Exclusive
เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ขบวนแรลลี่ “เรียนรู้ แบ่งปัน” ครั้งที่ 2 จัดโดยสื่อเครือ “มติชน” ในนาม “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือนและเว็บไซต์ข่าวสารและสาระดีๆสำหรับผู้ประกอบการ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านเขาวง หมู่ 3 ตำบลหนองแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมกันมอบชุดกีฬา อุปกรณ์ในการเล่นกีฬา อาทิ ลูกฟุตบอล ลูกวอลเล่ย์บอล ลูกตะกร้อ ฮูลาฮูป ฯลฯ รวมทั้งขนมนมเนย ให้กับน้องๆ ในโรงเรียนบ้านเขาวง โดยมี คุณมานิต เคนผาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ เป็นผู้แทนรับมอบ คุณมานิต กล่าวตอนหนึ่งว่า โรงเรียนบ้านเขาวงแห่งนี้ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมฯ 6 ปัจจุบันมีนักเรียน 230 คน คุณครู 11 คน สำหรับชุดและอุปกรณ์กีฬา ที่ได้รับมอบในครั้งนี้ นับว่ามีประโยชน์มาก เด็กๆ จะได้นำไปเล่นเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะกีฬา สามารถช่วยให้เด็กๆ ห่างไกลทางที่ผิดได้ รวมทั้งจะไม่ทำให้หมกมุ่นกับเกมหรือโทรศัพท์มากเกินไปได้อีกด้วย ผอ.มานิต รับมอบ ชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬาจาก คุณวิมล ตัน บ.ก.เส้นทางเศรษฐี ห
อดีตเซลส์ขายเครื่องสำอาง มองเห็นช่องว่างธุรกิจความงามจากสมุนไพร มุ่งผลิต “สบู่” ขายคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จุดเริ่มต้นที่มีเพียงสบู่ผสมสมุนไพรไทยไม่กี่ชนิด ปัจจุบันทายาทธุรกิจ คุณนิพนธ์ วชิรสิทธิเสถียร ต่อ ยอดนำเข้าส่วนผสมอินเทรนด์สุดฮิต อย่าง คอลลาเจน กลูต้า รังนก ซากุระ วิตามินซีและอี มาผสมในสบู่ เกือบ 100 สูตร เป้าหมายคือ ขยายฐานลูกค้าไปสู่ระดับกลาง และกลุ่มวัยรุ่นให้มากขึ้น ล่าสุดขึ้นแท่นติดอันดับสบู่ขายดีในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ส่งออกต่างประเทศ หวังสร้างยอดขายปีนี้ 100 ล้านบาท ทายาทเจนวาย เติมฟังก์ชั่งสบู่ คัดส่วนผสม เพิ่มความขาวใส คุณนิพนธ์ วชิรสิทธิเสถียร หรือ คุณพีท กรรมการผู้จัดการ บริษัท การอง มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หรือสบู่สมุนไพรการอง เล่าว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจ สืบเนื่องมาจากคุณพ่อและคุณแม่ เดิมทีเป็นพนักงานขายเครื่องสำอาง ด้วยไหวพริบทางธุรกิจท่านมองเห็นโอกาสทำเงินจากสินค้าชนิดนี้ จึงศึกษาตลาดและเก็บข้อมูล จนกระทั่งวันหนึ่งพบว่า “สบู่” คือ ปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตที่แม้เศรษฐกิจจะไม่ดี คนไม่ควักเงินจากกระเป๋า แต่อย่างไรก็ตามยังต้องอาบน้ำ อีกทั้งสบู่ใช้แล้วหมดไป ฉ
“บ้านผลไม้” ธุรกิจแปรรูปผลไม้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ธุรกิจครอบครัวของ คุณจิรทีปต์ ปัทมโยธิน และ คุณนริชา กุลนานันท์ ที่มีความรักในการแปรรูปผัก-ผลไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ตามที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับโครงการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ที่เชียงรายและเชียงใหม่ และโครงการตามพระราชดำริ ที่สกลนครและบุรีรัมย์ ปัจจุบัน บ้านผลไม้ดำเนินธุรกิจมาร่วม 15 ปี โดยมีทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณสุทัตตา ปัทมโยธิน วัย 26 ปี มารับช่วงบริหารงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป คุณสุทัตตาเรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควบด้วยปริญญาโท ด้านการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส วูแมน (Texas Woman’s University) หลังเรียนจบทายาทสาวรีบกลับมาช่วยกิจการครอบครัว “บ้านผลไม้เป็นธุรกิจที่พ่อกับแม่ช่วยกันสร้าง เห็นถึงความตั้งใจของทีมงานทุกคนที่อยู่ด้วยกันมา 10 กว่าปี ในฐานะที่เป็นทายาท และโตมากับธุรกิจนี้จึงอยากให้มีต่อไปเรื่อยๆ เป็นความภูมิใจที่ได้ทำผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพให้ผู้บริโภคได้ทาน” ทายาทสาวถ่อมตัวว่า เธอยังต้องเรียนรู้การบริหารงานอีกพอสมควร ทั้งนี้
LA ORR (ลออ) แบรนด์จิวเวลรี่ดีไซน์เก๋ ที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้าไว้กับแฟชั่น จับผ้าไหมใส่ไอเดียสร้างสรรค์ชิ้นงานอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว และทุกชิ้นล้วนเป็นผลงานแฮนด์เมดที่ผลิตด้วยความตั้งใจ การันตีได้ว่าเครื่องประดับแต่ละแบบมีเพียงชิ้นเดียวในโลก คุณออม หรือ สุพัจนา ลิ่มวงศ์ ดีไซเนอร์สาววัย 31 ปี เจ้าของแบรนด์ LA ORR ที่แปลว่า งาม คุณออม เล่าให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า เริ่มสร้างแบรนด์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะเป็นความตั้งใจตั้งแต่สมัยเรียนว่าอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ก่อนหน้านั้นทำงานบริษัทส่งออกเครื่องประดับเงิน และเป็นดีไซเนอร์ ซึ่งในระหว่างนั้นออมได้ทดลอง หาเทคนิค และแนวคิดมาเรื่อยๆ พอถึงจุดอิ่มตัวกับงานออฟฟิศ ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านออกแบบแฟชั่น เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ หลังจากนั้นออกมาสร้างแบรนด์ชื่อ LA ORR โดยเลือกใช้ผ้าไหมเป็นวัสดุหลักในการทำชิ้นงาน ดีไซเนอร์สาวเล่าว่า ส่วนตัวชอบงานศิลปะของไทยอยู่แล้ว ซึ่งผ้าไหมถือเป็นศิลปะไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว มีโอกาสได้ลองสัมผัสของจริง ได้เห็นเนื้อผ้าแล้วรู้สึกว่าถ้านำมาเป็นวัสดุในงานออกแบบน่าจะดีไม่น้อย “ต้องยอมรับว่าคนทั่วไปไม่ค่อยนำม
น้ำผลไม้ปั่นยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยอยู่เสมอ ด้วยบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน ทำให้ธุรกิจขายนำในรูปแบบต่างๆ เปิดตลาดให้เห็นตลอดเวลา และแน่นอนหากจะทำธุรกิจนี้รสชาติอร่อยอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ เจ้าของธุรกิจต้องสร้างความแปลกใหม่ เติมไอเดียสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นความซื้อของลูกค้าอีกทางด้วย Pineapple Beach Hua Hin ร้านขายน้ำสับปะรดปั่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสิร์ฟในลูก ชูจุดเด่นเรื่องรสชาติและความสดใหม่ของสับปะรดจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดตลาด 7 เดือน สร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 100 ลูกในหนึ่งวัน ทำกันสดๆ หน้าร้านทุกวัน น้ำสับปะรดปั่นพร้อมเสิร์ฟในลูกที่ว่า เป็นไอเดียสร้างสรรค์ของ คุณสุนิสา ชนะเสนา หรือ แหม่ม วัย 33 ปี เธอเล่าว่า เป็นคนชอบทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานแฮนเมดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงหันมาทำธุรกิจนาฬิกาแฮนเมดขาย แต่ด้วยไอเดียไม่หยุดนิ่งและอยากหาอาชีพอื่นทำเพิ่ม จึงเริ่มมองหาวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นธุรกิจดู “ในประจวบฯ มีสับปะรดค่อนข้างเยอะ แหม่มหาไอเดียนำมาทำเป็นน้
จากนโยบายรัฐ ที่พยายามผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในบ้านเรา เดินหน้าสู่ Capital Spa of Asia จึงส่งผลให้ “ธุรกิจสปาไทย” จัดอยู่ใน Mega Trend (เมกะเทรนด์) หรือ ธุรกิจที่มีแนวโน้มสร้างผลประโยชน์และผลกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนได้เป็นวงกว้าง ดังนั้น การสร้าง “จุดแข็ง” เพื่อเป็น “จุดขาย” ของสปาไทย ให้เป็นที่ยอมรับแก่ลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการจากทั่วโลกนั้น จึงนับเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย สำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจนี้ “บ้านเรา ได้การยอมรับในแง่ของการส่งเสริมสุขภาพ นวดไทย มีชื่อเสียงระดับโลก เหล่านี้เป็นจุดแข็งทำให้ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพของคนทั่วโลก ฉะนั้นผู้ประกอบการสปา ควรพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ด้วยการนำศาสตร์ต่างๆ ของไทยมาประยุกต์” คุณพัชญา ขำสอาด แพทย์แผนไทยประยุกต์ ประจำ “อภัยภูเบศร เดย์ สปา” ศูนย์ให้บริการสปาระดับ ไฮเอนด์ ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนกล่าวต่อถึง “สปา ภูมิปัญญาไทย” หรือ “สปา” ที่เน้นนำ “ศาสตร์ของไทย” มาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะ “ศาสตร์เจ้าเรือน” ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐาน ซึ่งหา
ในยุคที่เศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ ทำงานประจำอย่างเดียวไม่รอดแน่ การทำงานเสริมจึงเป็นตัวเลือกให้กับหลายคน หางานเสริมไม่ยากเลย ลองจับกระแสสังคมดูว่าตอนนี้ฮิตอะไรกัน ถ้าจับจุดถูกธุรกิจไม่ร่วงง่ายๆ แน่นอน ซึ่งอาชีพที่มาแรงไม่ตกยุคเลยคือ การขายอาหาร หนีทะเลมาลงรู ชื่อร้านน่ารักๆ ขายหอยครกซีฟู้ด เป็นอาชีพเสริมเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้น ของคุณเกศณี ชื่นโพธิ์ชา หรือพี่เจี๊ยบ วัย 36 ปี พี่เจี๊ยบ เล่าว่า หลังเรียนจบก็ทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป ปัจจุบันยึดอาชีพเป็นเซลส์ ขายพวกโปรเจ็กต์เกี่ยวกับ ประตูเหล็ก ประตูหนีไฟ ทำมากว่า 8 ปี ซึ่งการเป็นเซลส์ไม่ง่าย มีความกดดันสูง ต้องหาโปรเจ็กต์อยู่ตลอด ทำยอดให้ได้ตามเป้า อีกอย่างเริ่มรู้สึกว่าอาชีพนี้ใกล้อิ่มตัว “ทำงานมาสักพัก ความต้องการในการใช้เงินมีมากขึ้น ภาระมีมากขึ้น เลยหาอาชีพเสริมที่ตัวเองพอทำได้ เลยมาลองขายหอยทอดดู” พี่เจี๊ยบดัดแปลงจากหอยทอดธรรมดาทอดในกระทะแบนๆ โดยปรับให้ทานง่ายจากทอดในกระทะใหญ่ๆ หยอดในหลุมขนมใช้ไม้จิ้มเข้าปากได้เลย มีหลายหน้าให้เลือกทาน ทั้ง หอย กุ้ง ปลาหมึก ปูอัด ใช้วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ ออกขายตามตลาดนัดใหญ่ๆ ใกล้บ้าน และออกบู๊ธตามงานอาหาร
พิซซ่า เป็นอาหารที่แทบจะเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทยไปแล้ว แต่พิซซ่า เจ้านี้ ต่างจากคนอื่น ตรงที่ตัวแป้งมีสีดำ จากข้าวไรซ์เบอร์รี่ และหน้าพิซซ่า ก็ใช้อาหารท้องถิ่นมาดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นลาบเห็ด ส้มตำ ข้าวเม่า หมากพร้าวหมากม่วง คุณเฉลิมพล ร่มโพธิ์ทอง วัย 44 ปี เป็นเจ้าของ มีร้านประจำอยู่ที่ ซ.โรงพยาบาลศรีวิไล อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ แต่ก็ออกอีเว้นต์เสมอๆ อย่างงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ ก็มาร่วมด้วยทุกปี หรืองานโอท็อปที่เมืองทอง หรืองานศิลปาชีพ ก็ไปกับทางจังหวัด เป็นต้น คุณเฉลิมพล เล่าว่า เริ่มต้นคือทำพิซซ่าเป็น โดยมีคนเกาหลีสอนให้เมื่อนานมาแล้ว จากนั้น เขาคิดว่าเป็นอาหารที่ไม่ยาก น่าจะทำขายได้ เพียงแต่ต้องดัดแปลงให้มีเอกลักษณ์ เป็นของตัวเอง เขามองไปที่ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ จ.บึงกาฬ ปลูกกันอยู่มาก ก็เลยไปสั่งโรงสี ขัดผิวข้าวไรซ์เบอร์รี่ออกมา เพื่อเอาผิวข้าวที่มีสีดำ ไปผสมกับข้าวสาลี จนได้ตัวแป้งมีสีดำ อันเป็นเอกลักษณ์ของจ.บึงกาฬ ที่แปลว่า ลำน้ำสีดำ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 50 กก. ขัดผิวออกมาได้ 4 กก. ซื้อมา กก.ละ 50 บาท (ส่วนตัวข้าวที่ขัดแล้ว ก็มีสีขาวเหมือนข้าวหอมมะลิ นำไปหุงกินได้) เมื่อได้แป้งที่ม
นายยศพิชา คชาชีวะ เชฟชื่อดัง ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมานานกว่าสิบปี ให้ความเห็นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” กรณีมีข่าวนายเปรมชัย กรรณสูต ลักลอบเข้าเขตรักษาพันธุ์ทุ่งใหญ่นเรศวร ไปล่าสัตว์ เพื่อเปิบเมนูพิสดาร “ตัวเดียวอันเดียว-เสือดำ” หวังเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ นั้นว่า ตามหลักโภชนาการแล้ว “ตัวเดียว อันเดียว” ของสัตว์ทุกชนิด จะมีแร่ธาตุอาหารแค่โปรตีน และ ไขมัน ฉะนั้น หากกิน “ตัวเดียว อันเดียว” ของเสือ คงไม่ต่างอะไรกับการกิน “ตัวเดียว อันเดียว” ของวัว ซึ่งมีขายทั่วไป การที่บอกทานแล้วจะไปช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศท่านชายได้นั้น จึงเป็นแค่ความเชื่อของบุคคลนั้นๆ มากกว่า เชฟคนดังท่านเดิม กล่าวต่อว่า พืชผักหรือเนื้อสัตว์ ที่สามารถเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ ซึ่งมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว มีหลายตัว เช่น กระชายดำ โสมจีน โสมเกาหลี ไข่แดง หอยนางรม รวมทั้งกระเทียม ซึ่งเป็นของที่หาไม่ยากเลย ยิ่งถ้าเป็นคนมีฐานะ จะซื้อหามาทานเท่าไหร่ก็ได้ แต่ทุกอย่างถ้าทานมากไปอาจมีผลข้างเคียง “หอยนางรม มีแร่ธาตุสังกะสีเยอะ ซึ่งช่วยเพิ่มตัวเชื้อสเปิร์ม แต่มีไขมันสูง หากทานมากไป ไขมันอาจอุดตันได้ กระชายดำ โสมจ
TA-THA-TA (ตะ-ถะ-ตา) คือ ธุรกิจที่เกิดจากความชื่นชอบถึงขั้นหลงรักใน “งานหนัง” ที่มีความคลาสสิค ใช้ได้ทุกยุคสมัย จึงเริ่มศึกษาตั้งแต่วิธีการเลือก การนำมาใช้ รวมถึงการดูแลรักษา ทำให้เห็นเสน่ห์ของวัสดุประเภทนี้ ที่ยิ่งใช้ยิ่งสวย ยิ่งใช้ยิ่งมีคุณค่า และด้วยเหตุผลเหล่านี้ การเลือกสรรหาหนัง และกระบวนการทำผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น จึงเกิดจากความรักและความใส่ใจ ทำขึ้นมาทีละชิ้นด้วยมือ ช่วยเพิ่มเสน่ห์และคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ในแบบที่งานอุตสาหกรรมไม่สามารถทำได้ คุณกวิตา ศรีสันต์ และ คุณวิภาวัส ดาราพงศ์สถาพร คือ สองหุ้นส่วนกิจการ TA-THA-TA ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย นาฬิกา และแอคเซสเซอรี่ ที่มีเครื่องหนังเป็นส่วนประกอบสำคัญ คุณกวิตา จบจากจบคณะมัณฑณศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนคุณวิภาวัส จบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สองสาว-สองสถาบัน แต่มีใจตรงกันอยู่ที่ความหลงใหลในงานหนัง ระหว่างทำงานออฟฟิศ จึงลองช่วยกันเย็บกระเป๋าขายผ่านทางเฟซบุ๊ก ปรากฎได้ผลตอบรับดีต่อเนื่อง เมื่อเห็นแนวโน้มมีความเป็นไปได้ เลยชวนกันออกมาทำธุรกิจแบบเต็วตัว ช่วงปี 2555 ส่ง“กระเ
