Exclusive
แล่โชว์ “จระเข้ย่างทั้งตัว” น่ากลัว/น่ากิน นานาจิตตัง ต่างชาติชอบใจ คนไทยไม่(ค่อย)เก็ต ถึงแม้ว่า “จระเข้” นักล่าแห่งลุ่มน้ำจืด จะมีหน้าตาน่ากลัวและท่าทางดุร้าย แต่ไม่วายถูกจับมารังสรรค์ ทำเป็นอาหารชวนรับประทานหลากหลายเมนู และวันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาทุกท่าน มาเปิดประสบการณ์กับ “Crocodile Grill” ที่ย่างทั้งตัว แถมมีแล่โชว์ให้เห็นกันจะจะ Bang Croc Grill (แบง คร็อค กริล) สาขาเอเชียทีค ที่หน้าร้าน มี “จระเข้เสียบไม้” ตัวเบ้อเร่อ ตั้งอยู่บนเตาย่าง เด่นหรา เรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี ส่วนเจ้าของกิจการนี้ มี คุณนวปฎล ขันตี และ คุณอภิมุข สังข์วิชัย ช่วยกันดูแล คุณนวปฎล เผยถึงที่มาที่ไปให้ฟังว่า แบง คร็อค กริล เปิดครั้งแรก เมื่อราว 5 เดือนที่แล้ว ซึ่งเดิมเขาทำฟาร์มจระเข้มาก่อน และต่อยอดธุรกิจมาทำกระเป๋าหนังจระเข้ ซึ่งในการทำจะใช้แค่ส่วนหนังเท่านั้น เมื่อเหลือลำตัวของจระเข้ ความคิดที่จะใช้ส่วนนั้นให้เป็นประโยชน์ก็ผุดขึ้นมา ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจเปิดร้าน “จระเข้ย่าง” โดยจระเข้ที่นำมาเป็นวัตถุดิบมาจากฟาร์มที่ทำอยู่ สำหรับจุดเด่นของร้าน นอกจากการย่างเนื้
อยากได้แบบไหนไปบอกรัก! กุหลาบไทย หรือ กุหลาบจีน แม่ค้าตัวจริงแนะวิธีสังเกต เทศกาลแห่งความรัก “วันวาเลนไทน์” แม้จะเป็นความเชื่อของฝรั่งมังค่า แต่ว่าคนไทยรับมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตกันนานแล้ว โดยมีสื่อกลางบอกแทนความรัก ด้วยการมอบ “ดอกกุหลาบ” ให้กันอย่างกว้างขวาง ที่ผ่านมา “กุหลาบเนเธอร์แลนด์” เคยเป็นตัวเลือกอันดับต้น ของคนชอบของเกรดนอก แต่ปัจจุบันลดความนิยมลงไปมาก เนื่องจากมีทั้งกุหลาบไทย และ กุหลาบจีน เข้ามาเป็นตัวเลือก ด้วยคุณสมบัติ ดอก-กลีบ ค่อนข้างใหญ่ ไม่ช้ำง่าย ก้านยาว มีหนาม แต่ราคาขายถูกกว่าไม้ดอกจากยุโรปหลายเท่าตัว ส่งผลให้ กุหลาบไทย และ กุหลาบจีน ได้รับความนิยมมากขึ้น มาวันนี้ ไปทางไหน แม่ค้าดอกไม้ มักให้ข้อมูลกับลูกค้า มีกุหลาบไทยกับกุหลาบจีนให้เลือก ซึ่งราคาขายต่างกันไม่มาก หากอยู่ในกลุ่มราคาเดียวกัน กุหลาบไทยจะดอกเล็กกว่ากุหลาบจากจีนนิดหน่อย และก้านสั้นกว่า แถมไม่มีหนาม พอถาม…แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่ากุหลาบอันไหนของไทยหรือของจีน เพราะต่างก็ถูกห่อไว้ด้วยกระดาษแน่นหนา แม่ค้าท่านเดิม ยิ้มมุมปาก ก่อนเฉลย “กุหลาบไทย จะห่อด้วยหนังสือพิมพ์ไทย ส่วนกุหลาบจากจีนจะ
ผู้ประกอบการเผย ยอดขาย “ปลากัด” พุ่ง! คนไทยแห่ซื้อ หลังถูกจัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เป็นเรื่องราวดีๆ ของวงการปลาไทย หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวประกาศให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ด้วยเอกลักษณ์และความโดดเด่นของปลากัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นเจ้าของ และยังเป็นสัตว์น้ำที่ช่วยส่งเสริมด้านพาณิชย์และเศรษฐกิจอีกด้วย เส้นทางเศรษฐีสอบถามไปยังร้านปลากัดถึงข่าวน่ายินดี โดยมี คุณจิ๋ว-ณภัทร ตาณธนพนธ์ และ คุณหน่อย-รมิดา ตาณธนพนธ์ เจ้าของกิจการขายปลากัดออนไลน์ “Bettaberry Thailand” (เบตต้าเบอร์รี่ ไทยแลนด์) ให้ข้อมูลว่า ทางร้านยินดีมากที่ ครม. ประกาศให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ หลังมีข่าวออก ลูกค้าเริ่มเข้ามาติดต่อสอบถามอยากนำไปเลี้ยง มีความสนใจมากขึ้นว่า ปลากัดมีลักษณะอย่างไร มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และสวยงามขนาดไหน ทำไมจึงถูกยกให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เชื่อว่าตลาดปลากัดจะมีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนยอดขายถ้าทำแบรนด์มาค่อนข้างดีแน่นอนว่ายอดขายย่อมดีตาม “การที่รัฐบาลผลักดันให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ใน
“ปาท่องโก๋ชาโคล” ไอเดียหนุ่มวิศวฯเคมี ขายดิบขายดี เรียกลูกค้าต่อคิวได้แทบทุกงาน เปิดตัวแบบบไม่มีหน้าร้าน อาศัยการออกบู๊ธตามอีเวนต์ต่างๆ แต่กระแสตอบรับดีใช่เล่น สำหรับ “ปาท่องโก๋วิศวะ” ผู้ลิตและจำหน่าย ปาท่องโก๋สูตรแป้งธรรมดาและสูตรแป้งผสมผงชาโคล ทอดแล้วนำมาปิ้งอีกที เพื่อไล่น้ำมันกันเลี่ยน ก่อนราดด้วยท็อปปิ้งรสชาติหลากหลาย มี คุณนุก – พงษ์ปกรณ์ จูปั้น เป็นเจ้าของกิจการ เริ่มต้นให้ฟัง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เมื่อสมัยเรียนอยากทำงานประจำตามโรงงาน แต่พอได้ฝึกงานจริงกลับพบว่าเรื่องค่าตอบแทนของอาชีพวิศวฯเคมีนั้น อาจดีในระยะแรก แต่พอทำไปนานๆเงินเดือนถึงเพดานตันจนต้องย้ายหาที่ทำใหม่ และถึงแม้จะเป็นงานที่มีเงินเดือนประจำ แต่ไม่มีความมั่นคงอะไร เพราะบริษัทจะให้ออกเมื่อไหร่ก็ได้ จึงเกิดความคิดอยากค้าขาย เพราะถ้าจับจุดกลุ่มลูกค้าได้ถูก ย่อมมีโอกาสเติบโตเร็วกว่าบรรดามนุษย์เงินเดือน เลยเริ่มต้นจากการค้าขายสินค้าออนไลน์ ก่อนมาถึงทอดปาท่องโก๋ขายหน้าบ้าน “คุณพ่อของผม เป็นคนชอบทานปาท่องโก๋ ช่วงว่างชอบหาสูตรมาลองทำเล่น แตไม่สำเร็จ เลยไ
นับถือใจคุณยาย! นั่งรถไฟขึ้นล่อง นครสวรรค์-กรุงเทพฯ ตั้งแผงขายของ ไม่มีวันหยุด ได้ข้อมูลแนะนำจากแหล่งข่าวท่านหนึ่ง อยากให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพูดคุยกับแม่ค้าวัยเกือบแปดสิบ ที่ยังกระฉับกระเฉงมีเรี่ยวแรงมาตั้งแผงขายของแถวซอยอารีย์ ริมถนนพหลโยธินขาออก ก่อนสิบเอ็ดโมงวันก่อน จึงไปตามเบาะแสที่แจ้งมา เดินวนมองหาอยู่หลายเที่ยว ยังไม่เห็นวี่แวว เลยเปิดภาพในไลน์กลุ่มให้พ่อค้ารถเข็นขายผลไม้ในละแวกดู ก่อนถามไถ่… รู้จักคุณยายคนนี้มั้ย “รู้สิ ขายของอยู่แถวนี้แหละ แต่ยังมาไม่ถึง….เอ๊า นั่นไง นั่นไงมาแล้ว แหมมม! ยายนี่มีแฟนคลับมาตามหาด้วยนะ” คู่สนทนาท่านเดิม ให้ข้อมูลด้วยน้ำเสียงร่าเริง มองตามรถตุ๊กๆ ที่คุณยายโดยสารมา คะเนด้วยสายตาคร่าวๆ บรรดาสัมภาระ ซึ่งประกอบด้วย พืชผัก ผลไม้ ถุงใหญ่หลายถุง น้ำหนักรวมๆ กันแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 กิโล ใช้เวลาขนของลงจากรถ ตั้งเก้าอี้ วางกระจาด จัดสินค้าบนแผงอยู่พักใหญ่ โดยมีพ่อค้าแม่ขายร้านค้าใกล้ๆกัน มาช่วยจัดอีกแรง นั่งพักแหนื่อยอยู่ครู่หนึ่ง คุณยาย จึงสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยสีหน้ายิ้มแย้มใจดี “ชื่อ จำปี นามสกุลตัว-บุญรักษา นามสกุลแฟน-เปรมปรีดิ์ ปัจ
สาวออฟฟิศถูกเลิกจ้างในวัยกลางคน หันคุมก่อสร้าง-ทำสวน มีทุนอีกนิดคิดเปิด “ร้านขนมจีนโคตรผัก” … ยุคเศรษฐกิจย่ำแย่ หลายบริษัท-ห้างร้าน ต่างออกมาตรการประหยัดกันสารพัด “การยุบแผนก” เพื่อลดจำนวนพนักงาน คือ วิธีการลดต้นทุน ที่ไม่มีใครอยากเห็น แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากใครโดน “แจ๊กพ็อต” ย่อมต้องดิ้นรนมองทางเลือกเพื่อหาทางรอดกันไป ตามกำลังและความสามารถที่มีอยู่เป็นทุนดั้งเดิม ย้อนกลับไปเมื่อราวปี 2558 คุณเอีย-อารีย์ เพ็งสุทธิ์ คือ “มนุษย์ออฟฟิศ” วัย 40 ปลายๆ ที่มีอันต้องถูกเลิกจ้างจากตำแหน่งผู้บริหาร ระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกคอร์ปอเรต มาร์เก็ตติ้ง ของบริษัทประกันในเครือธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งช่วงเวลานั้น เธอมีรายรับเป็นเงินเดือนประจำถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว “ตอนออกมาได้ทุนมาก้อนหนึ่ง น้องๆ ที่อายุยังน้อยพากันไปหางานใหม่ ส่วนตัวเองอายุขนาดนี้ ฐานเงินเดือนเท่านี้ หางานใหม่คงลำบาก แม้จะไปสมัครงานใหม่ไว้ แต่เริ่มคิดอยากทำธุรกิจของตัวเองแล้ว” คุณเอีย เริ่มต้นบทสนทนา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เป็นกันเอง ก่อนเล่าต่อ ช่วงแรกยังไม่รู้จะเริ่มต้นอาชีพอิสระในแบบของตัวเองอย่างไรดี แต
จากแม่ค้าขายไข่-ก่อนได้เป็นไกด์ตามฝัน สู่เจ้าของ “นารายา” สินค้าขายดีทั่วโลก “We never negociate our quality -เราไม่เคยขอต่อรองเรื่องคุณภาพ สิ่งนี้คือคติประจำใจในการทำธุรกิจตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงทุกวันนี้” คุณวาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด วัยหกสิบกว่า เจ้าของสินค้า แบรนด์ Naraya-นารายา ผลิตภัณฑ์งานฝีมือทำจากผ้ากว่าหนึ่งหมื่นแบบ ซึ่งว่ากันว่าใครมาเที่ยวเมืองไทย ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ของเธอติดไม้ติดมือกลับไป ไม่อย่างนั้นอาจมาไม่ถึง เริ่มต้นให้ฟัง ก่อนย้อนเรื่องราวส่วนตัวในอดีตให้ฟังด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี บ้านของเธอเป็นครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ที่ไม่ให้ลูกสาวเรียนหนังสือเยอะ ตัวเองจบแค่ ป.สี่ ก็ต้องออกจากโรงเรียนไปขายของที่ตลาดประตูน้ำ “เป็นแม่ค้าขายไข่ไก่ ไข่เค็ม ขายถุงพลาสติก อยู่ที่ประตูน้ำนานยี่สิบปี ใจจริงไม่อยากขายของ ไม่ชอบบรรยากาศในตลาด อยากเรียนหนังสือมากกว่า แต่ตอนนั้นเลือกไม่ได้ เลยพยายามหาเวลาไปเรียนช่วงกลางคืน จนได้เทียบวุฒิมัธยมฯ พอคุณแม่เสีย เลยตัดสินใจไม่เป็นแม่ค้าประตูน้ำอีกแล้ว” คุณวาสนา ย้อนความทรงจำ และเผยถึงอาชีพที่ใฝ่ฝัน อย
หวังล้างหนี้ให้ครอบครัว! รอนแรมไปขายแรงที่ญี่ปุ่น ทำงานหนักสารพัด กว่าจะได้เป็นเจ้าของ “ปิ้งย่าง”แบรนด์ดัง จากสาขาแรกจนถึงปัจจุบันมาได้กว่า 20 ปีแล้ว สำหรับ “ยากินิกุ” หรือร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น แบรนด์ดังอย่าง “ไจแอนท์ส” ซึ่งก่อนหน้านี้เคยสร้างปรากฏการณ์ “ลูกค้าคอยคิว” จนนึกว่าแจกฟรี เรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการร้านอาหารมาแล้ว ทำให้หลายคนนึกสงสัย นักลงทุนต่างชาติ เข้ามาโกยกำไรเข้าประเทศตัวเองอีกแล้วหรือนี่ แต่ข้อเท็จจริงในประเด็นดังว่าก็คือ เจ้าของกิจการ “ขายดิบขายดี” เจ้านี้ไม่ใช่กลุ่มทุนใหญ่โตอะไร เป็นเพียงครอบครัวไทยเชื้อสายจีนไหหลำ หัวหน้าครอบครัวมีอาชีพหลักเริ่มต้นจากกรรมกรแบกไม้ ขณะที่ “ลูกชายคนโต” อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง หวังสร้างรายได้มากพอจะ “ล้างหนี้” ให้กับครอบครัวได้…ก็เท่านั้น คุณหนึ่ง-หนึ่งฤทัย ตวงโชคดี เจ้าของกิจการ พื้นเพเกิดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แนะนำตัวให้รู้จัก เรียนจบระดับ ปวช. ก่อนหน้านี้เคยทำงานมาแล้วสารพัด ทั้งเป็นเจ้าหน้าที่รถขนเงินของธนาคาร ขายประกัน ทำงานบริษัทก่อสร้าง ทำงานบริษัททางด่วน ฯลฯ สาเหตุที่เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ เพราะอยากค้นหาว่าชอบงานอะ
ตกใจ-ชื่นชม-คาดหวัง หลากอารมณ์คนค้าขาย/วินมอไซค์ แถมมั่นใจ “เศรษฐกิจดีขึ้นแน่นอน“ จากกรณีพรรคไทยรักษาชาติ ได้ยื่นพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคไทยรักษาชาติ ต่อ กกต.ไปเมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 8 ก.พ. “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ขาย และวินมอเตอร์ไซค์ เกี่ยวกับความรู้สึกต่อข่าวดังกล่าว คุณสิทธิพล ศรีประเสริฐ คนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กล่าวว่า “เห็นด้วยที่พระองค์ลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีความเป็นกลางไม่คานอำนาจฝ่ายใด เศรษฐกิจดีขึ้นแน่นอน จากมุมมองของคนที่ประกอบอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ ประชาชนมีฐานกำลังซื้อน้อยลง ไม่คึกคักเหมือนก่อนทำรัฐประหาร ช่วงปีแรกก็เหมือนจะดีแต่กลับกลายเป็นว่าแย่ลงเรื่อย ๆ เพราะไม่มีนโยบายมาซัพพอร์ตชนชั้นกลางเช่นเรา การลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีของพระองค์ท่าน ทำให้สนามการเมืองไทยเห็นภาพว่าประชาชนไม่พอใจการบริหารงานของนายกฯ คนปัจจุบัน และรู้สึกนับถือในตัวพระองค์อยู่แล้วจากการปฏิบัติงาน ฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ความจริงไม่จำเป็นต้องลงมาสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีก็
คาร์แคร์แฮปปี้ยอดพุ่ง รับอานิสงส์ฝุ่น PM 2.5 กระทบจากพิษฝุ่น PM 2.5 กันไปถ้วนหน้า แต่ก็ยังมีธุรกิจที่ได้รับอานิสงค์จากวิกฤตครั้งนี้ นั่นคือ ร้านล้างรถ หรือคาร์แคร์ Trinity motors ร้านล้างรถย่านเจริญกรุง ที่มียอดใช้บริการเพิ่มขึ้น เพราะฝุ่นเกาะรถจนล้างกันไม่หวาดไม่ไหว คุณพลวัต วิชยาทร หรือคุณเป้ วัย 33 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า เปิดร้าน 4-5 ปีแล้ว ให้บริการครบวงจรเกี่ยวกับรถยนต์ ลูกค้ามีทั้งขาประจำและขาจร แต่หลังจากประสบปัญหาภาวะฝุ่น PM 2.5 ยอดผู้ใช้บริการสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยบริการล้างรถ มียอดผู้ใช้บริการสูงถึงวันละ 40 คัน โดยเฉพาะจากบรรดาขาจรทั้งหลาย คุณเป้ให้เหตุผลว่า “สาเหตุที่มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เพราะยิ่งฝุ่นมากเท่าไหร่ ก็จะมีฝุ่นเกาะตัวรถเยอะมากขึ้นเท่านั้น ใช้รถแค่ครู่เดียว ฝุ่นก็เกาะแล้ว คนที่เขารักรถจริง ๆ จะไม่ยอมให้รถตัวเองเปื้อนตลอดเวลา”
