Exclusive
ขายของน้อย ได้กำไรมาก ใครก็อยากขาย แต่ใช่ว่าใครๆ ก็ขายได้ ถามว่า “สินค้าทุกชนิดมีการคิดต้นทุนราคาขายเหมือนกันไหม” ตอบว่า “มีทั้งที่เหมือนและไม่เหมือนครับ” อยู่ที่ว่าคุณมีต้นทุนอะไรบ้าง มีเบี้ยบ้ายรายทางมากน้อยแค่ไหน ถ้าเป็นสินค้าขายผ่านเซลส์ต้องมีค่าคอมมิชชัน คลินิกเสริมความงามต้องมีค่า DF (Doctor Fee) หรือค่ามือหมอ พนักงานนวดหน้าอาจจะมีค่ามือ ร้านอาหารมีค่าบริการ ขายอาหารผ่านแอปดีลิเวอรีมีส่วนแบ่งทางการตลาด ค่าโฆษณา ร้านเปิดที่บ้านมีต้นทุนอาจจะน้อยกว่าร้านที่เช่าที่ขายในห้าง ดังนั้น ราคาขายของสินค้าแต่ละอย่างจึงอาจใช้สูตรคำนวณที่เหมือนกันหรือต่างกันก็ได้ ขึ้นกับต้นทุนและกำไรที่ต้องการ ปกติสินค้าทั่วไปตามหลักวิชาบัญชีเขาก็แยกออกเป็นต้นทุนทางวัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการผลิต ทำอะไรก็ไม่หนีจากนี้ ลงลึกลงไปอีก ต้นทุนแต่ละอย่างยังมีต้นทุนทางตรงและทางอ้อม เช่น ซื้อหมูปิ้งสดมาไม้ละ 5 บาท เป็นต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าน้ำมันพืช ค่านมสดทาหมูตอนปิ้ง ค่าถ่านปิ้งเป็นวัตถุดิบทางอ้อม ค่าแรงงานก็มีทางตรงทางอ้อมเหมือนกัน คนยืนปิ้งหมูปิ้งเป็นค่าแรงทางตรง ส่วนแฟนคนปิ้งหมูปิ้งที่ช่วยเข็นรถหมูปิ้งม
อาชีพหมอดู ยุคนี้ คือ รายได้ดีมาก แต่จะเริ่มต้นยังไง อาจารย์ไวท์เปิดดวง แนะให้ หนุ่มวิศวะเครื่องกล ผู้หลงใหลและศรัทธา ในโหราศาสตร์ ก่อนหันเอาดีในอาชีพหมอดู สะสมชื่อเสียง จนปัจจุบันขึ้นแท่น หมอดูเบอร์ต้นๆ ไปแล้ว สำหรับ ไวท์-ถาวโรจน์ หรูเกียรติไชย ในวัยสามสิบเศษ ก็ได้รับการยอมรับให้ครอบครองฉายา อาจารย์ไวท์เปิดดวง ไปเรียบร้อยแล้ว อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : หมอดูโอปป้า หนุ่มวิศวะเครื่องกล ผู้หลงใหลและศรัทธา ในโหราศาสตร์ มีโอกาสสนทนา กับ หมอดูโอปป้า ท่านนี้ มีประเด็นสงสัย คนทั่วไป ต้องทำยังไง ถึงจะรุ่งเรืองในอาชีพหมอดู อาจารย์ไวท์ นึกอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนอธิบายให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่าคนที่อยากเป็นหมอดู จะต้องมีเรื่องของความเชื่อ ที่รู้สึกว่าเราศรัทธาในตัวเองก่อน และอยากเป็นผู้ให้ เพราะอาชีพหมอดู นั้น ได้ผลประโยชน์แน่นอนจากคนจำนวนมากที่หวังจะพึ่งพานะ แต่ถ้าหมอดู หวังจะรับอย่างเดียว หรือ หลอกขาย หลอกคนให้ศรัทธา มันเป็นลบกับตัวเองมากๆ สรุปง่ายๆ คือ ต้องเป็นคนที่มีคุณธรรม ถึงจะเป็นหมอดูที่ดีได้ “ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นหมอดูได้ ใครอยากเป็นหมอดู ต้องดูดวงตัวเองก่อนด้วยว่า ตัวเองมีตำแหน่งที่จะเป็นหมอด
อยากเปิดร้านอาหารตามสั่ง ลองทำ ซอสผัดครอบจักรวาล ค้าขายง่ายขึ้นเลย “กำลังอยากเปิดร้านอาหารตามสั่ง แต่ไม่มีประสบการณ์ทำอาหารหรือทำงานครัวมาก่อน เลยพยายามหาความรู้ด้วยตนเองทางเน็ต เช่น สูตรอาหารต่างๆ อยากขอคำแนะนำคุณยศเรื่องสูตรซอสอื่นๆ เช่น ซอสผัดเปรี้ยวหวาน ซอสผัดเม็ดมะม่วง ซอสผัดไทย หากคุณยศ มีสูตรสำเร็จที่ใช้ทำขายได้จะดีมากๆ เลยค่ะ” คุณ Cherry ไลน์มาถามเมื่อวันก่อน จัดให้ครับ แนะให้ลองทำดูสักครั้งแล้วจะติดใจ ผัดอาหารขายง่ายจริงๆ สามารถทำเก็บใส่แกลลอนอยู่ได้เป็นเดือน ไม่ต้องเข้าตู้เย็น ซอสผัดครอบจักรวาล น้ำมันหอย 200 กรัม (ทำเยอะ 2 ขวด หรือ 2 แกลลอน) ซีอิ๊วขาว 100 กรัม (1 ขวด หรือ 1 แกลลอน) ซอสปรุงรสฝาเขียว ฝาเหลือง 100 กรัม (1 ขวด หรือ 1 แกลลอน) น้ำตาลทราย 50 กรัม (ประมาณ ½ ขวดซีอิ๊ว หรือ ½ แกลลอน) ผสมคนให้เข้ากัน ซอสสูตรนี้เหมาะกับการผัดผัก ผัดกะเพรา ข้าวผัด ผัดพริก ผัดขี้เมา ผัดเม็ดมะม่วงก็ได้ โดยเหยาะเหล้าจีนนิดหนึ่งก่อนเอาขึ้น ผัดเม็ดมะม่วงให้อร่อย ควรใช้ไก่อกหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม หมักกับเกลือ พริกไทย ใส่ไข่ขาวไปนิดหนึ่ง เบกกิ้งโซดาอีกนิด เนื้อไก่จะเด้งสู้ฟัน หมักสัก 1 ชั่วโมง เอามา
รัญจวนจิต รัญจวนใจ Local Cuisine อดีตพ่อค้าขายเสื้อผ้า สู่เชฟชื่อดังดันอาหารพื้นถิ่นเมืองเพชร สู่สายตาโลก การออกเดินทางไปใช้ชีวิต คือประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ มันคงไม่ต่างอะไรกับการตามหาตัวตนที่เป็นเรา เชฟโย-กริชณรงค์ จันทร์ปลูก เจ้าของร้าน รัญจวนใจ Local Cuisine ผู้ที่ออกไปใช้ชีวิต ออกตามหาวัตถุดิบความฝันมาประกอบจนเป็นตัวตน จากอดีตพ่อค้าเสื้อผ้าวินเทจ ผันตัวเป็นเชฟที่ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่น เมืองเพชรบุรี บ้านเกิด เป็นเอกลักษณ์ นำมารังสรรค์ความอร่อยบนจานอาหาร ผ่านเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่น กอปรกับวัตถุดิบล้ำค่าตั้งแต่ภูเขา แม่น้ำ ป่าไม้ และทะเล ให้เป็นรสชาติคนเมืองเพชรในมุมมองใหม่ เรื่องราวของชายผู้กลับบ้านเกิด ที่บอกเล่าเรื่องราวของร้านเล็กๆ ในเมืองเพชร เมืองอันรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความหลากหลายของวัตถุดิบพื้นถิ่นจะเป็นอย่างไร อะไรคือหัวใจที่รัญจวนใจยังคงรัญจวนจิตผู้คน และรสชาติอันจริงแท้ของคนเมืองเพชรบุรี ก่อนจะเริ่มมาทำอาหารทำอะไรมาก่อน “ผมเป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาอยู่บ้านนอก ชอบแต่งตัวจัดๆ หน่อย ใจจริงอยากเป็นคนทำเสื้อผ้า อยากเป็นดีไซเนอร์ ไปสอบศิลปากรก็ไม่ติด ที่บ้านเลยบ
ผัดไทยท่ายาง ร้านดังคิวยาว เจน 3 สานต่อ เคยคิดอยากขายแฟรนไชส์ คุณวัฒน์-ชัยวัฒน์ ประชาพรพิสันต์ อายุ 57 ปี เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของกิจการ “ผัดไทยท่ายาง” ร้านดังคิวยาว ที่หลายคนบอก หากมาเที่ยวอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี แล้ว ถ้าไม่เคยมาลองเมนูดังประจำร้านแห่งนี้ ถือว่ามาไม่ถึงกันเลยทีเดียว “กิจการนี้ มีมาตั้งแต่สมัยอากงอยู่ ประมาณ 80 ปีมาแล้วเห็นจะได้ ขายก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวผัด ตอนนั้นยังไม่มีคำว่า ผัดไทย นะ ผมเด็กๆ เขายังเรียกก๋วยเตี๋ยวผัด กันอยู่เลย ส่วนคำว่า ผัดไทย 100 ปีนั้น มีคนเขาให้มา ตัวเราไม่ได้เคลมว่าเราขายผัดไทยมา 100 ปี นะ” คุณวัฒน์ ชี้แจงกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนบอกต่อ ก๋วยเตี๋ยวผัดในแบบของคนท่ายาง ที่ทุกวันนี้ มีแต่คนเรียกว่า ผัดไทยท่ายาง นั้น สูตรการทำดั้งเดิม ไม่มีไชโป๊ ไม่มีเต้าหู้ ไม่มีกุ้งแห้ง เป็นส่วนประกอบ มีเพียงเส้นเล็ก นำไปผัดกับน้ำตาล-ซอส ก่อนใส่เนื้อสัตว์ เป็น หมู กุ้ง หรือรวมทะเล ถามถึงบรรยากาศการค้าขายในช่วงนี้ คุณวัฒน์ บอก ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ นักท่องเที่ยวจะมากหน่อย บางครั้งอาจต้องคอยคิวบ้าง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา แม้ช่วงโควิดระบาดกระทั่งต้อ
ถอดใจเกือบล้ม “เจลลีน้ำผลไม้ Jello Boom” พลิกกลยุทธ์ สร้างยอดขายทะลุหลักแสนต่อเดือน จากนักวิจัยด้านไบโอเทค อยู่ที่ประเทศเยอรมนีถึง 3 ปี พอหมดสัญญา หวังกลับมารับตำแหน่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย แต่ยังไม่ทันเริ่มเส้นทางของความเป็นอาจารย์ กลับเลือกทางเดินสายใหม่ในการทำธุรกิจแทน คุณตาว-ดร.รสรินทร์ รุจนานนท์ อายุ 39 ปี Managing Director แบรนด์ Jello Boom ได้เผยเรื่องราวของเส้นทางธุรกิจ ที่จับมือร่วมกับเพื่อนสนิท คุณวิป-สันต์อาวี กรรณล้วน อายุ 40 ปี Managing Director แบรนด์ Jello Boom กว่าจะประสบความสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย จุดเริ่มต้นของ Jello Boom ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน คุณตาว เล่าให้ฟังว่า พอหมดสัญญาของการเป็นนักวิจัยในประเทศเยอรมนีแล้ว ได้เดินทางกลับมาที่ประเทศไทย และวางแผนเอาไว้ว่าจะเข้าสมัครรับตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ด้วยการเปิดรับสมัครตำแหน่งอาจารย์ยังไม่ถึงวันที่เปิด เลยเป็นช่วงที่ว่างพอดี ในระหว่างนั้น ได้ไปเจอโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยโพสต์นั้นเป็นวุ้นสามมิติ ซึ่งโดยส่วนตัว เธอเป็นคนที่ชอบกินวุ้นและเจลลีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้เธอหยุดชะงัก และในเสี้ยววินาที
โอกาสทอง! 6 ตำนานธุรกิจอยู่คู่ตรุษจีน เกาะกระแสเทศกาล ตรุษจีน ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนทั่วโลกรวมถึงคนไทยเชื้อสายจีน นับเป็นวันที่ลูกหลานทุกคนจะได้กลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษของพวกเขา นั่นจึงทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมถึงการจับจ่ายใช้สอยข้าวของจำเป็นที่ต้องใช้สำหรับเทศกาลนี้ เรียกว่าเป็นความคึกคักของธุรกิจต่างๆ ที่ได้รับอานิสงส์และเติบโตควบคู่ไปกับเทศกาลตรุษจีน เริ่มต้นกันที่ ธุรกิจอาหาร สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับตรุษจีน คือเป็ดพะโล้ไหว้เจ้า ซึ่งร้านดังในตำนาน ก็ต้องยกให้ ร้านจี่เซ่งเฮง ที่ขายมานานกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ในเยาวราช ย่านค้าขายชื่อดัง จุดเด่นของร้านคือ ไม่มีกลิ่นคาว ไม่มีกลิ่นสาบ หอมเครื่องเทศ รสชาติเข้มข้น ลักษณะของเป็ดสวยงาม ปีกและขาไม่แตก ไหว้เจ้าได้อย่างสบายใจ ทางร้านมีบริการจัดส่งทั่วประเทศ ทำให้มียอดสั่งจองหลายร้อยตัวทุกปี ต่อมาคือ ธุรกิจกระดาษไหว้เจ้า ประเพณีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง มีมานานนับพันปี เชื่อกันว่า การเผากระดาษเหล่านี้เป็นการส่งสิ่งของ เงินทอง เสื้อผ้า และของใช้จำเป็น ไปยังวิญญาณของบรรพ
นักท่องเที่ยวจีน กลับมา ความคิดที่ว่า หมูมาแล้ว ต้องรีบฟัน เลิกเถอะครับ แขกจีนมาแล้ว หลังจากอั้นมานาน มีคนค้าขายกับนักท่องเที่ยวถามว่า “แล้วต้องทำยังไง” ข้อที่ 1 ค้าขายอย่างซื่อสัตย์ไม่หลอกลวง ผมเองไม่ค่อยอยากตำหนิ นินทาคนค้าขาย แต่คนไทยเราเองก็เคยโดนแม่ค้าพ่อค้าคนไทยเราหลอกกันเนืองๆ มีเรื่องให้ฟ้องร้อง สคบ. กันทุกวัน ผมเองยังเคยฟ้อง สคบ. เลย จนได้เงินคืนมา ความคิดที่ว่า “หมูมาแล้ว ต้องรีบฟัน” เลิกเถอะครับ ขายของตั้งราคาเวอร์ๆ เอาของยัดไส้ เปลี่ยนของ เห็นล่าสุดมีคนร้องเรียนแม่ค้าตลาดดังชายทะเลว่าตอนซื้อปูเป็นปูสด พอกลับมาเอามานึ่ง ดันกลายเป็นปูตาย ผมเชื่อว่าแทบทุกคนคงเคยเจอเรื่องอย่างนี้มาแล้ว อย่าว่าแต่หลอกแขกคนจีน เลิกหลอกแขกไทยและทุกชาติเถอะ หัวจะโกร๋นหมดแล้ว ข้อที่ 2 อย่าคิดดูถูกแขกชาวจีนไม่ว่าด้วยเรื่องอะไร ทั้งเชื้อชาติ ภาษา กิริยา อย่าเรียกเขาทั้งต่อหน้าและลับหลังว่า “เจ๊ก” คนไทยกับคนจีนมีประวัติศาสตร์สัมพันธ์กันมายาวนาน จนมีเรื่องราวต่างๆ มากมายทั้งดีและไม่ดี ซึ่งเราควรจะลืมๆ ไปซะ ถ้าเราอยากต้อนรับคนจีน ก็ต้องให้เกียรติในความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา แม้ว่ากิริยามารยาทของคนจีนห
แจ็ค หม่า มาเยือน “ป้าหยันร้านอาหารไทยเพชรบุรี” ดึงเสน่ห์อาหารเมืองเพชร สู่ขวัญใจนักท่องเที่ยว “ป้าหยันร้านอาหารไทยเพชรบุรี“ ร้านที่เกิดจากความฝันของ คุณณัฏฐ์ฌาย์ (นัดชา) เอี่ยมอาษา หรือ นา อายุ 48 ปี ที่อยากนำสูตรอาหารของแม่มาปรุงให้ทุกคนได้ทาน หลังได้ซึมซับและเรียนรู้วิธีการทำอาหารเมนูต่างๆ มาอย่างดีจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่ชั้น ป.4 โดยเริ่มจากช่วยหยิบจับวัตถุดิบ และตำพริกแกงต่างๆ “แม่จะให้ช่วยตำเครื่องแกงส้ม เครื่องแกงเผ็ด เราก็จะถามแม่ว่าใส่อะไรบ้าง อันไหนใส่เยอะ อันไหนใส่น้อยกว่ากัน แม่จะคอยบอก มันก็เป็นผลกับเราเวลาทำอาหาร ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น นัวขึ้น กิมมิกเล็กๆ น้อยๆ ที่แม่ถ่ายทอดมาให้ ทำให้เราเรียนรู้การทำอาหารโดยไม่ต้องไปเรียนกับสถาบันหรือเชฟต่างๆ” คุณนา เล่าให้ฟัง ก่อนตั้งชื่อว่า ป้าหยันร้านอาหารไทยเพชรบุรี ชื่อนี้มีที่มาจากความขยันและชอบหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลาของคุณนา จึงเพี้ยนมาเป็นป้าหยัน มีหน้าร้านตั้งอยู่ที่ตำบลหนองพลับ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิด แต่ช่วงหนึ่งของชีวิต เธอได้ย้ายไปทำงานตกแต่งที่จังหวัดภูเก็ตจนประสบความส
ขยะอาหาร ต่อปี เลี้ยงคนได้ครึ่งโลก อยากให้เป็นศูนย์ ต้องทำแต่พอดี ปีใหม่ผมไปเคานต์ดาวน์อยู่บนดอยแม่สลอง นอนฟังคนอื่นเขาจุดพลุกันปังๆ จนหลับฝันเห็นพลุ ไม่ได้นับถอยหลังกับเขา แต่อย่างน้อยได้หนีโควิดในเมืองไปสักหน่อยก็ยังดี คนไทยพอจะเริ่มหายเซ็งโควิดรอบ 1 รอบ 2 มาเจอรอบ 3 รอบ 4 อีก คงต้องทำตัวให้หายเซ็งไปเอง โควิดจะอยู่จะไปก็เรื่องของมัน อย่ามาหาเราเท่านั้นเป็นพอ แม่สลอง ผมขึ้นมาครั้งก่อน เมื่อเมษายนปี 64 ช่วงที่โควิดรอบ 2 เริ่มระบาด ตอนนั้นหาคนคุยด้วยลำบาก ไม่มีใครเขาขึ้นดอยกันหน้าร้อน แถมกลัวโควิดด้วย มาปีใหม่นี้คนคึกเต็มดอย ร้านอาหาร ร้านกาแฟขายดีเป็นแถว ร้านกาแฟที่ผมสนิทตั้งตัวรับไม่ทัน เขาขายกาแฟ ขายชา ของว่างแบบชาวดอย อาหารจานเดียว ของหมดตู้ทำไม่ทัน ร้อนถึงเจ้าของหนุ่มต้องขับรถลงดอยไปแม็คโครในเชียงรายไปกลับ 60 กว่าโล ไม่นับความหวาดเสียวระหว่างขึ้นเขาลงเขา พอให้หัวใจเต้นเล็กน้อย บรรทุกของมาเต็มรถ พออีกวันลงไปอีก ของหมดอีกแล้ว เข้าตำราเรื่อง “การทำขยะอาหารให้เป็นศูนย์” ที่ผมสาธยายไว้คราวก่อนพอดี พ่อหนุ่มต้องซื้อของหลายรอบ เสียทั้งพลังงานคน พลังงานรถ เกิดควันพิษจากรถอีก แล้วยังขยะที่มา
