Exclusive
กว่าจะมาถึงจุดที่เรียกว่า “ประสบความสำเร็จ” หลายคนอาจต้องดื่มด่ำกับคำว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” หากเราปล่อยให้ล้มโดยไม่คิดจะลุก ไหนเลยจะพบกับคำว่า สำเร็จ ได้ คุณภีร์นริศร์ ผ่องหทัยกุล คือตัวอย่างของคนล้มแล้วพร้อมลุกทุกครั้ง จนวันนี้มาถึงจุดยืนแห่งความสำเร็จได้ในวัย 34 ปี ขายของและเป็นครู ก้าวมาสู่อาชีพอิสระ คุณภีร์นริศร์ มีจังหวะชีวิตเริ่มต้นเช่นคนธรรมดาทั่วไป เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย จากนั้นก็นำพาชีวิตมุ่งหางานทำในกรุงเทพฯ แต่ทว่าช่วงนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองกำลังคุกรุ่น เขากลายเป็นคนตกงานทั้งๆ ที่ยังไม่เคยได้เข้าทำงานที่ไหน เมื่อกรุงเทพฯ ไม่ใช่อู่ข้าวอู่น้ำสำหรับเขา จึงเดินทางขึ้นเหนืออีกครั้ง กระทั่งได้เป็นครูอยู่ในสถาบันการศึกษาอาชีวะเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่เชียงใหม่ได้ 1 ปี ก็ย้ายตัวเองมาสมัครงานเป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปัว จังหวัดน่าน น่าน คือ บ้านเกิด และการกลับมาครั้งนี้จึงเป็นการกลับแบบถาวร “ระหว่างสอนหนังสือที่ปัว ขณะนั้นเมืองน่านกำลังเปิดตัวเรื่องท่องเที่ยว และมีโครงการกาดน่านขึ้นมา ผมจึงเห็นว่าน่าจะนำเวลาว่าง
ไม่ต้องตระเวนทั่วเมืองไทยก็ช็อปสินค้าชุมชนขึ้นชื่อจากทั่วทุกภาคได้ ในร้านประชารัฐสุขใจ SHOP ที่พร้อมเปิดช็อปใจกลางกรุง ในงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561” ซึ่งจัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระหว่างวันที่ 17-21 มกราคม นี้ ที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร งานนี้ขนผลิตภัณฑ์ชุมชนสุดคลาสสิกกว่าร้อยรายการ ทั้งของกิน ของใช้ มีสไตล์ มาจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดห้ามพลาด! เตรียมสตางค์ในกระเป๋า พร้อมช็อปช่วยชุมชน ปลุกกระแส “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” ชม ชิม ช็อป สินค้าชุมชนของดีทั่วไทยแบบครบครัน ในงานมหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561” ซึ่งได้จัดสรรพื้นที่โซน 10 “ประชารัฐร่วมใจ” ยกเอาร้านค้าประชารัฐสุขใจ SHOP จากทั่วทุกภูมิภาคมารวมไว้ในร้านเดียว พร้อมเนรมิตให้เป็นร้านประชารัฐสุขใจในฝัน รวมความครบครันของสินค้าชุมชนขึ้นชื่อทั้งอาหาร สินค้าแปรรูป ของฝาก ของใช้ และของที่ระลึกจากแต่ละภาค มาจำหน่ายในราคาผู้ผลิต รวมมิตรสินค้าน่าช็อป ร้านประชารัฐสุขใจ SHOP เหนือ-ใต้-อีสาน-กลาง พบกับสินค้าทีเด็ดขึ้นชื่อจาก 17 จังหวัดทั่วไทย ทั้งภาคเหนือ ใต้ อีสาน และกล
อดีตพนักงานประจำ ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนหลักแสน ผันตัวเป็นพ่อค้าคนกลางขายผัก – ผลไม้พร้อมทาน เสิร์ฟใส่กล่องสร้างแบรนด์ Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) สินค้าขายดี ผักสลัดพร้อมทาน มะม่วงน้ำปลาหวาน ฝรั่งน้ำตาลปี๊บ มะเขือเทศเชอร์รี่จิ้มพริกเกลือ ส่งขายห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ธุรกิจขายสุขภาพ แม้จะปลูกผักไม่เป็น แต่รายได้ทะยานนับร้อยล้านบาท คุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลังผัก จำกัด เจ้าของผัก – ผลไม้พร้อมทานแบรนด์ Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) เท้าความว่า ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ตำแหน่งฝ่ายการตลาด เงินเดือนหลักแสน ทั้งๆ ที่ครอบครัวไม่เห็นด้วย เพราะมีลูกเล็กที่ต้องดูแล อีกทั้งภรรยาไม่ได้ทำงาน แต่ด้วยความอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องกล้าเสี่ยง โดยนำต้นทุนความรู้ในงานประจำ และความเชื่อว่าสินค้าเพื่อสุขภาพมีอนาคตไกลแน่ เลยไม่รอช้าเร่งหาสินค้าป้อนตลาด ราวปี 2550 โจทย์ของหนุ่มออฟฟิศ คือ มองหาสินค้าสุขภาพเสิร์ฟคนเมือง ชายหนุ่ม บอกว่า ลองดูในซุปเปอร์มาร์เก็ต พบว่า “ผักสลัด” มีจำหน่าย แต่ “ผักสลัด” พร้อมทานยังไม่มีขาย อีกทั้งผักเกือบทั้งห
ยำหอย อาหารรสแซ่บ เมนูเด็ดถูกใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย หากเดินไปตามตลาดไม่ว่าจะย่านไหน จังหวัดไหนจะเห็นร้านยำหอยกระจายอยู่ทั่วทุกมุม คงเป็นเพราะเมนูนี้ลูกค้ากินง่าย แม่ค้าขายคล่อง มีร้านยำหอยร้านหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังโด่งดังในโลกโซเชียล ด้วยลีลาการขาย และมารยาทการพูดการจาของแม่ค้าที่สุภาพจนลูกค้าที่แวะไปชิมต่างประทับใจ เจ้าของร้านชื่อ คุณยุพา กำลังเจริญ หรือ คุณฝน วัย 28 ปี คุณฝนเรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เริ่มขายยำตั้งแต่อายุ 15 ปี ส่วนที่เลือกขายยำหอย เพราะครอบครัวของเธอยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่เธอยังไม่เกิด พอขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ช่วยแม่ขายของที่ร้านจนซึมซับได้วิชาค้าขายมาแบบไม่รู้ตัว “ในช่วงแรกขายอยู่ร้านเดียวกับแม่ แต่หลังจากนั้นฝนแยกตัวออกมาเปิดร้านของตัวเองที่ตลาดเซฟวันได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ” ในส่วนของลีลาการขายและมารยาทของคุณฝนที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้าหลายต่อหลายคนนั้น เจ้าตัวเล่าด้วยความดีใจว่า มารยาทการบริการนั้นได้มาจากการช่วยแม่ขายของมาตั้งแต่เด็ก แม่จะสอนเสมอว่าอย่าอายทำกิน สอนให้รู้จักบุญคุณคน ลูกค้าคือผู้มีพระคุณ ต้องบริการให้ดี อยากให้ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาซื้อยำหอยรู้ว่
คุณนันทพงศ์ แสนบุดดี หรือ บอล วัย 25 ปี เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการอายุน้อย อนาคตไกล บอล เรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ มีบ้านเกิดที่อุดรธานี และมาคลุกคลีอยู่บ้านครอบครัวที่ขอนแก่น หลังจากเรียนจบ บอลทำงานเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ ที่บริษัทกระทิงแดง เงินเดือนดี ตำแหน่งหน้าที่การงานดีไม่มีปัญหา บอลก็เป็นเหมือนคนจำนวนมาก ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากแต่บอลเริ่มได้เร็ว และหาช่องทางธุรกิจได้เร็วกว่าคนวัยเดียวกัน ระหว่างที่ทำงาน บอลก็คิดหาธุรกิจของตัวเองไปแล้ว และไปลงตัวที่ เฉาก๊วย บอลเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองถนัดคือทางด้านการพัฒนาอาหาร และเฉาก๊วยก็เป็นอาหารที่เขาชื่นชอบ จึงมีแรงบันดาลใจให้ศึกษาอยู่กับมันได้นานๆ จากนั้น เขาและพี่สาว ลองเปิดร้านเฉาก๊วยตึ๋งหนืด ข้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยว่าเป็นแหล่งวัยรุ่น ได้กลุ่มลูกค้าชัดเจนคือนักศึกษา สินค้าของเขา คือนมปั่นกับน้ำแข็ง ละเอียด เนียน หวานกำลังดี โปะหน้าด้วยเฉาก๊วยเหนียวหนึบ และราดชาเขียวให้ไหลเยิ้มบนภูเขาน้ำแข็ง ทั้งรสชาติ และหน้าตาของสินค้า มีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำ ไม่เพียงแต่ขายหน้าร้าน แต่ยังขยันโพสต์ลงโซเชีย
การได้ทำงานในบ้านเกิดเป็นความฝันและเป็นความต้องการของคนวัยทำงาน แต่ด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งเรื่องลักษณะงาน เงินเดือน และสวัสดิการ ทำให้หนุ่มสาวส่วนใหญ่ต้องจากบ้านไปทำงานไกลถึงเมืองหลวง คุณใบเฟิร์น-พิมพ์วลัญช์ มาสันเทียะ สาวย่าโมโดยกำเนิด วัย 25 ปี บัณฑิตสาวจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน หนึ่งสาวที่โชคดีมีโอกาสได้ทำงานในบ้านเกิด กับสายงานด้านบริการ “คอลเซ็นเตอร์” ที่ใจรัก หลังเรียนจบเมื่อปี 2558 สาวย่าโมคนนี้มุ่งมานะหางานที่มั่นคงทำในจังหวัดนครราชสีมาบ้านเกิด เพื่อจะได้มีรายได้ช่วยเหลือครอบครัว และอยู่ใกล้ชิดครอบครัว ถึงแม้เพื่อนร่วมรุ่นจะชักชวนไปทำงานในกรุงเทพฯ ก็ตาม ประจวบเหมาะกับ เอไอเอส มาตั้งศูนย์ Contact Center ในโคราช คุณใบเฟิร์นตัดสินใจเลือกเข้าทำงานที่แรกกับเอไอเอสในสายงานบริการ “คอลเซ็นเตอร์” ทันที เพราะชื่นชอบงานด้านบริการ มีความสุขและรู้สึกว่าประสบความสำเร็จทุกครั้งที่ได้แก้ปัญหาหรือดูแลลูกค้า “มาเป็นส่วนหนึ่งของเอไอเอส เพราะเป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีชื่อเสียง การได้ร่วมงานกับเอไอเอสถือเป็นโอกาสในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านการทำงานเพื่อความก
เมื่อเร็วๆ นี้ อาจารย์ปิยะธิดา สีหะวัฒนกุล รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มาให้ความรู้ในการทำ “เวิร์กช็อป” จัดตะกร้าผักสุขภาพให้สวยชิกสุดปัง เพื่อมอบให้กับคนรักในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ จัดโดย KTC PR PREES CLUB มีตัวแทนสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ นับสิบชีวิตเข้าร่วมแบบสนุกสนานเป็นกันเอง อาจารย์ปิยะธิดา กล่าวตอนหนึ่งว่า ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสำคัญของทุกปี หลายคนอาจจะต้องมีภารกิจสำคัญ นั่นคือ การเฟ้นหาของขวัญให้ถูกใจผู้รับ แต่จะว่าไป หน้าที่ดังกล่าวนี้ก็น่าหนักใจอยู่ไม่น้อย เพราะของขวัญของฝากที่นิยมมอบกันแบบทั่วๆไปนั้น อาจไม่เก๋ไก๋โดนใจเท่าที่ควรก็เป็นได้ และเพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ปัจจุบัน ที่ผู้คนต่างหันมาให้ความใส่ใจในสุขภาพของตัวเองและครอบครัว “ตะกร้าผักสุขภาพ” ที่มีทั้งความน่ารักและพืชผักที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับผู้รับหลายๆ ท่านอย่างแน่นอน “เริ่มต้นจากการไปซื้อผัก ให้เลือก ผักที่มีรูปทรงค่อนข้างสูงไว้เป็นหลักก่อน เช่น แคร์รอต แตงกวา มะระ เพราะหากเลือกมาเป็นลูกๆ อย่าง มะนาว มะเขือ กะหล่ำ ผักก
ขวัญชัย ศรีปราโมช หรือ เจ้าของฉายา “หมอขวัญแม่นเวอร์” หมอดูที่มีชื่อเสียงจากการดูดวงดารา คนดัง ปรับดวงชะตาให้เจริญรุ่งเรือง วันนี้จะมาแนะวิธีการปรับฮวงจุ้ยร้านค้าอย่างไรให้เฮง เฮง เฮง ต้อนรับปีจอ หมอขวัญ บอกว่า นักษัตร ปี 61 คือ ปีจอ หรือ ปีหมา ซึ่ง “สี” ที่จะมาเสริมพลังปีนี้ คือ “สีส้ม” หรือ “สีเขียว” สำหรับร้านค้าที่ไม่ได้ทาสีส้ม หรือ สีเขียว เพื่อความสะดวกไม่ต้องทาสีร้านใหม่ก็ได้ เพียงแค่หาน้ำล้น หรือ แจกัน สีส้ม หรือ สีเขียวมาวาง มาตกแต่ง บริเวณร้านค้า สีมงคลเหล่านี้ก็สามารถส่งพลังมาหนุนได้ หรือ หากร้านค้าร้านไหนต้องการทาสีเพื่อเสริมพลังจริงๆ เลือกทาเฉพาะนอกบ้านก็ได้ ส่วนของมงคลที่จะมาเสริมให้ค้าขายร่ำรวย หมอดูคนดัง กล่าวว่า หารูปปั้นนักษัตรที่สมพงศ์กับปีจอมาเสริม ได้แก่ ม้า วอก หรือ จอ เพราะ 3 นักษัตรนี้เป็นเพื่อนกัน เสริมดวงกัน ส่วนนักษัตรที่เป็นปีชงกับปีจอ ห้ามนำเข้าบ้าน ได้แก่ มะแม มะโรง และ ฉลู “ของมงคลที่จะเสริมให้ค้าขายร่ำรวยในปีหมา แนะนำให้นำรูปปั้นม้า หรือ หมา วางหน้าร้าน เพื่อเสริมโชคลาภ โดยเฉพาะม้า เป็นสัตว์ฮวงจุ้ยตามความเชื่อของคนจีน ในปีจอควรได้หาม้าม
จากจุดเริ่มอยากใช้วิชาความรู้ที่สั่งสม มาคิดประดิษฐ์ผลิตของใช้ในชีวิตประจำวันให้กับคนใกล้ตัว เนื่องจากของที่มีอยู่ในตลาดนั้น ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ เมื่อทุ่มเทความพยายามทั้งแรงกาย แรงใจ และมันสมอง ความตั้งใจดังว่าก็มาถึงปลายทางความสำเร็จ ที่เรียกได้ว่า “ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง” กันเลยทีเดียว สำหรับ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แปรรูปจากวัตถุทางการเกษตร แบรนด์ “ณ นนท์” เจ้าของรางวัลสุดยอด Startup 2017 และสุดยอด SMEs จังหวัดนนทบุรี ประจำปี 2017 โดยทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นผู้มอบให้ ก่อนลงลึกในรายละเอียดของธุรกิจรายนี้ คุณแจ๊ค -ชัยมงคล จุลภาพ ในฐานะหัวเรือสำคัญ มีข้อมูลส่วนตัวมาแนะนำให้รู้จักเล็กน้อย ปัจจุบันอายุ 39 ปี การศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์เคมี และปริญญาโทด้านเทคโนโลยีวิศวกรรม ก่อนหน้านี้เคยเป็นพนักงานประจำโรงงาน ปัจจุบันลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เพราะอยากทำงานที่ได้ใช้ความรู้จริงๆ “หลายโรงงานทำในจุดที่ไม่รู้ เช่น เรื่องความปลอดภัยต่างๆ เวลาแนะนำไปก็ไม่สนใจ เลยคิดว่าในเมื่อเรามีความรู้อยู่แล้วออกมาทำธุรกิจเองดีกว่า” คุณแจ๊ค บอกอย่างนั้น และว่า นอกจ
การกินน้ำปั่นผักผลไม้ 5 สีทุกวัน ช่วย “กู้โลก”ได้ เพราะนอกจากสุขภาพจะดีแล้ว ยังสร้างโลกสีเขียวและสังคมดีๆไปพร้อมกัน “ปลูกปั่น” เป็นธุรกิจที่เกิดจากคนป่วยที่หายด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต และกินผักผลไม้ 5 สีทุกวันด้วยการทำเป็นน้ำปั่นจนหาย…กลายเป็นคนสุขภาพดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคนป่วยคนนั้นดันเป็นนักออกแบบ “ปลูกปั่น” จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านน้ำปั่นธรรมดา เหล่านี้ คือ ข้อความแนะนำตัว…ที่จะพาเราไปรู้จัก “ธุรกิจสีเขียว” ที่พร้อมจะเติบโตแบบยั่งยืนควบคู่ไปกับความสุขของทั้งคนทำ คนปั่น และ คนกิน คุณจัง-ศิริลักษณ์ มหาจันทนาภรณ์ หุ้นส่วนคนสำคัญกิจการ “เวลาเย็น” ร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เสริม ขวัญใจนักปั่นย่านซอยทองหล่อ และเจ้าของธุรกิจ “ปลูกปั่น” ที่เกริ่นไว้ตอนต้น กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ เอกนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำงานเป็นนักออกแบบฟรีแลนซ์ ตั้งแต่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานหนักและมักให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าค่าตอบแทน ผลงานที
