SMEs เกษตร
“เกาะยอ” เป็นชื่อตำบลของจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา มี “สะพานติณสูลานนท์” เชื่อมติดต่อการสัญจรไป-มา ระหว่างตัวเมือง นับเป็นสะพานที่ยาวที่สุดของประเทศไทย มีความสวยงาม ตลอดจนยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะยอมีอาชีพประมงพื้นบ้านขนาดเล็กในทะเลสาบ ปลูกยางพารา เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง เลี้ยงไก่ ทอผ้า รวมถึงยังปลูกไม้ผลหลายชนิดสร้างรายได้ “จำปาดะขนุน” เป็นชื่อของผลไม้อีกชนิดหนึ่งของตำบลเกาะยอ ที่เป็นที่รู้จักและนิยมรับประทานกัน เป็นไม้ผลที่กลายพันธุ์จากการปลูกตั้งแต่สมัยเจ้าพระยาวิเชียรศรี (ชม ณ สงขลา) อดีตเจ้าเมืองสงขลา ที่นำเมล็ดจำปาดะไปปลูกในสวนแล้วกลายพันธุ์ให้ผลมีรูปร่างคล้ายขนุน แต่รสชาติและเนื้อคล้ายจำปาดะ อีกทั้งยังมีลักษณะการเจริญเติบโตที่พิเศษคือ ต้นจะแตกแขนงออกด้านข้างเป็นพุ่มมากกว่าขนุน ผลที่เกิดขึ้นชิดกับโคนต้นมีขนาดใหญ่ รสหวาน กลิ่นหอมเหมือนจำปาดะ เนื้อหนา ยวงไม่หลุดจากไส้เมื่อดึงออกจากเปลือก จึงมีการขยายพันธุ์นำมาปลูกกันอย่างแพร่หลายบนเกาะยอ แล้วกลับกลายมาเป็นไม้ผลที่ได้รับความสนใจมากในขณะนี้ กระทั่งมีการยกระดับจำปาดะขนุนให้เป
อดีตสาวโรงงานคั่วกาแฟ เชื่อฟังคำแม่ ผันตัวจากลูกจ้างมุ่งหน้าบ้านเกิดที่จังหวัดน่าน นำเงินเก็บ 3 แสน เปิดโรงงานผลิตกาแฟ ค่อยๆ ต่อยอด จนทำครบวงจร ตั้งแต่ปลูก คั่ว จัดจำหน่าย สร้าง 3 แบรนด์หวังเจาะตลาดทุกกลุ่ม ภูคอฟฟี่ ดูโอ คอฟฟี่ และภูมิใจ๋ คอฟฟี่ ปัจจุบันผลิตกาแฟเม็ดดิบได้ 100 ตันต่อปี เป็นบริษัทแรกของประเทศไทยที่ได้รับการอนุมัติวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาล คือ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ตั้งเป้า 3 ปีข้างหน้าจะมีรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท ชีวิตลูกจ้าง มีแม่ชอบดื่มกาแฟ ผันความชอบ กลายเป็นธุรกิจเงินล้าน คุณวัชรี พรมทอง หรือคุณแอ๋ว คือ เจ้าของ ห้างหุ้นส่วน จำกัด น่านดูโอ คอฟฟี่ และประธานกลุ่มคลัสเตอร์กาแฟน่าน คุณแอ๋ว ในวัย 38 ปี เล่าว่า หลังจากจบคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร หรือฟู้ดซายน์ เป็นพนักงานอยู่ในบริษัทคั่วกาแฟขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง รับเงินเดือน 30,000 บาท นาน 8 ปี พอจะมีเงินเก็บ ขณะเดียวกันมองเห็นโอกาสธุรกิจกาแฟ ที่สำคัญแม่ชอบกินกาแฟ เลยตัดสินใจลาออกไปตั้งโรงคั่วกาแฟที่พัทยาราวปี 50 เพราะมีพี่ชายทำงานอยู่ที่
“ มะพร้าว” เป็นพืชที่ปลูกกันทั่วไปทุกภาคของไทย มีผลผลิตตลอดทั้งปี นำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของมะพร้าว เช่น เนื้อมะพร้าว ใช้ทำอาหารทั้งคาวและหวาน น้ำมะพร้าวอ่อนใช้ดื่มแก้กระหาย ใบมะพร้าวใช้ห่อขนม จักสาน หลังคา ต้นมะพร้าวใช้แทนไม้ในการก่อสร้าง กะลาใช้ทำเครื่องดนตรีและถ่านที่มีคุณภาพ รากใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ หรืออมบ้วนแก้เจ็บคอ น้ำมันมะพร้าวใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจใช้ทาบำรุงผม น้ำมะพร้าวใช้เป็นยาระบาย แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ แก้อาเจียนเป็นโลหิตและบวมน้ำ ทำเป็นน้ำส้มสายชู อีกหนึ่งแนวทางเพิ่มมูลค่ามะพร้าวที่น่าสนใจ คือ การทำไวน์มะพร้าว โดยทั่วไป ผลไม้ที่นำมาผลิตเป็นไวน์ส่วนใหญ่ นิยมใช้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น กระเจี๊ยบ หม่อน สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น ฯลฯ เพราะทำได้ง่าย แต่การทำไวน์จากมะพร้าว ซึ่งมีความหวานและกลิ่นหอม จึงทำได้ยากกว่าผลไม้อื่น เพราะต้องใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อให้ได้ไวน์ที่มีคุณภาพ และมีรสชาติอร่อย จึงขอนำเสนอเทคนิคการทำไวน์มะพร้าวใน 2 รูปแบบ จากภูมิปัญญาชาวบ้านและผลงานวิจัยของ ม.แม่โจ้ การผลิตไวน์มะพร้าวน้ำหอมบนต้น จากภูมิปัญญาชาวบ้าน จ.ขอนแก่น นายสมร ไชโยธา อยู่บ้
เมนูปูนิ่มเป็นอาหารทะเลยอดนิยมมาหลายสิบปี สนนราคาค่อนข้างแพง จานหนึ่งตามร้านอาหารอย่างน้อยต้องราคาจานละ 100 บาทขึ้นไป และเป็นอาหารที่หากินได้ไม่ยากนัก เมนูฮิตติดลมบนคือ ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย หลายคนคงเคยกินแต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักว่าปูนิ่มคืออะไร บ้างครั้งเข้าใจผิดว่าปูนิ่มเป็นปูพันธุ์ใหม่ที่มีเปลือกนิ่มโดยธรรมชาติ แท้จริงแล้วปูนิ่มคือปูธรรมดานี่แหละครับ แต่ในช่วงการเจริญเติบโตจะมีการลอกคราบเหมือนกุ้ง งู เมื่อลอกครบแล้วตัวจะโตขึ้นกว่าเดิม ในช่วงชีวิตการเจริญเติบโตของปูจะลอกคราบหลายสิบครั้ง หลังลอกคราบตัวจะนิ่มทั้งหมดรวมถึงกระดองด้วย และค่อยๆ แข็งขึ้นเหมือนปูธรรมดาที่เห็นๆ กันอยู่ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังลอกคราบ ในการลอกคราบตามธรรมชาติ เมื่อถึงเวลาลอกคราบปูก็จะต้องหาที่หลบซ่อนเพื่อให้พ้นจากศัตรูหรือแม้แต่พวกเดียวกันเอง เพราะในช่วงจังหวะนั้นปูจะไม่สามารถต่อสู้หรือหลบหนีศัตรูได้ มีแต่ตกเป็นอาหารของสัตว์อื่นอย่างเดียว ในสมัยก่อนหากินได้ในธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีองค์ความรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของปูนิ่ม จึงสามารถนำมาเลี้ยงจนเป็นธุรกิจแพร่หลายไปทั่วประเทศ ในพื้นที่ที่ติดกับทะเ
เกษตรกร ผู้ปลูก ว่านหางจระเข้ จำนวน 20 ไร่ รายนี้ ที่อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มีคุณลุงประยงค์ สุขสว่าง เป็นเจ้าของแต่ดั้งเดิม สวนแห่งนี้ เคยปลูกแตงกวา กล้วยหอม หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วฝักยาว แต่พืชเหล่านี้ ต้องลงทุนกับยาฆ่าแมลง และแรงงานมาก เลยหันมาปลูกว่านหางจระเข้ ที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย และขายได้แน่นอน ที่ว่าขาย ได้แน่นอน เพราะมีกลุ่มแม่บ้านมารับซื้อ ไปทำน้ำว่านหางจระเข้ วันละ 2,500 กก.ๆละ 4 บาท หรือมีรายได้ 1 หมื่นบาท ทุกวัน จะว่าไปแล้ว ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนแล้ง และไม่มีโรค เพียงแต่ต้องหมั่นแซะหน่อ เพื่อเป็นขยายพันธุ์ต่อ หรือขายเป็นต้นพันธุ์ไปก็ได้ นี่เป็นพืชอีกตัวที่น่าสนใจ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีตลาดรองรับที่แน่นอน สนใจ ติดต่อ คุณสุทธิพงศ์ สุขสว่าง โทร. 081-8215242 ชมคลิป
จังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลาง ที่สภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศในแต่ละอำเภอมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่จัดว่าเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเนื้อดินและมีแหล่งน้ำธรรมชาติค่อนข้างมากพอกับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ กลางฤดูฝนในเดือนกรกฎาคมของอำเภอบ่อพลอย สภาพอากาศยังคงร้อนมากพอเรียกเหงื่อเต็มหลัง ยิ่งเดินอยู่กลางไร่อินทผลัมด้วยแล้ว คิดจะอาศัยใบหลบร้อนคงไม่ได้ เดินในไร่อินทผลัมอยู่พักใหญ่ นั่งรถไฟฟ้าก็แล้ว วนอยู่หลายรอบก็มองไม่เห็นเขตสุดขอบของไร่อินทผลัมแห่งนี้ คุณประวิทย์ เชาวน์วาณิชย์กุล ประธานกลุ่มอินทผลัมภาคตะวันตก หรือ WDP เปิดไร่อินทผลัมเกือบ 140 ไร่ ในตำบลช่องด่าน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ให้ได้ชม ภาพที่เห็นคือ ต้นอินทผลัมอายุ 2.7-3 ปี 800 ต้น หรือประมาณ 40 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วทั้งหมด นอกจากนั้นเป็นต้นอินทผลัมอายุน้อยกว่า ซึ่งคาดว่าจะให้ผลผลิตได้ในอีกไม่ช้า แต่หากนับรวมในจำนวนเกือบ 140 ไร่แล้ว มีต้นอินทผลัมราว 2,700 ต้น กลุ่มอินทผลัมตะวันตก หรือ WDP เป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมในหลายจังหวัด ทั้งภาคกลางและภาคตะวันตก อาทิ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ราชบุ
นายหลาง วงษ์ราช อายุ 65 ปี อดีต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ต.บ้านกลับ อ.หนองโดน จ.สระบุรี จากเดิม ตนเคยเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไร่”ยาสูบ” แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าควร ต่อมาตนเองได้หันมา ปลูกต้นดอกรัก ทำสวนรัก รวมกับญาติๆ 3 ราย ที่บ้านดงสัก รวมพื้นที่ที่ปลูกต้นดอกรัก กว่า 10 ไร่ ปัจจุบัน เก็บดอกรักส่งขายทุกวัน ทั้งมีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวนรัก ในราคากิโลกรัม ละ 80 -100 บาท ขยายพันธุ์ด้วยกิ่ง และ สำหรับกิ่งพันธุ์ยังขายได้อีก กิ่งละ 5 บาท หนึ่งปี เกษตรกร รวมทั้ง 3 รายที่ปลูก ใน 1 ปี มีรายได้กว่า 300,000 บาท สำหรับกิ่งพันธ์ที่นำมาปลูกมี 4 สายพันธุ์ พันธุ์รักแก้ว , พันธุ์แก่นจันทร์, พันธุ์รัก ตุ้มเล็ก, พันธุ์รักตุ้มใหญ่, แต่ที่ชาวบ้านนิยม นำมาปลูกคือ พันธุ์รักแก้ว มี ดอกดกมาก ดอกอ้วนป้อม และมีน้ำหนักน้อย เหมาะสำหรับนำไปร้อยเป็นพวงมาลัย นายหลาง วงษ์ราช อดีต ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่ามีข้อควรระวัง ….. การเก็บดอกรัก ต้องระวังยาง ถูกผิวหนังทำให้ระคายเคือง แสบคัน หากถูกศีรษะ จะทำให้ผมร่วงได้ หากกระเด็นเข้าตา จะทำให้ตาพร่ามัว หรือบอดได้ ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง
ถิ่นกำเนิดของมะพร้าวนั้นยังไม่มีข้อสรุปและชี้ชัดว่าอยู่ส่วนไหนของโลก แต่ก็มีบันทึกไว้มากมายว่าอยู่ส่วนโน้นส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นทวีปอเมริกา และเอเชีย แต่ละท้องถิ่นก็มีหลักฐานการใช้ประโยชน์ มาประกอบ ผู้บริโภคส่วนใหญ่เข้าใจว่า มะพร้าวมีสองลักษณะด้วยกัน คือ มะพร้าวแกง ต้นขนาดใหญ่ ตกผลหลังปลูกช้า ต้นสูง ผลขนาดใหญ่ ใช้ประโยชน์โดยนำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกะทิทำอาหารหวาน คาว อีกลักษณะหนึ่งคือ มะพร้าวน้ำหอม ต้นไม่ใหญ่ ไม่สูงมาก ตกผลหลังปลูกเร็ว ผลขนาดไม่ใหญ่ นิยมนำน้ำมาดื่มเพราะมีรสหวาน มีกลิ่นหอม เนื้อมะพร้าวหากเก็บเกี่ยวในระยะพอเหมาะจะได้รสชาติอร่อยนุ่ม มัน ความเข้าใจนี้ไม่ผิด แต่จริงๆ แล้วมะพร้าวมีความหลากหลาย นักวิชาการเกษตรได้แบ่งมะพร้าวไว้ 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีจำนวนหลายพันธุ์ด้วยกัน ดังนี้ กลุ่มต้นสูง มีมะพร้าวใหญ่ กลาง กะทิ ปากจก น้ำตาล พวงร้อย (ทะลายร้อย) เปลือกหวาน มะแพร้ว หัวลิง ซอกลุ่มนี้ลักษณะของต้นมีขนาดใหญ่ หลังปลูกต้องใช้เวลานานจึงตกผล ผลขนาดใหญ่ ตกผลไม่ดกนัก พื้นที่ปลูกมีมากแถบสมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี โดยทั่วไปแล้วครอบครัวคนไทยจะปลูกมะพร้าวใหญ่ไว้รอบบ้าน หากมีที่ว
กระแสเลี้ยงไก่สวยงาม สายพันธุ์ต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยม และตลาดยังมีความสนใจอีกมาก ทำให้ผู้เลี้ยงไก่สวยงามสายพันธุ์ต่างประเทศ ได้รับออร์เดอร์สั่งจองกันข้ามปี แถมยังผลิตเพื่อส่งขายกันแทบไม่ทัน คุณสุทธิชัย ผลิรัตน์ หรือคุณต้อย วัย 40 ปี อดีตกุ๊ก ร้านอาหารไทย ประเทศเยอรมัน ที่ลาออกจากงานกุ๊กและผันอาชีพมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ เริ่มต้นเรื่องราวของคุณต้อยด้วยการทำงานที่ต่างประเทศว่า “ทำงานเป็นกุ๊ก อยู่ร้านอาหารไทย ประเทศเยอรมัน กว่า 18 ปีแล้ว จนตอนนี้ได้สัญชาติเยอรมันแล้วด้วย แต่ปัจจุบันนี้ได้ลาออกจากงานกุ๊กแล้ว เพราะอยากมาสานต่อความคิดที่อยากทำฟาร์ม และเอาดีด้านการเลี้ยงไก่อย่างจริงจังที่บ้านเกิด อ.ทุ่งศาลา จ.นครศรีธรรมราช สมัยก่อนตอนเด็กๆ บ้านของผมเคยได้เลี้ยงไก่แจ้ พื้นฐานบ้านเราเป็นเกษตรกร ชาวนา ชาวสวนทั่วไป แต่ที่ให้ความสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ เพราะสมัยที่ยังทำงานอยู่ที่เยอรมัน ได้มีโอกาสไปดูพันธุ์ไก่ต่างประเทศ สายพันธุ์ต่างๆ มาพอสมควร ทั้งได้มีโอกาสพบเจอกับคนเลี้ยงไก่ คนที่พัฒนาสายพันธุ์ไก่ที่เยอรมัน ยิ่งทำให้สนใจการเลี้ยงไก่มากขึ้น” คุณต้อย บอกว่า เรานำเข้าไข่ไก่มาจากเมืองนอก แล้ว
หลังผู้เป็นพ่อพลัดตกต้นไผ่ความสูงเกือบ 2 เมตร แถมแม่ก็ป่วย ทำให้ “ปานศิริ ปาดกุล” หรือตูมตาม ลูกชายคนเดียวในวัยเพียง 22 ปี ต้องกลายเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว เคยลำบากแม้กระทั่งไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิโลกรัมละ 33 บาท เคยเป็นหนี้นอกระบบ ต้องทำสารพัดอาชีพแต่สุดท้ายจับทางถูก หันมาเลี้ยงปูนา บังคับผสมพันธุ์ปีละ 3 ครั้ง ส่งขายร้านอาหาร บางเดือนสร้างรายได้หลักล้านบาท คุณตูมตาม เล่าว่า หลังจบปริญญาตรี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ทำงานที่แรกในแผนกบัญชี บริษัทแห่งหนึ่ง จากนั้นย้ายไปอยู่โรงงานผลิตอะไหล่โทรศัพท์มือถือที่จังหวัดปทุมธานี ทำงานประจำได้ราว 5 เดือน ก็ลาออก เพราะต้องกลับบ้านเกิดที่จังหวัดสิงห์บุรีไปดูแลพ่อซึ่งประสบอุบัติเหตุขาหัก เดินไม่ได้ “ผมทำงานประจำ รับเงินเดือน 2 หมื่นบาท อยู่ราว 5 เดือน พอรู้ว่าพ่อในวัย 60 ปี ประสบอุบัติเหตุตกต้นไผ่ความสูงกว่า 2 เมตร ก็เลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านมาดูแล พร้อมกับแบ่งเบาภาระบุพการี ด้วยการเป็นเสาหลักหารายได้เลี้ยงปากท้อง 3 คน” ในเบื้องต้นเด็กหนุ่มอนาคตไกลใช้เงินเก็บที่มีอยู่ซื้ออาหารและสิ่งจำเป็น ทว่าผ่านไปซักระยะ เงินเก็บเริ่มไม่พอ คราวนี้ต้องไปกู้เงินทั้
