Exclusive
ร้านอาหารซีฟู้ดยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องขับรถไปถึงริมทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา สด ใหม่ก็มีพร้อมเสิร์ฟถึงในเมือง ทาลาเล ซีฟู้ด เรสเตอรองท์ (Talalay Seafood Restaurant) ร้านอาหารสไตล์ไทย-ซีฟู้ด เปิดใหม่ย่านนนทบุรี บนถนนชัยพฤกษ์ บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ไปมาสะดวก ถือเป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งการพักผ่อนและรับประทานอาหาร เจาะลูกค้ากลุ่มครอบครัว บริหารงานโดยนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง อย่าง คุณพลอย อยู่ศรี, คุณภาคิน ศุภนิธิโชค ร่วมด้วย คุณพิจิกา โรจน์ศตพงศ์ ฟู้ดดีไซเนอร์มือฉมังและที่ปรึกษาของร้านแห่งนี้ คุณพลอย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านแห่งนี้ว่า อยากส่งต่อวัตถุดิบสดใหม่ อาหารที่มีคุณภาพจากในครัวสู่ผู้บริโภค ส่งตรงจากเมืองแม่กลองและอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ผสานกับการปรุงอย่างประณีต โดยเชฟผู้มากประสบการณ์ด้านอาหารกว่า 20 ปี จึงได้รสชาติอาหารทะเลแบบดั้งเดิมแท้ๆ ส่วนแนวคิดในการออกแบบร้าน คุณภาคิน เล่าว่า เป็นสไตล์เทรนดี้ จัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว เอื้อต่อลูกค้ากลุ่มครอบครัว เริ่มตั้งแต่โซน Open Air รองรับลูกค้าได้มากกว่า 200 ท่าน แอบอิงความเย็นสบายด้วยสายน้ำที่เย็นฉ่ำจากน้ำตกขนาดใหญ่ พร้อมเพลิด
ผัดไทย เป็นอาหารที่มีขายทั่วไป เจ้าไหนรสชาติดี มีชื่อเสียง ก็ขายดีหน่อย เป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ แต่นับเป็นเมนูยอดฮิต ที่ขายกันทั่วบ้านทั่วเมืองจริงๆ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจอมาเจ้านี้ ใช้จุดขายที่ต่างออกไป คือเป็นผัดไทยใส่ในกะลา ถ้าเป็นแบบซื้อกลับบ้าน ก็ถือกะลากลับไปเลย ราคาเริ่มต้นที่ 59 บาทสำหรับผัดไทยธรรมดา 69 บาทสำหรับผัดไทยกุ้ง และ 99 บาทสำหรับผัดไทยกุ้งก้ามกราม ผัดไทยกะลา เจ้านี้ มีคุณกวี วัฒกีเจริญ วัย 34 ปี เป็นเจ้าของ มีร้านประจำอยู่ที่ ตลาดนัดหัวมุม เกษตร-นวมินทร์ ขายทุกวัน ตั้งแต่ 17.00-24.00 น. คุณกวี เล่าว่า สูตรผัดไทยดั้งเดิม ได้รับสืบทอดมาจากคุณแม่ ที่ขายมานานกว่า 20 ปี และเป็นของบรรพบุรุษ ที่นับย้อนไปได้ราว 50 ปี เป็นผัดไทยซอสมะขาม คุณกวีเอง ก็เรียนรู้และคลุกคลีอยู่กับมันตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อเรียนจบระดับชั้นมัธยมปีที่ 6 คุณกวี ไปทำงานเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้าอยู่หลายปี จนตำแหน่งสุดท้ายคือรองผู้จัดการแผนก แต่คุณกวี ก็มีความฝันว่าอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง และมองหาสิ่งใกล้ตัว “ผมมีความฝันตั้งแต่ทำงานประจำแล้วว่า อยากสร้างธุรกิจส่วนตัว อยากรวย และ
“บ้านแดง” แห่งซีเหมินติง ไต้หวัน เป็นอาคารสไตล์ตะวันตก ถูกสร้างในปี 1908 ครั้่งแรกถูกใช้เป็นตลาด ดีไซน์โดย คอนโน จูโร่ ทีมีอาคารด้านหน้าเป็นทรงแปดเหลี่ยม และต่อด้วย อาคารทรงไม้กางเขน อันแสดงให้เห็นถึงการผสมผสารระหว่างตะวันตกและตะวันออก อาคารหลังนี้ ถูกสร้างขึ้นในช่วงญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน เนื่องจากญีปุ่นต้องการแหล่งค้าขาย ไม้ดอกไม้ประดับ ข้าวของเครื่องใช้ ตำรา และสินค้าพื้นเมืองของญีปุ่่นเอง หลังสงคราม บ้านแดงก็ถูกทิ้งร้างเรื่อยมา กราะทั่ง ในปี 2007กระทรวงวัฒนธรรมของไทเป ก็ปรับรูปแบบของอาคารแปดเหลี่ยม ให้เป็นโรงภาพยนตร์ แห่งแสดงงานศิลปะของชาวไต้หวัน บนชั้น 2 มีร้านชา และร้านค้าแอนทีค โดยให้เป็นย่านของศิลปินและนักออกแบบ ได้รับกา่รสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ในอันที่จะให้ คนสร้างสินค้าจากไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ (ข้อมูลจากเอกสารแผ่นพับเพื่อการสื่อสาร ที่ีบ้านแดง ไต้หวัน) การเดินทางไป บ้านแดงแห่งนี้ก็ง่ายมาก ถ้าขึ้นรถ สายสีน้ำเงิน หรือสีเขียว ก็มาลงที่ ซีเหมินติง แล้วออกทางออกหมายเลข 6 ขึ้นมาจากรถไฟใต้ดินก็จะเจอเลย อันนี้เป็นสินค้าที่สร้างจากส่วนประกอบต่างๆ ในคอมพิวเต
“ทุ่งกังหันลม เขาค้อ” นับเป็น “แลนด์มาร์ก” ใหม่ล่าสุด บน “เขาค้อ” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนบอกต่อกันว่า ถ้ามีโอกาสไปถึงแล้วต้องห้ามพลาดไปแวะเยี่ยมชม พร้อม “เซลฟี่” ไว้เป็นที่ระลึกตามยุคสมัย “ทุ่งกังหันลม” แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านเพชรดำ ตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ หากเมื่อขับรถตามทางหลวงหมายเลข 2196 (สี่แยกรื่นฤดี-แคมป์สน) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 14 จะเห็นป้าย ให้เลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข 2305 ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงทุ่งกังหันลม หรือห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อ ประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากสามแยกแคมป์สน ประมาณ 21 กิโลเมตร ตามการคำนวณของ “กูเกิ้ล แมพ” “ทุ่งกังหันลม” นอกจากจะมีทิวทัศน์สวยงามสุดลูกตาแล้ว ยังมีสินค้าน่าสนใจจากท้องถิ่นมาคอยจำหน่าย อย่าง มะระหวาน ยอดฟักแม้ว เสาวรส ถั่วพูยักษ์ ฟักหอม เป็นต้น นอจากนี้ยังมีสินค้าและบริการ จากชาวบ้านหมู่บ้านเพชรดำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์เผ่าม้ง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย นับตั้งแต่ “พิซซ่าม้ง” ขนมของคนท้องถิ่นที่ถูกนำมาตั้งชื่อใหม่ ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมกับมันม่วง ก่อนนำไปปิ
“สวนวชิรเบญจทัศ” คือ ชื่อเรียกขานสวนสาธารณะของคนกรุงเทพฯ หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า “สวนรถไฟ” นั้น ตั้งอยู่บนถนนกำแพงเพชร 3 เขตจตุจักร บนเนื้อที่กว่า 375 ไร่ ปัจจุบันได้รับความนิยมจากกลุ่ม “คนรักษ์สุขภาพ” เป็นจำนวนมาก ทั้งคนไทยและต่างชาติ เพราะนอกจากสถานที่แห่งนี้ จะมีบรรยากาศร่มรื่นสวยงาม เหมาะแก่การหย่อนใจแล้ว ยังมีกิจกรรมน่าสนใจให้เลือกทำกันตามแต่อัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นการ เดิน วิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน โดยเฉพาะ “การปั่นจักรยาน” นั้น ว่ากันว่าเป็นกิจกรรมสุดฮิต ชนิด “ต้องห้ามพลาด” และได้รับความนิยมจากผู้คนทุกเพศ-วัย ที่เดินทางมาพักผ่อนที่สวนสาธารณะแห่งนี้ สำหรับพาหนะสองล้อ ที่ใช้ปั่นกันในสวนรถไฟนั้น ใครจะหอบหิ้วของส่วนตัวมา หรือว่าจะมาหาเช่าจากร้านที่เปิดบริการอยู่ในละแวกก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ซึ่งจักรยานเช่านั้นมีให้เลือกกันหลายแบบ หลายขนาด ตามแต่ใครจะถนัด ส่วนราคาค่าเช่านั้นแสนจะถูก ปัจจุบันอยู่ที่คันละ 20 บาท ปั่นกันได้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้ายันเย็น สวนรถไฟ “ปอดใหญ่ของคนกรุง” เปิดทุกวันตั้งแต่ตีห้าถึงสามทุ่ม อาจเป็นตัวเลือกน่าสนใจ สำหรับวันพักผ่อนของครอบครัวR
ไม่ต้องเรียนจบสูงก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นนายตัวเองได้ หากมีไอเดีย และลงมือทำ เหมือนกับ คุณเก่ง-อารีรัตน์ ราโพธิ์ วัยเพียง 23 ปี สาวสิงห์บุรี เจ้าของร้าน ถั่วปั่น 5 สี ธุรกิจเล็กๆ แต่สร้างรายได้ได้จริง เธอเล่าว่า เรียนจบเพียงชั้น ม.3 ทำงานมาหลากหลายอาชีพ จนรู้สึกว่าอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง จึงหันมาค้าขายปรับเปลี่ยนจนเป็นร้านถั่วปั่น 5 สี ขายมานานร่วม 2 ปี “ตอนแรกทำน้ำถั่วปั่นกินเองอยู่เป็นประจำ อีกอย่างมีแฟรนไชส์น้ำถั่วปั่นค่อนข้างเยอะ แต่เราไม่ได้ซื้อมา เห็นว่าน่าสนใจและดีต่อสุขภาพ ลองมาทำกินเอง หาสูตรจนลงตัวแล้วยึดเป็นอาชีพ” เจาะกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ แก้วละ 30 บาท รายได้ต่อวันประมาณ 3-4 พันบาท ตื่นแต่เช้าเตรียมวัตถุดิบออกขายราว 6 โมงเช้า จนถึงบ่ายโมงโดยประมาณ ใช้ถั่วซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก 5 ชนิด วันละ 5 กิโลกรัม นำไปนึ่ง 8 ชั่วโมง โดยถั่วแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณ ดังนี้ ถั่วเหลือง – ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง ถั่วแดง – ช่วยขับปัสสาวะ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ลมพิษ บรรเทาอาการปวดข้อและบวม ถั่วดำ – มีสารช่วยบรรเทาอาการปวดลำไส้เล็ก บำรุงโลหิต ถั่วเขียว – แ
คุณแนน – วัชราภรณ์ คล้ายเนียม เจ้าของ “รถนิยม CAR BAR MILK” กิจการขายอาหาร-เครื่องดื่มประเภทนมชง ขนมปังปิ้ง สเต๊ก และ อาหารไทยจานหลักหลากหลาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ทุกเพศ-วัย กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เธอเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว ปัจจุบันอายุ 34 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ฝ่ายการตลาดของหมู่บ้านจัดสรร ส่วนแฟนหนุ่มซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ คือ คุณต้อม –อนุรักษ์ สุดดี ทำงานในตำแหน่งเป็นวิศวฯไฟฟ้าประจำห้องเย็นแห่งหนึ่งในมหาชัยนี้เอง ทำงานกันมาได้พักใหญ่ เธอเกิดความคิดอยากให้แฟนหนุ่มออกจากงานประจำมาหาอะไรทำที่ได้เงินมากกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท เพราะแม้จะทำโอทีหนักหน่วงแค่ไหน ก็ได้ค่าตอบแทนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท คุณแนน เจ้าของกิจการ “ตอนนั้นที่กรุงเทพฯกำลังฮิตรถโฟล์กตู้ มาแต่งแล้วเปิดเป็นร้านขายนมปั่น-ขนมปังปิ้ง เลยตัดสินให้แฟนลาออกมาทำรถนม บ้างดีกว่า แต่เราไม่มีรถโฟล์กตู้ มีแต่รถกระบะเก่าคันหนึ่ง ซื้อมาสะสมไว้นานแล้ว เลยคิดนำมาดัดแปลงเป็นหน้าร้านหาเงินดีกว่า” คุณแนน
ในอดีต ชาวประมงในหมู่บ้านคั่นกระได จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้อวนตาถี่จับสัตว์น้ำ แบบเน้นเอาปริมาณ ซึ่งอวนตาถี่ดังกล่าวนั้น นับเป็นเครื่องมือประมงแบบทำลายล้างที่กวาดจับสัตว์น้ำแทบทุกชนิด โดยเฉพาะลูกปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ปลาทู ปลาอินทรี จนทรัพยากรทางทะเลหน้าหมู่บ้านคั่นกระไดเสื่อมโทรมลงไปมาก ส่งผลให้ ชาวประมงหมู่บ้านคั่นกระได ต้องออกเรือไปไกลมากขึ้น เพื่อจับปลาจากหมู่บ้านอื่นๆ จนทำให้ทรัพยากรทางทะเลร่อยหรอไปทีละหมู่บ้าน กระทั่งได้รับสมญานามจากหมู่บ้านที่ไปเยือนว่า “กองปราบปลา” เนื่องจากหาปลาแบบล้างผลาญไปจนถึงเขตจังหวัดชุมพร แต่แล้วเมื่อเจ้าของพื้นที่ยื่นคำขาดให้ออกไปจากเขตแดนของพวกเขาภายใน 24 ชั่วโมง ชาวประมงจากหมู่บ้านคั่นกระได จึงต้องล่าถอยกลับคืนถิ่นของตัวที่ท้องทะเลมีแต่ความเสื่อมโทรมอย่างหนัก จนชาวประมงหลายรายต้องเปลี่ยนไปทำอาชีพรับจ้างก่อสร้าง กระทั่งปี 2551 ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมรักษ์ทะเลไทย ชาวประมงบ้านคั่นกระได ได้รวมกลุ่มกันเพื่อฟื้นฟูความอุดสมสมบูรณ์ของทะเลหน้าบ้านให้กลับคืนมา เริ่มจากการเลิกใช้อวนตาถี่ สร้างซั้งกอเพื่อเป็นบ้านให้เกิดกับสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำธนาคารปู ห้ามเรื
“บิ๊กเต้ช็อป” เป็นร้านโชห่วยอยู่ย่านรังสิต ซึ่งว่ากันว่าเป็นความหวังใหม่ของวงการร้านค้าปลีก เป็นโชห่วยรุ่นใหม่ขวัญใจวัยโจ๋ทั้งหลายในละแวกนั้น ด้วยเหตุผลบริหารร้านได้ “เข้ากั๊น เข้ากัน” กับความต้องการของโลกยุคนี้…เสียนี่กระไร Big Te Shop (บิ๊กเต้ช็อป) มินิมาร์ตรุ่นใหม่ ใส่ใจทุกความต้องการของนักศึกษา คือ ชื่อและสโลแกนประจำตัว ของร้านโชห่วยที่เกริ่นถึง มี คุณเต้-ศตวัสส์ ฝ่ายรีย์ หนุ่มหน้าใส บุคลิกกันเอง เป็นเจ้าของกิจการ “เรื่องซื้อแฟรนไชส์มาเปิดไม่อยู่ในหัวเลย อยากทำเองมากกว่า เพราะเชื่อมั่นในไอเดียว่าทำได้” เจ้าของร้านต้นเรื่อง “บิ๊กเต้ช็อป” เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนย้อนความเป็นมา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เคยผ่านงานด้านโทรทัศน์มาหนึ่งปี ก่อนย้ายมาเป็นพนักงานในสถาบันการศึกษาที่จบเป็นบัณฑิตออกมา กระทั่งก่อนแต่งงาน ลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวด้วยการเปิดร้านโชห่วยตามคำแนะนำจากคุณแม่ยาย เนื่องจากมีทำเลน่าลงทุน อยู่ใต้ถุนหอพัก ฝั่งตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และด้วยความที่มีใจรักด้านการค้าขายมาตั้งแต่เด็กเป็นทุนอยู่แล้ว จึงใส่ใจเต็ม
พระครูปลัดมงคล เจ้าอาวาส วัดมหาโพธิ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางวัดมหาโพธิ ได้เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมการสอนงาน “แกะสลักพระไม้” ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่สนใจ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้การดำเนินงานของชุมชน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำหรับความเป็นมาของการถ่ายทอดวิชา “แกะสลักพระไม้” จุดเริ่มมาจากที่ว่า พระพุทธรูปเก่าแก่ของวัดมหาโพธินั้น ทำจากไม้ และเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีบุคคลหลายฝ่ายทั้งนักวิชาการและผู้นำในชุมชน มาร่วมกันทำ “โครงการแกะสลักพระไม้คืนให้เมืองน่าน” จากนั้นได้มีประชาชนจำนวนไม่น้อยมาเข้าร่วมโครงการ ด้วยการมาช่วยกัน “แกะสลักพระ” จากเศษไม้เหลือใช้ เหลือทิ้งตามป่าข้างทาง ซึ่งนับเป็นการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับ “ของไม่มีค่า” ได้ทางหนึ่ง เจ้าอาวาสวัดมหาโพธิ กล่าวต่อว่า หลังจากที่มีประชาชนมาเรียนรู้การแกะสลักพระไม้กันมากหน้าหลายตาแล้ว บ้างก็นำพระไม้ที่แกะออกมาได้นั้นถวายวัด เพื่อให้คนอื่นได้มีโอกาสมากราบไหว้ ตามความเชื่อที่ว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลอีกทางหนึ่ง และเมื่อมีคนทำและ
