Exclusive
คุณอนุชา งามกิจ หรือพี่ชา วัย 45 ปี เกริ่นเริ่มต้นด้วยตลาดการทำผักไฮโดรโปนิกส์ ของ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านฉางไฮโดรฟาร์ม” ในพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อทำเป็นอาชีพ และธุรกิจว่า “สำหรับผม ผมมองว่าตลาดผักไฮโดรโปนิกส์ยังสามารถไปต่อ และเติบโตได้ เพราะคนให้ความสนใจเรื่องสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเรื่องอาหารที่ดี ปลอดภัย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพก็ยังอยู่ในความสนใจของคน จึงทำให้ผักปลอดภัยยังคงขายได้” เมื่อตลาดผักไฮโดรโปรนิกส์ในพื้นที่บ้านฉาง จ.ระยอง ยังคงขายได้ และเป็นไปในทิศทางที่ดี คุณอนุชา จึงเล่าว่า “ผมเริ่มมาปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์เมื่อประมาณ 3 ปี ก่อน ตอนนั้นยังทำธุรกิจร้านมินิมาร์ทอยู่เลย โดยที่สนใจมาปลูกผักไฮโดรฯ เพราะแฟนชอบกินผักมาก ก็เลยมาทดลองปลูกผัก ตอนเริ่มต้นปลูก ปลูกแค่ 10 ต้นเองในตอนนั้น เพราะคิดว่าเอาไว้กินเองในบ้าน และมันปลูกสำเร็จ พอสำเร็จก็เลยอยากปลูกอีก ก็ขยายหลุมปลูกเพิ่ม ทำสำเร็จ ก็แจกไปให้เพื่อนบ้านบ้าง ทำอยู่หลายเดือนมาก จนเพื่อนบ้านเขาบอกว่า ไม่ต้องทำมาแจกให้ฟรีแล้ว ทำมาเลย เขาอยากซื้อ จึงเริ่มขยายแปลงปลูกเพิ่มเติ่ม บนดาดฟ้าร้านมินิมาร์ท พอขยายแปลงปลูก ผลผลิตที่ได้
การขายของออนไลน์ตามกระแส สิ่งหนึ่งที่คนขายจะต้องคิดให้ได้คือ คุณจะต้องเร็วและทันกับเวลา ต้องจับกลุ่มลูกค้าที่จะซื้อได้ว่าสินค้าแบบนี้เดี๋ยวมันจะต้องเป็นที่สนใจ หรืออยู่ในความสนใจของคนบนโลกออนไลน์ คุณมณีรัตน์ รัตนประดิษฐ์ หรือ ตู๋ดตู่ แม่ค้าออนไลน์วัย 25 ปี บอกว่า “เราเป็นเหมือนคนทั่วไป เรียนจบ แล้วก็ไปเข้าทำงานอยู่ในออฟฟิศ ทำไปได้สักพัก มันก็อยู่เลยว่า ไม่ได้มีความชอบ กับการตื่นนอน ไปทำงานออฟฟิศ จึงต้องหาอาชีพใหม่ ลู่ทางใหม่ที่จะประกอบอาชีพ ก็พบลู่ทางขายของออนไลน์ เพราะมีเพื่อนที่รู้จัก เขานำเข้าสินค้าจากจีนมาขาย เราก็คิดว่า เราน่าจะทำได้ ก็เลยเริ่มเอารองเท้าแฟชั่นแบบต่างๆ มาขาย เริ่มจากเอาสินค้าไปขายในเพจ หรือในกลุ่มออนไลน์ต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกโซเชียล แล้วปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร จึงตัดสินใจที่จะทำจริงจัง และไม่ทำงานออฟฟิศแล้ว เรื่องเริ่มจากตรงนี้” เมื่อจริงจังกับความคิดที่จะขายของออนไลน์ ทีนี้ก็ต้องดูว่าจะมีสินค้าอะไรมาขาย ตู๋ดตู่ บอกว่า เธอเลือกขายรองเท้า ด้วยเหตุผลเพราะ เสื้อผ้ามีคนขายเยอะมากแล้ว และมันคงยาก ก็เปลี่ยนมาจับทางรองเท้าดีกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า บนโซเช
เรียนจบโบราณคดี เคยทำงานอยู่กับทีวี บูรพา การที่ต้องมาทำธุรกิจ บนพื้นที่สวนปาล์ม วิชาการที่ร่ำเรียนมาและประสบการณ์การทำงานในสายงานการสื่อสาร จึงแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยกับการจัดสรรพื้นที่สวนเกษตรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเนิ่นนาน ให้สามารถทำเป็นธุรกิจได้ คุณเอกจิตรา กฤษณสุวรรณ หรือ คุณเตย วัย 31 ปี เจ้าของสวน Tonphet และเจ้าของเรื่องราวข้างต้น เธอเล่าให้ฟังว่า “สวน Tonphet แห่งนี้ มันเริ่มมาจากการที่มีพื้นที่อยู่แล้ว ประมาณ 10 ไร่ อยู่ที่จังหวัดระนอง เมื่อประมาณ 25 ปีก่อน พื้นที่นี้เคยเป็นสวนทำพริกไทย แต่ด้วยสภาพพื้นที่ทำให้การปลูกพริกไทยไปไม่รอด เพราะพื้นที่จังหวัดระนองมีฝนมาก แดดไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้พริกไทยแห้งได้ จึงนำเอาปาล์มมาปลูกในพื้นที่นี้แทนตามธรรมชาติ สวนแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ว่าง ที่คุณพ่อมาใช้พักผ่อนในยามที่แกรู้ตัวป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เตยตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ตอนเริ่มต้นที่ตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างที่สวนนี้ ก็ทำเป็นร้านอาหาร การตอบรับถือว่าดีมากๆ แต่มันกลับไม่ตอบโจทย์พื้นที่ ที่เราต้องการให้เป็นจ
ขนมโตเกียว เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง คล้ายกับขนมโดรายากิของญี่ปุ่น คือ เป็นแป้งแพนเค้กชิ้นบาง ๆ ทำให้ร้อนบนเตาขนาดเล็กที่มีหน้าเตาแบน แล้วม้วนห่อไส้ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายไส้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสูตรของคนขายแต่ละเจ้าว่าจะมีไส้อะไรบ้าง คุณธยศ ทองแจ้ง หรือ คุณแบงค์ วัย 39 ปี เจ้าของร้านขนมโตเกียวชาร์โคล ที่ตอนนี้โตเกียวชาร์โคล กำลังเป็นกระแสยอดฮิตในโลกออนไลน์ และขายดีมากๆ ในตลาดรวมทรัพย์ตอนนี้ เรียกได้ว่าซื้อง่าย ขายคล่อง ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ขนมโตเกียว คุณแบงค์ เล่าว่า “ผมเรียนจบ ม.3 ครับ ด้วยเพราะรู้แนวทางของชีวิตว่า ตัวเราเองไม่ชอบทำงานประจำ ไม่อยากอยู่ในกรอบระเบียบ เมื่อเรียนจบ ม.3 จึงไม่เรียนต่อ แต่หันมาเริ่มตั้งต้นทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง เริ่มแรกจากการขายของใช้ทั่วไปก่อน ไม่เคยคิดจะขายของกิน ด้วยเพราะคิดว่า ของแห้ง เก็บได้นานไม่เน่าไม่เสีย แต่สุดท้ายก็พบว่ามันยากพอสมควรเลยกับการขายของประเภทนี้ เพราะมันเป็นของใช้ฟุ่มเฟือย คนเราไม่ซื้อก็สามารถอยู่ได้ แต่กับของกินมันต่างออกไป จึงคิดอยากลองทำขนมขาย เลยมองไปที่ขนมโตเกียว เพราะเป็นขนมที่กินง่าย คนรู้จักอยู่แล้ว ใครๆ ก็ซื้อกินได้
ช่วงปิดเทอมกลางภาค นานราวหนึ่งเดือน น้องๆ เยาวชนหลายคน อาจไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ เลยพากันออกมาหางานพิเศษทำ เท่าที่เห็นส่วนใหญ่ มักเป็นงานบริการอย่าง พนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหารแบรนด์ดังต่างๆ หากสาวน้อยความสูงไม่ถึงร้อยสามสิบเซนฯ อยากไปสมัครเป็น “เด็กเสิร์ฟ” คงไม่มีใครรับ ทั้งยังอายุอานามก็เพียง 8 ขวบ เรียนอยู่แค่ชั้น ป.3 การออกหารายได้เสริมช่วงหยุดยาวนี้ คงเป็นเรื่องลำบากสักหน่อย แต่สำหรับ “ปุ๊กกี้-ด.ญ.วิชญาดา เลิศญาณนันท์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิต แล้ว วัยหรือส่วนสูงเธอเองนั้น ไม่ใช่ปัญหาในการหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวแต่อย่างใด “หนูอยากมีเงินออมเยอะๆ ค่ะ แม่จะได้ไม่ต้องทำงานหนักหาเงินมาซื้อของให้หนู” ปุ๊กกี้ เริ่มต้นเสียงใส ก่อนเล่าต่อ พอสรุปใจความได้ว่า “แม่ปลา” กับ “ป้าหนิง” ของเธอนั้น มีความสามารถด้านการประดิดประดอย หยิบจับส่งของใกล้ตัวมาสร้างเป็นงานศิลปะได้หลายอย่างและมักใช้เวลาว่างชวนให้เธอลองทำด้วย กระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ “แม่ปลา” ของเธอ นำลูกโป่งมาบรรจุแป้งลงไปให้ลูกโตพอที่มือผู้ใหญ่จะกำได้รอบ ก่อนนำลูกโป่งมาติดตา ติดไหมพรม กลายเป็นตุ๊กตาหน้าตาน่ารัก แถ
วรรฐิณีย์ จาดพันธ์อินทร์ วัย 24 ปี พนักงานออฟฟิศ ที่มีหน้าที่ในตอนกลางวันเป็นนักออกแบบงานกราฟิก ในขณะที่ตอนกลางคืนรับอาสาไปทำจิตอาสายืนแจกขนมปัง เพื่อคลายหิวให้กับคนที่ตั้งใจมารอคิวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วรรฐิณีย์ เล่าให้ฟังว่า “จุดเริ่มต้นที่มาทำแซนด์วิชแจก มันเกิดจากการที่ตนตั้งใจไปกราบพระบรมศพ เมื่อประมาณ 2 วันก่อน ตอนที่ยืนรอนั้น ก็หิว เพราะไปตอนกลางคืน เรายืนรอตั้งแต่ประมาณ 2 ทุ่ม ไปจนเกือบตี 2 ถึงจะได้เข้าไปกราบ ช่วงเวลาระหว่างที่รออยู่นั้น เราหิวมาก ก็เห็นมีคนมาแจกข้าว น้ำ เพื่อให้คนที่มารอ ในใจเราก็คิดว่า อยากทำแจกบ้าง เพราะช่วงนี้มีผู้คนที่ไปรอคิวเหมือนกับเราเยอะมาก หลังจากที่คิดว่าอยากทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง ก็เลยมาคุยกับเพื่อนชื่อ แอน จุนเจิม ว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ประจวบกับที่แอน กลุ่มจิตอาสาอยู่ก่อนแล้วด้วย ทำภายใต้กลุ่มส่งยิ้มให้น้อง ซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสาที่ทำกันมาก่อน จึงตัดสินใจกันว่าเราจะรวบรวมเงินจากเพื่อนๆ กันเอง และพี่ๆ น้องๆ คนในออฟฟิศที่สนใจ อยากร่วมทำไปกับเราในครั้งนี้ ก็มาช่วยกันทำ” เลือกทำ แซนด์วิช เนื่องจาก คนทาน ทานไ
ทีมผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจ และสอบถามผู้ประกอบการกิจการโรงแรมหลายแห่ง เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์และความพร้อมในช่วงงานสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่รัฐบาลไทยจัดขึ้นเพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดขึ้น ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 25–29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เป็นวันถวายพระเพลิง ซึ่งได้ข้อมูลว่า โรงแรมบนถนนราชดำเนิน และถนนรอบๆ เกาะรัตนโกสินทร์ช่วงระหว่างวันที่ 24-30 ตุลาคม ห้องพักได้ถูกจองล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้ว และในขณะนี้ห้องพักเต็มหมดแล้ว จากการสอบถามพนักงานต้อนรับของโรงแรมราชดำเนิน เรสซิเดนซ์ บนถนนราชดำเนินกลาง ได้ข้อมูลว่า “จากระบบการจองห้องพัก ทำให้ทราบว่า ห้องพักในช่วงวันที่ 24-30 ตุลาคม 2560 มีการจองเต็มหมดแล้ว เป็นคนไทยส่วนใหญ่ ซึ่งต้องการจะมาร่วมงาน และจองล่วงหน้ากันมาก่อน เริ่มตั้งแต่ต้นปีมาเลย การเดินทางในช่วงนี้ คงจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ คนเลยเลือกที่จะมาอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆ แทน อีกทั้งตอนนี
คุณพนาสิน ธนบดีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนบดีเดคอร์เซรามิค จำกัด เผยที่มาของธุรกิจว่า “ธุรกิจเซรามิกเริ่มมาจากรุ่นคุณพ่อ จากการได้ค้นพบแร่ดินขาว ที่จังหวัดลำปาง เริ่มกิจการด้วยการตั้งโรงงาน ผลิตชามตราไก่ ส่งขายไปทั่วประเทศไทย ตัวผมเองเป็นรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาสานต่อกิจการของคุณพ่อ โดยผมก็เข้ามารับช่วงต่อ และก่อตั้งอีกบริษัทหนึ่งขึ้นเป็นบริษัทผลิตเซรามิก ที่เน้นสินค้าประเภทงานดีไซน์ ส่งขายไปกว่า 78 ประเทศ ในปัจจุบันการทำธุรกิจเซรามิกของธนบดี เรามีประสบการณ์จากการทำกิจการเซรามิกที่เริ่มมาจากรุ่นคุณพ่อ มากว่า 52 ปี จากการผลิตชามตราไก่ และของตัวผมเองที่มีประสบการณ์ในการทำกิจการเซรามิกที่เกี่ยวข้องกับของตกแต่งบ้าน โดยเน้นงานดีไซน์มาร่วม 25 ปี ทำให้รู้ว่า ธุรกิจเซรามิกไม่ได้ง่ายเลย ดูจากผลประกอบการที่ตกต่ำในปี 2555 แต่ด้วยการนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ โดยเน้นไปที่การบริหารคน ดำเนินกิจการมาถึงปีนี้ 2560 ผลประกอบการเติบโตขึ้นกว่า 27 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นการเจริญเติบโตของธุรกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น” จากประสบการณ์กว่า 25 ปี ในการบริหารงานบริษัทผลิตเซรามิก ไม่ง่าย คุณพนาสิน เล่าว่า “
ได้มีโอกาสเดินทางลงพื้นที่ เยี่ยมผู้ประกอบการภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นจังหวัดจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี กับกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานเครือข่ายการพัฒนาเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นการเดินหน้าสานต่อ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จัด คลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐ ครั้งที่ 7 จึงได้ร่วมพูดคุยกับผู้ประกอบการ คือ คุณอรรถกร หมูนวล วัย 36 ปี เจ้าของสินค้าน้ำพริกกุ้ง แบรนด์จรรย์สุดา ซึ่งเล่าให้ฟังว่า “น้ำพริกกุ้ง เริ่มมาจากรุ่นคุณปู่คุณย่า มาต่อที่รุ่นของพ่อแม่ ซึ่งมาทำขายตั้งแต่ปี 2538 สมัยนั้นทำในครัวหลังบ้าน มัดถุงขาย ขายไปได้สักระยะหนึ่งก็ได้รับความนิยม จนกลายเป็นของฝากของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพราะเวลาใครไปใครมา ก็มักจะแวะมาซื้อและนำเอาไปฝาก โดยน้ำพริกกุ้งนี้ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเมียนมา พอมารุ่นผม ซึ่งเริ่มเข้ามาดูแล รับช่วงต่อมากว่า 10 ปีแล้ว จึงได้เข้ามาต่อยอดจากพ่อแม่ ให้น้ำพริกกุ้งกลายเป็นสินค้าที่ที่เพิ่มมูลค่าและสามารถขายได้ทั่วไป” น้ำพริกกุ้งตอ
ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยในต่างประเทศ ปลูกผักไว้ทานกันเองบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินผักที่อยากกิน ผ่อนคลายการคิดถึงบ้าน ที่สำคัญเกิดความภูมิใจได้ทานผักที่ปลูกเอง เฉกเช่นคุณสุพรรณกรรณิการ์ หรือคุณนิกา วังสีราบิคช ปัจจุบันอายุ 54 ปี สาวไทยที่ไปอาศัยอยู่รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมันนี คุณนิกา ไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันนีนาน 16 ปีแล้ว โดยแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ทางภาคกลาง จังหวัด Schwalmstatd หมู่บ้าน ทรูทสไซน. เขตรัฐเฮสเซิน เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นจังหวัดที่ถูกสร้างใหม่เกิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่2 “ดิฉันแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน16 ปี เริ่มปลูกผักกินเองตั้งแต่แต่งงานปีแรก สามีก็มีความรู้เรื่องการปลูกผักท้องถิ่น และการเลี้ยงสัตว์พอสมควร สำหรับจุดเริ่มต้น เพราะบ้านอยู่นั้น ไกลจากตัวเมือง ของกินหายาก และมีราคาแพง เลยจำเป็นต้องปลูกผักทานเอง แต่ทว่าดินจังหวัดนี้ไม่ค่อยดี มีแต่เศษหิน เศษกระเบื้อ เวลาปลูกพืชจำเป็นต้องปรับปรุงดินก่อน” บริเวณบ้านที่คุณนิกาอาศัยอยู่มีพื้นที่ค่อนข้าง เลยพอจะปลูกผักได้ เธออาศัยปรับปรุงดินใช้วิธีใส่ขี้ไก่ และปุ๋ย
