Exclusive
หนุ่มนิเทศฯ ทุ่มเทอาชีพที่รัก ปักหลักทำธุรกิจด้วยทุนหลักพัน ปัจจุบัน “บาร์เบอร์” โตวัน-โตคืน แม้เปิดมาได้ไม่นาน แถมมีร้านเริ่มต้นเป็นแค่เต็นท์เล็กๆ แทรกตัวอยู่ในตลาดนัดกลางคืนย่านชานกรุง แต่กลับมีลูกค้าทั้งรุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่ ให้ความสนใจ จนล่าสุดขยับขยายกลายเป็นมีหน้าร้าน ให้บริการเป็นเรื่องเป็นราว รองรับลูกค้าได้ถึง 6 วัน ต่อสัปดาห์ คุณนุ๊ก – ภูมินทร์ รอดโพธิ์ทอง วัยยี่สิบปลายปี เจ้าของกิจการ The Clipper Barbershop (เดอะ คลิปเปอร์ บาร์เบอร์ช็อป) ที่เกริ่นถึง เล่าที่มาที่ไป จบการศึกษาปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เคยทำงานประจำในสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งหนึ่ง อยู่ราว 2 ปี ก่อนลาออกมามองหางานทำที่ใหม่ ระหว่างนั้น มีเวลาว่าง จึงไปสมัครเรียนตัดผมกับทางโรงเรียนฝึกอาชีพ ดินแดง เพราะเป็นอาชีพที่ชื่นชอบมานานแล้ว เรียนตัดผมแค่สองอาทิตย์ ที่ทำงานใหม่โทรศัพท์มาตามให้ไปเริ่มงานได้ แต่ปฏิเสธไป เพราะอยากเรียนวิชาช่างตัดผมให้จบคอร์ส ซึ่งต้องใช้เวลาราว 3 เดือน “ตอนนั้นบอกที่บ้านว่าจะไม่ทำงานแล้ว แต่จะไปเรียนตัดผม เขาก็ตามใจ อยากทำอะไรทำ แต่ลึกๆ คงไม่เข้าใจว่าผมคิดอะไรอยู่ และไ
พนักงานบัญชี ลาออกมาทำของชำร่วยแฮนด์เมด “เก๋ & กรีน” ขายดีผลิตแทบไม่ทัน ของชำร่วย ของที่ระลึกในงานมงคล โดยเฉพาะงานแต่ง เจ้าภาพร้อยทั้งร้อย เป็นต้องพิถีพิถันกับตัวแทนความรักของบ่าว-สาว เรียกได้ว่า กว่าจะตัดสินใจเลือกใช้วัตถุแบบไหน มามอบแด่แขกเหรื่อที่เชื้อเชิญมานั้น ต้องเฟ้นแล้วเฟ้นอีกกันแบบสุดๆ กันเลยทีเดียว Love Ozone (เลิฟ โอโซน) ของชำร่วยทำมือจากต้นไม้มงคลและวัสดุธรรมชาติ ของขายดีมีความกิ๊บเก๋สไตล์รักษ์ธรรมชาติ รายนี้ อาจเป็นที่ถูกอกถูกใจของใครหลายคนซึ่งกำลังมองหาของชำร่วยแบบไม่ซ้ำใคร มีแหล่งผลิตอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เป็นผลงานของสาวบัญชี จากรั้วพ่อขุน วัยสามสิบเศษ นามว่า คุณศุ-ศุพิดา ชัยประเศียร ย้อนความเป็นมาให้ฟัง ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัท หลังจากแต่งงานได้ 3 ปี มีพยานรัก จึงลาออกมาอยู่บ้านเลี้ยงลูก และทำอาชีพขายเครื่องสำอางทางออนไลน์ แต่มีคนทำกันเยอะ เลยมองหาสินค้าอื่น ก่อนถามตัวเองว่าชอบอยู่กับอะไร ได้คำตอบว่ากลับมาว่า “ต้นไม้” จึงถามไถ่ญาติที่ทำธุรกิจขายต้นไม้อยู่ก่อนหน้าซึ่งไม่ได้ปลูกเอง แต่ใช้วิธี “รับมา-ขายไป” โดยขอให้ช่วยซื้อต้นไม้มงคลขนาดเล็ก เช่น ช้อนเงิน ช้อน
“ไม่มีใครแก่เกินเที่ยว” บริษัททัวร์จับกลุ่มผู้สูงอายุ ตลาดนี้กำลังมา ทำก่อนได้เปรียบ จากข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของประเทศไทยและโลก พบว่าปัจจุบันมีประชากรที่เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้เราจะได้เห็นธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงวัยเติบโตอย่างมหาศาล อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ชาวต่างชาติในวัยเกษียณเลือกเข้ามาพำนักในระยะยาวเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลทางภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และอัธยาศัยของคนไทย ปัจจัยเหล่านี้ย่อมสร้างโอกาสธุรกิจผู้สูงวัยได้หลากหลายประเภท ธุรกิจไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น อย่าง บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด ก่อตั้งโดยคุณเก็ต-ชฎารัตน ภู่วิจิตร ได้เล็งเห็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจผู้สูงวัย แต่เดิมเป็นพนักงานบริษัททั่วไป เกิดแนวคิดจากประสบการณ์ที่ได้เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศกับครอบครัว ซึ่งพ่อแม่อยู่ในวัยเกษียณ แต่ละทัวร์ที่ไปนั้นยังไม่สามารถตอบสนองความพึงพอใจได้ สังเกตได้ว่าทัวร์ทั่วไปเที่ยวเสร็จไม่รู้จักใคร จึงอยากสร้างสังคมของผู้สูงวัยให้มากขึ้น ถ้ามีโอกาสรู้จักกันเชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างสังคมให้น่าอยู่ เพราะลูกหลานไปทำ
“แกงบะหนุน” อาหารปีใหม่ชาวล้านนา เพื่อโชคลาภและการเกื้อหนุนค้ำจุนกัน อาหาร คือ สิ่งหนึ่งในเทศกาลที่พิเศษออกไปจากวันธรรมดา ฉันเคยเขียนเรื่องข้าวแช่และกะละแมของชาวมอญไปแล้วในปีก่อนๆ คราวนี้ขอเขียนเรื่องในอาหารของไทยกันบ้าง เทศกาลปี๋ใหม่เมืองของชาวล้านนาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนเช่นเดียวกับชาวไทยในภูมิภาคอื่น เว้นเสียแต่ชาวมอญที่จะล่ากว่าชุมชนอื่น วันนี้เป็นวันสังขานต์ล่อง เป็นวันเตรียมเก็บกวาดบ้านช่องให้พร้อม วันที่ 14 เมษายนเป็นวันเน่าหรือวันเนาว์ เป็นวันเตรียมของทำบุญ และขนทรายเข้าวัด วันที่ 15 เมษายน เป็นวันพระยาวัน ซึ่งเป็นวันเถลิงศกเข้าปีใหม่ เป็นวันทำบุญและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ วันที่ 16 เมษายน เป็นวันปากปี ซึ่งวันนี้แหละที่ทุกบ้านจะแกงบะหนุน หรือแกงขนุนกัน นัยว่าเพื่อให้มีโชคลาภ และได้รับการเกื้อหนุนค้ำจุนกัน แกงขนุนนี้จะใช้ขนุนอ่อน ใช้วัตถุดิบธรรมดาๆ ได้แก่ ซี่โครงหมู มะเขือส้ม ชะอม และใบชะพลู แล้วจัดแจงโขลกน้ำพริกหรือจะซื้อสำเร็จรูปก็ตามสะดวก ประกอบด้วยพริกแห้ง หอม กระเทียม และกะปิ หนักหอมแดงเข้าไว้ จากนั้นนำหม้อใส่น้ำตั้งไฟใส่น้ำพริกลงไปละลาย ตามด้วยซี่โครงหมู และขนุนอ่อน ต
“ข้าวตังแม่บ้านยี่ล้น” ร่วม “เทสโก้ สำรับไทย” ยกมาตรฐานเอสเอ็มอีไทย จากโลคอลสู่โกลบอล เมื่อพูดถึงอาหารไทยในเวทีโลก มักจะมีชื่อติดโผ ว่าเป็นอาหารที่ถูกปากชาวโลกจนขึ้นอันดับอาหารแนะนำอยู่บ่อยครั้ง นอกจากอาหารจานเด่น อย่างต้มยำกุ้ง มัสมั่น ส้มตำ หรือผัดไทย อันเป็นที่เชิดหน้าชูตาแล้ว แต่ละท้องถิ่นของไทย ยังมีอาหารคาวหวานเลื่องชื่อประจำถิ่นมากมาย ซึ่งเอกลักษณ์ต่างออกไปตามแต่พื้นที่ ตามแต่วัตถุดิบประจำถิ่นนั้นๆ ที่นำมาพัฒนา แปรรูปเป็นอาหารสารพัด กลุ่มแม่บ้านยี่ล้น อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หนึ่งในกลุ่มแม่บ้านที่ร่วมกันผลิตแผ่นข้าวตังดิบ มาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มจากปลายข้าวหอมมะลิที่ไม่ได้มาตรฐานและถูกคัดทิ้ง ไม่ให้สูญค่าเปล่า สร้างรายได้ให้งอกเงย จากต้นทุนปลายข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ 17 บาท เมื่อแปรรูปมาเป็นแผ่นข้าวตังดิบสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 75 บาท หลังเริ่มเป็นที่รู้จักจากสื่อ ได้ร่วมออกงานแสดงสินค้ามายาวนาน กลุ่มแม่บ้านยี่ล้น ได้รับการติดต่อจากเทสโก้ โลตัส ให้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ “เทสโก้ สำรับ
“ปิ้ง ย่าง ทอด ถาดยักษ์” ของกินขายดี ถูกใจวัยรุ่น แชร์กันกิน แชร์กันจ่าย สมัยนี้ของกินขายดีต้องยักษ์ๆ ใหญ่ๆ ไล่มาตั้งแต่ ส้มตำถาดยักษ์ พิซซ่ายักษ์ แฮมเบอร์เกอร์ยักษ์ ซีฟู้ดถาดยักษ์ ก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ล่าสุดเห็นมีขนมโตเกียวยักษ์ ของยักษ์ๆ ถูกจริตวัยรุ่น ไปกันหลายคน แชร์กันกิน แชร์กันหาร เลยสุดคุ้ม และเป็นความท้าทายคนกินที่ต้องกำจัดให้หมด และเป็นจุดขายของหลายร้าน ถ้ากินหมดได้กินฟรี กินไม่หมดต้องจ่ายตังค์ ตามงานแสดงอาหาร มักจะมีการปรุงอาหารกระทะยักษ์ ให้มาช่วยกันทำหลายๆ คน มีทั้งงานในประเทศและนอกประเทศ เช่น ข้าวผัดกระทะยักษ์ ไข่เจียวยักษ์ เมื่อปี 2536 กว่า 25 ปีมาแล้ว อาจารย์พลศรี คชาชีวะ แห่งโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวอยู่ มีแรงอยากจะทำงานมหกรรมอาหารขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เลยไปหาท่านเสรี วังส์ไพจิตร ซึ่งหล่อและหนุ่มกว่าอาจารย์พลศรี ตอนนั้นท่านเป็นรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นดีด้วย พอมีผู้สนับสนุนเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย งานเลยเป็นรูปเป็นร่าง แม่บ้านทันสมัยยังจับมือกับบริษัทน้ำมันพืชมรกตในยุคนั้นมี คุณศุภลักษณ์ อัศวานนท์ เป็นผู้บริหาร
“เส้นทางเศรษฐี” บังเอิญเห็นขนมเข่งหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโซเชียล โดยใช้ชื่อว่า “ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน ชุดห้าราชวงศ์” เป็นขนมเข่งที่มี 5 สีใน 1 กล่อง แหล่งผลิตอยู่ที่ “ร้านเจริญพร” ตลาดบางบัวทอง คุณนรินทร์ วัย 72 ปี และ คุณเงินยวง รัตนรงคาภรณ์ วัย 60 ปี ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการทำขนมเข่งสีสันแปลกตานี้ให้ฟังว่า ที่มาที่ไปเริ่มมาจาก “ทำไหว้ ทำกิน ทำแจก แล้วจึงมาทำขาย” ก่อนที่จะมาทำขนมเข่งขาย อาชีพหลักของคุณนรินทร์กับคุณเงินยวง คือการขายเสื้อผ้าและรองเท้านักเรียนมาก่อน ด้วยความเป็นครอบครัวเชื้อสายจีน เมื่อถึงเทศกาลไหว้เจ้า มักจะทำอาหารอย่าง ผัดหมี่ซั่ว บ๊ะจ่าง ขนมเข่ง ไหว้เจ้ากันเอง พอไหว้เสร็จก็นำไปแจกจ่ายให้คนรอบข้าง ให้ลูกชายนำของไหว้เจ้าไปแบ่งให้คนที่ทำงานบ้าง คนที่ทำงานชมว่าขนมเข่งอร่อย ให้ลองทำขายดู ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดทำขาย จนเมื่อปี 2554 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่หลายเดือน ผนวกกับเศรษฐกิจซบเซาและมีห้างร้านต่างๆ มากขึ้น จึงทยอยปิดกิจการร้านเสื้อผ้ารองเท้านักเรียนไป จนปี 2555 เริ่มหันมาทำขนมเข่งขาย กลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวมากว่า 7 ปีแล้ว โดยสูตรที่เริ่มทำออกมาขายในช่
ฤา “ข้าวเหนียวมะม่วง” จะสิ้นมนต์ขลัง!?! เปิดสูตรทำขาย ของหวานจานโปรดนานาชาติ กำลังเป็นที่ฮือฮา ว่ารัฐบาลไทย ทุ่มงบฯเกือบสิบล้าน นำ “ข้าวเหนียวมะม่วง” มาตกแต่ง-แจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน หวังเป็นตัวดึงดูดให้กลับมาเที่ยวเมืองไทย แต่สุดท้ายดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เพราะมีข่าวแว่วมา ขนมหวานดังว่า เหลือทิ้งแบะบานเลยทีเดียว ข่าวเกี่ยวข้อง : เปิดงบรัฐ เลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง นักท่องเที่ยวจีน หวังดึงกลับมาเที่ยวไทย ว่ากันว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง”นั้น เป็นจานโปรด ที่คนจีนชอบมากพอๆ กับทุเรียนเมืองไทย แต่แปลกเขายังกินข้าวเหนียวกับทุเรียนไม่เป็น กินแต่ทุเรียนเฉยๆ ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนยิ่งไม่รู้จักเลย ฝรั่งก็ชอบข้าวเหนียวมะม่วงมากเหมือนกัน อย่างที่อเมริกา เขาหุงข้าวเหนียวมูนไว้ แล้วแบ่งเป็นส่วนๆ พอดี 1 จาน ห่อด้วยพลาสติกแร็พเข้าช่องแข็งไว้ พอใครสั่ง ก็เอาออกมาเวฟทั้งอย่างนั้น แกะใส่จาน ราดหัวกะทิแช่เย็น กับมะม่วงของเม็กซิโกซึ่งไม่ช้ำง่ายแบบมะม่วงไทย จานหนึ่ง 200-300 บาท ที่จีนไม่รู้ว่าขายกี่บาท โอกาสนี้ จึงมีสูตร “ข้าวเหนียวมูน” ทำขาย มาฝากสำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ เริ่มต้นจ
ทายาทรุ่น 3 รับช่วงต่อร้านผลไม้เก่าแก่ย่านเยาวราช นำเข้าสดๆ จาก ตปท. เปิดตลอด 24 ชั่วโมง บนถนนเยาวราชที่ไม่เคยหลับใหลเส้นนี้ เดินลัดเลาะไปบริเวณปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) ตรงข้ามตลาดเก่า เยาวราช มีร้านเก่าแก่กว่า 80 ปี เป็นร้านผลไม้สดนำเข้าจากต่างประเทศ เปิด 24 ชั่วโมง คุณเอ็กซ์-ธนกฤติ อังสุปาลี ทายาทรุ่นที่สามวัย 39 ปี เจ้าของร้านผลไม้ “เชี่ยงปู่” เล่าย้อนที่มาให้ฟังว่า ร้านเชี่ยงปู่ ขายในย่านเยาวราชมานานกว่า 80 ปี เป็นกิจการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากคำบอกเล่าของรุ่นพ่อแม่ กิจการนี้เริ่มจากรุ่นอากงชื่อเชียงจั๊วและเพื่อนชื่อย่งปู่ (รวมกันเป็นชื่อร้าน เชี่ยง แปลว่า ยาว ปู่ แปลว่า รวย) ทั้งคู่มาจากเมืองจีน ถือหาบไม้ใส่ขวดโหลแก้ว ข้างในมีผลไม้ เช่น สาลี่ แอปเปิ้ล ด้านหลังตะกร้า ใส่ถุงหิ้วกับกิโลตาชั่ง หาบขาย ขยับสู่ร้านแผงลอย กระทั่งได้ที่ทางเปิดร้านประจำอยู่ในบริเวณถนนเยาวราช จากนั้นย้ายมาอยู่ตรงปากซอยเยาวราช 6 ถึงปัจจุบัน “ผมเข้ามารับช่วงต่อรุ่นที่สามหลังเรียนจบนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไม่ได้ทำงานตรงสายกับสิ่งที่เรียนมา แต่การเรียนพีอาร์สามารถนำไปใช้ได้ท
เปิดไอเดีย “พวงกุญแจแฮนด์เมด” สุดน่ารัก ลูกค้าต่างชาติชอบมากถึงขั้นรับไปขายต่อ ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สังคมแห่งการลงทุนมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายและหลากหลายตามยุคสมัยแห่งโลกาภิวัตน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านอาหาร การท่องเที่ยว และอื่นๆ รวมไปถึงธุรกิจที่ผลผลิตสร้างสรรค์มาจากความตั้งใจและความสามารถอย่างสินค้า “แฮนด์เมด” หรือ “งานฝีมือ” เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าแฮนด์เมดเข้ามามีบทบาทในสังคมปัจจุบันอย่างแพร่หลายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยความน่าสนใจของประเภทสินค้าที่คุณค่าถูกสร้างขึ้นจากความประณีตบรรจงของผู้ผลิต จะเห็นว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าสินค้าปกติทั่วไป แต่ผู้คนยังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้ผู้เขียนจะพามารู้จักกับ คุณก้อย-กรรณ บรรณพงศ์ หญิงสาววัย 36 ปี จบการศึกษาจากสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของธุรกิจพวงกุญแจและต่างหูแฮนด์เมด ภายใต้แบรนด์ “Goodday Handmade” (กู๊ดเดย์ แฮนด์เมด) ธุรกิจเล็กๆ ที่สร้างเม็ดเงินเข้ากระเป๋าจำนวนไม่น้อย พื้นเพแล้วคุณก้อยเป็นคนจังหวัดลำปาง แต่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ภาคอีสาน หลังจากจ
