Exclusive
เปิดเทคนิค จัดแต่งจานอาหารยังไงให้สวยมัดใจลูกค้า เพราะสมัยนี้อาหารทุกจานต้อง “แต่งให้สวย” กันสุดฤทธิ์ เนื่องจากค่านิยม “แชะก่อนกิน” นั้นมาแรง จัดเป็นสิ่งที่ต้องทำอันดับ 1 ของคนยุคปัจจุบัน ก่อนจะกินอาหารทุกครั้งในร้านอาหาร ต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปอาหาร หลายคนลงทุนซื้อกล้องราคาแพงเพื่อการนี้ ถ่ายเสร็จรีบแชร์ขึ้นออนไลน์ อวดเพื่อนฝูงได้มากินของอร่อยจานสวยแล้วน้า คนยุคนี้จึงตามตัวกันง่าย อยู่ที่ไหนตอนไหนรู้หมด อาหารในร้านอาหารต่างๆ จึงต้องคิดวิธี “แต่งสวย” กันสุดฤทธิ์ วิชาจัดแต่งจานที่เมื่อก่อน จำกัดอยู่แค่ในแวดวงเชฟโรงแรมกับในรั้วการศึกษาเลยออกมาแพร่หลายขึ้นในวงการร้านอาหาร ร้านไหนจัดจานได้สวยปิ๊งชวนคนมา “เช็กอิน” กันได้มากๆ ยิ่งเป็นการเชิญชวนแขกมาเข้าร้านตัวเองได้มากขึ้น บางร้านแต่งได้สวยมากจนไม่อยากกิน บางร้านคิดว่าแต่งได้สวยจนไม่อยากกินเช่นกันเพราะกินไม่ลง เผอิญผมและทีมงานโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ได้รับคำเชิญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการอบรมอาจารย์และบุคลากรภาควิชาคหกรรมศาสตร์ การโรงแรม การท่องเที่ยว วิชาการจัดแต่งอาหาร หรือ อาหารสมัยใหม่ เป็นโครง
ธนาคารบังกลาเทศ “กรามีน แบงก์” ชูแนวคิด คนยากจนมองเห็นแสงสว่างจากตัวเอง อุปสรรคสำคัญของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยคือ “เงินทุน” เพราะหากไม่มีเงินทุนก้อนแรกในการประกอบอาชีพ เขาก็ไม่รู้จะค้าขายอะไร แม้บางคนอาจเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ก่อน เช่น ขายข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอย, ขายปาท่องโก๋, ขายน้ำเต้าหู้ หรืออะไรต่อมิอะไรมากมายที่พอจะเลี้ยงตัวได้ แต่กระนั้น เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศฝืดเคือง มีคนขายมากกว่าคนซื้อ จึงทำให้รายได้ของพวกเขาค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนบางรายต้องปิดร้านม้วนเสื่อกลับบ้านนอกเพื่อไปทำนา ทำไร่ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยอื่นๆ ต่างหันไปกู้เงินนอกระบบ แม้จะรู้โดยสัญชาตญาณว่าดอกเบี้ยแพงมหาโหด แต่เขาจำเป็นต้องกู้ เพราะไม่เช่นนั้นไม่รู้จะประกอบอาชีพอย่างไรต่อ ไหนลูกจะต้องกินต้องใช้ ต้องไปโรงเรียน และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกจิปาถะ สำคัญไปกว่านั้น เหตุผลที่พวกเขาจำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบ เพราะไม่มีรายได้เป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่ได้ทำงานบริษัทห้างร้าน ไม่มีสลิปเงินเดือน และไม่มีใครค้ำประกันเงินกู้ได้ ครั้นจะขอกู้เงินจากแบงก์รัฐ และแบงก์พาณิชย์ก็ทำไม่ได้อีก เพราะไม่มีเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น จนทำให้ชีวิ
ทำใหญ่เกินตัว-ทุนไม่หนาพอ-ลูกค้าไม่ได้ตามเป้า บทสรุปก่อนปิดฉาก “แหลมเกต” เป็นเรื่องที่ไม่เกินคาดหมายนัก หลังมีข่าวแจ้งว่าเมื่อเร็วๆ นี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุม “โจม พารณจุลกะ” หรือชื่อเดิม “โค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์” ผู้บริหารบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด เจ้าของกิจการร้านอาหารสไตล์ “บุฟเฟ่ต์ ซีฟู้ด” ชื่อดัง “แหลมเกต อินฟินิท” ในข้อหาร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิดคุณภาพ ปริมาณในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยข้อกล่าวหาดังกล่าว เริ่มต้นจาก “แหลมเกต อินฟินิท” มีการขายบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลโปรโมชั่นราคาถูก แต่เมื่อผู้ที่ซื้อโปรโมชั่นไปกินจริงๆ อาหารและการบริการไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากไหว อาหารคุณภาพต่ำ จนต้องระงับบริการ ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการขายโปรโมชั่นล่วงหน้าไปแล้วจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องคืนเงินส่วนดังกล่าวให้กับผู้ซื้อ ต่อมาพบว่า ร้านได้ปิดตัวลงอย่างเงียบๆ โดยอ้าง กำลังปรับปรุงแต่กลับกลายเป็นปิดถาวร อีกทั้งต่อมามีแม่ค้าส่งอาหารทะเล ออกมาระบุได้รับผลกระทบจาก “แหลมเกต อินฟินิท” ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากเช็คที่สั่งจ่ายค
นับจากที่รัฐบาลนำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้ามาบริหารประเทศพร้อมประกาศกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้แรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจทั้งจากภายในประเทศและทั่วโลก หน่วยงานต่างๆ ภาครัฐได้ทุ่มสรรพกำลังเป็นกลไกผลักดันเป้าหมายที่รัฐบาลได้มุ่งหวังไว้ เช่นเดียวกับธนาคารออมสิน ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของรัฐบาลในการร่วมขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและประสบคามสำเร็จตามนโยบายของรัฐบาล ได้ออกมาตรการชุดใหญ่ผ่านการปล่อยสินเชื่อ ในเงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษสุด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และอีกมาตรการเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระดับท้องถิ่น คือพักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี ให้กองทุนหมู่บ้าน โดยเตรียมวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ไว้ถึง 104,500 ล้านบาท “เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐได้เร่งดำเนินการภายใต้นโยบาย “ประชารัฐสร้างไทย” กระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งได้จัดวงเงินสินเชื่อเงื่
ใช้ชีวิตลำพัง-เทรนด์ชาวญี่ปุ่น! ร้านรวงแห่เปิดมุมต้อนรับ “ลูกค้ามาคนเดียว” คนจำนวนมากอาจรู้สึกเขินเวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกตามลำพัง มักจะมีคำถามผุดในหัวว่า ดูหนังหรือนั่งกินข้าวคนเดียวดูแปลกไปไหม แถมร้านบุฟเฟ่ต์บางแห่งก็คิดเงินเพิ่มถ้าไม่มีใครมาด้วย แต่ทุกวันนี้ เราไม่อาจหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตแบบเดี่ยวๆ ได้อีกแล้ว เพราะจำนวนคนโสดที่เพิ่มขึ้น อัตราการเกิดลดลง ไหนจะไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ผู้คนอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่กับครอบครัว ทำให้ร้านค้าจำนวนไม่น้อยหันมาอ้าแขนรับผู้บริโภคแบบมาลำพัง “คาราโอเกะ กัง” ในย่านชิมบาชิของกรุงโตเกียว เปิดมุมให้บริการลูกค้ามาเดี่ยวโดยเฉพาะ ใครจะร้องเพราะ ร้องเพี้ยน ก็ตะโกนไปให้สาแก่ใจ เพราะไม่มีใครได้ยิน และไม่ต้องเขินคนที่มาด้วย “มาซาคิ คิตะโคกะ” วัย 33 ปี มาใช้บริการที่นี่บ่อยครั้ง เขาจะเข้าไปในบู๊ธเล็กๆ ที่มีโต๊ะกับเก้าอี้อย่างละตัว และร้องเพลงที่ตัวเองชอบยาวๆ ไป 90 นาที เว็บไซต์เจแปน ไทมส์ ระบุว่า “คิตะโคกะ” เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนเทรนด์การทำกิจกรรมตามลำพัง หรือที่เรียกว่า “โอฮิโตริซามะ” ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประเมินกันว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือนในญี่ปุ่น
ชีวิตเหมือนนิยาย! “ชายสี่หมี่เกี๊ยว” ลูกชาวนาร้อยเอ็ด รับจ้างสารพัด รปภ.ทำมาแล้ว คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้ง บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์บะหมี่เกี๊ยวริมทางแบรนด์ดัง “ชายสี่” ที่ปัจจุบันมีรถเข็นคู่ค้า กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 3,700 สาขา ล่าสุด ยังมีการขยายธุรกิจ แตกไลน์สินค้าออกเป็นแฟรนไชส์อีกหลายรูปแบบ นับแต่ “พันปีบะหมี่เป็ดย่าง” “บะหมี่ไก่ ข้าวมันไก่” และ “ชายสี่ คอร์นเนอร์” ที่หวังเจาะลูกค้ากลุ่มกลาง-บน บุกทำเลคอมมูนิตี้มอลล์ และปั๊มน้ำมัน แม้ปัจจุบัน หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบเศษ ชาวร้อยเอ็ดผู้นี้ จะมีธุรกิจใหญ่โตระดับประเทศ แต่กว่าเขาจะก้าวมาถึงจุดมั่นคงแข็งแรง ระดับ “หลายร้อยล้าน” ได้อย่างที่เห็น บอกเลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ “เรียน กศน. จบ ม.6 ตอนอายุ 41 ปี ทำนามาตั้งแต่จำความได้ ทำมาแล้วสารพัดอาชีพ ทั้งรับจ้างเก็บฝ้าย รับจ้างเก็บพริก เป็นลูกจ้างโรงกลึง รับจ้างทำงานบ้าน เป็น รปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม” คุณพันธ์รบ ย้อนประวัติโดยย่อ ก่อนบอกต่อ เริ่มต้นอาชีพเป็นพ่อค้าขายบะหมี่-เกี๊ยว ช่วงปี 2535-2537 โดยยึดทำเลย่านลำลูกกา ปทุมธานี ปรากฏขายดีตั้งแต่เริ่ม ลูกค้าอุดหนุน
สู้ไม่ถอย ! ทายาทพันล้าน ชีวิตพลิกผัน หันขายข้าวแกงปักษ์ใต้ จากชีวิตที่พลิกผันของ คุณสมชาย ศรีสกุลภิญโญ ผู้ก่อตั้งบริษัท สตาร์มาร์ค เมนูแฟคเชอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตชุดครัวไฟเบอร์กลาสแห่งแรกของเอเชีย แต่เกิดความไม่ลงตัวในธุรกิจ มีเหตุให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ จนนำไปสู่การฟ้องร้องถึง 13 คดี จนถึงวันนี้ก็ยังต้องขึ้นศาลอย่างต่อเนื่อง ทรัพย์สิน เงินทองที่สะสมมาก็นำไปใช้จ่ายในคดีความเป็นส่วนใหญ่ คุณสมชาย และครอบครัว จึงหันไปขายราดหน้า ซึ่งตัวเองได้คิดสูตรเฉพาะขึ้นมา จากการพัฒนาฝีมือยาวนานถึง 20 ปี และแม้ว่าจะเปิดให้บริการเพียงไม่นาน แต่ปรากฏได้รับความสนใจ มีคนแห่ไปอุดหนุนกันอย่างเนืองแน่น อีกฟากหนึ่งของ คุณกอล์ฟ-เดชนันท์ ศรีสกุลภิญโญ ลูกชายคนโตของคุณสมชาย ในจำนวนพี่น้อง 5 คน ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากคดีความ และถูกเลิกจ้างออกจากบริษัท ซึ่งที่ผ่านมาเขาตัดสินใจฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยจากการถูกเลิกจ้าง แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับ เพราะล่าสุดกรมบังคับคดี ได้อายัดเงินในบริษัทไว้ ที่ปรากฏว่ามีเงินสดคงเหลือเพียง 6,000 กว่าบาท และจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินชดเชย จึงต้องใช้เงินเก็บส่วนตัว ที่เก
อาชีพเปลี่ยนแปลง คนทั่วโลกเรียนรู้ภาษาเดียวกัน ผ่านโทรศัพท์เครื่องเดียว! ทุกวันนี้ แม้อาชีพการงานจะปรับเปลี่ยนไปมาก ทั้งจากพื้นวิชาความรู้จากที่เคยร่ำเรียนมาแต่เดิม ทั้งที่มีความรู้ใหม่เพิ่มเติมเข้ามา โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มขยายตัวขึ้น ผู้ที่เพิ่มพูนความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ของตนให้เข้ากับยุคสมัย ยิ่งมีโอกาสเพิ่มพูนรายได้จากวิชาการก้าวหน้านั้นขึ้นอีก หรืออาจปรับเปลี่ยนหน้าที่การงานจากสายงานเดิมไปสู่สายงานใหม่ที่ใช้ทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ดี ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ในระบบใหม่เป็นไปด้วยดี ขณะที่ทุกวันนี้ ความคิดการปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่เข้ามามีส่วนทำให้การทำงานมีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น การขายอาหารที่มีระบบการจัดส่งถึงที่ถึงปากผู้บริโภค ทำให้มีการเพิ่มมูลค่าขึ้นมาอีกอย่างน้อย 20-30 เปอร์เซ็นต์ หรือ อาชีพขับแท็กซี่เดิม รับส่งผู้โดยสารที่ต้องตะลอนไปตามถนน ปรับเปลี่ยนมาเป็นเข้าสู่การเรียกผ่านระบบบริษัท ซึ่งรัฐมนตรีหาเสียงไว้พยายามให้เป็นการถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับการจัดส่งอาหาร หรือแม้แต่แท็กซี่บางคัน อาจปรับเปลี่ยนเป็นกลุ่มรับส่งผู้โดยสารสูงอายุ รับส่งผู้ป่วยจากบ้า
“GETAWAY” ที่นั่งทำงาน-อ่านหนังสือ ย่านสยาม ราคานักศึกษาเริ่มต้นชั่วโมงละ 40 บาท เดินช็อปปิ้งเหนื่อยๆ เมื่อยขา หรือง่วงนอน แต่ไม่อยากกลับบ้าน เรามีสถานที่แนะนำ “Getaway” Co-working space เล็กๆ ย่านสยาม ราคานักศึกษา เริ่มต้น 40/คน/ชั่วโมง สำหรับใครที่สงสัยว่า Co-working space คืออะไร มันคือพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ สอนพิเศษ เล่นมือถือชิลๆ ติวกลุ่มเพื่อน นอนพัก นั่งทำงานฟรีแลนซ์ หรือประชุมงาน นั่นเอง ช่วงสายของวันศุกร์สุดสัปดาห์ ลองแวะมานั่ง “GETAWAY” Co-working space อยู่แถวๆ สยามสแควร์ ซอย 8 ข้างตึกสยามกิตติ์ (ติด Dog Cafe) พนักงานต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมติดต่อจองห้องได้ทันที ช่วงเวลาที่มาคนยังไม่ค่อยเยอะมาก เลยเลือกนั่งแบบห้อง Common Room ชั้น 2 พื้นที่โล่งสว่างสบายตา มีที่นั่งแบบรวม และแบบนั่งไม่เกินสามคน สามารถนั่งได้คนเดียวและเป็นกลุ่ม จะนั่งชิลๆ ฟังเพลง หรือนั่งทำงานได้ก็ตามสบาย เริ่มต้นที่ 40 บาท/คน/ชม. หรือจะนั่งยาวๆ เหมา 200 บาท/คน/วัน ไปเลย เดินขึ้นมาชั้น 3 เป็นห้อง Private Room เหมาะสำหรับคนต้องการความสงบ และอยากนั่งแบบส่วนตัวๆ มีห้องให้เลือก 3 แบบ เริ่มจากห้องสำ
มูลนิธิศุภนิมิตฯ จับมือ SME D Bank ปั้นเยาวชนกลุ่มเปราะบาง สู่ SMEs หน้าใหม่ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดย ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย คุณพงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ SME D Bank ลงนามความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรปั้นเยาวชนกลุ่มเปราะบางก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ SMEs หน้าใหม่ที่มีศักยภาพ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน รวมถึงสนับสนุนทีมวิทยากรและที่ปรึกษาเฉพาะด้านถ่ายทอดความรู้การทำธุรกิจแบบมืออาชีพ พร้อมมอบทุนเริ่มต้นธุรกิจ ดร.สราวุธ กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินโครงการพัฒนาหลักสูตรส่งเสริม “เยาวชนเป็นผู้ประกอบการ SMEs” เพื่อเตรียมพร้อม เพิ่มศักยภาพ และปลดล็อกข้อจำกัดให้เยาวชนกลุ่มเปราะบางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล อายุระหว่าง 16-25 ปี ที่เข้าร่วมโครงการเสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มีแนวโน้มอาจไม่ได้ศึกษาต่อ เป็นแรงงานไร้ทักษะ ตกงาน หรือขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้ได้รั
