SMEs เกษตร
คุณสมคิด บุญทูล เจ้าของสวน “สวนแก้วมังกรสมคิด” บ้านเลขที่ 36/2 หมู่บ้านยางตะพาย ตำบลบึงบัว อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร โทร. (094) 229-6545 การขายแก้วมังกรของที่สวนนั้น ตอนนี้เน้นขายในจังหวัดเท่านั้น เน้นการขายเอง เช่น วางขายตามตลาดนัด ขายให้กับลูกค้าที่สั่งจองเอาไว้ ส่วนหนึ่งก็ขายออนไลน์ ราคาขายก็จะตามขนาดไซซ์ผล เช่น ผลแก้วมังกร ขนาด 2 ผล ต่อกิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 35 บาท ผลแก้วมังกร ขนาด 3 ผล ต่อกิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 30 บาท ขนาด 4 ผล ต่อกิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งผลแก้วมังกรจะแบ่งไซซ์หรือขนาดง่าย เพราะขนาดจะไล่เลี่ยกัน วิธีการเก็บผลผลิต ต้องให้ผลแก้วมังกรมีสีแดงทั่วทั้งผล เมื่อผลของแก้วมังกรสุกเต็มที่แล้ว ให้ใช้กรรไกรตัดกิ่ง ตัดตรงผลของแก้วมังกรออกมาจากกิ่ง โดยระวังไม่ให้กิ่งเสียหาย คุณนัน บุญทูล เจ้าของสวนแก้วมังกรสมคิด กำลังเก็บผลผลิตออกจำหน่าย ส่วนราคาทางสวนก็อ้างอิงตามท้องตลาด อย่างปีนี้ก็ราคาเฉลี่ย กิโลกรัมละ 20-35 บาท ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยข้อดีของการปลูกเองขายเองโดยตรง ตัวเกษตรกรก็จะได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย การเก็บผลแก้วมังกรก็ไม่ต้องรีบมาก จะเน้นเก็บผลที่แก่ 100
หมากแดง เป็นพรรณไม้ที่มีลักษณะเด่นตรงที่มีหน่อกาบใบ และก้านใบเป็นสีแดงทั้งหมด ซึ่งลักษณะของลำต้นเหมือนกับพวกปาล์มทั่วไปคือ เป็นข้อปล้อง เปลือกต้นสีน้ำตาลเรียบ มีกาบใบห่อลำต้นเป็นสีแดงสด ลำต้นสูงประมาณ 15 ฟุต ใบ เป็นใบรวม ก้านทางใบจะประกอบด้วยใบหลายใบ ทางใบมีความยาวประมาณ 3-4 ฟุต ส่วนใบย่อยเรียงยาวประมาณ 18 นิ้ว มีสีเขียว ซึ่งลักษณะของใบคล้ายกับปาล์มทั่วไป แต่มีสิ่งที่สวยสะดุดตากว่าปาล์มชนิดอื่นคือ ก้านใบและก้านทางใบเป็นสีแดงสด ดอกของหมากแดงออกเป็นช่ออยู่ตามข้อของต้นใต้กาบใบ มีความยาวประมาณ 1-2 ฟุต เมื่อดอกร่วงโรยจะติดผลที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวหรือใหญ่กว่าเล็กน้อย ผลเมื่อแก่แล้วจะเป็นสีดำ จึงนิยมนำเมล็ดมาเพาะเพื่อขยายพันธุ์ แต่หมากแดงสามารถขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อมาทำการปักชำได้อีกด้วย หมากแดงเป็นพรรณไม้ที่ชอบอยู่ที่ร่มรำไร ไม่ชอบแสงแดดจัด เพราะถ้าถูกแดดตลอดทั้งวันจะทำให้สีแดงจางไป มองดูไม่สวยงาม และที่สำคัญควรปลูกหมากแดงในดินร่วนปนทราย เก็บความชื้นได้ดี เพราะหมากแดงต้องการน้ำมาก ไม่ชอบความแห้งแล้ง นาวาเอกประเภท มาอ่วม อยู่บ้านเลขที่ 11/2 หมู่ที่ 1 ตำบลบางกระสอบ อำเภอพระประ
ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รี ไม่ได้เป็นผลไม้เมืองหนาวอีกต่อไปแล้ว จะเห็นได้ว่าทุกภาคในประเทศไทยสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่ได้ ดั่งเช่นที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าของไร่คือ คุณพิมพ์วรัตน์ คำเรือง หรือคุณน็อต สาวนักบัญชี จากรั้วมหาวิทยาลัยสยาม ลบคำสบประมาทจากเพื่อนบ้าน ปลูกสตรอว์เบอร์รี่ โกยเงินล้าน น็อต เล่าว่า หลังเรียนจบคณะบัญชี จากมหาวิทยาลัยสยาม ก็ไม่คิดทำงานประจำ คิดแต่เพียงว่าจะกลับบ้าน ไปช่วยพ่อแม่ทำไร่ เพราะพ่อแม่เป็นเกษตรกร ปลูกมะนาว ปลูกแตงกวา ปลูกถั่วฝักยาว แต่ทว่าพืชผักเหล่านั้นราคาไม่แน่นอน เลยทดลองหาผลไม้แปลกๆ มาปลูก ในที่สุดเลือกปลูกสตรอว์เบอร์รี่ พ่อกับแม่ของคุณน็อต มีอาชีพเป็นเกษตรกรมาตลอดทั้งชีวิต โดยลูกสาว บอกว่า เมื่อก่อนจะปลูกพืชล้มลุก เช่น มะนาว ถั่ว แตงกวา ปลูกแบบนี้สลับหมุนเวียนไป ส่งขายพ่อค้าคนกลาง บางปีขาดทุน ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ราคาพืชผลเกษตรไม่ดี บางปีมะนาวล้นตลาด เกิดปัญหาเดิมๆ ซ้ำซาก อยู่แบบนี้เรื่อยมา ภายหลังที่คุณน็อตเรียนจบ หญิงสาวปฏิเสธชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วกลับมาช่วยพ่อแม่ทำไร่ ทำสวน แต่ครั้งนี้ไม่ปลูกพืชล้มลุก หันไปปลูกสตรอว์เบอร์รี่แทน โดยมีเหตุผลว่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเนื้อที่ 2 ไร่ติดชายเขาพื้นที่หมู่ 5 ต.ควนสะตอ อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งประกอบด้วยพืชผักและพรรณไม้นานาชนิด ที่ปลูกอย่างผสมผสานเกื้อกูลซึ่งกันและกัน น.ส.ฟ้าใส บุญส่ง เจ้าของฟ้าใสฟาร์ม วัย 42 ปี เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปว่า “ย้อนกลับไปเมื่อปี 2553 ขณะนั้นสำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านการส่งเสริมกรเกษตรจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) เริ่มอาชีพการเป็นนักวิจัยอิสระ ควบคู่กับทำงานประจำ และได้ศึกษาแนวทางเกษตรธรรมชาติของมาซาโนบุ ฟูกูโอกะ เจ้าของแนวคิดชาวญี่ปุ่น กระทั่งเล็งเห็นว่าปัจจุบันคนเรามีอายุเฉลี่ยที่สั้นลง เนื่องจากกินพืชผักที่มีสารพิษไปสะสมในร่างกาย จึงผันตัวมาทำการเกษตรที่ปลอดภัย ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงานประจำ โดยมีความตั้งใจแน่วแน่มาทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรธรรมชาติ ซึ่งเน้นให้การเพาะปลูกพืชทุกชนิดเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น” น.ส.ฟ้าใส กล่าวต่อว่า จากนั้นในปี 2554 ได้เข้ามาซื้อที่ต่อจากเจ้าของเดิมบนพื้นที่ 2 ไร่ ลงมือลงแรงร่วมกับนายนิเวศ ชายฝั่ง ผู้เป็นคู่ชีวิต ซึ่งลาออกจากงานประจำตำแหน่งนักพัฒนาองค์กรเอกชนมาช่วยกันปรับเปลี่ยนพื้นท
ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา กระแสการรักสุขภาพเป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสนใจและหันมาตื่นตัวดำเนินชีวิตใหม่ ปรับวิธีการรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย สินค้าขายดีติดลมบน และขายได้ราคาสูง คือ พืชผักที่ปลูกดูแลในระบบเกษตรปลอดภัย พืชผักอินทรีย์ รวมทั้งพืชผักสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผักโมโรเฮยะ มีคุณค่าสารอาหารสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก “ฮาร์โมนี่ ไลฟ์ ออร์แกนิค ฟาร์ม” ซึ่งเป็นฟาร์มผักปลอดสารพิษใกล้บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้นำเข้าเมล็ดผักโมโรเฮยะมาจากประเทศอียิปต์ ในราคาก.ก.ละ 10,000 บาท ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมี ปลูกผักโมโรเฮยะส่งขายทั้งในประเทศและส่งออก โกยรายได้กว่าปีละ 100 ล้านบาททีเดียว รู้จัก “ผักโมโรเฮยะ” ผักโมโรเฮยะ ได้ชื่อว่า เป็นผักของพระราชา ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ เนื่องจากเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ เส้นใยรวมอยู่มาก โดยเฉพาะ วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารรวมอยู่มาก ชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภคผักโมโรเฮยะกันอย่างแพร่หลาย โดยนำมาแปรรูปเป็นอาหารเสริมสุขภาพ เช่
พลิกโฉมวงการเกษตรไทยด้วยน้ำมือของคนรุ่นใหม่ คุณอ๊อบ-ณัฐชัย อึ๊งศรีวงศ์ เจ้าของฟาร์มฮอปส์ (Hops) พันธุ์ไม้เลื้อยชนิดหนึ่งมีใบและดอก ซึ่งดอกฮอปส์มีคุณสมบัติเป็นเสมือนสารกันบูดจากธรรมชาติ ให้รสขมและกลิ่นที่เฉพาะตัว นิยมนำไปใส่ในคราฟท์เบียร์ ช่วยให้รสชาติและกลิ่นมีเสน่ห์มากขึ้น Deva Farm คือ ฟาร์มปลูกฮอปส์แห่งแรกในไทย นอกจากนั้นยังปลูกผัก ผลไม้ ไฮโดรโปนิกส์ ตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี คุณอ๊อบ ณัฐชัย ปัจจุบันอายุ 36 ปี อดีตเคยเป็นเจ้าของบริษัทผลิตซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นสำหรับโทรศัพท์มือถือนาน 13 ปี ก่อนจะหันหลังให้กับชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วมาสวมบทบาทเกษตรกรปลูกฮอปส์ในโรงเรือน หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในการทำคราฟท์เบียร์แห่งแรกในเมืองไทยเมื่อปี 2558 “ผมเป็นคนชอบดื่มเบียร์ เคยไปเรียนทำคราฟท์เบียร์ เลยรู้ว่าดอกฮอปส์เป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของการทำเบียร์ ซึ่งมี 4 อย่าง คือ มอลต์ ฮอปส์ ยีสต์ และน้ำ ซึ่งฮอปส์ปลูกได้เฉพาะในเมืองหนาว แต่ด้วยความอยากท้าทาย เลยลองสั่งเหง้าฮอปส์จากสหรัฐอเมริกา 10 เหง้า เป็นเงิน 10,000 กว่าบาท นับเป็นครั้งแรกที่ลองปลูก ฮอปส์ในประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองร้อนชื้น” โด
ปลูกทับทิมเพื่อตอนขายประมาณ 1 ไร่เศษ พื้นที่ 1 ไร่ จะปลูก ได้ 400 ต้น ต้นไม้ทุกต้นถ้าลงดินจะโตไวหาอาหารกินเองได้ ตีสักประมาณ 1 ปี สามารถตอนกิ่งแล้วเอามาลงถุงขายได้ ส่วนเรื่องผลลัพท์ถือว่าคุ้มมาก สมมุติเป็นกิ่งแบบที่เห็น ตุ้มตอนเบ็ดเสร็จเลยถ้าจ้างประมาณ 3 บาท แล้วจะมีไม้เสียบเขาเรียกไม้ร้อย ไม้ 80 ตามความยาว มัดหนึ่งประประมาณ40บาท เฉลี่ยอันหนึ่งประมาณ 40 สตางค์ คือต้นทุนต่อถุง 10 บาท ประเภทว่าจ้างเขามานั่งกรอกแล้วนะ แล้วเราไปขาย 15 บาทเราก็ยังได้กำไร นี่คือราคาที่เขามารับถึงที่ แต่ถ้าเราวิ่งไปส่งเองก็ได้ราคา 28-30 บาท จะเห็นว่าอย่างไรก็ได้กำไร แต่ถ้าตัดขายเป็นกิ่งไปเลย แล้วจะไปทำยังไงก็ได้อยู่ประมาณ 10-15 บาท แล้วแต่ขนาดกิ่งถ้าใหญ่ก็เพิ่มราคาได้ แต่ราคาจะไม่เกิน 15 บาท ขายกันง่ายๆ 10 บาท เพราะว่าเราก็ไม่ได้รับประกันว่ามันจะรอด แต่ถ้าเราใส่อย่างที่ตั้งผลิดอก ออกใบมาแล้ว 25 บาท ขายไปเลยได้แน่นอน วิธีขยายกิ่งพันธุ์ทับทิม ชักร่องปลูก สมมุติว่าเป็นพื้นที่โล่ง ก็ไถเปิดหน้าดิน พอไถเปิดหน้าดินสักพักให้ไถพรวนอีกรอบ เพื่อเตรียมชักร่อง วัดระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1 เมตร ระหว่างร่อง 1.5 เมตร ก็คือ
“แต่ก่อนเคยทำไร่ข้าวโพด 20 ไร่ ต้องใช้ยาและปุ๋ยเคมีมาก อีกทั้งแรงงานหายาก เมื่อขายผลผลิตแล้ว หักลบต้นทุนกำไรไม่คุ้มค่า จึงน้อมนำเอาศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ทำการเกษตรแบบพอเพียงในพื้นที่ 2 ไร่กว่า สามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญา 2 คน” เป็นคำกล่าวที่ภาคภูมิใจของ คุณบุญหย่วน ดีคำวงศ์ เกษตรกรวัย 60 ปี ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เมื่อปี 2535 ได้เริ่มนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในพื้นที่ 2 ไร่กว่า บริเวณบ้านของตนเอง โดยทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล เลี้ยงไก่ จิ้งหรีด และกบ ใช้แรงงานภายในครอบครัว ไม่ต้องจ้างแรงงาน ทุกอย่างที่ปลูกและเลี้ยงได้นำมาประกอบอาหารในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็จำหน่ายเป็นรายได้ ปัจจุบันทุกวันจะมีรายได้จากพืชผัก 300 บาท ในรอบเดือนมีรายได้จากการจำหน่ายจิ้งหรีด 4,000-6,000 บาท และในรอบปีจะจำหน่ายลูกกบได้กว่า 50,000 บาท พร้อมกับจำหน่ายผลไม้ในสวนอีกประมาณ 20,000 บาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดนี้สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เรื่องปุ๋ยและยาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพใช้เอง รวมทั้งการป้องกันกำจัดศัตรูพืชด
“เห็ดโคน” เป็นเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ พบในพื้นที่ป่าทั่วไป จะออกผลผลิตหลังฝนตกชุกติดต่อกันหลายวัน สลับกับมีแสงแดดในอุณหภูมิที่เหมาะสม เมื่อถึงช่วงที่เห็ดโคนออก ชาวบ้านมักจะนิยมเข้าป่าหาเห็ดโคนกัน เพราะมีราคาแพง เป็นเห็ดป่ามีรสชาติอร่อย นำมาปรุงอาหาร ต้มยำ หรือผัดน้ำมันหอย อร่อยมาก ว่ากันว่าดอกตูมๆ กิโลกรัมละ 500-600 บาท ส่วนดอกที่บานแล้วกิโลกรัมละ 250-300 บาท ที่แพงเพราะปีหนึ่งได้กินเพียงครั้งเดียว และที่ผ่านมาก็ยังไม่มีใครที่สามารถนำเห็ดนี้มาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ได้เลย แต่วันนี้เห็ดโคนถูกนำเชื้อมาเพาะเชื้อได้แล้ว รณรงค์ มงคลการ เป็นผู้นำเชื้อเห็ดโคนมาเพาะเลี้ยงเป็นเห็ดโคนคอนโดสําเร็จแห่งแรก ภายในโรงเรียนวัดท่ามะขาม (ท่ามะขามประชาอุทิศ) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และได้จดลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กําลังขยายผลให้ความรู้ออกสู่ชุมชนสร้างรายได้กับนักเรียน โดยหลังทราบข่าว จิตรลดา เนียมรักษา นายกเทศบาลตำบลดอนทราย ได้นำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมทั้งผู้นำชุมชน ประชาชน ผู้ปกครองนักเรียน เข้ามาศึกษาดูงานโครงการเพาะเห็ดโคนคอนโดจากวัสดุจากธรรมชาติจนสำเร็จ จึงเตรียมนำโครงการดังกล่าวไปต่
ในยุคปัจจุบัน คนไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ กำลังได้รับความนิยมกับกลุ่มคนที่รักสุขภาพ และได้หันมาให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร “ข้าวอินทรีย์” จึงเป็นทางเลือกทางหนึ่ง ในยุคนี้เวลานี้ คุณภาณุสิทธิ์ มั่นคง ชาวนาในตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าของรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปีนี้ สาขาอาชีพทำนา ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยเริ่มต้นใน ปี พ.ศ. 2553 จากการได้เห็นเกษตรกรรายอื่นในชุมชนที่ใช้สารเคมีทางการเกษตร และต่อมาเกษตรกรรายนั้นได้เสียชีวิตลง จึงเกิดความรู้สึกว่า อาชีพชาวนา นอกจากความยากลำบากแล้ว ยังมีความเสี่ยงจากการรับสารพิษสะสมเข้าสู่ร่างกาย เขาจึงศึกษาค้นคว้าและน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้ในการทำนา เพื่อต้องการให้ชาวนาหรือเกษตรกรมีศักยภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า การผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เขาเลือก โดยปรับเปลี่ยนการทำนาแบบเดิมมาเป็นนาเกษตรอินทรีย์ ลดการใช
