยนบทบาทจากค่าใช้จ่ายทั่วไป สู่การลงทุนระยะยาว สอดคล้องกับภาพรวมของประเทศไทยที่ภาคธุรกิจ Wellness เติบโตต่อเนื่อง และกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เคทีซีจึงผนึกพันธมิตรด้านสุขภาพกว่า 5,700 แห่งทั่วประเทศ สร้าง Wellness Ecosystem ภายใต้แนวคิด “KTC Wellness: The Journey to Well‑being” เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่การแพทย์เชิงป้องกัน การออกกำลังกาย ไปจนถึงการฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน พร้อมประเดิมเปิดเวทีเสวนา KTC FIT Talk 23 รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ธุรกิจฟิตเนส และการฟื้นฟูสุขภาพ ร่วมถอดมุมมอง “สุขภาพในยุคที่ค่ารักษาแพงขึ้น แต่การป้องกันยังคุ้มค่าเสมอ” แพทย์ชี้ชัด ค่ารักษาแพงขึ้น แต่การป้องกันยังถูกกว่าเสมอ แพทย์หญิงปิยนาฏ ปรียานนท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาล MedPark กล่าวว่า “แนวโน้มโรคของคนไทยในแต่ละช่วงวัยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มว
หากการส่งออกคือ “การเดินทาง” แคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ คือแผนที่ฉบับใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อพาผู้ประกอบการไทยก้าวสู่จุดหมายได้อย่างชัดเจนและมั่นคง นับตั้งแต่ปี 2567 แคมเปญนี้ได้ทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อนและจุดประกายศักยภาพผู้ประกอบการไทย ให้ก้าวออกสู่เวทีการค้าโลกอย่างภาคภูมิ พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในตลาดต่างประเทศ และในปี 2569 กรมเตรียมยกระดับการขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้การส่งออกไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไปวางจำหน่าย หากแต่เป็นการสร้างคุณค่าให้แบรนด์ไทยได้เฉิดฉายบนเวทีโลก เติบโตอย่างมั่นคง ได้อย่างสง่างามในระยะยาวแบบยั่งยืน กลไกเชื่อมผู้ประกอบการไทยไปเวทีโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) วางแคมเปญนี้ให้เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก โดยเริ่มจากการปรับภาพลักษณ์ให้มีความร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Thai to Global — From Local Value to Global Vision” ซึ่งเป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อสะท้อนความเป็นไทยในมุมมองใหม่ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทของโลกปัจจุบัน แคมเปญดังกล่าวไม่เพียงมุ่งยกระดับภาพลักษณ์สิ
TFM เผยอุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และกติกาการค้าโลกใหม่ ที่ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งยกระดับการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานสู่แนวทาง Low Carbon เป็นกลไกสำคัญในการรักษาความสามารถแข่งขัน ควบคู่การสนับสนุนเกษตรกรปรับตัวผ่านนวัตกรรมอาหารสัตว์น้ำและการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับสู่ตลาดพรีเมียม และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยในงาน “Thai Union Synergy 2026” ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมกุ้งในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการสินค้าคุณภาพสูงในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการแข่งขันได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการไม่สามารถพึ่งพาปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนต่อหน่วย และประสิทธิภาพการเลี้ยง ควบคู่กับการตอบโจทย์มาตรฐานความยั่งยืนที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาด “วันนี้อุตสาหกรรมไม่ได้
