SMEs เกษตร
ยุคเศรษฐกิจอย่างเช่นทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีอาชีพเสริมเข้ามารองรับอีกหนึ่งช่องทางคงดีไม่น้อยทีเดียว เพื่อที่อย่างน้อยไม่เกิดภาวะหนี้สินจากรายจ่ายมากกว่ารายรับ ซึ่งอาชีพเสริมอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมองหาและสนใจในการประกอบอาชีพด้านไหน อย่างเช่นทำในแบบที่ตนเองถนัดหรือดูตามความเหมาะสมของพื้นที่ก็ทำได้เช่นกัน อย่างเช่น การทำปศุสัตว์เอง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่หลายๆ คนให้ความสนใจ เพราะนอกจากไม่ต้องเฝ้าอยู่ตลอดวันแล้ว ยังสามารถไปทำกิจกรรมหรืองานอื่นๆ ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย คุณสงกรานต์ ทามูล คุณสงกรานต์ ทามูล อยู่บ้านเลขที่ 246 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เลือกเลี้ยงไก่ดำเป็นอาชีพเสริมรายได้ โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ โดยเพาะพันธุ์ไก่ดำและเลี้ยงให้โตจนใหญ่ จำหน่ายแบบลูกไก่และนำไปประกอบอาหาร เกิดเป็นรายได้หลากหลายช่องทางทำเงินให้กับเขาได้อย่างดี คุณสงกรานต์ เล่าว่า มีอาชีพทำไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ประมาณ 40 ไร่ ต่อมาได้มีภาครัฐเข้ามาส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงไก่ดำเพื่อเป็นอาชีพเสริม เขาเกิดความสนใจและอยากจะนำมาเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์จำหน่าย เพื่อมีเ
พารู้จัก ‘ชันโรง’ หรือ ผึ้งจิ๋ว สุดยอดแมลงผสมเกสรพืช “ชันโรง” หลายท่านรู้จัก แต่ก็อาจมีอีกหลายท่านที่ไม่รู้จัก บางท่านไม่รู้จักชันโรง แต่รู้จัก ขี้สูด ติ้ง ขี้ตังนี อุง หรือ “ผึ้งจิ๋ว” ซึ่งก็ล้วนเป็นชื่อของชันโรงทั้งสิ้น เพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักกับชันโรง ทราบและเข้าใจถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ของแมลงเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมเป็นตัวการในการผสมเกสรให้พืชพันธุ์ต่างๆ ทำให้พืชติดผลมากขึ้น เรามาทำความรู้จักกับแมลงชนิดนี้กันดู สำหรับ “ชันโรง” มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น คนเหนือเรียก ขี้ตังนี ขี้ตัวนี หรือ ขี้ย้าแดง ภาคใต้เรียก แมลงอุง ทางอีสานเรียก แมลงขี้สูด ภาคตะวันออกเรียก ตัวตุ้งติ้ง “ชันโรงหรือผึ้งจิ๋ว” (Stingless bees) คือ แมลงผสมเกสรตัวเล็กๆ จัดอยู่ในจำพวกผึ้งแต่ไม่มีเหล็กไนเหมือนผึ้ง “ชันโรง” มีวิวัฒนาการสูงกว่าผึ้งป่าและผึ้งหึ่ง นอกจากนี้ ชันโรงยังให้น้ำผึ้งอีกด้วย น้ำผึ้งและเกสรของชันโรงมีราคาแพงกว่าน้ำผึ้งทั่วๆ ไป เนื่องจากเชื่อกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า เพราะรังของชันโรงหายาก และมีปริมาณน้ำผึ้งน้อย ชันโรงนอกจากจะให้น้ำผึ้งที่มีคุณค่าทางโภชนาก
วิกฤติราคามะพร้าวยังคงสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวสวนอย่างทั่วหน้า ไม่เว้นแม้แต่ คุณพรเลิศ เลี่ยนเครือ ผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่จังหวัดกาญจนบุรีด้วย แต่ผลกระทบในครั้งนี้กลับเป็นจุดเปลี่ยนอาชีพด้วยการหันไปผลิตเป็นน้ำตาลมะพร้าวอินทรีย์ แล้วคิดค้นเทคโนโลยีเครื่องจักรประยุกต์เข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิม รองรับการผลิตเพื่อป้อนให้แก่อุตสาหกรรมอาหารและขนมหลายแห่ง พร้อมกับผลิตส่งขายให้กับอเมริกาและฝรั่งเศสมานานเกือบ 10 ปี สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดกาญจนบุรีด้วยแบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำตาลมะพร้าวคุณภาพชื่อ “ไผ่ริมแคว” เตรียมขนส่ง คุณพรเลิศ เลี่ยนเครือ หรือ พี่แดง อดีตเคยทำงานที่การไฟฟ้าทองผาภูมิ ในตำแหน่งพนักงานเก็บเงินมานานกว่า 14 ปี ก่อนจะผันตัวเองเข้าสู่เส้นทางเกษตรกรรมด้วยการเลี้ยงปลากระชังเป็นปลาทับทิมกว่า 400 กระชัง ซึ่งถือเป็นรายใหญ่ของกาญจนบุรี จากนั้นต่อยอดด้วยการทำร้านอาหารแล้วนำปลาที่เลี้ยงไปทำเมนูปลาต่างๆ แล้วหันไปปลูกผลไม้ในสวนตัวเองอย่างจริงจังหลายชนิด รวมถึงมะพร้าวน้ำหอม จนนำมาสู่การทำธุรกิจน้ำตาลมะพร้าวที่โด่งดังของจังหวัดจนทุกวันนี้ “ทำสวนผลไม้ อย่างขนุน ส้มโอ แก้วมังกร กระท้อน มะพร้าว ฯลฯ
“สับปะรด” ผลไม้รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ นับเป็นผลไม้มหัศจรรย์มากคุณค่าอย่างคาดไม่ถึง สับปะรดเป็นผลไม้ที่ดีสำหรับดวงตา เพราะมีวิตามินมากมาย สารเบต้าแคโรทีนในสับปะรดช่วยทำให้ดวงตามีสุขภาพดีขึ้น หากใครรู้สึกอ่อนเพลีย ขอแนะนำให้กินสับปะรดสักชิ้น เพราะเนื้อสับปะรด มีน้ำตาลจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มระดับพลังงานแล้ว เนื้อสับปะรดยังมีปริมาณเส้นใยสูง ช่วยย่อยอาหาร ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย สับปะรด อยู่ในกลุ่มพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย ปัจจุบัน สับปะรด ที่ใช้บริโภคในปัจจุบันมีระบบรากหาอาหารอยู่ในดิน จัดเป็นไม้ดิน แต่ยังคงลักษณะบางประการของไม้อากาศเอาไว้ คือสามารถเก็บน้ำไว้ตามซอกใบได้เล็กน้อย มีเซลล์พิเศษสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ในใบ ทำให้ทนทานในช่วงแล้งได้ พันธุ์สับปะรดที่ปลูกในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ที่นิยมปลูกเชิงการค้า คือ “พันธุ์ปัตตาเวีย” เรียกว่า สับปะรดศรีราชา นิยมปลูกทั่วไป ผลใหญ่ ฉ่ำน้ำ เนื้อสีเหลืองอ่อน “พันธุ์ภูเก็ต หรือ พันธุ์สวี” นิย
อดีตข้าราชการ หารายได้หลังเกษียณด้วยอาชีพเกษตร “ปลูกไม้ผล – เลี้ยงปลา” สร้างรายได้ทุกวัน คุณถาวร งานยางหวาย อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานรับราชการเมื่อครบกำหนดวัยเกษียณ ปี 2550 จึงได้เริ่มใช้เวลาว่างมาทำสวนปลูกไม้ผลแบบผสมสานอย่างจริงจังเมื่อปี 2551 “ก่อนที่จะตัดสินใจทำเกษตร จะปลูกต้นไม้ หรือเลี้ยงปลา จะดูก่อนว่าเราจะทำอะไรได้มากที่สุด ก็เลยตกลงใจเลี้ยงปลา ส่วนพื้นที่ที่เหลือบนขอบบ่อ ก็จะปลูกพืชผัก ไม้ผลไว้ ก็จะมีมะขาม มะนาว ที่สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ซึ่งจะมีการไปหาความรู้ การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ก็จะเข้าอบรมกับหน่วยงานที่เขาเปิดสอน และก็นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับพื้นที่ที่เรามีอยู่” คุณถาวร กล่าว ต้นมะนาวที่ปลูกไว้เก็บผลขาย ปลาที่เลี้ยงภายในบ่อส่วนใหญ่จะเป็นปลานิล ปลาสลิด และปลาตะเพียน โดยนำปลาเหล่านี้มาปล่อยแบบเลี้ยงเชิงธรรมชาติ ปลาก็ขยายพันธุ์ออกลูกมากมาย สามารถจับขายทำเงินได้เป็นที่น่าพอใจ ต่อมาอยากเลี้ยงแบบจริงจังมากขึ้นจึงได้ไปติดต่อขอซื้อลูกพันธุ์จากแหล่งเพาะเพื่อนำมาปล่อยเลี้ยงเป็นเชิงการค้า ก่อนที่จ
หลายจังหวัดในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ติดกับทะเล ไม่ว่าจะเป็นฝั่งทะเลอ่าวไทย หรือทะเลอันดามัน ล้วนแต่มีความน่าอิจฉาในความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารที่ขึ้นชื่อหลายเมนูที่มนุษย์อย่างเราๆ ชื่นชอบ จังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดต้นๆ ที่เมื่อเอ่ยชื่อแล้วต้องนึกถึงเมนูอาหารทะเลและที่ขาดเสียไม่ได้ คือ อาหารทะเลแปรรูป ที่สามารถเก็บเอาไว้รับประทานได้นานๆ เพราะคนจันทบุรีคือผู้ผลิตสินค้าบริโภคในหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นผู้แปรรูปสินค้าอาหารที่ขึ้นชื่อมากมาย และหากจะพูดถึงอาหารทะเลแปรรูป ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค หรือบรรดากุ๊ก เชฟ ผู้เลือกสรรวัตถุดิบในการประกอบอาหารแล้วละก็ จะต้องพูดถึง กุ้งแห้ง ของดีเมืองจันทบุรี ที่ได้รับการบอกต่อว่า อร่อย มีรสชาติเค็มกำลังดี ที่สำคัญ สะอาด เก็บได้นานไม่เหม็นหรือขึ้นราง่าย คุณวิไล บัวหลวง ผู้ผลิตสินค้ากุ้ง กุ้งแห้ง ของดีเมืองจันท์ ติดอันดับสินค้าแปรรูปโอท็อป กับฝีมือการผลิตอย่างเชี่ยวชาญ ตราบที่มีมนุษย์อยู่คู่กับทะเลเลยก็ว่าได้ หนึ่งในผู้ผลิตสินค้า “กุ้งแห้ง” ของดีเมืองจันทบุรี ได้ให้ข้อมูลว่า อาชีพการทำกุ้งแห้งนี้ ถือเป็นอาชีพแห่งวิถีชีวิตของประชาชน ชาวอำเภอแหลมสิงห์ จังห
อ้อย เป็นอีกพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรไทยหลายพื้นที่นิยมปลูก ขั้นตอนการดูแลไม่มีอะไรยุ่งยากในช่วงที่รอผลผลิตเจริญเติบโต แต่จะมีปัญหาในเรื่องของการเก็บเกี่ยวบ้างในระยะหลังมานี้ เพราะขาดแคลนแรงงานในการตัดอ้อยส่งขายให้กับโรงงาน ทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวรวมกลุ่มทำเป็นอ้อยแปลงใหญ่ เพื่อให้สมาชิกภายในกลุ่มได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งในเรื่องของแรงงานและการแก้ปัญหาต่างๆ ส่งผลให้ชาวไร่อ้อยเกิดความเข้มแข็งส่งต่อเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปยังลูกหลาน คุณวีนัด สำราญวงศ์ เกษตรกรไร่อ้อย อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ที่ 13 ตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ยึดอาชีพทำไร่อ้อยเป็นงานหลักสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้ตออ้อยเดิมมาเป็น 10 กว่าปี พร้อมทั้งเน้นตัดอ้อยแบบต้นสดจำหน่าย ทำให้ใบอ้อยที่เหลือจากการตัดนำมาเป็นปุ๋ยอยู่ภายในแปลง สามารถลดต้นทุนการผลิตจำหน่ายอ้อยได้ผลกำไรงามทีเดียว คุณวีนัด สำราญวงศ์ คุณวีนัด เล่าให้ฟังว่า กว่าที่จะมาเป็นเกษตรกรไร่อ้อยเหมือนเช่นทุกวันนี้ ในสมัยก่อนได้ไปเป็นลูกจ้างใช้แรงงานอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาถึง 10 ปี เมื่อมีโอกาสกลับมาอยู่ประเทศไทยก็ได้มีครอบครัว ซ
เกษตรกรนครราชสีมาปลูกเลี้ยงเฟื่องฟ้า ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ดี คุณชวน คูทำนา อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรกรผู้ปลูกเฟื่องฟ้ามาอย่างชำนาญ โดยได้นำเทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วยในการผลิต เพื่อให้ไม้ที่ปลูกตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดมามากกว่า 20 ปีกันเลยทีเดียว เรียกง่ายๆ ว่าเป็นอาชีพที่สร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณชวน ชายผู้มากด้วยอัธยาศัย ยิ้มน้อย ขี้อาย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ต่อมาได้ย้ายจากถิ่นฐานบ้านเกิดมายังอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เพื่อมายึดอาชีพทางการเกษตรเกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับจำพวกต้นเฟื่องฟ้า “ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 30 ปีแล้ว ช่วงที่มาทำใหม่ๆ ก็คิดแค่จะทำเป็นอาชีพเสริมหลังจากว่างทำนา โดยเริ่มจากทีละเล็กทีละน้อยก่อน พอเริ่มมีความชำนาญจำหน่ายได้มากขึ้น ก็คิดว่าน่าจะประสบผลสำเร็จจากการทำไม้ชนิดนี้ ก็ค่อยๆ ขยับขยายเรื่อยๆ โดยตอนนี้ก็ทำเฟื่องฟ้าอย่างเดียวบนเนื้อที่ประมาณ 10 กว่าไร่ เรียกว่าทำมานานยืนหยัดสู้มาจนถึงทุกวันนี้” คุณชวน เล่าถึงที่มา โครงลวดดัดทำเป
เกษตรกรคนขยันเลิกทำนา หันมาปลูกเฟื่องฟ้า สร้างความแปลกใหม่ให้ไม้ดอกสีสวย จนลูกค้าต้องร้องว้าว ด้วยรูปทรงที่หลากหลาย อยากซื้อไปไว้ประดับตกแต่ง คุณชวน คูทำนา อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรกรผู้ปลูกเฟื่องฟ้ามาอย่างชำนาญ โดยได้นำเทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วยในการผลิต เพื่อให้ไม้ที่ปลูกตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดมามากกว่า 20 ปีกันเลยทีเดียว เรียกง่ายๆ ว่าเป็นอาชีพที่สร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณชวน ชายผู้มากด้วยอัธยาศัย ยิ้มน้อย ขี้อาย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ต่อมาได้ย้ายจากถิ่นฐานบ้านเกิดมายังอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เพื่อมายึดอาชีพทางการเกษตรเกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับจำพวกต้นเฟื่องฟ้า “ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 30 ปีแล้ว ช่วงที่มาทำใหม่ๆ ก็คิดแค่จะทำเป็นอาชีพเสริมหลังจากว่างทำนา โดยเริ่มจากทีละเล็กทีละน้อยก่อน พอเริ่มมีความชำนาญจำหน่ายได้มากขึ้น ก็คิดว่าน่าจะประสบผลสำเร็จจากการทำไม้ชนิดนี้ ก็ค่อยๆ ขยับขยายเรื่อยๆ โดยตอนนี้ก็ทำเฟื่องฟ้าอย่างเดียวบนเนื้อที่ประมาณ 10 กว่าไร่ เรียกว่าทำมา
“จังหวัดกาญจนบุรี” ได้ชื่อว่า เป็นดินแดนอีสานแห่งภาคตะวันตก เพราะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงและอากาศร้อนอบอ้าวมากในฤดูร้อน ด้านตะวันตกมีเทือกเขาตะนาวศรีกั้นเขตแดนไทย-พม่า อิทธิพลจากเทือกเขานี้ทำให้พื้นที่ราบทางด้านตะวันออกของจังหวัดเป็นเขตพื้นที่อับฝน มีฝนน้อย ปริมาณฝนรวมตลอดปีน้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับตอนกลางของจังหวัด ที่มีฝนรวมตลอดปี ประมาณ 1,200-1,600 มิลลิเมตร “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี เพราะทนร้อน ทนแล้งได้ดี ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ ประมาณ 500-700 กิโลกรัม ราคาขายส่ง ประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท ปลูกมะขามเทศ 1 ไร่ จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-60,000 บาท ต่อปี “มะขามเทศฝักสีชมพู” ไม้ผลทำเงิน “ไร่สวนขวัญ” คุณไพฑูรย์ สุนทรวิภาต พนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบลวังด้ง (อบต. วังด้ง) ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดทำสวนมะขามเทศเป็นรายได้เสริม ชื่อ “ไร่สวนขวัญ” บนเนื้อที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่พื้นที่บ้านหนองสามพราน หมู่ที่ 9 ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โทร. (086) 162-0365 คุณไพฑูรย์ สุนทรวิภาต (ซ้าย ) กับคุณพ่อ คุณไพฑูรย์ เริ่มสนใจทำสวนมะขาม
