Exclusive
5 รหัสลับ สร้างแบรนด์ให้ปัง ตอบโจทย์ให้ผู้ประกอบการไทย-ท้องถิ่น ในปัจจุบัน สินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ไทยหลายๆ แบรนด์เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร ผู้ช่วยคณบดีด้านการสื่อสารองค์กรและหัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เปิดเผยข้อมูลวิจัยในงานสัมมนาการตลาด “ถอดรหัสสูตรลับฉบับแบรนด์ไทย” ที่จัดขึ้น ณ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า จากข้อมูลกรมพัฒนาชุมชนพบว่า สินค้าในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ในปี 2561 มียอดจำหน่ายสูงถึง 1.9 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อดูข้อมูลเชิงลึกจะพบว่า สินค้าโอท็อปที่มีกว่า 20,000 กว่าราย กลับมีสินค้ามากกว่า 40% ของโครงการโอท็อปทั้งหมดที่ยังไม่สามารถก้าวสู่ความเป็นมาตรฐานสากลหรือแข่งขันในตลาดโลกได้ หรือหากเปรียบเทียบยอดจำหน่ายสินค้าโอท็อปกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ในปี 2561 ก็จะคิดเป็นเพียง 1.2% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก หากผลักดันสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ไทยให้ถูกช่องทางก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทยได้อีกหลายเท่าตัว จากงานวิจั
ร้านสะดวกซัก “ลอนดรี้บาร์” แฟรนไชส์น่าลงทุน พื้นที่ 40 ตร.ม. ก็เปิดได้ คืนทุนไวใน 3 ปี เมื่อผู้คนเริ่มใช้ชีวิตแบบคนเมือง พักอาศัยอยู่บนคอนโดมิเนียม หอพัก อพาร์ตเมนต์ มากขึ้น ทำให้พื้นที่การใช้ชีวิตแคบลง บวกกับการแข่งขันทุกอย่างมีเวลาจำกัดและเร่งรีบ ความสะดวกสบายจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนเรียกหา เช่น การซักผ้า จากซักมือ ก็เปลี่ยนมาใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นตัวช่วยทุ่นแรง เพราะสะดวกและรวดเร็ว แต่เพราะยังตอบโจทย์เรื่องความสะอาดได้ไม่มากพอ ทำให้ร้านสะดวกซักที่มีเทคโนโลยีล้ำกว่าเข้ามาแทนที่ เพราะตอบโจทย์ได้มากกว่าในเรื่องความสะอาด สะดวก สบาย กลายเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคที่น่าจับตามอง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีแบรนด์ร้านสะดวกซักอยู่จำนวนไม่น้อย ราว 7-8 แบรนด์ แต่มีผู้เล่นรายใหญ่ที่ทำตลาดจริงจังเพียง 2-3 แบรนด์เท่านั้น ซึ่งแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังตีตลาดร้านสะดวกซักในไทย คือ “ลอนดรี้บาร์ (Laundrybar)” แบรนด์ร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากประเทศมาเลเซีย เปิดตัวเมื่อปี 2556 ถึงปัจจุบัน ปี 2562 ขยายสาขาไปแล้วกว่า 520 สาขา ในมาเลเซีย บรูไน ตุรกี รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเป็นก
ใช้เสร็จกินได้เลย! “หลอดกินได้” นวัตกรรมจากข้าวและพืช ช่วยลดการใช้พลาสติก ขยะพลาสติก ถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่หลายๆ ประเทศยกให้เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ต้องจัดการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ประเทศไทยเอง ก็มีการประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกทั้งหมด 7 ชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “หลอดพลาสติก” ที่จะถูกยกเลิกการใช้ในปี 2568 ในปัจจุบัน มีผู้ประกอบการหลายเจ้าได้มีการทำหลอดที่ย่อยสลายได้ขึ้นมาทดแทนหลากหลายชนิด ซึ่งหลอดที่พบเห็นได้ตามท้องตลาดทั่วไป จะเป็นหลอด PLA ที่ต้องใช้กระบวนการย่อยสลายในห้องหมัก ที่อุณหภูมิสูงถึง 120 องศาเซลเซียส หรือ หลอดกระดาษ ที่ยังประสบปัญหาในเรื่องของกลิ่นในการย่อยสลายและสภาวะการอ่อนตัวหลังการใช้งานที่เร็วเกินไป คุณปุ๊ก-สุรพร กัญจนานภานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัญจนาพร (สยาม) จำกัด เจ้าของผลงาน “หลอดกินได้ จากข้าวและพืช” ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ในงาน ตลาดต่อยอดงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม ที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ไอเดียนี้มาจากปัญหาเรื่องขยะในปัจจุบัน จึงคิดอยากจะหาวัสดุทดแทนที่ใช้แทนหลอดพลาสติก อีกทั้งวัสดุนั้นต้องสามารถย่อยสลายได้ โ
หนุนขยายผลใช้ “กัญชง” ชี้ประโยชน์กว้างกว่า “กัญชา” พัฒนาถึงอุตสาหกรรมได้ ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมภูมิปัญญาอาเซียน ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อเร็วๆ นี้ว่า กัญชงและกัญชา คือพืชชนิดเดียวกัน แต่คนละสายพันธุ์ ในพืชชนิดนี้มีการผสมข้ามสายพันธุ์กันมาก ทำให้กัญชงและกัญชาแยกออกจากกันยาก ในสหรัฐอเมริกา ที่ให้ปลูกกันจะเป็นกัญชง เนื่องจากมีสารเมาปริมาณต่ำ ไม่ก่อให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ ในส่วนของมูลค่าตลาดของกัญชานั้น ในแต่ละฐานข้อมูลมีมูลค่าแตกต่างกัน อาจเนื่องด้วยคำจำกัดความของกัญชา บางฐานข้อมูลการตลาด ก็รวมกัญชง หรือ Hemp เข้าไปด้วย และยังมีประเด็นช่องทางการจำหน่ายที่ส่งผลให้มีการรายงานตัวเลขแตกต่างกัน แต่ที่แน่นอนตลาดโดยรวมมีมูลค่าสูงขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่า กัญชาสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้ โดยเฉพาะโรคที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน ข่าวเกี่ยวข้อง: ราชกิจจาฯ ประกาศ ปลดล็อกสาร “กัญชง-กัญชา” พ้นยาเสพติด ผสมอาหารได้! ภญ.ดร.ผกากรอง กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อบ่งใช้ของกัญชา ที่นำมาใช้กันมากคือ บรร
“แชมพูฟ้าทะลายโจร-น้ำยาล้างจานสูตรชาจีน” ผลิตภัณฑ์ทำเงิน ต่อยอดจากสมุนไพรครัวเรือน คุณศรีอุไร สุขสวัสดิ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีและครอบครัวชุมชนศิริโชติ สวัสดิ์กิจ วัย 65 ปี เล่าว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีและครอบครัวชุมชนศิริโชติ สวัสดิ์กิจ ก่อตั้งมาได้ 3 ปีแล้ว เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ที่ตั้งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนการรวมกลุ่มจาก ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เพื่อหางานหาอาชีพให้กับแม่บ้านและคนสูงอายุในชุมชน อีกทั้งบริเวณหมู่บ้าน มีสมุนไพรที่ชาวบ้านนิยมปลูกกันในบ้านค่อนข้างเยอะ จึงนั่งคิดกันว่า จะสามารถทำอะไรกับของที่มีเหล่านี้ได้บ้าง จึงเกิดเป็นไอเดียนำสมุนไพรเหล่านี้ มาแปรรูปเป็นของใช้ในครัวเรือน ซึ่งเป็นของที่ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วนั่นเอง “ทางกลุ่มเราเล็งเห็นช่องทางในการหารายได้จากสมุนไพรรอบตัวที่เรามี จึงช่วยกันนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน โดยผลิตภัณฑ์แรกเริ่มที่เราผลิตออกมา คือ แชมพูฟ้าทะลายโจร ซึ่งสามารถช่วยลดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ ตอนทำออกมาก็เริ่มจากใช้กันเองภายในกลุ่ม จากนั้นก็นำไปแจกคนรอบข้าง
“หรีดหนังสือ” โครงการส่งต่อโอกาส คนเป็นได้อ่าน คนตายได้บุญ ทุกวันนี้ ยังมีเด็กด้อยโอกาส หรือคนยากไร้ที่อยากได้รับการสนับสนุน ไม่ใช่แค่ปัจจัย 4 ที่ยังต้องการ แต่คนเหล่านี้ยังต้องการโอกาสทางการศึกษา หรือหนังสือดีๆ สักเล่มไว้อ่านเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง โชคดีไม่น้อยที่ยังมีคนหยิบยื่นโอกาสผ่านหลายช่องทาง “โครงการหรีดหนังสือ” เป็นหนึ่งในโอกาสที่เด็กๆ จะได้อ่านหนังสือ คุณเด่นชัย บูรณเกียรติศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สองขุน จำกัด และเจ้าของร้านดอกไม้ Le bouquet2u (เลอบูเก้ทูยู) เล่าด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองว่า หรีดหนังสือเป็นความตั้งใจของตนกับภรรยาที่เริ่มคิดค้นกันมานาน 3-4 ปี กระทั่งมีโครงการในโลกออนไลน์ซึ่งตรงกับแนวคิดของตัวเอง จึงลงชื่อร่วมโครงการ จนเวลาผ่านไป 2 ปี ถึงมีคนติดต่อกลับชวนมาร่วมโครงการหรีดหนังสือ “ผมอยู่ในวงการทำธุรกิจเกี่ยวกับความตายอยู่แล้ว คือ เปิดร้านจัดดอกไม้ และทำบริษัทอีเว้นต์ ซึ่งรับจัดงานอวมงคลเป็นส่วนใหญ่ บวกกับตัวผมและภรรยาอยากทำอะไรสักอย่างที่เป็นประโยชน์กับสังคม กับประเทศ กับเด็ก เพราะผมเป็นคนรักหนังสือมากเลยอยากให้คนยากไร้ได้อ่านหนังสือดีสักเล่ม” ในตอนแรกคุณเ
เผย 5 ปัจจัยหลัก ทำให้ Digital Transformation ขององค์กรล้มเหลว คุณณรัล ลีลามานิตย์ ตำแหน่ง Project Director ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) นำเสนอบทความที่เป็นประโยชน์น่าสนใจ สำหรับองค์กรน้อย-ใหญ่ ในยุค 4 G ไว้ดังต่อไปนี้ …………. ช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้เขียนเชื่อว่า หลายท่านคงได้ยินคำว่า Digital Transformation กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการที่ผู้เขียนและทีมฯ ได้มีโอกาสในการเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ในด้านการร่วมวางกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจรวมถึงเรื่อง Digital Transformation และได้มีโอกาศพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ได้เสนอว่า ทำไมมีแต่คนพูดถึงเรื่องจะทำ Digital Transformation มีบทความออกมามากมายทั้งในเรื่องของทำไมองค์กรต้องทำ Digital Transformation ทำ Digital Transformation แล้วดีอย่างไร แต่กลับไม่ค่อยมีใครพูดถึงว่าแล้วที่ทำ Digital Transformation ไปส่วนใหญ่มันประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวมากน้อยขนาดไหน ผู้บริหารท่านนั้น ได้เสนอว่าน่าจะม
งานสัมมนา AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค จังหวัดขอนแก่น รวบรวมองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการบริหารธุรกิจในยุค Digital Disruption จากวิทยากรนานาชาติหลากหลายอุตสาหกรรม ตลอดจนนำเอานวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองสู่ Smart City ณ รร. อวานี ขอนแก่น ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานมากกว่า 1,000 ท่าน พร้อมมุมคิด “หากต้องการพัฒนาเมือง ต้องบูรณาการข้อมูลได้จริง” นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล AIS กล่าวถึง จุดมุ่งหมายของภารกิจคิดเผื่อในครั้งนี้ว่า “เหตุผลสำคัญของการเดินหน้าขยายองค์ความรู้มาสู่ภูมิภาค ด้วย AIS Academy เชื่อมาโดยตลอดว่า ทักษะความรู้ใหม่ๆ จะมีส่วนช่วยให้คนไทยได้พัฒนาขีดความสามารถ สร้างคุณค่าใหม่ๆ จนกลายเป็นศักยภาพที่โดดเด่น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืนโดยเฉพาะทางภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น เราได้หยิบยกประเด็นที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้องค์ความรู้ที่นำมาถ่ายทอดนั้น เป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ได้มากที่สุด ประเด็นเรื่อง Smart City เป็นหนึ่งในจุดร่วมที่
ฝ่าวิกฤตข้าวเหนียวแพง! แม่ค้าใช้กลยุทธ์ ลดปริมาณแต่ราคาเดิม กันลูกค้าหนี เมื่อวันที่ 28 ส.ค. แม่ค้าร้านไก่ทอด-หมูทอด-ข้าวเหนียว เจ้าหนึ่งในตลาดประชานิเวศน์ เขตจตุจักรให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ “ข้าวเหนียวแพง” ในขณะนี้ว่า ที่ผ่านมาจะซื้อข้าวเหนียวดิบ มานึ่งขายวันละราว 10 กิโลกรัม ที่ผ่านมาราคาซื้ออยู่ที่ราวกิโลกรัมละ 30 บาท แต่ราคาซื้อล่าสุดวันนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 44 บาท ก็ต้องกัดฟันซื้อมานึ่งขายในราคาถุงละ 5 บาทเหมือนเดิม ทั้งที่ต้นทุนสูงขึ้นมาก ต้องใช้วิธีลดปริมาณข้าวเหนียวในแต่ละห่อลงบ้าง แม่ค้าท่านเดิม บอกต่อว่า ยังจะขายข้าวเหนียวนึ่งทั้งขาว-ดำ ราคาห่อละ 5 บาท เหมือนเดิม แต่ขอดู “ท่าที” เพื่อนร่วมอาชีพในตลาดเดียวกันก่อน ถ้าทุกคนพร้อมใจพากันขึ้นราคาขายห่อละ 10 บาท ก็คงต้องขึ้นตาม แต่ระหว่างนี้ขอใช้วิธี คงราคาขายเดิมแต่ลดปริมาณข้าวแต่ละถุงไปก่อน เพราะต้องการรักษาลูกค้าประจำไว้ให้ได้นานที่สุด “ลูกค้ายังไม่ลดลง มีบ้างที่บางคนต่อว่าทำไมให้น้อยจัง แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันถามไถ่ ทำไมยังขายราคาเดิมอยู่ได้ เราก็อธิบายกันไป” แม่ค้าท่านเดิม เล่า ก่อนถอนหายใจเบาๆ
“ปลาไหลเผือก” ฉายา โสมมาเลย์ เพิ่มความอึดเพศชาย ขายถล่มในอะเมซอน จากการประชุมวิชาการมหกรรมสุขภาพอาเซียน หรือ ASEAN Health Wisdom Conference 2019 ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยปีนี้มี 8 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมา และไทย โดยแต่ละประเทศได้นำนวัตกรรมดูแลสุขภาพตามปรัชญาตะวันออกมาจัดแสดง นอกจากนี้ยังรวมนักวิชาการจากทั้ง 8 ประเทศมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ครั้งยิ่งใหญ่ ดร.แอนนี่ จอร์ช (Annie George หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ บริษัทไบโอทรอพิคส์ เมืองเบอฮัต ประเทศมาเลเซีย (Head of Science Office Bio Tropics Malaysia Berhad) กล่าวในช่วงของการประชุมวิชาการอาเซียน ถึงคุณสมบัติของ ตงกัต-อาลี หรือที่รู้จักในชื่อภาษาไทยว่า โสมมาเลย์ หรือ ปลาไหลเผือก ว่า ตงกัต-อาลี พบมากในมาเลเซีย เวียดนาม ชวา สุมาตรา ไทย และ บอร์เนียว โดยบริษัทได้นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อการค้าว่า Physta (ฟิสต้า) ซึ่งมีความร่วมมือในการวิจัยระหว่างสถาบันเอ็มไอทีกับรัฐมาเลเซีย จดทะเบียนสิทธิบัตรระดับโลกและสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกา มีสรรพ
