Exclusive
“เส้นทางเศรษฐี” บังเอิญเห็นขนมเข่งหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโซเชียล โดยใช้ชื่อว่า “ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน ชุดห้าราชวงศ์” เป็นขนมเข่งที่มี 5 สีใน 1 กล่อง แหล่งผลิตอยู่ที่ “ร้านเจริญพร” ตลาดบางบัวทอง คุณนรินทร์ วัย 72 ปี และ คุณเงินยวง รัตนรงคาภรณ์ วัย 60 ปี ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการทำขนมเข่งสีสันแปลกตานี้ให้ฟังว่า ที่มาที่ไปเริ่มมาจาก “ทำไหว้ ทำกิน ทำแจก แล้วจึงมาทำขาย” ก่อนที่จะมาทำขนมเข่งขาย อาชีพหลักของคุณนรินทร์กับคุณเงินยวง คือการขายเสื้อผ้าและรองเท้านักเรียนมาก่อน ด้วยความเป็นครอบครัวเชื้อสายจีน เมื่อถึงเทศกาลไหว้เจ้า มักจะทำอาหารอย่าง ผัดหมี่ซั่ว บ๊ะจ่าง ขนมเข่ง ไหว้เจ้ากันเอง พอไหว้เสร็จก็นำไปแจกจ่ายให้คนรอบข้าง ให้ลูกชายนำของไหว้เจ้าไปแบ่งให้คนที่ทำงานบ้าง คนที่ทำงานชมว่าขนมเข่งอร่อย ให้ลองทำขายดู ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดทำขาย จนเมื่อปี 2554 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่หลายเดือน ผนวกกับเศรษฐกิจซบเซาและมีห้างร้านต่างๆ มากขึ้น จึงทยอยปิดกิจการร้านเสื้อผ้ารองเท้านักเรียนไป จนปี 2555 เริ่มหันมาทำขนมเข่งขาย กลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวมากว่า 7 ปีแล้ว โดยสูตรที่เริ่มทำออกมาขายในช่
ฤา “ข้าวเหนียวมะม่วง” จะสิ้นมนต์ขลัง!?! เปิดสูตรทำขาย ของหวานจานโปรดนานาชาติ กำลังเป็นที่ฮือฮา ว่ารัฐบาลไทย ทุ่มงบฯเกือบสิบล้าน นำ “ข้าวเหนียวมะม่วง” มาตกแต่ง-แจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน หวังเป็นตัวดึงดูดให้กลับมาเที่ยวเมืองไทย แต่สุดท้ายดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เพราะมีข่าวแว่วมา ขนมหวานดังว่า เหลือทิ้งแบะบานเลยทีเดียว ข่าวเกี่ยวข้อง : เปิดงบรัฐ เลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง นักท่องเที่ยวจีน หวังดึงกลับมาเที่ยวไทย ว่ากันว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง”นั้น เป็นจานโปรด ที่คนจีนชอบมากพอๆ กับทุเรียนเมืองไทย แต่แปลกเขายังกินข้าวเหนียวกับทุเรียนไม่เป็น กินแต่ทุเรียนเฉยๆ ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนยิ่งไม่รู้จักเลย ฝรั่งก็ชอบข้าวเหนียวมะม่วงมากเหมือนกัน อย่างที่อเมริกา เขาหุงข้าวเหนียวมูนไว้ แล้วแบ่งเป็นส่วนๆ พอดี 1 จาน ห่อด้วยพลาสติกแร็พเข้าช่องแข็งไว้ พอใครสั่ง ก็เอาออกมาเวฟทั้งอย่างนั้น แกะใส่จาน ราดหัวกะทิแช่เย็น กับมะม่วงของเม็กซิโกซึ่งไม่ช้ำง่ายแบบมะม่วงไทย จานหนึ่ง 200-300 บาท ที่จีนไม่รู้ว่าขายกี่บาท โอกาสนี้ จึงมีสูตร “ข้าวเหนียวมูน” ทำขาย มาฝากสำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ เริ่มต้นจ
ทายาทรุ่น 3 รับช่วงต่อร้านผลไม้เก่าแก่ย่านเยาวราช นำเข้าสดๆ จาก ตปท. เปิดตลอด 24 ชั่วโมง บนถนนเยาวราชที่ไม่เคยหลับใหลเส้นนี้ เดินลัดเลาะไปบริเวณปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) ตรงข้ามตลาดเก่า เยาวราช มีร้านเก่าแก่กว่า 80 ปี เป็นร้านผลไม้สดนำเข้าจากต่างประเทศ เปิด 24 ชั่วโมง คุณเอ็กซ์-ธนกฤติ อังสุปาลี ทายาทรุ่นที่สามวัย 39 ปี เจ้าของร้านผลไม้ “เชี่ยงปู่” เล่าย้อนที่มาให้ฟังว่า ร้านเชี่ยงปู่ ขายในย่านเยาวราชมานานกว่า 80 ปี เป็นกิจการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากคำบอกเล่าของรุ่นพ่อแม่ กิจการนี้เริ่มจากรุ่นอากงชื่อเชียงจั๊วและเพื่อนชื่อย่งปู่ (รวมกันเป็นชื่อร้าน เชี่ยง แปลว่า ยาว ปู่ แปลว่า รวย) ทั้งคู่มาจากเมืองจีน ถือหาบไม้ใส่ขวดโหลแก้ว ข้างในมีผลไม้ เช่น สาลี่ แอปเปิ้ล ด้านหลังตะกร้า ใส่ถุงหิ้วกับกิโลตาชั่ง หาบขาย ขยับสู่ร้านแผงลอย กระทั่งได้ที่ทางเปิดร้านประจำอยู่ในบริเวณถนนเยาวราช จากนั้นย้ายมาอยู่ตรงปากซอยเยาวราช 6 ถึงปัจจุบัน “ผมเข้ามารับช่วงต่อรุ่นที่สามหลังเรียนจบนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไม่ได้ทำงานตรงสายกับสิ่งที่เรียนมา แต่การเรียนพีอาร์สามารถนำไปใช้ได้ท
เปิดไอเดีย “พวงกุญแจแฮนด์เมด” สุดน่ารัก ลูกค้าต่างชาติชอบมากถึงขั้นรับไปขายต่อ ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สังคมแห่งการลงทุนมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายและหลากหลายตามยุคสมัยแห่งโลกาภิวัตน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านอาหาร การท่องเที่ยว และอื่นๆ รวมไปถึงธุรกิจที่ผลผลิตสร้างสรรค์มาจากความตั้งใจและความสามารถอย่างสินค้า “แฮนด์เมด” หรือ “งานฝีมือ” เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าแฮนด์เมดเข้ามามีบทบาทในสังคมปัจจุบันอย่างแพร่หลายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยความน่าสนใจของประเภทสินค้าที่คุณค่าถูกสร้างขึ้นจากความประณีตบรรจงของผู้ผลิต จะเห็นว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าสินค้าปกติทั่วไป แต่ผู้คนยังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้ผู้เขียนจะพามารู้จักกับ คุณก้อย-กรรณ บรรณพงศ์ หญิงสาววัย 36 ปี จบการศึกษาจากสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของธุรกิจพวงกุญแจและต่างหูแฮนด์เมด ภายใต้แบรนด์ “Goodday Handmade” (กู๊ดเดย์ แฮนด์เมด) ธุรกิจเล็กๆ ที่สร้างเม็ดเงินเข้ากระเป๋าจำนวนไม่น้อย พื้นเพแล้วคุณก้อยเป็นคนจังหวัดลำปาง แต่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ภาคอีสาน หลังจากจ
วิถีชีวิตเรียบง่าย ‘ตลาดเช้าหลวงพระบาง’ ปลาสดๆ ไก่เป็นๆ ยังมีขาย สมกับเป็นเมืองที่องค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก “หลวงพระบาง” อยู่ไม่ไกลนักจากประเทศไทย หากอยากเดินทางมาชมความงามของเมืองนี้ หนทางที่สะดวกที่สุดคือการโดยสารด้วยเครื่องบิน ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งแลนดิ้งถึงหลวงพระบางทันที เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง ท่านจะพบกับความเรียบง่ายในวิถีชีวิตของชาวบ้าน พบวัฒนธรรมที่น่ารัก ผู้คนยิ้มแย้ม พูดคุยคนละภาษาแต่ฟังกันรู้เรื่อง ข้อสำคัญของการมาเมืองหลวงพระบางคือ ห้ามนำรถบัสคันใหญ่ 25 ที่นั่งเข้าตัวเมือง เพราะจะทำให้ถนนหนทางหรือบ้านเรือนที่บางหลังมีอายุหลายสิบปีชำรุดเสียหาย นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องใช้สกายแลบ หรือรถตู้ปรับอากาศแทน ไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพราะทุกบ้านมีมอเตอร์ไซค์กันหมด ในทุกๆ เช้าของเมืองหลวงพระบาง ยอมตื่นเช้าสักนิด บรรยากาศดีมาก อาบน้ำใส่ชุดประจำชาติ แวะมาทำกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียว ที่มีพระเดินบินฑบาตมากถึง 200 องค์จาก 13 วัด เสร็จแล้วแวะเดินตลาดเช้ากันต่อ ชมวิถีชีวิตเรียบง่าย ของคนทำมาค้าขายที่นี่ คล้ายคลึงกับตลาดนัดช่วงเช้าตามต่างจังหวัดของไทย ของขายที่ยกให้เป
เมื่องานประจำไม่ใช่คำตอบสุดท้าย! สาวนิเทศฯ-หนุ่มวิศวะ ลาออกหันทำรถขายนม เวิร์กกว่าเยอะ คุณแนน – วัชราภรณ์ คล้ายเนียม เจ้าของ “รถนิยม CAR BAR MILK” กิจการขายอาหาร-เครื่องดื่มประเภทนมชง ขนมปังปิ้ง สเต๊ก และ อาหารไทยจานหลักหลากหลาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ทุกเพศ-วัย กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เธอเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว ปัจจุบันอายุสามสิบเศษ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ฝ่ายการตลาดของหมู่บ้านจัดสรร ส่วนแฟนหนุ่มซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ คือ คุณต้อม –อนุรักษ์ สุดดี ทำงานในตำแหน่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าประจำห้องเย็นแห่งหนึ่งในมหาชัยนี้เอง ทำงานกันมาได้พักใหญ่ เธอเกิดความคิดอยากให้แฟนหนุ่มออกจากงานประจำมาหาอะไรทำที่ได้เงินมากกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท เพราะแม้จะทำโอทีหนักหน่วงแค่ไหน ก็ได้ค่าตอบแทนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท คุณแนน เจ้าของกิจการ “ตอนนั้นที่กรุงเทพฯ กำลังฮิตรถโฟล์กตู้ มาแต่งแล้วเปิดเป็นร้านขายนมปั่น-ขนมปังปิ้ง เลยตัดสินให้แฟนลาออกมาทำรถนม บ้างดีกว่า แต่เราไม่มีรถโฟล์กตู้ มีแต
พ่อค้าข้าวมันไก่ ท่องคาถายามท้อ “วันนี้ขายไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องได้ พรุ่งนี้ไม่ได้ มะรืนก็คงจะได้” หลายวันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสพูดคุยกับ พ่อค้าข้าวมันไก่ท่านหนึ่ง ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีจิตอาสา ทำข้าวมันไก่หลายสิบห่อ ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจช่วย 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวงฯ เลยถือโอกาสถามไถ่ถึงประวัติความเป็นมา คุณตีตี้ – ฐิติภัทร ง่วนหอม ออกตัวยิ้มๆ เรื่องราวของเขาไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอ ขอให้ถ่ายทอดประสบการณ์ จึงยินดีเล่าให้ฟังแบบกันเองด้วยการย้อนประวัติ ครอบครัวเป็นคนไทยเชื้อสายมอญ พื้นเพอยู่ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เรียนจบม.ปลายที่โรงเรียนบวรนิเวศฯ กรุงเทพฯ จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ก่อนหน้านี้ เคยผ่านงานมาหลายแห่ง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับงานบริการในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ชื่อดังย่านสุขุมวิท ทำอยู่หลายปี รู้สึกเบื่อชีวิตมนุษย์เงินเดือน เลยเบนเข็มสู่เส้นทางธุรกิจส่วนตัว ด้วยการลงหุ้นเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างกับเพื่อนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่อาจเพราะประสบการณ์น้อย บวกกับ เงินทุนไม่หนา ประกอบ
ร้านในดวงใจของหลายคน “หมูทอด…เจ๊จง” เติมข้าวได้ หยิบผักฟรี มีน้ำเปล่าให้ดื่ม ในแวดวงคนทำมาค้าขายด้านอาหาร หากเอ่ยชื่อ เจ้าของกิจการ นามว่า คุณจงใจ กิจแสวง อาจไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ถ้าบอก “หมูทอด…เจ๊จง” แล้วหล่ะก็ ร้อยละเก้าสิบ อาจร้อง…อ๋อ! ก่อนออกปาก ของเขาดีจริง ไม่งั้นคงไม่ขายมาได้นานจนป่านนี้ แถมยังมีเส้นทางเติบโต ขยายกิจการไปเรื่อยๆ นับสิบสาขาแล้ว หมูทอดเจ๊จง เกิดขึ้นได้อย่างไร คือ คำถามแรกที่พิธีกรประจำงานสัมมนา “พอแล้วดี” เวิร์กช็อป ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันก่อน ด้าน คุณจงใจ กิจแสวง เจ้าของกิจการ “หมูทอดเจ๊จง” เจ้าดังย่านพระรามสี่ ในฐานะวิทยากรรับเชิญ กล่าวตอบด้วยลีลาเป็นกันเองว่า จำได้ว่าย้อนไปกว่า 15 ปี ไปซื้อข้าวหมูทอดให้ลูกกิน เขาขายกล่องละสิบบาท ฟังเหมือนถูก แต่พอเปิดออกมามีหมู 4 ชิ้นเรียงกันอยู่ เลยบอกกับลูกเลย เดี๋ยวแม่จะขายบ้าง แล้วจะให้หมูเยอะกว่านี้อีก คุณจงใจ เล่าต่อว่า นอกจากนั้น ยังมีเหตุผลอยากหารายได้เพิ่ม เนื่องจากยังมีหนี้อยู่มาก ตอนนั้น ขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์อยู่ ขายเสร็จบ่ายโมงกลับบ้าน กว่าจะนอนราวสองทุ่ม เลยมีความรู้สึกว่าจะบ้าเกินไปแล้ว
เกษตรกรเมืองเชียงใหม่ ปลูก”มันฝรั่ง-หัวพันธุ์มันฝรั่ง”ขายโรงงาน สร้างรายได้งาม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมชมไร่มันฝรั่ง ของ คุณบุญศรี ใจเป็ง วัย 68 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของรางวัล “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาพืชไร่ภาคเหนือ ปี 2553” คุณบุญศรีเล่าให้ฟังว่า ตนนั้นปลูกมันฝรั่งมาเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว เดิมครอบครัวของตนประกอบอาชีพเกษตรกรในการทำนามาตั้งแต่รุ่นของนายปั๋น ใจเป็ง ผู้เป็นพ่อ หลังทำนาเสร็จก็ปลูกกระเทียมเพื่อปรับปรุงดิน สลับกับการปลูกยาสูบและพืชอื่นๆ เพื่อนำมาขายหารายได้ แต่ราคาค้าขายพืชผลทางการเกษตรแบบนี้ไม่แน่นอนนัก ท่านจึงเริ่มมองหาพืชผลอื่นอย่าง”มันฝรั่ง”มาปลูก ตั้งแต่ พ.ศ.2507 โดยเป็นมันฝรั่งชนิดขายบริโภคสด เริ่มปลูกในพื้นที่เพียง 2 – 3 ไร่ แทรกกับกระเทียมและยาสูบ ตอนนั้นคุณบุญศรีเพิ่งอายุได้เพียง 10 ปีเศษ จึงมีหน้าที่ช่วยดูแลมันฝรั่งที่เพิ่งเริ่มปลูก ช่วงแรกๆ ที่พ่อนำมันฝรั่งมาปลูก คนไทยยังไม่นิยมบริโภคมันฝรั่งเท่าใดนัก ตลาดใหญ่ในการซื้อขายมันฝรั่ง จึงเป็นกลุ่มทหารของอเมริกาที่เข้ามาในประเทศไท
นักธุรกิจหนุ่มจบนอก ตัดสินใจกู้เงิน 16 ล้านสร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แบบ OEM หรือผู้รับจ้างผลิต ที่เปิดได้เพียง 3 วันต้องเจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นานกว่า 2 เดือน เสียทั้งโอกาส ลูกค้า และโรงงาน คุณโก้-ปิติพงศ์ รอยเรืองพานิช อายุ 30 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอย คอนซูเมอร์ โปรดักส์ จำกัด เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า เรียนจบด้านวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นย้ายไปทำงานเพื่อเก็บเงินที่ประเทศอังกฤษ ทั้งเสิร์ฟอาหาร ล้างส้วม ขายของสารพัดอย่าง ควบคู่เรียนต่อด้านการจัดการเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยพอร์ตสมัท (University of Portsmouth) กระทั่งสำเร็จการศึกษาได้ปริญญาโทมาอีกหนึ่งใบ หลังเรียนจบ ช่วงปี 2553 ได้เข้ามาร่วมมือกับพี่สาวทำธุรกิจจำหน่ายวัตถุดิบเคมีภัณฑ์สำหรับผลิตเครื่องสำอาง น้ำยาทำความสะอาด ฯลฯ ด้วยการเช่าโกดังขนาดเล็ก กับพนักงานที่ส่วนใหญ่เป็นต่างด้าวราว 10 คน “เริ่มตั้งแต่หาลูกค้าใหม่ ดูสินค้า แพ็กของ ส่งของด้วยตัวเอง ทำเกือบทุกหน้าที่ เพราะพนักงานมีน้อยนอกจากนี้ยังเข้าไปร่วมงานกับ ธ.ก.ส. ส่งวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ พร้อมลงพื้นที่สอนกวนน้ำยาทำความสะอาดต
