Exclusive
ในโลกนี้ยังมีเมืองขึ้นอยู่อีกหลายแห่งนะคุณ อย่างสเปนก็ยังมีเมืองขึ้นอยู่แถวแอฟริกา ใครว่าไม่มีนี่อย่าไปเชื่อทีเดียวเชียว เปอร์โตริโกนี่เรียกง่ายๆ ก็เป็นเมืองขึ้นของอเมริกา เป็นเขตปกครองพิเศษ เป็นพื้นที่ภายใต้การดูแล คือแล้วแต่จะเรียกกันไป แต่ที่จริงก็คืออยู่ภายใต้การปกครองของอเมริกา มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1898 คือร้อยกว่าปีแล้ว เปอร์โตริโก มีฐานะเป็นดินแดนของอเมริกา แต่ไม่มีฐานะเป็นมลรัฐ แม้พลเมืองราว 3 ล้านกว่าคนของเปอร์โตริโกจะมีสถานะเป็นพลเมืองสหรัฐ แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งสภาใหญ่ของประเทศ มีแค่สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าการของตัวเอง แม้จะพยายามเรียกร้องขอเป็นรัฐกับเขาบ้างมายาวนานแค่ไหนก็ตาม เขาไม่ยอม เขาไม่ให้ เปอร์โตริโกเป็นภาษาสเปน แปลว่าเกาะแห่งความร่ำรวย ซึ่งก็คงจะร่ำรวยมิใช่น้อยในยามก่อน เพราะเจ้าอาณานิคมทั้งหลายในยุคล่าอาณานิคม ทั้งฝรั่งเศส ฮอลันดา อังกฤษ แย่งกันครอบครอง แต่ที่ได้ครองยาวนานที่สุดถึง 400 กว่าปีคือสเปน จนทำให้คนที่นี่เป็นคนเชื้อสายสเปนไปเกือบทั้งหมด เปอร์โตริโกอยู่ในทะเลแคริบเบียน ทางตอนใต้ของแผ่นดินใหญ่อเมริกา เขามีทะเลสวยทรายละเอียด ผู้คนผิวสีน้ำตาล ผู้หญิงสวย ตาคม
หากคุณมีน้ำพริกแกงคั่วอยู่ในตู้เย็นอยู่แล้ว ให้ดมและชิมน้ำพริกแกงก่อน เพราะน้ำพริกแกงสำเร็จส่วนใหญ่มักจะขมและเค็ม หากพ่อครัวไหวตัวทัน อย่าใส่เยอะ แต่ถ้าดมแล้วมีกลิ่นหอม ชิมแล้วไม่ขม ให้เอาขมิ้นสดมาโขลกลงไปสัก 2 แง่ง ทำแกงคั่วปูใบชะพลูลูกครึ่งใต้ ก่อนตักน้ำพริกแกงลงไปโขลกด้วยอีก 2 ช้อนโต๊ะ ได้น้ำพริกแกงสีเหลืองสะใจ แต่ยังสะใจไม่พอ พริกขี้หนู 1 กำมือเด็ก ประมาณ 20 เม็ด โขลกให้ละเอียดผสมไปด้วย พอได้ปูม้าตัวเขื่องมา 2 ตัว ก่อนทำ ปู ล้างให้ดี ตัดปลายก้าม ปลายขา กันทิ่มเหงือก เอานมเอาเหงือกออก ตัวหนึ่งสับ 4 กระดองเก็บไว้ประดับจาน ใบชะพลูหามาเยอะๆ ยิ่งใส่มากยิ่งอร่อย หั่นซอยฝอย กะทิมีแต่กล่อง ที่จริงมีต้นมะพร้าว ขึ้นไม่ไหว กะทิกล่องเทลงกระทะหน่อยเดียวก่อน เปิดไฟให้กะทิเดือด รอแตกมัน มีน้ำมันลอย ค่อยใส่น้ำพริกแกงที่ตำ ผัดคั่วไปเติมกะทิไป เป็นที่มาของคำว่า “แกงคั่ว” จนน้ำพริกสีสวย หอม ใส่ปูลงไปผัดเดือดๆ ให้สุกทันที เติมกลางกะทิลงไปอีกสัก 2 ถ้วย ใส่ใบชะพลู กระดิกขานับเวลาไปหลายอึดใจ คะเนให้เนื้อปูซึมซาบน้ำแกง ใบชะพลูสลด กลิ่นกระจาย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียกรั้งท้าย รสเผ็ด เค็มนำ
คุณสุทธิกานต์ มาสำราญ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า โครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SMEs หรือ “SMEs Go Online ปี 2560 ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง สสว. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดกิจกรรมพัฒนาและเตรียมความพร้อมผลิตภัณฑ์เข้าสู่ระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สินค้าและบริการขึ้นขายบนเว็บไซต์ชั้นนำ ซึ่งตลอดโครงการมีผู้ประกอบการจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 68,000 ราย มีสินค้าและบริการ 110,000 รายการที่เตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถนำขึ้นขายออนไลน์ไปแล้วกว่า 82,500 รายการ โดยสินค้าขายดี ได้แก่ ของตกแต่งบ้าน แฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แชมพู ครีมอาบน้ำ เครื่องสำอาง สร้างยอดขายรวมกว่า 200 ล้านบาทแล้วในขณะนี้ คุณสุทธิกานต์ มาสำราญ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มช่องทางการขายและการเข้าถึงลูกค้าให้แก่ S
อดีตแอร์โฮสเตสสาววัย 37 ปี ปิ๊งไอเดียทำธุรกิจชาสมุนไพร ปั้นแบรนด์ “ไอย์สบาย” คุณภาพคับแก้ว ควบคุมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ ได้รับโอกาสจากห้างใหญ่ขยายตลาด ถูกใจลูกค้าต่างชาติ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ชาตะไคร้ โกยรายได้หลักล้านต่อเดือน รับ OEM ผลิตตามออร์เดอร์ บุกตลาดของฝากในช่วงปลายปี มองเห็นโอกาสทำธุรกิจชา “ตะไคร้” ต่างชาติชื่นชอบ คุณพณิชา ถาวระ หรือ คุณผึ้ง สาวบุคลิกดี เจ้าของแบรนด์ไอย์สบาย เล่าว่า หลังจบการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ สวมบทบาทแอร์โฮสเตสนาน 3 ปี ราวปี 49 ผันตัวไปทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ เป็นที่ปรึกษาสปาในโรงแรม 5 ดาวและรีสอร์ต มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรไทย เลยเป็นที่มาของธุรกิจชาสมุนไพรไอย์สบาย เนื่องจากหญิงสาวเคยทำงานอยู่ในแผนกต้อนรับโรงแรมระดับบน เธอเป็นผู้คิดเมนูเครื่องดื่มเสิร์ฟลูกค้าต่างชาติ ฉะนั้นย่อมรู้ดีว่า นักท่องเที่ยวชอบดื่มสมุนไพรชนิดไหน เลยมองเห็นโอกาสทำธุรกิจชา “ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ ทั้งยุโรป และเอเชีย ชอบเครื่องดื่มสมุนไพรไทย ประกอบกับเห็นช่องว่างทางการตลาด เพราะย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ธุรก
หมูยอห่อใบตองเป็นรูปทรงกระบอก หั่นเป็นแว่นๆ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มที่ผสมด้วยน้ำปลา พริก น้ำตาล และน้ำมะนาว หรือจะจิ้มกับพริกไทยบดกับเกลือและน้ำมะนาว เป็นออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยของชาวเวียดนาม หมูยอยังสามารถนำไปดัดแปลงใส่ในอาหารได้สารพัดชนิดที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดคือ ข้าวต้มเส้นหรือก๋วยจั๊บญวน ที่เรียกว่า จ๊าวบั๊นกัน (Cháo bánh canh) ชาวเวียด เขามีวิธีกินที่หลากหลายกว่านั้น เช่น เสิร์ฟคู่กับปากหม้อ (มีไส้) ที่เรียกว่าบั๊นก้วน (Bánh cuốn) กินกับแป้งปากหม้อ (ไม่มีไส้) เรียกว่าบั๊นเอื้อก (Bánh ướt) ใส่เป็นไส้ขนมปังบาแก็ตที่เรียกว่าบั๊นหมี่ (Bánh mì) หรือใส่เป็นไส้แซนด์วิชของบั๊นหย่าย (Bánh giầy /bánh dầy / bánh dày) ซึ่งเป็นแป้งแผ่นกลมที่ทำจากข้าวเหนียว ใส่ในขนมจีนน้ำที่เรียกว่ากันบุ๊น (Canh Bún) บุ๊นหม็อก (Bún mọc) และขนมจีนเนื้อของชาวเมืองเว้ที่เรียกว่า บุ๊นบ่อเว้ (Bún bò Huế) และอีกสารพัดวิธีกินหมูยอ คนไทยนั้นนอกจากนำมาแทะกินเล่นแล้วยังนิยมนำมาทอดจิ้มซอสศรีราชา หรือยำให้มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดจี๊ดจ๊าด แล้วพัฒนาไปไกลกว่านั้นด้วยการใส่ในส้มตำ จะว่าไปแล้วคนไทยเรากินหมูยอกันมานานนมจนลืม
ในการตกแต่งสวน สิ่งที่ละเลยไม่นำมาเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างพื้นสนามหญ้าก็อาจทำให้สวนแห่งนั้นขาดความสมบูรณ์แลดูไม่สวยงาม หากผ่านตามร้านขายต้นไม้หลายแห่งจะพบว่ามีหญ้าเป็นแผ่นตั้งกองไว้หน้าร้านเพื่อจำหน่ายควบคู่ไปกับพันธุ์ไม้หลายชนิด อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้หญ้าแต่ละชนิดต้องพิจารณาให้เหมาะสมตรงกับเจตนาของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกลางแจ้งหรือแดดรำไร แต่ทราบหรือไม่ว่าเส้นทางของการผลิตหญ้ากว่าจะมาสร้างความสวยงามให้แก่สวนของคุณมีความเป็นมาอย่างไร ในอดีตหากต้องการใช้หญ้าเพื่อจัดสวนมักรู้กันดีว่าแหล่งสำคัญคือที่มีนบุรี เพราะปลูกหญ้าได้คุณภาพจนเรียกติดปากว่า “หญ้ามีน” ถึงแม้ในปัจจุบันแหล่งปลูกหญ้าจะเพิ่มหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดปทุมธานี กำแพงเพชร หรือแม้แต่นครนายก แต่ชาวบ้านที่มีนบุรียังคงรักษาวิถีอาชีพปลูกหญ้าดั้งเดิมสร้างรายได้เพื่อคงเอกลักษณ์ไว้ คุณสมชาย เจ๊มะหะหมัด กรรมการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรมีนบุรีและประธานกลุ่มผู้ปลูกหญ้าแปลงใหญ่ เป็นผู้ที่คร่ำหวอดกับวงการปลูกหญ้าสนามมาตั้งแต่เด็กให้ข้อมูลว่า ที่มีนบุรีถือเป็นพื้นที่ปลูกหญ้าแห่งแรก โดยเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา คุณสุดใจ วงศ์อารี อดีตร
คุณณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุวพีร์ โฮลดิ้ง จำกัด (ตลาดยิ่งเจริญ) เปิดเผยว่า ตลาดยิ่งเจริญได้ร่วมกับ มูลนิธิโพธิภาวนาสงเคราะห์ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานเขตบางเขน เอกชน และชุมชนย่านสะพานใหม่ จัดงาน “เทศกาลถือศีลกินเจตลาดยิ่งเจริญ น้อมเกล้าฯ ถวายแด่ … พ่อหลวงของปวงไทย ด้วยทานบารมี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9” และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรม อันดีงามให้คงอยู่สืบไป โดยในปีนี้พิเศษ จัดเป็นพื้นที่โปรโมชั่นเมนูอาหารเจ 4 ภาค กว่า 30 ร้านค้า ภายใต้แนวคิดอาหารปลอดภัยกว่า 100 เมนู อาทิ ส้มตำเจ, ส้มตำไหลบัว, คั่วกลิ้งเจ, น้ำพริกอ่องเจ, หมูทอดเจ เป็นต้น ซึ่งได้สรรหาสินค้าของดี อาหารอร่อย เมนูสุขภาพ ในซุ้ม “ยิ่งเจริญ มุมอร่อย มุมสุขภาพ” มาให้เลือกสรร ทั้งอาหารคาว หวาน และผักผลไม้ปลอดสารพิษ นอกจากนี้ ภายในงานตลาดยิ่งเจริญได้จัดเตรียมจุดบริการเครื่องล้างผักด้วยระบบโอโซน เพื่อให้พ่อค้า แม่ค้า และผู้บริโภคได้นำผักมาล้างได้ที่จุดบริการนี้ ซึ่งจะช่วยชะล้างสารพิษที่ตกค้างได้เป็นอย่างดีโดยมีไว้บริการที่นี่ที่เดียว ณ ลานโปรโมชั่น 60 ปี ตลาดยิ่งเจริญ นอกจา
ลูกเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด ชีวิตลำบากตั้งแต่ยังเล็ก ต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยการรับจ้างทุกอย่างจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ก่อนมาเป็นเจ้าของธุรกิจความงามอดีตเคยขาดทุนโดนเจ้าหนี้นอกระบบซ้อมเกือบปางตาย ถูกโกงหมดตัว ทั้งชีวิตมีเงิน 60 บาท สุดท้ายจับทางถูกไปขอความช่วยเหลือให้โรงงานผลิตสบู่ จากนั้นนำไปขาย อาศัยทำการตลาดแบบบ้านๆ ไม่น่าเชื่อยอดขายปีเดียว 300 ล้าน คุณธนกฤต ผ่องใส หรือ คุณเอ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีออนไวท์ ไทยแลนด์ จำกัด เผยเรื่องราวชีวิตว่า เป็นลูกชายคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 3 คน พ่อและแม่เป็นเกษตรกรทำนาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ครอบครัวฐานะยากจน พี่ชายได้เรียนหนังสือจนถึงชั้นมัธยมศึกษา ส่วนตัวเองอาศัยทำงานรับจ้างทุกอย่าง ทำอาหาร ทำขนมไปขายที่โรงเรียน จ่ายค่าเทอมเองจนจบปริญญาตรี ลักษณะนิสัยที่โดดเด่นของคุณเอ คือ ชอบค้าขาย เขาฝันไว้ตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นนักธุรกิจ ฉะนั้น จึงเลือกเรียนด้านการตลาด พร้อมกับเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่จังหวัดมหาสารคามตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์โดนหลอกเข้าสู่ระบบเงินกู้ผิดกฎหมาย อายุ 21 ปีเป็นหนี้เกือบ 2 แสนบาท โดนซ้อมปางตาย ในที่สุดดรอปเรียน “ผ
สาวสระบุรี ทำงานส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ กระทั่งคว้างานตำแหน่งดี เงินเดือนหลักแสนในวัยเพียง 25 ปี แต่แล้วขอผันชีวิตไปสวมบทบาทเจ้าของกิจการ ไม่นานนักประสบปัญหาพิษเศรษฐกิจ และถูกโกงมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท ด้วยสายเลือดนักสู้ขอฟื้นคืนชีพใหม่อีกครั้ง ด้วยการไปขายของตามตลาดนัด ครั้งนี้มองเห็นโอกาสธุรกิจผุดบริการรับจัดงานอีเว้นต์ ล่าสุดกลายเป็นออร์แกไนซ์จัดงานแสดงสินค้าแฟชั่นและอาหาร มือวางลำดับต้นๆ ของเมืองไทย คุณจีรนันท์ ห้องแซง หรือ คุณไหม เจ้าของบริษัท M.A.I.Organizer จำกัด ผู้ให้บริการจัดงานแสดงสินค้าพื้นเพเป็นคนจังหวัดสระบุรี เป็นลูกสาวคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 3 คน เธอทำงานส่งเสียตัวเองเรียนมาตลอด กระทั่งจบการศึกษาโรงเรียนพาณิชย์และเลขานุการ เอกภาษาอังกฤษ ทำงานในตำแหน่งเลขาและฝ่ายจัดซื้อบริษัทข้ามชาติ เงินเดือนสุดท้ายที่ได้รับราว 1.5 แสนบาท “หลังจากเรียนจบ ดิฉันทำงานเป็นเลขาบริษัทข้ามชาติและฝ่ายจัดซื้อแห่งหนึ่ง กระทั่งอายุ 25 ปี ลาออกมาหาประสบการณ์ชีวิต เปิดบริษัทซื้อมาขายไปสินค้าประเภทเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงรับเหมาก่อสร้าง เริ่มต้นจากงานเล็กๆ กระทั่งได้รับความไว้วางใจสร้างถนนคอน
วันที่ 13 ตุลาคม ผู้คนทั่วสารทิศยังคงหลั่งไหลเข้ามาโรงพยาบาลศิริราชอย่างเนืองแน่น เพื่อมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ1ปีเสด็จสู่สวรรคาลัย “ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐี” ลงพื้นทีี่ พูดคุยกับ คุณมนัสนันท์ สุภัคสถิตย์พงศ์ อายุ 62 ปี จิตอาสาที่นำพัดมาแจกเพื่อคลายความร้อนแก่ประชาชนที่มาร่วมงานในวันนี้ กล่าวว่า ตนได้สั่งทำพัดกระดาษขึ้นมา 5,500 ชิ้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 30,000 บาท ตั้งใจนำมาแจกในวันที่ 13 และ 26 ตุลาคมนี้ เพื่อถวายความอาลัยและจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 “ก่อนหน้านี้ ดิฉันแจกอาหารที่ท้องสนามหลวง แต่ในวันนี้นำพัดมาแจกเป็นจำนวน 1,200 ชิ้น เดินทางมาจากวงเวียนใหญ่คนเดียว เงินที่ซื้อพัดใช้เงินส่วนตัว สาเหตุที่อยากเป็นจิตอาสา เพื่อถวายความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 ที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย” ตั้งแต่ช่วงสายจนถึงบ่ายโมงในวันนี้ แจกพัดกระดาษไปแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 700 ชิ้น และคุณมนัสนันท์ ยังคงแจกไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหมด
