Exclusive
ทายาทรุ่น 4 กิจการขนมเปี๊ยะชื่อดังย่านลาดกระบัง ปฏิเสธอาชีพเชฟดาวรุ่ง กลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว ผุดไอเดียพัฒนาขนมโบราณด้วยการเพิ่มไส้ที่หลากหลาย เพิ่มธัญพืช ลดความหวาน และเพิ่มไข่ต่อชิ้นมากถึง 8 ฟอง บรรจุภัณฑ์เปิด-ปิดกินง่าย ขายดีมากกว่าเดิม 10 เท่าตัว ช่วงเทศกาลปั๊มเงินแทบไม่ทัน คุณอานนท์ พงษ์จิวานิช หรือ เชฟปั๊ม หนุ่มวัย 28 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ทำงานเป็นเชฟอาหารไทยในโรงแรม จากนั้นไปเป็นผู้ช่วยเชฟร้านอาหารชื่อดัง 2-3 แห่ง เบ็ดเสร็จทำงานประจำ 3 ปีรับเงินเดือน เดือนละเกือบ 3 หมื่นบาท แต่สุดท้ายตัดสินใจลาออก เพราะอยากกลับมาช่วยกิจการขนมเปี๊ยะของครอบครัว โดยรับช่วงต่อจากคุณพ่อ ซึ่งท่านอายุมากแล้ว ครอบครัวเชฟปั๊มทำขนมเปี๊ยะสืบทอดกันมานาน 120 ปี หรือ 4 ช่วงอายุคน ใช้ชื่อร้านว่า “พงษ์จิวานิช” เชฟปั๊ม บอกว่า ในอดีตเป็นของเหล่าอากง มีโรงงานผลิตขนมเปี๊ยะอยู่ตลาดหัวตะเข้ ลาดกระบัง หลังจากนั้นอากง (พ่อของพ่อ) แต่งงานมีลูกได้แยกตัวออกมาทำขนมเปี๊ยะขายเอง กระทั่งรุ่นคุณพ่อ (รุ่นที่ 3) และรุ่นที่ 4 (รุ่นเชฟปั๊ม) เรียกว่าเกิดมาก็เห
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้ทดลองเปิดให้บริการเว็บไซต์ www.smeone.info ภายใต้ชื่อ “SMEONE” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูล บริการความช่วยเหลือ ตลอดจนข่าวสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศให้แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งเสริม SME ขณะเดียวกันยังช่วยให้ SME สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ที่มีอยู่ได้ง่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับธุรกิจให้เติบโตเข้มแข็งต่อไป ทั้งนี้ เว็บไซต์ SMEONE ได้รวบรวมข้อมูลความรู้และกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อ SME อย่างรอบด้าน โดยจัดหมวดหมู่ข้อมูลที่ชัดเจน สืบค้นได้ง่าย ประกอบด้วย หมวด “กิจกรรมเด่นช่วงนี้” ซึ่งรวมกิจกรรมต่างๆ ทั้งการอบรมความรู้ และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อแจ้งให้ผู้ประกอบการได้รับทราบ หมวด “กิจกรรมและโครงการเพื่อ SME” เป็นช่องทางรวบรวมโครงการส่งเสริม SME ของแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือเรื่องการเงิน การตลาด เทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนามาตรฐานสินค้า
Paperista (เปเปอร์ริสต้า) คือ ชื่อแบรนด์สินค้าประเภทเครื่องประดับ จำพวกสร้อยคอ กำไลข้อมือ และของใช้ในบ้าน อย่าง แจกัน มู่ลี่ ฯลฯ ที่ทำจากกระดาษรีไซเคิล มีจุดตั้งต้นโดยฝีมือของ พ่อบ้าน-แม่บ้าน และ คนชรา ผู้ยากไร้ในสลัมสะพานศิริ ย่านรังสิต ซึ่งพวกเขาเรียกขานตัวเองว่า “ชุมชุมพิทักษ์โลก” ปัจจุบันช่องทางจำหน่ายมาจากการออกบู๊ธตามอีเวนต์ที่มีหน่วยงานรัฐสนับสนุน ฝากขายตามแหล่งท่องเที่ยว และ ประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่านเฟซบุ้ค และถึงแม้จะไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง แต่แว่วว่ามีออเดอร์จากเมืองนอกเมืองนาเข้ามา…บ้างแล้ว คุณสมทัติ บุญมี และ คุณเปรมวดี แก้วบุรี สองหุ้นส่วนคนสำคัญผู้ขับเคลื่อน “ธุรกิจเพื่อสังคม” เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ มีข้อมูลน่าสนใจมาถ่ายทอดให้ฟัง โดยผู้รับผิดชอบด้านการจัดการ คือ คุณสมทัติ ย้อนความเป็นมาเคยเป็นผู้จัดการร้านอาหารประจำโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนออกมาทำงานด้านสิทธิผู้ใช้แรงงานในรูปแบบขององค์กรพัฒนาเอกชน จึงได้รู้จักกับคุณเปรมวดี ซึ่งทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชนเหมือนกัน แต่เธอดูแลงานด้านสังคมสงเคราะห์ กระทั่งเมื่อราวต้นปีที่ผ่านมา คุณเปรมวดี นำความทุกข์ใจมาปรึกษาเรื่ององค์กร
“ความล้มเหลว ไม่ใช่ทางเลือก” คติประจำใจของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง คุณบุญเฮือง ลิดดัง หรือ คุณแครอล นักธุรกิจสาว ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกลุ่มบริษัท ดาวเฮืองกรุ๊ป จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้แบรนด์ “ดาวคอฟฟี่” บอกถึงแรงบันดาลใจที่มาจาก คุณหมอฮาว ลิดดัง ซึ่งเป็นคุณพ่อของเธอ “หากเราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ถ้าไม่ตั้งใจตั้งแต่แรก งานนั้นๆ ก็จะล้มเหลว ดังนั้น ทางเลือกของเราคือ เลือกที่จะตั้งใจทำหรือไม่ตั้งใจทำ ถ้าเราตั้งใจทำ ถึงแม้มันจะไม่เกิดผลในตอนแรก แต่ถ้าตั้งใจ เราจะทำมันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเป้าหมาย ฉะนั้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความตั้งใจของเราว่าจะสู้หรือจะไม่สู้ ถ้าเราเลือกว่าเราตั้งใจที่จะทำ ความล้มเหลวก็ไม่ใช่ทางเลือกของเราอีกต่อไป” คุณบุญเฮือง บอกว่า “คนไทยยังบริโภคกาแฟอยู่ในระดับน้อยกว่าคนลาว คือ ประเทศไทยมีการบริโภคกาแฟอยู่ที่ 1.07 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะที่ประเทศลาวอยู่ที่ระดับ 1.5 กิโลกรัม/คน/ปี หรือข้อมูลสำรวจอัตราการบริโภคกาแฟเฉลี่ยของคนไทย อยู่ที่ 200 แก้ว/คน/ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับประเทศที่นิยมการบริโภคกาแฟ เช่น นอร์เวย์ 1,000 แก้ว/คน/ปี และญี่ปุ่น 400 แ
ใครที่ไปเยือนไต้หวัน หากได้อ่านข้อมูลการท่องเที่ยวไปก่อน สถานที่หนึ่งที่ได้รับการแนะนำคือ หมู่บ้านแมว (Cat Village Houtong) ไม่ไกลจากไทเป หมู่บ้านแมวแห่งนี้ เดิมเป็น แหล่งทำเหมืองแร่ เมื่อสัก 40 กว่าปีก่อน ผู้คนก็อพยพออกจากหมู่บ้านไป แต่ยังมีระบบไฟฟ้า รถไฟ เข้าถึงอยู่ จากนั้น แร่ในเหมืองลดลง ชาวบ้านทยอยอพยพเข้ามาอยู่อาศัย และที่โด่งดังมากในโซเชียลคือ มันกลายเป็นหมู่บ้านแมว ที่ว่าเป็นหมู่บ้านแมว คือมีแมวมาอาศัยอยู่มาก และชาวบ้านในชุมชน ก็พร้อมใจกันตกแต่งสถานที่ภายในชุมชนให้ทุกอย่างเป็นแมว วาดภาพแมว ที่นั่งแมว รอยเท้าแมวบนถนน คัตเอ้าต์แมวตั้งแต่ที่สถานีรถไฟ รวมทั้งมีแมวจริงๆ เดินไปเดินมา นั่นทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ต้องการไปสัมผัสหมู่บ้านแมวแห่งนี้ โดยเฉพาะเหล่าทาสแมว เมื่อชุมชน กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีแมวเป็นแรงดึงดูด รายได้ก็เข้าสู่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่แมว บางจุดมีอาหารแมวขายให้นักท่องเที่ยวนำไปให้แมวกิน ยิ่งเป็นยุคนี้สมัยนี้ ไปเที่ยวแล้วก็ต้องถ่ายรูป เช็กอิน กระแสหมู่บ้านแมว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ นอกจากนี้ หมู่บ้านแมว หัวตง แห่งนี้ยัง
กว่าจะมาถึงจุดที่เรียกว่า “ประสบความสำเร็จ” หลายคนอาจต้องดื่มด่ำกับคำว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” หากเราปล่อยให้ล้มโดยไม่คิดจะลุก ไหนเลยจะพบกับคำว่า สำเร็จ ได้ คุณภีร์นริศร์ ผ่องหทัยกุล คือตัวอย่างของคนล้มแล้วพร้อมลุกทุกครั้ง จนวันนี้มาถึงจุดยืนแห่งความสำเร็จได้ในวัย 34 ปี ขายของและเป็นครู ก้าวมาสู่อาชีพอิสระ คุณภีร์นริศร์ มีจังหวะชีวิตเริ่มต้นเช่นคนธรรมดาทั่วไป เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย จากนั้นก็นำพาชีวิตมุ่งหางานทำในกรุงเทพฯ แต่ทว่าช่วงนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองกำลังคุกรุ่น เขากลายเป็นคนตกงานทั้งๆ ที่ยังไม่เคยได้เข้าทำงานที่ไหน เมื่อกรุงเทพฯ ไม่ใช่อู่ข้าวอู่น้ำสำหรับเขา จึงเดินทางขึ้นเหนืออีกครั้ง กระทั่งได้เป็นครูอยู่ในสถาบันการศึกษาอาชีวะเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่เชียงใหม่ได้ 1 ปี ก็ย้ายตัวเองมาสมัครงานเป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปัว จังหวัดน่าน น่าน คือ บ้านเกิด และการกลับมาครั้งนี้จึงเป็นการกลับแบบถาวร “ระหว่างสอนหนังสือที่ปัว ขณะนั้นเมืองน่านกำลังเปิดตัวเรื่องท่องเที่ยว และมีโครงการกาดน่านขึ้นมา ผมจึงเห็นว่าน่าจะนำเวลาว่าง
ไม่ต้องตระเวนทั่วเมืองไทยก็ช็อปสินค้าชุมชนขึ้นชื่อจากทั่วทุกภาคได้ ในร้านประชารัฐสุขใจ SHOP ที่พร้อมเปิดช็อปใจกลางกรุง ในงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561” ซึ่งจัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระหว่างวันที่ 17-21 มกราคม นี้ ที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร งานนี้ขนผลิตภัณฑ์ชุมชนสุดคลาสสิกกว่าร้อยรายการ ทั้งของกิน ของใช้ มีสไตล์ มาจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดห้ามพลาด! เตรียมสตางค์ในกระเป๋า พร้อมช็อปช่วยชุมชน ปลุกกระแส “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” ชม ชิม ช็อป สินค้าชุมชนของดีทั่วไทยแบบครบครัน ในงานมหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561” ซึ่งได้จัดสรรพื้นที่โซน 10 “ประชารัฐร่วมใจ” ยกเอาร้านค้าประชารัฐสุขใจ SHOP จากทั่วทุกภูมิภาคมารวมไว้ในร้านเดียว พร้อมเนรมิตให้เป็นร้านประชารัฐสุขใจในฝัน รวมความครบครันของสินค้าชุมชนขึ้นชื่อทั้งอาหาร สินค้าแปรรูป ของฝาก ของใช้ และของที่ระลึกจากแต่ละภาค มาจำหน่ายในราคาผู้ผลิต รวมมิตรสินค้าน่าช็อป ร้านประชารัฐสุขใจ SHOP เหนือ-ใต้-อีสาน-กลาง พบกับสินค้าทีเด็ดขึ้นชื่อจาก 17 จังหวัดทั่วไทย ทั้งภาคเหนือ ใต้ อีสาน และกล
อดีตพนักงานประจำ ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนหลักแสน ผันตัวเป็นพ่อค้าคนกลางขายผัก – ผลไม้พร้อมทาน เสิร์ฟใส่กล่องสร้างแบรนด์ Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) สินค้าขายดี ผักสลัดพร้อมทาน มะม่วงน้ำปลาหวาน ฝรั่งน้ำตาลปี๊บ มะเขือเทศเชอร์รี่จิ้มพริกเกลือ ส่งขายห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ธุรกิจขายสุขภาพ แม้จะปลูกผักไม่เป็น แต่รายได้ทะยานนับร้อยล้านบาท คุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลังผัก จำกัด เจ้าของผัก – ผลไม้พร้อมทานแบรนด์ Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) เท้าความว่า ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ตำแหน่งฝ่ายการตลาด เงินเดือนหลักแสน ทั้งๆ ที่ครอบครัวไม่เห็นด้วย เพราะมีลูกเล็กที่ต้องดูแล อีกทั้งภรรยาไม่ได้ทำงาน แต่ด้วยความอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องกล้าเสี่ยง โดยนำต้นทุนความรู้ในงานประจำ และความเชื่อว่าสินค้าเพื่อสุขภาพมีอนาคตไกลแน่ เลยไม่รอช้าเร่งหาสินค้าป้อนตลาด ราวปี 2550 โจทย์ของหนุ่มออฟฟิศ คือ มองหาสินค้าสุขภาพเสิร์ฟคนเมือง ชายหนุ่ม บอกว่า ลองดูในซุปเปอร์มาร์เก็ต พบว่า “ผักสลัด” มีจำหน่าย แต่ “ผักสลัด” พร้อมทานยังไม่มีขาย อีกทั้งผักเกือบทั้งห
ยำหอย อาหารรสแซ่บ เมนูเด็ดถูกใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย หากเดินไปตามตลาดไม่ว่าจะย่านไหน จังหวัดไหนจะเห็นร้านยำหอยกระจายอยู่ทั่วทุกมุม คงเป็นเพราะเมนูนี้ลูกค้ากินง่าย แม่ค้าขายคล่อง มีร้านยำหอยร้านหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังโด่งดังในโลกโซเชียล ด้วยลีลาการขาย และมารยาทการพูดการจาของแม่ค้าที่สุภาพจนลูกค้าที่แวะไปชิมต่างประทับใจ เจ้าของร้านชื่อ คุณยุพา กำลังเจริญ หรือ คุณฝน วัย 28 ปี คุณฝนเรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เริ่มขายยำตั้งแต่อายุ 15 ปี ส่วนที่เลือกขายยำหอย เพราะครอบครัวของเธอยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่เธอยังไม่เกิด พอขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ช่วยแม่ขายของที่ร้านจนซึมซับได้วิชาค้าขายมาแบบไม่รู้ตัว “ในช่วงแรกขายอยู่ร้านเดียวกับแม่ แต่หลังจากนั้นฝนแยกตัวออกมาเปิดร้านของตัวเองที่ตลาดเซฟวันได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ” ในส่วนของลีลาการขายและมารยาทของคุณฝนที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้าหลายต่อหลายคนนั้น เจ้าตัวเล่าด้วยความดีใจว่า มารยาทการบริการนั้นได้มาจากการช่วยแม่ขายของมาตั้งแต่เด็ก แม่จะสอนเสมอว่าอย่าอายทำกิน สอนให้รู้จักบุญคุณคน ลูกค้าคือผู้มีพระคุณ ต้องบริการให้ดี อยากให้ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาซื้อยำหอยรู้ว่
คุณนันทพงศ์ แสนบุดดี หรือ บอล วัย 25 ปี เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการอายุน้อย อนาคตไกล บอล เรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ มีบ้านเกิดที่อุดรธานี และมาคลุกคลีอยู่บ้านครอบครัวที่ขอนแก่น หลังจากเรียนจบ บอลทำงานเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ ที่บริษัทกระทิงแดง เงินเดือนดี ตำแหน่งหน้าที่การงานดีไม่มีปัญหา บอลก็เป็นเหมือนคนจำนวนมาก ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากแต่บอลเริ่มได้เร็ว และหาช่องทางธุรกิจได้เร็วกว่าคนวัยเดียวกัน ระหว่างที่ทำงาน บอลก็คิดหาธุรกิจของตัวเองไปแล้ว และไปลงตัวที่ เฉาก๊วย บอลเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองถนัดคือทางด้านการพัฒนาอาหาร และเฉาก๊วยก็เป็นอาหารที่เขาชื่นชอบ จึงมีแรงบันดาลใจให้ศึกษาอยู่กับมันได้นานๆ จากนั้น เขาและพี่สาว ลองเปิดร้านเฉาก๊วยตึ๋งหนืด ข้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยว่าเป็นแหล่งวัยรุ่น ได้กลุ่มลูกค้าชัดเจนคือนักศึกษา สินค้าของเขา คือนมปั่นกับน้ำแข็ง ละเอียด เนียน หวานกำลังดี โปะหน้าด้วยเฉาก๊วยเหนียวหนึบ และราดชาเขียวให้ไหลเยิ้มบนภูเขาน้ำแข็ง ทั้งรสชาติ และหน้าตาของสินค้า มีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำ ไม่เพียงแต่ขายหน้าร้าน แต่ยังขยันโพสต์ลงโซเชีย
