Exclusive
นาฬิกาข้อมือหน้าปัดไม้ สินค้าสร้างชื่อ จากไอเดียอดีตหนุ่มฟรีแลนซ์ ผู้หลงใหลในงานไม้ ปัจจุบัน งานสไตล์คราฟต์หรือมินิมอล ถือเป็นงานสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เกิดเป็นผู้ประกอบการเจ้าต่างๆ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่ง คุณโรเบิร์ต-เอกชัย กล่อมเจริญ วัย 36 ปี ก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเหล่านั้น เขาเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า กิจการงานไม้นี้เปิดมาได้ 10 กว่าปีแล้ว โดยเริ่มแรกเดิมที กิจการนี้ได้ทำร่วมกันกับแฟนสาวมาก่อน จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน (มิ้งค์ Mink) ซึ่งปัจจุบันเธอได้แยกตัวออกไปทำกิจการด้านอื่นแทน “ผมเคยเป็นฟรีแลนด์ รับงานพวก 3D ขึ้นโมเดลพวกนี้มาก่อน ทำมาสักพักก็มานั่งคิดว่า ลองทำพวกของใช้ในชีวิตประจำวันชิ้นเล็กๆ อย่าง กระเป๋า จิวเวลรี่พวกนี้ก่อน แล้วโพสต์ลงเฟซดูเล่นๆ เพราะผมจะทำแต่งานที่อยากทำอยากใช้และเป็นสไตล์ตัวเอง ไม่ได้ทำงานตามกระแส ก็ลองโพสต์แล้วเริ่มมีคนสนใจ ทักมาสอบถาม เลยได้ลองทำขาย ตอนนั้นก็ลงทุนไม่กี่พันหรอก ทำมาเรื่อยๆ ก็มีแตกไลน์สินค้าไปหลากหลาย สร้อยทองเหลือง คือเราชอบอะไร อยากได้อะไรก็จะเริ่มทำออกมา เพราะเรามีเครื่องมืออยู่ที่บ้านอยู่แล้
หนุ่มพิการ ทำโมเดลรถตุ๊กๆ ขาย คิวยาวถึงสิ้นปี ลบคำดูถูก แขนเดียวทำงานไม่ได้ แม้ร่างกายพิการ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของสองสามีภรรยาคู่นี้ เขาทั้งคู่ช่วยกันทำมาหากิน ผ่านทุกคำดูถูกสารพัดโดยไม่คิดโทษโชคชะตา หากแต่ใช้พรสวรรค์ที่มี นำวัสดุที่คนมองข้ามอย่างกระป๋อง มาสร้างเป็นอาชีพ ประดิษฐ์โมเดลรถตุ๊กๆ จำหน่ายช่วงโควิด-19 เป็นรายได้เลี้ยงตัว คุณพลังกร อุ้ยปะโค อายุ 36 ปี เล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนอายุ 7 ขวบ ประสบอุบัติเหตุตกต้นไม้จนแขนหัก ในขณะการรักษา หมอเข้าเฝือกแน่นเกินไป ทำให้เลือดไม่เดิน ในที่สุดต้องตัดแขนขวาทิ้ง ตอนนั้นรู้สึกอาย ไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะเพื่อนๆ ชอบล้อ โชคดีที่ได้กำลังใจจากครอบครัว ทำให้เริ่มปรับตัวใช้ชีวิตได้เป็นปกติ หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก จ.สุรินทร์ แม้จะอยากเรียนต่อให้สูงแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะฐานะทางบ้านไม่ดี “ผมไปที่ศาลากลางจังหวัด ถามหาว่ามีที่ไหนเปิดให้เรียนฟรีบ้าง เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปเรียนที่ศูนย์ฝึกอาชีพพระประแดง เรียนหลักสูตรคอมพิวเตอร์อยู่ 3 เดือน แล้วหางานทำตอนอายุ 22 ปี แต่ทำไม่ไหวเลยกลับมาเรียนที่โรงเรียนอาชีพพระมหาไถ่ ต่ออีก 2 ปี ระหว่างเรียนได้พบร
จากไม่เชื่อ กลายเป็น Passion สาวนครฯ ปล่อยเช่า เครื่องรางภาคใต้ หารายได้เสริม คุณตาล-กรองกาญจน์ บุญถนอม พื้นเพเป็นคนนครศรีธรรมราช ปัจจุบันอายุ 27 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันรับราชการตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ สังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) อาศัยเวลาว่างช่วงพักเที่ยง มาให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับไอจี ปล่อยเช่า เครื่องรางภาคใต้ อาชีพเสริม ที่ทำอยู่ในยามนี้ “เริ่มมาจากความไม่เชื่อ อาจเพราะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่แม่บอกให้ลอง ขอ ดู” คุณตาล เกริ่นอย่างนั้น ก่อนหัวเราะร่วน และว่า ย้อนไปเมื่อเกือบสองปีก่อน ช่วงจะสอบบรรจุเป็นข้าราชการ คุณแม่ของเธอ ซึ่งพื้นเพเป็นคนพัทลุง ได้พาไปไหว้ “อาจารย์เปลี่ยน” ฆราวาสนักปฏิบัติสายเขาอ้อ หลังจากให้ท่านช่วยเจิม ลงคาถาเมตตามหานิยมให้ ปรากฏชีวิตดีขึ้น เลยตัดสินใจไปขอบูชาเครื่องรางของอาจารย์เปลี่ยน ซึ่งส่วนใหญ่ เป็น ตะกรุด มาปล่อยเช่า ผ่านเพจส่วนตัว “ไปขอบูชาถึงบ้านอาจารย์เปลี่ยนเลย ไม่ได้ผ่านคนกลาง เช่ามาไม่เยอะ ประมาณสิบกว่าอัน ปล่อยเช่าใน เฟซบุ๊ก บูชามาหลักร้อย กำไรแทบไม่ได้ ถ้าคิดค่ารถ ค่าเสียเว
สาหร่ายเกลียวทอง ผลงาน “บุญสมฟาร์ม” จากไม่มีใครรู้จัก ปัจจุบันส่งขายทั่วโลก ผมได้รับข่าวเป็นที่น่าชื่นชมว่า บุญสมฟาร์มสาหร่ายเกลียวทอง โดย คุณสมชาย บุญสม ได้มอบสาหร่ายเกลียวทอง เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาลสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ จำนวนเดือนละ 100 กิโลกรัม เพื่อสู้กับคนป่วยโควิด-19 ที่มอบสาหร่ายเกลียวทองให้ก็เพราะ เป็นสาหร่ายที่เมื่อผู้ใดได้กินแล้วจะมีสุขภาพแข็งแรง สามารถสู้กับงานหนักได้ จึงเหมาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังต่อสู้กับโรคร้ายโควิดอยู่ในขณะนี้ ผมเชื่อว่าจะต้องมีผู้อ่านจำนวนหนึ่งที่ยังไม่รู้จักสาหร่ายเกลียวทอง ผมจึงขอแนะนำให้รู้จักคร่าวๆ ดังนี้ สาหร่ายเกลียวทอง เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า คุณเจียมจิตต์ บุญสม เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกๆ ของโลก ที่สำรวจพบสาหร่ายเกลียวทอง และได้ทุนวิจัยจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ องค์การยูเสดของสหรัฐอเมริกา และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และเป็นคนตั้งชื่อ “สาหร่ายเกลียวทอง” เท่าที่ได้รับทราบผลวิจัยคุณสมบัติของสาหร่ายเกลียวทอง จากสถาบันเกี่ยวกับอาหารและยาหลายแห่ง จึงได้รู้ว่า สาหร่ายเกลียวทอง สร้างเม็ดเ
เพราะเหงามันตัวเท่าบ้าน จูงมือกันลาออกจากงานประจำ ทำ ฟาร์มฝันแม่ เป็นจริง คุณโอเล่-ภิญญา ศรีสาหร่าย เจ้าของแปลงผักอินทรีย์ บนพื้นที่ 15 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี ให้ชื่อกิจการที่ดูแลอยู่ว่า ฟาร์มฝันแม่ เริ่มต้นให้ฟัง คุณพ่อ-คุณแม่ ของเขา มีประสบการณ์ปลูกผักอินทรีย์ มายาวนานพอตัว เลยใฝ่ฝันอยากมีที่ดินเป็นของตัวเอง กระทั่งปี 2557 มาซื้อที่ดินที่จังหวัดราชบุรี และลงมือพลิกฟื้นที่ดินจากสวนมันสำปะหลังโล่งๆ ให้กลายเป็นที่ดินเหมาะแก่การทำเกษตรผสมผสาน “เริ่มทำสวนบนที่ดินตัวเองได้ 2 ปี มี คุณพ่อ-คุณแม่ ช่วยกันดูแล ส่วนผมยังทำงานบริษัทในตำแหน่งวิศวกร แต่คุณพ่อมาเสียชีวิตกะทันหัน ไม่มีใครมาสานต่อ เลยตัดสินใจออกจากงานประจำมาทำเกษตร” คุณโอเล่ เล่าที่มา ก่อนเผยต่อ ความตั้งใจในการทำเกษตรของเขา ต้องทำแบบคนรุ่นใหม่ คือ ไม่ทำแบบเดิมๆ ต้องไปศึกษาคนที่ทำสำเร็จ และนำมาปรับเปลี่ยนจากวิชาที่ได้จากคุณแม่ลำพึง ของเขา “ผมโชคดีอย่างหนึ่ง คือ คุณแม่ลำพึง ท่านทำเกษตรอินทรีย์มานานเป็นสิบปีแล้ว เมื่อมาสานต่อ ก็นำความรู้จากแม่ไปศึกษาและต่อยอด เลยไปได้ไว ทำให้ทุกวันนี้ มีพืชผักที่ได้มาตรฐานอินทรีย์ พร้
กะหรี่ปั๊บไส้ไก่ ขายดีเดือนละแสนกว่าชิ้น เปิดแฟรนไชส์ให้คนอยากรวย ลงทุนแค่หลักพัน! เป็นเวลากว่า 6 ปี ที่ กะหรี่ปั๊บปันสุข ใช้เวลาในการพัฒนาต่อยอดคุณภาพของสินค้า สู่การสร้างแบรนด์ด้วยเอกลักษณ์และรสชาติความอร่อยที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะฝีมือล้วนๆ จนได้รับฉายาจากเจ้าสัวและเหล่าบรรดานักธุรกิจชื่อดัง ยกให้เป็นกะหรี่ปั๊บที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย ในชื่อว่า “กะหรี่ปั๊บไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย” ซึ่งวันนี้เจ้าของแบรนด์ประกาศพร้อมติดปีก นำธุรกิจเขย่าตลาดคนอยากรวย ด้วยรูปแบบการลงทุนง่ายๆ เพียงหลักพัน คุณปราโมทย์ โอภาส วัย 40 ปี เจ้าของแบรนด์กะหรี่ปั๊บปันสุข สูตรแชมป์ประเทศไทย เล่าที่มาของธุรกิจให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ภรรยาซึ่งเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษได้ทำขนมกะหรี่ปั๊บไส้ไก่โฮมเมดขายเพื่อหารายได้เสริม โดยได้ปรับและประยุกต์สูตรมาจากสูตรของแม่ให้มีรสชาติกลมกล่อม ทั้งตัวไส้และเนื้อแป้ง จนมีลูกค้าประจำมาอุดหนุนไม่ขาด แต่ด้วยการผลิตที่ใช้มือในการทำทุกขั้นตอน จึงไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ เพราะสามารถผลิตได้เพียง 400-600 ชิ้นต่อวัน “ผมเป็นวิศวกรโยธามีความเชี่ยวชาญเรื่องของเครื
พนักงานโรงแรม ขาย แซนด์วิชโบราณ สู้โควิด เผยบทเรียนควรมีมากกว่า 1 อาชีพ เป็นเวลาครึ่งปีกว่าแล้วที่โควิด-19 เข้ามามีอิทธิพลกับวิถีชีวิตของคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การเดินทาง หรืออุตสาหกรรมการทำงานในทุกสายอาชีพ โดยเฉพาะ การโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่ดูท่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับหนึ่งในคนที่ทำงานในโรงแรมอย่าง คุณท็อป – ฉัตรมงคล จรัสสุริยพงศ์ วัย 31 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแผนกต้อนรับส่วนหน้า อีกทั้งยังมีดีกรีเป็นบล็อกเกอร์อีกด้วย เขาเล่าให้ฟังว่า ยึดอาชีพทำงานโรงแรมมาได้ 9 ปีแล้ว มีกิจกรรมยามว่าง คือการเปิดบล็อกเขียนรีวิวโรงแรมที่เขาและแฟนสาวได้ไปเยี่ยมเยียน ทุกอย่างดำเนินเป็นไปตามปกติ จนกระทั่งสถานการณ์โควิด-19 ระบาด “พอโควิดมา ทุกคนแย่หมด ทั้งสายการบิน ทัวร์ โรงแรม หรือธุรกิจอื่นๆ มันกระทบกันเป็นทอดๆ ส่วนตัวสถานการณ์ของผม ในส่วนภาคโรงแรม เริ่มไม่ดีมาตั้งแต่มีนาคม เมษายน แน่นอนว่าผมก็โดน ลดเงินเดือนบ้าง สลับหยุดสลับกันไปทำงานกับคนอื่นๆ บ้าง ตามนโยบายของโรงแรม ที่ส่วนใหญ่ก็ทำกันแบบนี้ แฟนผมเขาก็ทำงานในโรงแร
สลัดคราบนักดนตรีมาดเซอร์ ปั้นแบรนด์ เสริมความงามเส้นผม 13 ปี ขายดีแม้ไม่ออกสื่อ จากหนุ่มผมยาว เจาะหู เป็นนักดนตรีมาดเซอร์ สมัยหนึ่งเคยคลุกคลีอยู่ในวงการข่าว ทำละครเวที เปิดร้านขายรองเท้า เสื้อผ้ามือสอง ที่สวนลุมไนท์บาซาร์จนขาดทุน ก่อนจับพลัดจับผลูลงเล่นการเมือง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ สุดท้ายเหมือนฟ้าดินกำหนด ให้ คุณอั๋น–ภูริวัฒน์ เขียนขำ ทายาทคนเล็กของอาจารย์ทรัพย์ อาจารย์สอนทำผมชื่อดังระดับประเทศของเมืองไทย กลับมาเดินตามเส้นทางธุรกิจความงามของครอบครัว หลังจากหันหลังให้วงการนี้ไปนานหลายปี คุณอั๋น เริ่มต้นด้วยการเป็นเซลส์ นำเงินก้อนลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์ยืดผมที่คนรู้จักแนะนำมา ไปขายตามร้าน โดยที่เขาเองยังอ่อนด้อยประสบการณ์ และไม่มีลูกค้าอยู่ในมือ “ครั้งแรกก็โดนปฏิเสธแล้ว ยังไม่ทันได้เห็นโปรดักต์เลย เสียกำลังใจมากช่วงนั้น แต่ผมเป็นคนใจสู้ ไม่ท้อ ในกรุงเทพฯ ขายไม่ได้ก็ออกต่างจังหวัด นั่งรถทัวร์ไปตัวคนเดียว จนได้เจอร้านที่มีเมตตา เป็นลูกศิษย์คุณแม่ เขาแนะนำร้านขายส่งให้ ผมก็ไปคุย จนได้รู้ว่า สินค้าหน้าใหม่ต้องจัดเวิร์กช็อปให้ช่างทำผมรู้วิธีการใช้ และเมื่อขายดีแล้วอย่าตัดราคากันไปมา&
ส่องเทรนด์สินค้าไซซ์เล็ก ตอบโจทย์ยุค…ข้าวยาก หมากแพง เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเผชิญความยากลำบาก หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องหันมารัดเข็มขัดรายจ่าย เดอะ จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า ขณะนี้ผู้บริโภคซื้อสินค้าบางชนิดน้อยลง หรือไม่ก็เปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าที่ราคาถูกกว่า ซึ่งเทรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัส และน่าจะยังอยู่ต่อไปอีกยาวๆ เพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นกลับมา “พีที ยูนิลีเวอร์ อินโดนีเซีย” ผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภครายใหญ่ พยายามคิดหาวิธีรับมือกับความประหยัด โดยเน้นให้สินค้ามีราคาแพงน้อยลง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทเปิดตัวสินค้าทางเลือกที่มีราคาถูกลง และมีปริมาณน้อยลง เมื่อเทียบกับสินค้าปกติที่มีอยู่ เช่น สบู่เหลวไลฟ์บอย และซอสถั่วเหลือง “บังโก้” ที่มีขนาดเล็กลง เศรษฐกิจอินโดนีเซียหดตัว 5.32% ในไตรมาส 2 ปีนี้ และมีแนวโน้มจะหดตัวต่อเนื่องในไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้อินโดนีเซียเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งแรกนับจากปี 2542 ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียก็มีคนว่างงานหลายล้านคน รวมถึงคนที่มีรายได้ลดลงจากการระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกับ “แซมส์ คลับ” (Sam
ไตปลา โกหยัด ขายมาเกือบ 40 ปี ไม่เคยมีปัญหาร้องเรียน ไม่เคยมีใครท้องเสีย หากเอ่ยถึง แกงไตปลา จะเป็นอาหารเมนูหลักแทบทุกบ้านของชาวใต้ ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม เผ็ดร้อน สามารถกินคู่กับผักแนม ข้าวสวย ขนมจีน อร่อยจนต้องร้องว่า “หรอยจังหู้” แต่ใครจะทราบว่าเบื้องหลังความอร่อยนั้นต้องผ่านกระบวนการคิดสูตรจากรุ่นสู่รุ่น ปรุงแต่งจนได้เป็น ไตปลา แบรนด์โกหยัด ที่หลายๆ แบรนด์นำไปเป็นส่วนผสม กลายเป็นแบรนด์ตัวเองและอร่อยจนส่งขายไปแล้วทั่วโลก โกหยัด หรือ คุณประหยัด เจริญเดช เล่าให้ฟังว่า ขายไตปลามาตั้งแต่ปี 2526 เริ่มต้นขายปลีกในตลาดนัดจังหวัดนครศรีธรรมราช มาก่อน และพัฒนาสูตรปรับปรุงคุณภาพมาเรื่อยๆ “ถามคนเฒ่าคนแก่ว่าทำยังไงให้กินอร่อย ก็ได้สูตรมาและปรับปรุงเป็นของตนเอง บางครั้งก็ไปซื้อของเจ้าอื่นมาลองกิน มันก็เค็มไปบ้าง จำไว้และนำมาปรับให้สูตรของตนเองดีขึ้น” การพัฒนาสูตรไตปลาของโกหยัด เริ่มจากการลองทำไตปลาตั้งไว้ 30-40 โหล ดูว่าแต่ละสูตรเป็นอย่างไร สูตรไหนอร่อยและปรับปรุงจนได้สูตรเป็นของตนเอง และไม่เคยใส่น้ำเพิ่ม ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สารเคมี สารแต่งสีแต่งกลิ่นใดๆ เพราะทำกินเองด้วย สบายใจที่ได้กินของดี มีคุณ
