PR News
ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่การเป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ในปี 2566 แต่ปัจจุบันเงินออมของผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงในชีวิต ดังนั้น ภาครัฐจึงต้องเร่งส่งเสริมการออมเพื่อสร้างหลักประกันรายได้ให้กับผู้สูงอายุ เพิ่มความรู้ในด้านบริหารจัดการด้านการเงิน และอาจจะรวมไปถึงการส่งเสริมให้มีรายได้หลังเกษียณ หลายประเทศแก้ปัญหาสังคมสูงวัยโดยใช้นโยบายขยายอายุเกษียณ เพื่อเพิ่มจำนวนวัยทำงานที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ อาทิ สิงคโปร์ เพิ่มอายุเกษียณจาก 65 ปี เป็น 67 ปี เกาหลีใต้ ขยายอายุเกษียณจาก 55 ปี เป็น 60 ปี และญี่ปุ่น ขยายอายุเกษียณจาก 62 ปี เป็น 65 ปี ในประเทศไทยบางอาชีพก็มีการขยายอายุเกษียณแล้ว เช่น ผู้พิพากษา แพทย์ สัตวแพทย์ และงานช่างศิลปกรรม ส่วนธุรกิจเอกชนอย่างธุรกิจบริการและค้าปลีกมีการขยายอายุเกษียณสำหรับตำแหน่งที่ขาดแคลนแล้วเช่นกัน แต่อีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงมากสำหรับอาชีพของผู้สูงอายุในยุคทองของโซเชียลมีเดีย คือการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ หรือที่เรียกว่า ‘silver influencers’ ซึ่งปัจจุบันผู้สูงอายุมีบทบาทมากขึ้นบนโลกออนไลน์ ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook
Net Promoter Score (NPS) หรือดัชนีของลูกค้า ผู้ซึ่งจะแนะนำองค์กรหรือแบรนด์ของเราต่อคนรอบข้าง สามารถสะท้อนถึงความพึงพอใจ ใช้ชี้วัดข้อมูลเกี่ยวกับความความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty) ได้ โดยเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่นิยมในปัจจุบัน สำหรับการวัดผลเรื่องของคุณภาพบริการต่อความผูกพันระยะยาวของลูกค้าซึ่งในสากลมีองค์กรต่างๆ ที่นำ NPS มาใช้เป็นเครื่องมือวัดผลอยู่ไม่น้อย NPS เป็นแนวคิดที่ได้รับการพัฒนาจาก Fred Reichheld โดยบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ Bain & Company, and Satmetrix (และได้ถูกจดเป็น Registered Trademark ไปแล้ว) โดยแนวคิดนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Harvard Business Review ในปี 2003 ในบทความชื่อ ‘The one number you need to grow’ ซึ่งค่า NPS จะสามารถทำให้องค์กรรับรู้ระดับความสามารถในการแข่งขันขององค์กรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง หรือเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยได้มีการนำเครื่องมือ NPS มาใช้เพื่อการปรับปรุงสินค้าและบริการให้สามารถตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น ในส่วนของวิธีการได้มาซึ่งข้อมูล ส่วนใหญ่องค์กรจะส่งคำถามเกี่ยวกับ NPS ให้ลูกค้าทาง E-mail ห
โพรไบโอติกส์ (Probiotics) ที่เราคุ้นชินในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการผลิตเครื่องดื่มนมเปรี้ยวเพียงอย่างเดียว แต่ได้ถูกนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทั้งอาหารและไม่ใช่อาหารมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์มาส์กหน้า ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือแม้แต่อาหารสุนัขและแมวยังมีส่วนผสมของโพรไบโอติกส์ Euromonitor บริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมโพรไบโอติกส์ทั่วโลกมีมูลค่า 222,500 ล้านหยวน และยังคงมีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่สถานการณ์การพัฒนาอุตสาหกรรมโพรไบโอติกส์ทั่วโลกพบว่า ตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความโดดเด่นมากที่สุด โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 47 ของทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบว่า ในปี 2017 จีนเป็นประเทศที่บริโภคโพรไบโอติกส์เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศสหรัฐอเมริกา และอิตาลี ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme สำหรับการผลิตวัตถุดิบโพรไบโอติกส์ขนาดใหญ่ที่สุดของจีนในปัจจุบันก็คือ บริษัท Dupont และบริษัท Christian D.A. Hansen คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 85 ของการผลิตทั้งหมด โดยปัจจุบันในตลาดมีบริษัทจีนที่ผลิตวัตถุดิบโพรไบโอติกส์ยังไม่มากนัก
ปัจจุบันโลกดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาคธุรกิจจะประสบความสำเร็จ-เอาตัวรอดในสมรภูมิที่มีการแข่งขันสูง ความสามารถอย่างเดียวคงยังไม่พอ ต้องมีความรวดเร็วทันเทรนด์ตามกระแสด้วย เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ หลายบริษัทจึงมีการนำ Agile Marketing มาประยุกต์ใช้กับองค์กร “Agile Marketing” คือการนำเอาแนวคิด Agile ที่หลายคนคุ้นหูกันในการใช้สำหรับการผลิตซอฟต์แวร์ มาปรับใช้กับกระบวนการทำการตลาดให้กับสินค้าและบริการ เช่น ออกแคมเปญการตลาดได้รวดเร็ว รวมถึงการนำผลตอบรับจากผู้บริโภคไปปรับปรุงให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งออกแคมเปญได้ในเวลาที่เหมาะสมทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้แบบเรียลไทม์ ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme ธุรกิจนำหลักการ Agile ไปประยุกต์ใช้ในการทำการตลาดอย่างไร? วางกรอบเป้าหมายคร่าวๆ ธรรมชาติของ Agile Marketing จะถือเป็นเรื่องปกติที่จะไม่วางแผนที่ Fix มากจนเกินไป การตอบรับกับสังคมส่วนรวมหมายถึงบริษัทต้องมีความยืดหยุ่น หรือเป็นการคิดถึงโครงสร้างโดยรวมไม่เฉพาะเจาะจง
เรื่องหมูๆ ที่ไม่หมูอย่างที่คิด เดอ เบสท์ โกลบอล จากแนวคิดต้องการต่อยอด Family Business จำหน่ายเนื้อหมูสด หมูแช่แข็ง รวมถึงหมูแปรรูปต่างๆ ในโมเดิร์นเทรดชั้นนำเมืองไทยของ คุณรุจิกร วสุโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอ เบสท์ โกลบอล ฟู้ด โปรดัคท์ จำกัด ในเครือบริษัท พี.เอส.ฟู้ด โปรดักส์ จำกัด นำมาสู่การแตกไลน์สร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ใหม่ BUTA MAX (บูตะแมกซ์) เปลี่ยนภาพลักษณ์ ‘หมู’ ที่เป็นอาหารให้กลายเป็นสินค้าประเภท ‘Snack’ ตอบโจทย์ความต้องการ-คว้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์และซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมี่ยม ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme ค้าขายในตลาด สู่ค้าขายในห้าง คุณรุจิกร กล่าวว่า บริษัท พี.เอส.ฟู้ด โปรดักส์ จำกัด ได้จดทะเบียนบริษัทในปี 2535 เป็นธุรกิจที่ก่อตั้งโดยคุณพ่อและคุณแม่ ซึ่งก่อนหน้านั้นยังเป็นกิจการที่ค้าขายอยู่ในตลาด จากนั้นบริษัทจึงเริ่มส่งสินค้าจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดอย่างจริงจัง “ห้างแม็คโครเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่บางกะปิ เมื่อปี 2533 ขณะนั้นบริษัทส่งสินค้าในนามบุคคลธรรมดาซึ่งค่อนข้างเกิดปัญหา เช่น การวางบิล ดังนั้น ในปี 25
ตลาดของใช้สำหรับแม่และเด็ก ยังคงเป็นตลาดที่น่าจับตามองอย่างมาก แม้จะเป็นเพียงกลุ่มสินค้าเฉพาะสำหรับเด็ก แต่สินค้าเฉพาะเหล่านี้กลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากในปี 2564 ภาพรวมตลาดสินค้าแม่และเด็กยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 40,300 ล้านบาท นอกจากการเพิ่มขึ้นของเด็กทั่วโลกจะทำให้ตลาดสินค้าแม่และเด็กเติบโตแล้ว พฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่ ก็มีผลต่อการขยายตลาดอีกด้วย เนื่องจากพ่อแม่ยุคใหม่มักจะแสวงหาผลิตภัณฑ์ที่มีการปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบันมากที่สุด และนิยมซื้อผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนมผงและอาหารว่างสำหรับเด็กที่มีการปรับปรุงสูตรให้มีคุณภาพสูงขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ราคาต่อหน่วยขยับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ ครอบครัวส่วนใหญ่มีการวางแผน และเตรียมตัวมากขึ้นก่อนจะมีลูก พร้อมทั้งเตรียมงบประมาณในการเลี้ยงดูลูกมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของครอบครัวยุคใหม่ที่หันมาเลี้ยงลูกด้วยตนเอง ทำให้ความต้องการในการสรรหาตัวช่วยในการเลี้ยงลูกได้สะดวกสบายและปลอดภัยเป็นที่ต้องการเพิ่มสูงขึ้น ไม่พลา
ร้อยเรียงเรื่องราว..บอกเล่าสตอรี่บนผืนผ้า ‘ทอผ้า’ ภูมิปัญญาท้องถิ่นงานอดิเรกยามว่างเว้นจากการเกษตรของชาวบ้านซาวหลวง ตำบลบ่อสวก อำเภอเมือง จังหวัดน่าน จุดประกายแรงบันดาลใจคนในพื้นที่ในการสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ก่อกำเนิด ‘วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง’ ที่ใช้เรื่องราวเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในชุมชน มาร้อยเรียงสตอรี่ลงบนผืนผ้า กลายเป็นผ้าทอฝีมือประณีตบรรจง สร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักทั้งเมืองไทยและต่างประเทศ ‘งานอดิเรก’ สู่วิสาหกิจชุมชน คุณวัลลภา อินผ่อง รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง เผยว่า ชาวบ้านหมู่บ้านซาวหลวง มีอาชีพหลักคือทำการเกษตร เช่น ปลูกข้าว ทำสวนยาง ในยามว่างกิจกรรมของผู้คนในชุมชนก็คือทอผ้า ชาวบ้านจึงได้มีการหารือกันว่างานอดิเรกนี้ น่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้คนในพื้นที่ นำมาสู่การก่อตั้งกลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง ในปี 2527 ชูเอกลักษณ์ ทำให้เป็นที่รู้จักด้วย ‘ผ้าลายบ่อสวก’ คุณวัลลภา เล่าว่า เนื่องด้วยกลุ่มทอผ้าทั้งในจังหวัดน่านและเมืองไทยมีจำนวนมาก แม้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของบ้านซาวหลวงจะทอผ้าสวยมีคุณภาพ แต่ก็ต้องหาจุดเด่นให้เป็นที่รู้จัก โดยเมื่อปี 2540 กรมศิลปากรได้มาขุ
จากแนวคิด “เอากะปิออกจากกระปุก” ของ คุณสุขศิริ ฤทธิเดช เจ้าของผลิตภัณฑ์ซอสกะปิสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ ‘เคยนิคะ’ ที่ต่อยอดภูมิปัญญาการทำกะปิแบบดั้งเดิมด้วยนวัตกรรม สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากความต้องการที่จะแก้ปัญหาผู้บริโภคยุคใหม่ให้เข้าถึงง่ายกับกะปิในการทำอาหารมากขึ้น โดยใช้การลองผิดลองถูก และทดลองสูตรด้วยตัวเอง จนสามารถแปลงร่างกะปิมาเป็นซอส ซึ่งใช้งานได้หลากหลาย เพิ่มมูลค่าให้กับกะปิใต้ดั้งเดิม พร้อมตอบโจทย์การทำอาหารที่ง่าย หลากหลาย สะดวกสบาย ใครก็ทำได้ ไม่ว่าจะเมนูไหนก็อร่อยด้วยขวดเดียว ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme สร้างสตอรี่ให้สะดุดตาผู้บริโภค คุณสุขศิริ เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่มาทำซอสกะปิ ‘เคยนิคะ’ มาจากธุรกิจที่เริ่มต้นจากคุณแม่กับคุณยายที่มีสูตรกะปิขัดน้ำกรรมวิธีแบบโบราณ ซึ่งเป็นสูตรตกทอดจากเพื่อนสนิทของคุณแม่ โดยพัฒนาปรับเปลี่ยนลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ใส่กะละมังตักขาย จนพัฒนาใส่กระปุกภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘กะปิแม่ยินดี’ จนต่อยอดมีโรงงานเป็นของตนเองในที่สุด ซึ่งเธอถือว่าเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัว แม้กะปิแม่ยินดีจะอร่อยไ
จากร้านโชห่วยในรุ่นพ่อ ที่ช่วยกันพัฒนาจากพี่น้องสามคนของตระกูล ‘เสรีโยธิน’ จนขยายกิจการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายแห อวน ตาข่าย และอุปกรณ์การประมง การเกษตร ภายใต้แบรนด์สินค้าตรา ‘เรือใบ’ หรือ SHIP ในนามบริษัทขอนแก่นแหอวน จำกัด หรือ KKF ที่ผงาดสู่ระดับโลกได้สำเร็จ จากแนวคิด Family Business ของ คุณบวร เสรีโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ขอนแก่นแหอวน จำกัด หนึ่งในผู้ก่อตั้งธุรกิจแหอวนระดับโลกจากสามพี่น้องตระกูลเสรีโยธิน คุณบวร เล่าว่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยเริ่มจากที่อยากพัฒนาบ้านเกิดตนเอง ซึ่งเป็นการทำธุรกิจที่เริ่มจากรับสินค้าจากชาวบ้านในจังหวัดขอนแก่น ที่ถักแหอวนด้วยมือ แล้วส่งไปขายต่อ จากนั้นเมื่อเข้าสู่ยุคสั่งสินค้า semi product จากญี่ปุ่น ก็มีการสั่งสินค้านำมาแปรรูปใส่ตะกั่วใส่ทุ่นเพิ่มทำให้อวนสำเร็จรูปมากขึ้น แล้วส่งขายไปทั่วภาคอีสาน เมื่อมีปริมาณการซื้อเพิ่มมากขึ้น จึงขยายตลาดไปภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ สำหรับขอนแก่นแหอวนเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า ตาข่าย สายเอ็น ที่ใช้สำหรับการเกษตรและการประมง เช่น ข่ายเอ็น ข่ายเอ็นเกลียว อวนไนลอน อวนโปลี อวนปั๊ม อวนรุม แห สายเอ็น เชือก ไ
การเคหะฯ ผนึก ภาคีเครือข่าย ช่วยเหลือ ชาวชุมชนดินแดงต่อเนื่อง สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ดูคล้ายจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ และรัฐบาลก็เตรียมเปิดประเทศส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม การเคหะแห่งชาติก็ยังคงผนึกกำลังกับภาคเครือข่ายดูแลผู้อยู่อาศัยในชุมชนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ล่าสุด กลางเดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ชุมชนดินแดง ได้ร่วมให้กำลังใจผู้อยู่อาศัยในชุมชนดินแดงซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงปัญหาน้ำท่วมรอการระบายจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก พร้อมทั้งนำถุงยังชีพจำนวน 1,477 ชุด มอบให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการเคหะชุมชนดินแดง 1 (อาคารแฟลตที่ 1-17) และผู้อยู่อาศัยในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 (อาคารแปลง G) ณ บริเวณสวนสาธารณะอาคาร 8 ชั้น และใต้อาคารแฟลตที่ 1 โครงการเค
