SMEs เกษตร
วันที่ 1 มีนาคม เกษตรกรในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ 4 อำเภอ ริมทะเลสาบสงขลา อ.ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และอ.สิงหนคร ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ หันมาปลูกพืชระยะสั้นหลังน้ำลด เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายสร้างรายได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมของนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชระยะสั้น ด้วยการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ให้นำไปปลูก นายบัณฑิตและนางปราณี เหมือนนอง เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 7 ต.กระดังงา อ.สทิงพระ ใช้ที่ดิน 1 ไร่ ปลูกแตงกวาพันธุ์จังโก้ 1,300 ต้น ยกเป็นร่อง 10 ร่องปลูกแตงกวา ร่องละ 130 ต้น ให้ผลผลิตและเก็บส่งขายได้แล้วรุ่นแรก ใช้ระยะเวลาในการปลูก 30- 35วัน โดยวิธีการปลูกจะใช้ไม้เสม็ดทำเสาค้าง ขึงด้วยอวนตลอดแนวร่อง เพื่อให้แตงกวาได้เลื้อยขึ้น เมื่อเจริญเติบโต โดยใส่ปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ทำเอง ไม่ใช้สารเคมี ให้น้ำทางสายยางที่สูบน้ำสูบจากคลองส่งน้ำ ที่ขุดกักเก็บน้ำไว้ แตงกวาเจริญงอกงามดี โดยไม่มีศัตรูพืชมารบกวน ออกดอกออกผลดก ส่งขายในราคากิโลกรัมละ 15 บาท “สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุกวันตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน และได้ตั้งเป้าใน
ปัจจุบัน กระแสออร์แกนิค ไร้สารพิษ มาแรงมาก ด้วยผู้บริโภคหวั่นเกรงอันตรายจากสารเคมี อันนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และไก่ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ ดังนั้น ทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ว่าง ข้างๆบ้าน ก็คือเลี้ยงไก่ไว้บริโภคเอง ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อหรือไก่ไข่ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” นำ แปลนสำหรับการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่มาฝากกัน ซึ่งจุดประสงค์หลักก็คือ การเลี้ยงในปริมาณที่ไม่มาก แต่สามารถต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพเสริมได้ โรงเรือนไก่พื้นเมืองต้นแบบ ที่ได้มาคราวนี้ มาจาก ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ที่มีคำแนะนำการสร้างโรงเรือนดังนี้ เป็น โรงเรือนขนาด 6 X 6 ตารางเมตร สามารถเลี้ยงไก่ได้ 15-20 ตัว วัสดุก่อสร้างเป็นไม้ไผ่ และหลังคามุงด้วยจาก ต้นทุนก่อสร้างประมาณ 4500-5000 บาท นั่นหมายความว่า พื้นที่ที่จะสร้าง น่าจะเป็นในสวน ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มเย็น และสร้างอยู่บนพื้นดิน เนื่องจาก จะมีพื้นที่ส่วนที่เป็นลานอิสระ ปล่อยให้ไก่ได้ออกมาหากิน ทั้งพืช ต้นหญ้า มด หรือปลวก เป็นต้น นอกจากนี้ โร
ปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่เบื่อกับสถานการณ์รถติดในเมืองหลวงไม่น้อย จนทำให้สภาพจิตใจตึงเครียดด้วยระยะเวลาที่ต้องเร่งรีบ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วความสุขที่มีอาจจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ก็มีอีกหลายๆ คนที่หมดใจที่จะประกอบอาชีพอยู่ในเมืองหลวง หันหลังและเดินหน้ากลับสู่บ้านเกิดเพื่อประกอบอาชีพในถิ่นฐานเดิม และสืบทอดกิจการของครอบครัวที่ทำมาอยู่เดิม จนขยับขยายเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตมากขึ้นก็มี คุณสมหวัง สุทนต์ อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 2 ตำบลอบทม อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่หันหลังให้กับเมืองกรุง กลับมาทำอาชีพเลี้ยงหมูที่เดิมทีเป็นอาชีพเสริมของครอบครัว โดยที่เขามาเริ่มทำอย่างจริงจังจนเป็นงานที่สร้างเงินได้เป็นอย่างดี จากลูกจ้างในเมืองกรุง สู่ชีวิตเกษตรกรที่บ้านเกิด คุณสมหวัง เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อทำไปได้สักระยะรู้สึกไม่ค่อยชอบงานทางด้านนี้ ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆ อย่าง จึงทำให้ตัดสินใจที่จะออกมาประกอบอาชีพอยู่ที่บ้านเกิดคือ จังหวัดอ่างทอง “ช่วงนั้นที่ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ บอกตามตรงว่าก็เหนื่อยพอสมควร และมิหนำซ้ำยังโดนโกงค่า
อดีตพนักงานบริษัทเอกชน ทำหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำ ที่ประเทศเวียดนาม เงินเดือนเกือบแสน ผันตัวเลี้ยงไก่ ขายไข่ปลอดสารพิษที่จังหวัดราชบุรี บนพื้นที่ 1 ไร่ ปัจจุบันเก็บไข่ขายได้วันละ 100 ฟอง มีรายได้วันละ 500 – 600 บาท ชีวิตแฮปปี้มีความสุข สูดอากาศบริสุทธิ์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้อยู่กับครอบครัว อนาคตขยายตลาด และเลี้ยงไก่เพิ่ม คุณชวัลวิทย์ สุทธิวรวรรณ์ หรือโดม ชายหนุ่มวัย 31 ปี เป็นตัวแทนให้ข้อมูลของกลุ่มเพื่อนซี้ 3 คน ที่ล้วนเรียนจบสาขาประมงคือ จิ๊ป – ศุภกร ชินบุตร และอ๊อบ – ธีรพงศ์ บรรเลง โดม เล่าว่า หลังเรียนจบ เราทั้ง 3 คน (จิ๊ป และ อ็อบ) ไปทำงานที่ประเทศอินเดีย และเวียดนาม ทำหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำ อยู่ต่างประเทศก็สนุกและมีความสุขดี แต่พออายุมากขึ้น เริ่มคิดว่าปั้นปลายชีวิตจะอาศัยอยู่ที่ไหน จะอยู่อย่างไร จะทำงานเป็นลูกจ้างไปถึงเมื่อไหร่ หนที่สุดตัดสินใจลาออกกลับมาอยู่เมืองไทย ไปเป็นเกษตรกรปลูกผัก เลี้ยงไก่ แม้จะยังไม่รวย แต่เชื่อว่าอนาคตต้องดีแน่ “ผมและเพื่อน 3 คนรวมกันเงินเดือนกันก็หลายแสน ถึงแม้เงินเดือนจะดี แต่สุขภาพนับวันแย่ลง เพราะต้องคลุกคลีกับสารเคมี และยังห่างไกลจากครอบครัว
กุหลาบ เป็นไม้ดอกที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายเพื่อเป็นการค้าทั่วโลก และเป็นไม้ตัดดอกที่มีการซื้อและจำหน่ายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดประมูลดอกไม้ ซึ่งตั้งอยู่ ณ อัลซเมียร์ ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นตลาดการประมูลดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีการปลูกกุหลาบเพื่อตัดดอก อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีแหล่งปลูกสำคัญ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครปฐม ชลบุรี กาญจนบุรี ฯลฯ กุหลาบนอกจากจะปลูกสำหรับตัดดอกเพื่อจำหน่ายแล้ว ยังมีการปลูกจำหน่ายทั้งต้นพร้อมดอก ให้กับผู้ที่ชื่นชอบการปลูกเลี้ยงกุหลาบไว้ดูเล่น เพื่อเป็นไม้ดอกกระถางตกแต่งบ้านเรือน ได้เชยชมและดมดอกที่มีกลิ่นหอมตลอดทั้งปี คุณปาริชาต ธีรธรรมานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 545 หมู่บ้านโป่งแมว หมู่ที่ 8 บ้านตะโกล่าง ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นเจ้าของสวนกุหลาบ สวนผึ้งโรซาเรี่ยน เธอมีความชื่นชอบในการปลูกเลี้ยงกุหลาบ เพราะหลงในเสน่ห์อันน่าเชยชม ทำให้กุหลาบที่เธอปลูกจึงเป็นเสมือนตัวแทนความรักที่ส่งต่อให้กับลูกค้า ซึ่งกุหลาบที่เธอปลูกภายในสวนไม่ได้เป็นอาชีพที่ทำรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นงานที่ทำแล้วมีความสุขในวิถีการประกอบอาชีพของเธออีก
วันที่ 24 ก.พ. ที่บริเวณทุ่งนาท้ายเหมือง หมู่ 4 บ้านทองทั่ว ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นที่นาหลังเก็บเกี่ยวของเกษตรกร นายวรรฤดี เรืองสวัสดิ์ หรือ พี่เปี๊ยก อายุ 45 ปี ชาว จ.สกลนคร ชีวิตผกผัน ดิ้นรนมารับจ้างทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ในจันทบุรี เมื่อ 27 ปีก่อน ได้ขอเช่าพื้นที่ท้องนาจำนวนกว่า 10 ไร่ ของเกษตรกรหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อทำการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง ในช่วงหน้าแล้ง สร้างรายได้เสริมจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นำมาสู่ความสำเร็จ จนมีรายได้เพิ่มเป็นฐานรากให้แก่ครอบครัวเฉลี่ยประมาณปีละกว่า 3 แสนบาท ปัจจุบันผลผลิตของ พี่เปี๊ยก เป็นที่สนใจแก่ลูกค้าตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก พี่เปี๊ยก กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ได้ใช้เวลาที่ว่างจากการทำงานประจำ มาศึกษาข้อมูลการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง และเริ่มลงมือเพาะปลูกโดยเฉพาะแตงโมพันธุ์กินรี ที่หาซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ตามท้องตลาด และแคนตาลูป จนเวลาผ่านไปผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถเก็บขายได้ราคาดีจนประสบความสำเร
สวัสดีครับ ผู้อ่านบางท่านบางคนอาจจะมีหลายงาน หลายอาชีพ บางงานบางอาชีพทำไปเพราะต้องทำ คือ ต้องหาเกียรติยศ หาศักดิ์ศรี และที่สำคัญต้องหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียว่ากันง่ายๆ อย่างนั้น แต่บางอาชีพ บางงานเราก็ทำเพราะเราชอบ เรารัก หรือบางทีถึงขั้นหลงในงานนั้นๆ ก็มี เหมือนกับพี่น้องเกษตรกรท่านนี้ครับที่เลี้ยงวัวโดยที่ไม่เคยเลี้ยงมาก่อน ไม่มีความรู้เรื่องวัวมาก่อนเลยแต่เมื่อได้เลี้ยงแล้วบอกได้เลยว่าติดใจ แถมคิดต่อไปถึงวิธีการสร้างแปลงหญ้าที่พร้อมถ่ายทอดแบบไม่หวงความคิด ไม่มีลิขสิทธิ์ทางปัญญากันเลยทีเดียว ตามผมไปคุยกันเลยครับ ไม่เคยมีความรู้เรื่องวัว ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเลย ผมพาท่านมาพบกับ คุณธวัชชัย เพียสังกะ ที่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี คุณธวัชชัย บอกว่า ครอบครัวของเขาไม่เคยมีสัตว์เลี้ยง และตั้งแต่เด็กมาก็ไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อน “ผมเป็นผู้ตรวจสหกรณ์และทำไร่อ้อยของครอบครัว ไม่เคยมีความรู้และไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อนเลย เพราะงานของผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวัว จนมาวันหนึ่งมีเพื่อนรุ่นน้องมาแนะนำ พาไปดูที่เขาเลี้ยงไว้ ผมเลยเริ่มสนใจเพราะมองว่าเป็นอะไ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่บ้านหมู่ 1 ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พบกับนายพิสัย ปิ่นวิเศษ อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของสวนละมุดยักษ์สาลี่ ที่มีสวนเดียวในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งภายในสวนมีต้นละมุดยักษ์สาลี่อยู่ประมาณ 30 ต้น ซึ่งแต่ละต้นเริ่มออกผลเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลของละมุดยักษ์สาลี่มีขนาดใหญ่มาก นายพิสัยเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เริ่มต้นของการปลูกละมุดยักษ์สาลี่นั้น ตนได้ไปเที่ยวงามเกษตรที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และได้ซื้อกิ่งละมุดยักษ์สาลี่มาจำนวน 12 กิ่ง ในราคากิ่งละ 500 บาท เพื่อนำมาปลูกที่สวนของตนเอง โดยปลูกทิ้งไว้รดน้ำเช้าเย็นไม่ค่อยได้ใส่ปุ๋ยเท่าไหร่ ซึ่งปลูกมาได้ 2 ปี ต้นละมุดยักษ์สาลี่ เริ่มออกดอกออกผล ซึ่งลูกใหญ่มาก ตนเองพึ่งเก็บไปแล้ว 1 รุ่น ซึ่งขายในราคากิโลกรัมละ 50 บาท แต่ถ้าลูกเล็กลงมาหน่อยก็จะอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 35 บาท ซึ่งรสชาติของละมุดยักษ์สาลี่นั้นมีรสชาติหวานกรอบ ซึ่งที่สวนของตนเองขนาดละมุดยักษ์สาลี่ใหญ่สุดก็ประมาณ 3 ลูกต่อ 1 กิโลกรัม ซึ่งผลละมุดยักษ์สาลี่ ออกมาชุดแรกก็จำหน่ายหมดเรียบร้อย ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ต้นเป็นรุ่นที่ 2 ซึ่งจะเก็บได้ช
“เมล่อน” เป็นพืชตระกูลแตง จะมีโรคและแมลงศัตรูที่มากพอสมควร ดังนั้น จึงมีการใช้สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงมากพอสมควร โดยเฉพาะปลูกแบบกลางแจ้งหรือสภาพไร่ ซึ่งเกษตรกรบางท่านจึงจำเป็นต้องมีการเช่าที่เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโรคและแมลง ซึ่งการปลูกเมล่อนในโรงเรือนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยได้มากในเรื่องของการป้องกันแมลงศัตรูขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ทำให้การใช้สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงน้อยลงมากจนเกือบจะไม่ได้ใช้เลยทีเดียว อีกหนึ่งตัวอย่างสวนเมล่อนที่ปลูกเมล่อนในระบบโรงเรือน โดยประกอบเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำ สร้างรายได้เป็นอย่างดีให้กับครอบครัว คุณอุเชนทร์ พุกอิ่ม หรือ คุณน้อย อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 7 บ้านคลองเขาควาย ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โทร. (098) 803-0107 เจ้าของสวนเมล่อนในโรงเรือน “ไร่ถุงทองฟาร์ม” คุณอุเชนทร์ เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นคนพิจิตร ไปทำงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเลนส์สายตา ที่จังหวัดชลบุรี นานกว่า 20 ปี ที่หันมาปลูกเมล่อนในโรงเรือนเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากการทำงานก็เริ่มอิ่มตัว คิดว่าอนาคตอยากกลับมาทำการเกษตรที่บ้านเกิด ด้วยแนวคิดที่ว่าอยากสร้างพื้นฐานไว้ล
เรื่องโดย : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ข้อดีของการเลี้ยงไส้เดือนสามารถทำได้เพียงคนเดียว การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก ใช้พื้นที่ไม่มาก ลงทุนไม่เยอะ เป็นอาชีพที่อิสระ ส่วนประโยชน์ของมูลไส้เดือนมีประสิทธิภาพในการรักษาหน้าดินได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ไม่มีสารเคมีตกค้าง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ พรหมราช หนุ่มวัย 42 ปี ชาวนครศรีธรรมราช อดีตวิศวกรรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในภาคใต้ที่หลังคร่ำหวอดในวงการก่อสร้างมาหลายสิบปี ระยะหลังต้องประสบปัญหาต่างๆ ทั้งสภาพเศรษฐกิจ ทำให้อาชีพรับเหมาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และรู้สึกเบื่อหน่ายต่อการดิ้นรนของอาชีพที่ต้องเสี่ยงในหลายๆ ด้าน ในที่สุดนายอภิสิทธิ์ วิศวกรหนุ่มจึงกลับมาอยู่บ้าน ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา แต่ก็ต้องล้มเหลวอีกครั้ง เพราะราคายางในปัจจุบันตกต่ำสุดขีดขณะที่ต้นทุนการผลิตสูง กระทั่งได้ศึกษาอาชีพใหม่คือการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อเอามูลมาทำปุ๋ยนำไปใช้ทำการเกษตร เริ่มแรกใช้โรงครัวเก่าหลังบ้านเป็นที่เลี้ยงชั่วคราว ทดลองเลี้ยงเพียง 3 กิโลกรัม ราว 1 สัปดาห์ ได้มูลไส้เดือนนำไปเพาะชำต้นไม้ ปรากฏว่าเจริญงอกงามกว่าใส่ปุ๋ยเคมีมาก อดีตวิศวกรหนุ่มเล่าว่า หลัง
