Exclusive Featured

ตกงานในวัย 26 ตัดสินใจทำธุรกิจออนไลน์ แชร์เทคนิคเกี่ยวกับดนตรี สร้างรายได้เป็นล้านต่อเดือน

ตกงานในวัย 26 ตัดสินใจทำธุรกิจออนไลน์ แชร์เทคนิคเกี่ยวกับดนตรี สร้างรายได้เป็นล้านต่อเดือน

ในวัยเด็กของหลายๆ คน อาจจะเคยตั้งเป้าหมายในชีวิตกันเอาไว้ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร หรือโตขึ้นอยากทำอะไร เช่นเดียวกันกับ ชายวัย 38 ที่ชื่อว่า Graham Cochrane ที่ในวัยเด็ก เป็นคนที่ชอบดนตรีและตั้งเป้าหมายที่จะเป็นนักดนตรีเต็มตัว เขาทำตามความฝันของตัวเองในทางปฏิบัติ โดยทำงานประจำเป็นวิศวกรเสียงแต่ขณะเดียวกันก็ขยายธุรกิจโดยเป็นโปรดิวเซอร์เพลงอิสระให้กับศิลปินอิสระ

แต่ในปี 2009 เมื่ออายุ 26 ปี เขาตกงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อตกงานแล้ว ก็ยังคงดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป ในตอนนั้นเขามีรายได้ระหว่าง 800-1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 25,000-32,000 บาทต่อเดือน และภรรยาของเขามีรายได้ระหว่าง 500-1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 16,000-32,000 บาทต่อเดือนจากการเป็นช่างภาพ 

หลังจากนั้นในปีเดียวกัน เขาตัดสินใจสร้างบล็อกเกี่ยวกับดนตรีชื่อว่า The Recording Revolution ด้วยความสิ้นหวังที่จะหารายได้เพิ่ม เลยคิดว่าการมีตัวตนบนโลกออนไลน์จะช่วยให้ได้ลูกค้าด้านการผลิตเพิ่มมากขึ้น

“ฉันใช้เวลาสักพักเพื่อเรียนรู้วิธีเปลี่ยนธุรกิจให้ทำกำไร แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 2022 ฉันสร้างรายได้จากธุรกิจออนไลน์ได้มากกว่าตอนที่เป็นโปรดิวเซอร์เสียอีก” เขากล่าว

The Recording Revolution เพียงแห่งเดียวก็ทำรายได้ 40,000 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 1.3 ล้านบาท นอกจากนี้ เขายังสร้างรายได้ 120,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 4 ล้านบาทต่อเดือน จากการขายผ่านธุรกิจการฝึกสอนออนไลน์ 

ในวัย 38 ปี เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ โดยตอนนี้เขาทำงานเพียงสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมงเท่านั้น และก็ใช้เวลาที่เหลือกับครอบครัวด้วย

ฉันเปลี่ยนความหลงใหลของฉันให้กลายเป็นธุรกิจได้อย่างไร

จุดเริ่มต้นของ Recording Revolution เป็นบล็อกและช่อง YouTube เพื่อแบ่งปันสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับดนตรีและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาทำธุรกิจมากขึ้น

ในช่วงแรก เขาโพสต์บล็อก 3 บล็อกบนเว็บไซต์ และวิดีโอ 1 รายการบน YouTube ต่อสัปดาห์ เนื้อหาจะเป็นการแบ่งปันคำแนะนำทีละขั้นตอนอย่างรวดเร็วสำหรับเทคนิคการบันทึกและตัดต่อต่างๆ รวมถึงการวิจารณ์ผลิตภัณฑ์และการสัมภาษณ์กับนักดนตรีและโปรดิวเซอร์

ในปีแรกที่ใช้งาน YouTube ยอดผู้เข้าชมรายวันเพิ่มขึ้นจากประมาณ 60 รายต่อวัน เป็น 2,000 รายต่อวัน เมื่อผู้ชมเพิ่มขึ้น เขาจึงมองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้จากเนื้อหา

แต่ในปี 2010 ก็ได้ค้นพบกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ทำกำไรได้มากขึ้น นั่นก็คือ การสร้างและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดิจิทัลของตัวเอง เช่น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือหลักสูตรออนไลน์ ที่สอนทักษะอันมีค่าที่เขาได้เรียนรู้ตลอดอาชีพการทำงานให้กับผู้คน

ในเดือนเมษายน ปี 2010 เขาได้สร้างและขายหลักสูตรออนไลน์หลักสูตรแรก ซึ่งสอนลูกค้าเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์บันทึกเสียงยอดนิยม Pro Tools ในราคา 45 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,400 บาท

จากนั้นก็เริ่มมีคำแนะนำให้เริ่มทำรายชื่ออีเมลเพื่อทำการตลาดหลักสูตรเพื่อดึงดูดสมาชิก จึงเสนอให้แจก eBook ฟรี จึงทำให้มีสมาชิกประมาณ 500 รายในตอนที่ขายหลักสูตรออนไลน์หลักสูตรแรก

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 ถึงเดือนกันยายน 2019 ฉันทำยอดขายได้ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 32 ล้านบาท และในปี 2021 หลังจากหยุดผลิตเนื้อหารายวัน The Recording Revolution ก็ทำรายได้ประมาณ 40,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน หรือประมาณ 1.3 ล้านบาทต่อเดือน

เคล็ดลับดีๆ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการประสบความสำเร็จ

การเริ่มต้นงานเสริมทางออนไลน์และทุ่มเทให้กับมันอย่างเต็มตัว ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ความฝันเดิมที่จะเป็นนักดนตรีถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือการช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตที่มั่งคั่ง ยืดหยุ่น และมีความหมายมากขึ้น

หากคุณมีความทะเยอทะยานที่จะเป็นผู้ประกอบการ นี่คือเคล็ดลับ 3 ประการอันดับต้นๆ ที่จะช่วยให้รายได้ของคุณพุ่งกระฉูด

1. ขายทักษะของคุณเพื่อสร้างรายได้แบบพาสซีฟ

เมื่อคุณเสนอบริการ มี 2 วิธีหลักที่คุณสามารถทำได้เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม นั่นคือ การหาลูกค้าเพิ่มและการปรับขึ้นราคา แต่สิ่งนี้อาจเป็นปัญหาได้ เนื่องจากใน 1 วัน มีเวลาจำกัดในการรับลูกค้า และยังมีข้อจำกัดอยู่เสมอว่าคุณสามารถเรียกเก็บเงินได้เท่าไรในอุตสาหกรรมของคุณ

จุดเปลี่ยนสำหรับฉันคือ เมื่อฉันเกิดความคิดที่จะนำความรู้ด้านการมิกซ์และบันทึกเสียงของฉันมาทำเป็นหลักสูตรออนไลน์ การขายผลิตภัณฑ์ดิจิทัลช่วยให้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องและทำให้ฉันมีรายได้มากกว่าใน 1 วัน แต่ใช้เวลาน้อยกว่าการทำงานเป็นฟรีแลนซ์

2. แจกตัวอย่างฟรีให้กับผู้อื่นเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเสนอ

ความเชื่อหลักๆ ของฉันคือ ผู้ให้จะประสบความสำเร็จ ธุรกิจทั้งหมดของฉันสร้างขึ้นจากการมอบเนื้อหาการศึกษาฟรีที่ดีที่สุด แม้ว่าฉันจะเรียกเก็บเงินสำหรับเนื้อหาเหล่านั้นก็ตาม นั่นคือเหตุผลที่ฉันมีบล็อกช่อง YouTube และพอดแคสต์ 

ดูเหมือนจะขัดกับสามัญสำนึก แต่เหตุผลที่ได้ผลก็เพราะอย่างนี้ เนื้อหาที่มีคุณค่าทุกชิ้นที่ฉันเผยแพร่สู่โลกภายนอกจะทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนเข้ามาผ่านพลังของการค้นหาบน Google หรือ YouTube เป็นวิธีให้ผู้คนค้นพบและสร้างความไว้วางใจกับฉัน

แล้วเมื่อฉันขายสินค้าพรีเมียม พวกเขาก็พร้อมและเต็มใจที่จะจ่ายเงินสำหรับมัน

3. สร้างระบบอัตโนมัติ

การทำงานเพียงสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมงช่วยให้ฉันไม่ต้องหมดไฟในการทำงานและมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งจะไม่สามารถทำได้หากไม่มีระบบอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น การสื่อสารทางการตลาดและการติดตามผลกับลูกค้าของฉันเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านอีเมลอัตโนมัติ

เมื่อผู้คนพบเนื้อหาของฉัน พวกเขาจะมีตัวเลือกในการสมัครรับเนื้อหาพิเศษเพิ่มเติมผ่านทางอีเมล เมื่อเราติดต่อกันแล้ว ฉันมีอีเมลที่เขียนไว้ล่วงหน้าหลายสิบฉบับที่จะส่งโดยอัตโนมัติ อีเมลเหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ เคล็ดลับ และเทคนิคต่างๆ แต่ยังแบ่งปันด้วยว่าผลิตภัณฑ์ใดของฉันที่พวกเขาจะได้รับประโยชน์มากที่สุด

การเน้นที่อีเมลทำให้ฉันไม่ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงบนโซเชียลมีเดียเพื่อขอข้อมูลจากผู้คนใน DM ฉันปล่อยให้เนื้อหาและการทำงานอัตโนมัติของอีเมลทำหน้าที่แทนฉัน

ที่มา cnbc

Related Posts

จากแม่ที่อยากให้ลูกพูดไทยได้ สู่เจ้าของหลักสูตร “สอนภาษาไทยให้ต่างชาติ” เปิดโอกาสอาชีพติวเตอร์ออนไลน์ รับนักเรียนทั่วโลก
MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%