Exclusive
อะโวคาโดพลิกชีวิต! พนักงานประจำ ลาออกมาเปิด “ล้านไขมันดี อโวคาโด” ราคาเริ่มต้น 35 บาท ปัจจุบันขายได้พีกสุด 6-7 แสนบาท จากพนักงานประจำที่ตัดสินใจลาออกจากงานมาเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ลองผิดลองถูกมาหลายอย่าง จนกระทั่งได้เจอกับอาชีพที่ทำให้พลิกชีวิต ทำรายได้หลักแสนต่อเดือน ซึ่งเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นี่เป็นเรื่องราวของ คุณนุ้ก-พัชชิรา มังป๋อง อายุ 28 ปี และ คุณวิวัฒน์ มังป๋อง อายุ 29 ปี เจ้าของร้าน “ล้านไขมันดี อโวคาโด” ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรักสุขภาพ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเองอีกด้วย จากพนักงานประจำ สู่เจ้าของร้านอะโวคาโด คุณนุ้ก เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยเป็นพนักงานประจำ เกี่ยวกับธุรกิจเสริมความงามมาก่อน แต่รายได้ไม่พอใช้ ซึ่งวันนั้นเธอได้ไปซื้อหมึกย่าง และได้คุยกับแม่ค้า เขาบอกกับเธอว่าขายของได้กำไรวันละ 1,000 บาท เธอจึงเอะใจว่า “ถ้าขายของได้กำไรวันละ 1,000 บาท ตอนนี้ทำงานได้เพียงวันละ 300 บาท หรือจะยอมลองแลกกันดู ว่าออกงานประจำแล้วไปขายของ” นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นแรก ที่เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำ โดยเริ่มจากการขายหม
เปิดมา 100 กว่าปี แต้เล่าจิ้นเส็ง ตำนานขนมเปี๊ยะ-ไหว้พระจันทร์ รู้ไหมเคยไปเยือนเมืองปารีสมาแล้ว! เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นวัฒนธรรมจีนที่มีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวช่วงกลางฤดูสารท ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเทศกาลสารทจีนที่เกิดขึ้นก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์ โดยที่เห็นกันบ่อยๆ ก็จะเป็น ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเปี๊ยะ ขนมโก๋ รวมถึง ขนมอี๋ หรือ บัวลอยของจีน เป็นต้น ซึ่งหากพูดถึง ขนมไหว้พระจันทร์และขนมเปี๊ยะในประเทศไทย พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนหลายๆ คน ต้องนึกถึงร้าน แต้เล่าจิ้นเส็ง ขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆ อย่างแน่นอน! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเสริมชัย ตฤติยศิริ เจ้าของร้าน แต้เล่าจิ้นเส็ง รุ่นที่ 4 เล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า ร้านแห่งนี้ เปิดมาได้ประมาณ 100 กว่าปีแล้ว โดยเริ่มต้นจากอากง (คุณปู่หรือคุณตา) หอบเสื่อผืนหมอนใบ เดินทางมาตั้งรกรากใหม่ที่ไทย เนื่องจากในสมัยนั้น ประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อย้ายเข้ามา ก็ได้มาอยู่แถวย่านสำเพ็ง ทำขนมหาบขายอยู่แถวเยาวราช เพราะอากงและบรรดาพี่น้องที่มาด้วยกันนั้น มีวิชาทำขนมเปี๊ยะติดตัวกันมาตั้งแต่อาศัยอยู่ที่จีน เมื่อขนมเปี๊ยะเริ่
ต้นทุนของในสต๊อก ตัวการ ทำกำไรร้านอาหารหดหาย อีกหนึ่งหนทางหายนะ ถ้าไม่ทำสต๊อกแล้วจะรู้ไหมครับว่าวันนี้ขายไปกี่ชิ้น เหลือกี่ชิ้น ต้นทุนของในสต๊อกเป็นตัวการทำให้กำไรของร้านหดหาย ยิ่งสต๊อกมากมันกลายเป็นต้นทุนวัตถุดิบของเดือนนั้นๆ ทำให้การคิดต้นทุนอาหารผิดไป ยิ่งของแพงๆ ถ้าเราไม่ตัดต้นทุนสต๊อกของออกมา เดือนนั้นมันจะไม่เหลือกำไรเลย เค้กสั่งมา 2,000 บาท ขายจริงในเดือนนั้นแค่ 20 ชิ้น เพราะฉะนั้นอีก 30 ชิ้น จึงต้องเป็นต้นทุนสต๊อก ขาหมูเยอรมันสั่งมา 10 ขา ขายไปแค่ 5 ขา อีก 5 ขาต้องคิดเป็นต้นทุนสต๊อก ร้านไหนที่ขายไวน์ ขายเบียร์ ต้นทุนสต๊อกจะสูง ค่าไวน์ดีๆ ราคาขวดละเป็นหลายพัน รวมกันเป็นหมื่น จึงต้องทำสต๊อกให้ชัดเจน ขายไปกี่ขวด เหลือกี่ขวด เป็นเงินเท่าไหร่ เรื่องเกี่ยวข้อง : หนทางหายนะ ของร้านอาหาร มีหลายประการ เรื่องแรก ตั้งราคาผิด ของในร้านอาหารทุกอย่างควรทำสต๊อกของ จะเป็นการจดใส่กระดาษตีตาราง หรือรวมมาใส่คอมพิวเตอร์โปรแกรมเอ็กซ์เซล ใส่ระบบ POS ซึ่งแต่ละเจ้ามักจะมีระบบสต๊อก ตัดสต๊อกมาให้อยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยมีคนใช้ เพราะไม่มีคนทำและเสียเวลาคีย์ข้อมูล โธ่…แค่การจดสต๊อกใส่กระดาษก็ขี้เกียจแล้
ไลฟ์ขายเสื้อครอป DIY ใน TikTok วันแรกขายได้ 200 บาท สู่ 300 ตัว ได้เงิน 2-3 หมื่นต่อไลฟ์ เสื้อผ้ามือสอง ที่คนมองข้าม ถ้านำมาแปลงโฉม DIY ให้สวยเท่ไม่ซ้ำใคร ก็สามารถสร้างมูลค่าและสร้างรายได้งามเข้ากระเป๋าได้ เช่นเรื่องราวของ คุณหมิว-ผกาวรรณ เงินสัจจา วัย 27 ปี เจ้าของร้านรักแรกเสื้อผ้าดีไอวาย เธอเริ่มต้นธุรกิจจากตู้เสื้อผ้าของตัวเองกับโทรศัพท์ 1 เครื่อง สู่ร้านเสื้อผ้ามือสองที่ขายดี 200-300 ตัวต่อไลฟ์ สร้างรายได้ 20,000-30,000 บาท ในเวลา 3-4 ชั่วโมง เริ่มต้นขายเสื้อผ้ามือสอง DIY คุณหมิวเรียนจบด้านศิลปะและการออกแบบ ก่อนไปทำงานเป็นกราฟิกอยู่ช่วงหนึ่ง และได้ค้นพบว่างานประจำไม่ตอบโจทย์ เพราะชอบที่จะทำงานเป็นนายตัวเองมากกว่า ประกอบกับชอบใส่เสื้อผ้ามือสอง เธอจึงนำเสื้อผ้าที่ตัวเองมีในตู้มา DIY ใหม่ แล้วไลฟ์ขายในช้อปปี้ หรือที่หลายคนเรียกแอปส้ม ซึ่งก็ไปได้ดี จนสามารถเก็บเงินได้หนึ่งก้อน จากนั้นจึงเริ่มทำจริงจัง พร้อมย้ายไปไลฟ์ขายในติ๊กต็อกแทน “เราไม่เคยขายของมาก่อนเลย แต่ไม่ชอบงานประจำจริงๆ ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร เรามีโทรศัพท์อยู่เครื่องหนึ่ง ก็ลองเอามาไลฟ์ มันเป็นนายตัวเองได้ง่ายที่สุด ไม
จากธุรกิจเสริมเป็นงานประจำ ทำแบรนด์คุกกี้ Plant Based ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ สร้างรายได้หลักล้านต่อปี เรื่องราวของ Lauren Chew ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Love+Chew แบรนด์คุกกี้ Plant Based เธอเริ่มต้นทำธุรกิจเสริมนี้ควบคู่กับงานประจำ โดยสามารถสร้างรายได้จาก 1 ล้านดอลลาร์ สู่ 3 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 99 ล้านบาทในปี 2566 และกำลังมุ่งสู่รายได้ 5-6 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ Lauren Chew ทำงานประจำด้านพลังงานทดแทนในบริษัทสตาร์ตอัปแห่งหนึ่ง ในส่วนของการพัฒนาธุรกิจ และก่อนหน้านั้น ได้ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้บริหารระดับสูงในบริษัทแห่งหนึ่ง Lauren Chew หันมาใช้ชีวิตแบบเน้นพืชเป็นหลัก ในเรื่องของอาหารการกิน แต่ด้วยเธอเป็นคนชอบทำขนมและชอบกินขนมเป็นชีวิตจิตใจ จึงไม่อยากเลิกทานคุกกี้ มัฟฟิน หรือขนมอื่นๆ ที่โปรดปราน เธอจึงได้พัฒนาสูตรขนมด้วยการใช้อินทผลัมเป็นสารให้ความหวานในสูตรคุกกี้ โดยเริ่มทำขนมจากครัวในบ้าน เมื่อทำเสร็จก็ได้นำไปแจกให้กับร้านขายของชำในท้องถิ่น ร้านกาแฟต่างๆ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีแนวคิดว่าขนมของตัวเองจะสามารถสร้างเป็นธุรกิจได้ จนกระทั่งได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมาก และนั่นทำให้รู้ว่า การทำขนมจากครัวในบ้าน
หนทางหายนะ ของร้านอาหาร มีหลายประการ เรื่องแรก ตั้งราคาผิด หนทางหายนะ ของร้านอาหาร มีหลายประการ อันดับ 1 คือ การตั้งราคาผิด ไม่คำนึงถึงต้นทุนแฝงของร้านอาหารซึ่งอยู่ในอาหารทุกจาน คือ ค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริหาร ค่าของแตกเสีย ค่าซ่อมแซม ค่าเช่า คิดแต่ว่าจานนี้มีกำไรแล้วพอแล้ว ตัวอย่างง่ายๆ สมมติร้านสั่งขนมเค้กแช่แข็งมาขาย 50 ชิ้น ราคาชิ้นละ 40 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท ตั้งราคาขายเอากำไรไม่มากแค่ 2 คูณ ชิ้นหนึ่งเลยขายแค่ 80 บาท กลัวขายไม่ออก เพราะในใจคิดว่าเราไม่ได้ทำอะไร แค่ซื้อมาและขายไปกำไรนิดหน่อยพอแล้วเอาไว้เรียกลูกค้า จำนวนเงินก็ไม่ได้มาก ยังไงก็ขายได้กำไรแน่ๆ ซึ่งนับว่าเป็นหนทางหายนะแท้ๆ เพราะอะไรหรือครับ หนึ่ง ตู้แช่แข็งเค้กต้องใช้ไฟฟ้า เสียค่าไฟ สอง การเอาเค้กแช่แข็งออกมารอลูกค้าต้องนำไปเข้าช่องแช่เย็นธรรมดาในตู้โชว์เค้ก เปลืองไฟเพิ่มขึ้น สาม ถ้าเค้กชิ้นนั้นขายไม่ออกภายใน 3 วัน หรือตามอายุของเค้กเจ้านั้น สภาพมันจะเปลี่ยน ขายให้ลูกค้าไม่ได้แล้ว เอาเข้าช่องแข็งใหม่ก็ไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือกินเอง สี่ การบริการเค้ก ต้องใส่จาน มีช้อน ส้อม มีการตกแต่งราดน้ำซอสโน่นนี่ ตกแต่งดอกไม้ ใ
จากหนี้สินสู่ความสำเร็จ! แม่เลี้ยงเดี่ยว ขายเค้กตลาดนัด ผลิตเดือนละ 200,000 ชิ้น ส่งทั่วประเทศ “ทุกคนมีสิทธิ์ล้มลุกคลุกคลาน ทุกคนมีสิทธิ์เป็นหนี้ได้หมด แต่เป็นหนี้แล้ว คุณต้องรู้ทุกขณะจิต ชีวิตนี้ต้องสู้เพื่อคนในครอบครัว วันนี้คุณมีเงินให้พ่อแม่ได้ทานข้าว มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน มีเงินหล่อเลี้ยงตัวเองให้ลุกขึ้นมาทำงานต่อได้ ในสภาวะแบบนี้ สิ่งสำคัญคือ ความอดทน ต่อสู้ อย่ากลัวการเป็นหนี้” คำบอกเล่าของ คุณผึ้ง-วรภรภัค ไชยมาตร เจ้าของ บริษัท หอมมนต์ กรุ๊ป จำกัด เธอผ่านเรื่องราวชีวิตมามากมาย ตั้งแต่เป็น “หนี้สิน” จากธุรกิจขายเสื้อผ้าที่ทำจน “เจ๊ง” หรือปัญหาครอบครัวที่ต้องกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ความอดทน สู้ชีวิต ทำให้เธอเป็นเจ้าของอาณาจักรเค้กตลาดนัด มียอดการผลิตเดือนละ 200,000 ชิ้น ขายเสื้อผ้าจน “เจ๊ง” คุณผึ้ง เล่าย้อนให้ฟังว่า เธอเรียนจบแค่ชั้น ม.6 ช่วงอายุ 17 ปี เธอเริ่มขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด ก่อนผันตัวมาเปิดร้านที่ประตูน้ำ ซึ่งเป็นยุคทองในเวลานั้น จึงทำให้มีออร์เดอร์เข้าไม่ขาดสาย วันละ 3,000-4,000 ตัว มีรายได้ถึงหลักแสนบาทต่อวัน แต่มีจุดพีกของชีวิต ด้วยไม่มีความรู้ทางธุรกิ
ลุงหมึก ตกงานในวัย 50 พลิกความล้มเหลวเป็นความสำเร็จ สู่ เจ้าของ ภูผาตาด โฮมสเตย์ พนักงานรัฐวิสาหกิจวัยเกือบ 50 ปี อีกไม่นานก็จะก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ รอเงินบำนาญ แต่ไม่ทันถึงเอื้อม เหตุการณ์ฟองสบู่แตกมาพรากความหวังนี้ไปได้ เขาต้องตกงาน กลายเป็นคนไร้งานทันที ลุงหมึก-ชำนาญ มณีวงษ์ อายุ 72 ปี เจ้าของภูผาตาด โฮมสเตย์ เผยเรื่องราวชีวิตตั้งแต่ทำงานจนตกงานอันเป็นต้นเหตุแห่งความสำเร็จในวัยเกษียณ ต้องขอเล่าย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2519 เขาได้เริ่มทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ด้วยฐานะทางบ้านยากจนจึงต้องดิ้นรนทำงาน เวลาในการทำงานเพียง 8 ชั่วโมงทั่วไปคงไม่เพียงพอ เขาได้ทำงานเสริมตอนกลางคืน หวังแค่หารายได้มาจุนเจือครอบครัว และด้วยความที่อยากจะมีบ้านจึงต้องดิ้นรนทำงานหนักกว่าคนอื่นเป็น 14 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัวแต่ใครจะคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และเหตุการณ์นั้นคือ “ฟองสบู่แตก” เขาได้รับผลกระทบที่เรียกได้ว่าแทบรับแรงกระแทกไม่ไหว เขาในวัย 50 ปีจึงต้องกลายเป็นคนตกงานในทันที ความรู้สึกเคว้งคว้างผสมกับความเครียด ด้วยความหวังว่าอีกแค่ไม่กี่ปีก็จะเข้าสู่วัยเกษียณและได้กินเงินเกษ
รายได้หลักล้านต่อเดือน! ชายวัย 32 ปี ทำอาชีพเสริมจากปัญหาด้านสุขภาพ สร้างยอดขายถล่มทลาย ในยุคนี้ อาชีพเดียวไม่พอแล้ว เป็นความจริง เพราะรายจ่ายที่เข้ามาอาจจะมีมากกว่ารายได้ จึงจำเป็นต้องหาอาชีพเสริมมาเป็นตัวช่วยในการบริหารการเงิน และเป็นอีกหนึ่งทางรอดของการดำเนินชีวิต เรื่องราวของชายวัย 32 ปี ที่ชื่อ Sean Hall ผู้ประกอบการจากเมืองออร์แลนโด ที่เริ่มต้นทำอาชีพเสริมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ชื่อว่า Wellious เมื่อปลายปี 2021 ขณะที่ทำงานประจำในบริษัทจัดพิมพ์ดิจิทัลชื่อ TOFM Media ซึ่งจัดพิมพ์สิ่งพิมพ์ออนไลน์เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ แรงบันดาลใจของเขา เริ่มต้นมาจากที่ตัวเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ซึ่งต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินมากยิ่งขึ้น เขาจึงพยายามคิดค้นอาหารเสริมที่เป็นโปรตีนผงจากพืชที่สะอาดที่สุดและมีรสชาติดีที่สุด และต้องการแบ่งปันให้กับคนทั่วโลกได้ลอง ต้องบอกว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายๆ แบรนด์ ต่างเข้าห้องแล็บและพัฒนาคล้ายๆ กัน จึงไม่ก่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เขาจึงต้องการนำสิ่งที่ยังไม่มีใครทำมาพัฒนา ด้วยที่เขาทำงานด้านการทำอาหารและโภชนาการ ดังนั้น จึงต้องค้นหาคำตอบให้ไ
บินกลับจากอังกฤษ มาสานต่อธุรกิจครอบครัว พลิกโฉม “กวงข้าวต้ม” สู่ร้านเบอร์ 1 ในเพชรบูรณ์ การสานต่อธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ทั้งยังต้องต่อสู้กับธุรกิจใหม่ที่เกิดมามากมายนับไม่ถ้วน มันคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “เชฟโน๊ต-ศุภกิจ อรุณธนโยธิน” ทายาทรุ่นที่ 3 จากร้านกวงโต้รุ่ง คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ “ร้านกวงข้าวต้ม” ข้าวต้มจับบัตรคิวแห่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่โด่งดังไปทั่วฟ้าเมืองไทย อีกทั้งเชฟโน๊ตยังมีดีกรีที่ไม่ธรรมดา ด้วยประสบการณ์ทำงานในโรงแรมชื่อดังมากมาย และเคยเป็นพ่อครัวใหญ่ร้านอาหารไทยในอังกฤษ จนถึงตอนที่กลับมาสานต่อกิจการครอบครัว ก็ยังได้รับเชิญไปร่วมรายการชื่อดังอีกด้วย เชฟโน๊ต จบปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร สาขาบริหารการโรงแรมและการท่องเที่ยว จุดที่ทำให้เชฟโน๊ตสนใจในอาหารคือตอนที่เขาได้เรียนวิชา Food & Beverage และฝึกงานในโรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพ ทำให้เชฟโน๊ตได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจ ก่อนที่จะเข้าทำงานเป็นพ่อครัวในโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล และโรงแรมโอเรียนเต็ล จุดเปลี่ยนครั้งแรกในชีวิตของเชฟโน๊ต คือเมื่อเขาถูกชักชวนให้ไปทำงานร้านอาหาร
