SMEs
เปลี่ยน ขยะพลาสติก ให้เป็น ถ้วยรองน้ำยาง ถูก ดี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม-เซฟเงินเกษตรกร จ.บึงกาฬ ถือเป็นแหล่งปลูกยางพาราสำคัญของภาคอีสาน ส่งผลให้มีความจำเป็นใช้อุปกรณ์ “ถ้วยรองน้ำยางพารา” ปริมาณมาก เป็นโอกาสให้เอสเอ็มอี หจก.สมบัติถ้วยเงิน ผลิตถ้วยรองน้ำยางพาราคุณภาพดี และราคาถูก ตอบโจทย์ตลาดได้พอดี โดยมี SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ช่วยเสริมศักยภาพ ต่อยอดธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็งตามแนวทาง BCG และสามารถส่งต่อคุณประโยชน์สู่สังคม ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่คนในชุมชนด้วย นายชนินทร์ พัฒนแสง เจ้าของ หจก.สมบัติถ้วยเงิน ผู้ผลิตและจำหน่าย ถ้วยรองน้ำยางพาราและลวดมัดถ้วยรองน้ำยางพารา แบรนด์ “สมบัติถ้วยเงิน” จ.บึงกาฬ มีประสบการณ์งานช่าง และเครื่องจักรมายาวนาน จนเมื่อประมาณ 11 ปีก่อน เห็นโอกาสของตลาดที่ต้องการถ้วยรองน้ำยางพารา จำนวนมาก ตามการเติบโตของการปลูกต้นยางพาราของ จ.บึงกาฬ และใกล้เคียง จึงเข้าสู่วงการ เป็นผู้ผลิตถ้วยรองน้ำยางพารา โดยใช้กระบวนการรีไซเคิล นำวัสดุพลาสติกเหลือทิ้งมาแปรรูป ซึ่งจากคุณภาพสินค้าดีเยี่ยม และราคาเหมาะสม ช่วยขับเคลื่อนกิจการเติบโตต่อเนื่อง จนปัจจุบัน ขึ้นแท่นผ
ปอกวันเป็นพันโล ต่าย-ยิ่ง มีบ้าน มีรถ เพราะขายทุเรียน ปีละ 365 วัน ต่ายยิ่งเจริญ คือ กิจการขายทุเรียนคุณภาพคัดพิเศษ ไร้สารเร่งสุก 100% และที่สำคัญ รับประกันความพึงพอใจทุกพู ปัจจุบันมีหน้าร้านแห่งเดียว อยู่ที่ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี ซึ่ง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสสนทนากับเจ้าของกิจการ อัธยาศัยดี แนะนำตัวชื่อ คุณยิ่ง-ภัทรปภา ดาราธิปธนาลัย หุ้นส่วนคนสำคัญอีกท่าน ชื่อ คุณต่าย-เสนาะ รุ่งแสง คู่ชีวิตของเธอเอง คุณยิ่ง เล่าให้ฟัง พื้นเพเป็นชาวบางกอกน้อย ปัจจุบันอายุ 35 รับบทเป็นแม่ค้าทุเรียน ตั้งแต่อายุ 19 โดยเธอนับเป็นรุ่นที่ 3 ของครอบครัว ที่อยู่ในแวดวงค้าขายผลไม้ชนิดนี้ “คุณปู่ มีสวนทุเรียนอยู่ที่จันทบุรี และรับซื้อจากสวนในละแวก มาขายที่กรุงเทพฯ ขายทุเรียนล้วนๆ ปีละ 365 วัน เป็นทุเรียนที่ตัดจากสวนโดยตรง ก้านยาว มาจากจังหวัดจันทบุรี ส่วนพันธุ์อื่น มาจากสวนทั่วประเทศ” คุณยิ่ง เผยอย่างนั้น ก่อนฉายภาพการค้าขายทุเรียนในแบบของต่ายยิ่งเจริญ ให้ฟังว่า เมื่อก่อนต้นทุนรับซื้อกิโลละ 35 บาท ได้ทุเรียนเนื้อสวยมาก ปัจจุบันต้นทุนกิโลละ 500 บาท ยังไม่ค่อยสวยเลย อย่างไรก็ตาม จากความพิถีพิถันในการคัดเล
นักบิน เปลี่ยนสายอาชีพ ขายหมูปลาร้า ไม่อายทำกิน เพราะได้เงินเลี้ยงครอบครัว อาชีพนักบิน ใครๆ ก็ว่ามั่นคงและรายได้ดี นั่นคือเรื่องจริงในสถานการณ์ปกติ แต่เมื่อเกิดโรคระบาด นักบิน คืออาชีพที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยไปกว่าใคร เช่น คุณสมิทธิ ทรัพย์บำรุงสกุล หรือ ป๊อบ วัย 30 ปี อดีตนักบินประจำสายการบินแห่งหนึ่ง ผู้ถูกเลิกจ้างเพราะโควิด-19 แพร่ระบาด ด้วยเป็นเสาหลักของครอบครัว ปัจจุบันจึงผันตัวมาเป็นพ่อค้า ขายหมูปลาร้า “แป๊ะย่าง หมูย่างปลาร้า” หารายได้ทดแทนเงินเดือนที่หายไป คุณป๊อบ ทำงานเป็นนักบินได้ประมาณ 11 เดือน ไฟล์ตบินส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ และในทวีปเอเชียบ้าง รายได้ดีถึงขนาดเลี้ยงครอบครัวได้สบาย แต่ท้ายที่สุดเมื่อเกิดโรคระบาด ทำให้ถูกเลิกจ้าง “ไม่มีใครเคยคิดว่านักบินจะตกงาน พอรู้ว่าถูกเลิกจ้างผมนั่งร้องไห้ เสียศูนย์เป็นอาทิตย์ เพราะงานนี้ตั้งใจอยากทำมาตลอด อีกอย่างผมเป็นเสาหลักของครอบครัวพอเกิดเรื่องแบบนี้ยอมรับว่าไปไม่ถูก แต่โชคดีพ่อแม่คอยให้กำลังใจและบอกว่าทำอะไรไม่ได้แล้วมันเหนือบ่ากว่าแรง เดี๋ยวลองหาไอเดียกันว่าจะหารายได้อย่างไร” คุณป๊อบ เล่า แม้จะเศร้าแค่ไหน แต่ชีวิตต้องเดินต่อ คุณป๊อบ เริ
พ่อค้าติสต์ ไม่ยึดติดอาชีพเก่า ขอแค่ได้ค่าข้าว เร่ร่อน ขายแค็กตัส พ่วง ลอตเตอรี่ คุณฟลุ๊ค-ชวนากร ชาวงษ์ อายุ 24 ย่าง 25 ปี บ้านเกิดอยู่จังหวัดอุดรธานี มาจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เอกดนตรีตะวันตก ถนัดเล่น กีตาร์ เป็นหลัก หลังเรียนจบ ยึดอาชีพนักดนตรี เล่นตามร้านอาหารกลางคืนในตลาดรถไฟ บางครั้งมีเดินสายไปเล่นแถวนนทบุรี “ตั้งใจจะทำงานสายดนตรีไปยาวๆ ไม่ได้อยากจะรีบกลับไปอยู่บ้านที่อุดรฯ แต่โควิด เป็นเหตุ ที่ผ่านมาพยายามอดทนมาตั้งแต่รอบหนึ่ง รอบสอง ไม่มีงาน ถึงมีก็ประปราย พอโควิด รอบสาม อดทนไม่ไหว วงแตกแยกย้าย กลับบ้านกันหมด” คุณฟลุ๊ค เล่าเสียงหม่น ก่อนเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังต่อถึงความตั้งใจในการทำมาหากินที่บ้านเกิด ว่า ตั้งแต่สมัยที่เขาเรียนมัธยมฯ แม่ของเขาซึ่งรับราชการเป็นพยาบาล ปลูกแค็กตัส เป็นงานอดิเรก ทำให้มีไม้หนามนานาพันธุ์สะสมไว้พอสมควร เลยเกิดความคิดว่ากลับมาเป็นลูกจ้างช่วยแม่ขายแค็กตัส ท่าจะดี “กลับมาอยู่บ้านต้องปรับตัว ช่วงแรก ยอมรับว่าซึมไปเลย ถามตัวเองตลอด ต้องทิ้งความฝันไปในอาชีพนักดนตรีแล้วจริงหรือ กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว แค็กต
รวมวิธีสมัคร ไรเดอร์ หรือ พนักงานรับส่งอาหาร เลือกเลยค่ายไหนดี ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพไรเดอร์ หรือ พนักงานรับส่งอาหาร กลายเป็นงานยอดนิยมที่ใครๆ ก็ทำกัน เพราะสามารถสร้างรายได้อย่างงาม ไม่มีเวลาตายตัว หากมีเวลาว่าง ก็สามารถกดรับงานจากแอพพลิเคชั่นดีลิเวอรี่ที่สังกัดได้ โดยไม่เบียดเบียนเวลางานประจำ เราจึงได้เห็นพนักงานหลายๆ คนหันมาเป็นไรเดอร์กันพรึ่บพรั่บ ยิ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่ง ส่งเสริมพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้การมาของฟู้ดเดลิเวอร์รี่เติบโต ผุดเป็นดอกเห็ด อาชีพไรเดอร์จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่สามารถสร้างรายได้ และยังถือว่าเป็นงานอิสระ ที่ใครๆ ก็สามารถกระโดดเข้ามาสร้างอาชีพได้ง่ายๆ อ่านเพิ่มเติม อยู่บ้านไม่มีเบื่อ! แนะ 10 อาชีพเสริม หารายได้ช่วงวิกฤต เริ่มต้นง่ายด้วยออนไลน์ มัดรวม วิธีการสมัคร ฟู้ดดีลิเวอรี่ แต่ละค่ายหัก GP กี่เปอร์เซ็นต์ โดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวม วิธีการสมัครเป็นไรเดอร์ มาฝากกัน ดังนี้ 1. ไลน์แมน – ไม่จำกัดเพศ หรือวุฒิ อายุ 18 ปีขึ้นไป เพียงมีใบขับขี่และมอเตอร์ไซค์ – รายได้กว่า 26,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับความขยัน) การันต
เยาวชนไทยยอดกตัญญู ฟันฝ่าทุกวิกฤต–พลิกให้เป็นโอกาส เส้นทางความสำเร็จด้านวิศวกรรม เพื่อทุกคนในครอบครัว น้องกอล์ฟ–วิทวัส รักชาติ ศิษย์เก่าจากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat School of Engineering) หรือ TSE เด็กหนุ่มจากครอบครัวธรรมดาที่มีอาชีพขายข้าวแกงถุงในตลาดจาก จ.ชลบุรี ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นต้นแบบของการเรียน–ทำงานด้านวิศวกรรมให้กับรุ่นน้อง โดย น้องกอล์ฟ ได้รับทุนธรรมศาสตร์ช้างเผือก เพื่อเข้าเรียนในภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ (Thammasat School of Engineering หรือ TSE) รุ่นที่ 21 ซึ่งในระหว่างเรียนยังได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัท นันทวัน จำกัด หรือ ไทย–โอบายาชิ คอร์ปอเรชั่น (Thai Obayashi Corporation Limited) จนจบการศึกษา และได้เข้าทำงานในบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในไทย 2 ปี ก่อนจะได้รับทุนการศึกษารัฐบาลญี่ปุ่น หรือ ทุนเม็กซ์ (Monbukagakusho : MEXT) เข้าเรียนต่อปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนางาโอกะ (Nagaoka University of Technology : NUT) หลังจากเรียนจบได้ทำงานต่อที่ญี่ปุ่น 3 ปี ก่อนตัดส
ต่อยอดเดรสเดิมๆ ด้วย “ลายปฏิทินจีน” ไอเดียแปลกสุดเก๋ สั่นสะเทือนวงการแฟชั่น ชุดปฏิทินจีน – ไอเดียต่างๆ มักอยู่รอบตัวเรา คำพูดนี้ใช้ได้กับการทำทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะสายออกแบบอย่าง คุณนิ้งหน่อง – พินทุสร ฉัตรณรงค์ชัย เจ้าของเสื้อผ้า ชุดปฏิทินจีน แบรนด์ snake fish fish คนนี้ โดยเธอให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เธอเรียนจบจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยลาดกระบัง แล้วเข้าทำงานในสายงานกราฟิกตามที่ได้ร่ำเรียนมา ระหว่างนั้นก็มีโอกาสได้ทำเสื้อผ้าขายด้วย จนรู้สึกอิ่มตัวกับหน้าที่การงาน ก็กลับมาช่วยงานร้านขายยาที่บ้านอยู่สักพัก และยังคงรับออร์เดอร์ทำเสื้อผ้าขายอยู่เรื่อยๆ “เริ่มแรกก็ทำรองเท้าขายก่อนค่ะ ปรากฏว่ามันขายไม่ค่อยดี ก็หันมาทำเสื้อผ้าขาย แล้วมีวันหนึ่ง เป็นวันเกิดของช่างเย็บผ้าที่สนิทกัน หน่องคิดว่าจะทำอะไรเป็นของขวัญให้แกดี เพราะเรารู้สึกว่า ถ้าเป็นของที่ทำเองมันมีคุณค่าทางใจมากกว่า และก็อยากทำของที่ใช้งานได้ให้เขาด้วย เพราะช่างที่สนิทแกก็ค่อนข้างมีอายุ ของขวัญก็เลยค่อนข้างยากนิดหนึ่ง ก็เลยจะทำผ้าพันคอให้เขาสัก 2-3 ผืน และก็เย็
ร้านอาหารดอง พ้อ สงคราม-สภาพอากาศ ทำ แซลมอนแพง ขายแทบไม่มีกำไร แต่เป็นเมนูที่ต้องมีติดร้าน! มีข่าวให้เห็นมาสักระยะแล้ว สำหรับ ปลาแซลมอน ที่มีราคาแพงขึ้น ทำให้ร้านอาหารเริ่มทยอยปรับราคาอาหารไปตามๆ กัน คุณนุ๊ก-ปัญจพล อณุพินิช เจ้าของร้านปูดอง ปองดู ได้เปิดใจกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์การขึ้นราคาของแซลมอนให้ฟังว่า ขายดีสุดๆ พ่อค้าไอเดียบรรเจิด ยกทะเลดองใส่แก้ว ยอดพุ่งวันละ 400 แก้ว ด้วยความที่ร้านขายอาหารดอง กุ้งดอง ปูม้าดอง ปูไข่ดอง ไข่ดอง และ แซลมอนดอง อยู่ แน่นอนว่าได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบอย่าง แซลมอน ที่ขึ้นราคาเช่นกัน เพราะแซลมอนถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของทางร้าน โดยเฉลี่ยการใช้วัตถุดิบของทางร้านตอนนี้ จะใช้กุ้งวันละประมาณ 30-40 กิโลกรัม ต้นทุนกุ้งตอนนี้ ราคาจะสวิง ขึ้นลงแทบทุกวัน แต่จะอยู่เรตประมาณ 200-220 บาท ส่วนปูไข่ จะสั่งมาเป็นรอบใหญ่ๆ ไซซ์ที่ร้านก็จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 400-500 บาท ส่วนปูม้า จะได้มาค่อนข้างถูก อยู่กิโลกรัมละ 160-200 บาท และ ไข่แดง ราคาตามห้างทั่วๆ ไป จะอยู่แผงละประมาณหลักร้อย “ส่วน แซลมอน อันนี้ราคาค่อนข้างแรง สวิงเยอะมาก เพราะมันหลายๆ
ป้ายหาเสียง ผู้ว่าฯกทม. สื่อสารสองทาง รับฟังความต้องการชาวบ้าน ไอเดียเข้าท่า “บลัฟฟ์” กันไปมา เป็นประเด็นได้พักใหญ่แล้ว สำหรับป้ายหาเสียงของบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. บ้างก็ว่าของคนนั้นใหญ่เกินไป จนกีดขวางการสัญจร ป้ายคนนี้เขาทำก่อน ป้ายคนนี้ก๊อบไอเดียคนนู้น ซึ่งจะว่าไปประเด็นถกเถียงกันเหล่านี้ ชาวบ้านร้านตลาด ไม่ค่อยจะได้ประโยชน์สักเท่าไหร่ คงเป็นเพียงเรื่องของสีสันทางการเมืองในเมืองหลวง ซึ่งเว้นว่างมานานกว่า 9 ปีแล้ว เมื่อสำรวจด้วยสายตา เห็นป้ายหาเสียงที่เกลื่อนกรุงอยู่ในยามนี้ รูปแบบส่วนใหญ่เป็นป้ายอิงค์เจ็ท หรือสติ๊กเกอร์ มีภาพถ่าย เบอร์ ของผู้สมัคร ขนาดใหญ่โตเห็นชัด พร้อมห้อยติ่งนโยบาย ที่มั่นใจว่า น่าจะโดนใจพ่อแม่-พี่น้อง มากที่สุด พูดง่ายๆ คล้ายเป็นการ “บอกกล่าวฝ่ายเดียว” ว่าพวกเขาทั้งหลายจะทำอะไรให้ หากได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป วันก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสไปสำรวจตลาดย่านจตุจักร ผ่านไปหน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่ง สะดุดตากับกระดานที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ขยับเข้าไปดูใกล้ๆ จึงเห็นว่า เป็นการสื่อสารของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ท่านหนึ่ง ซึ่งมีผลสำรวจระบุว
โฟนไม่สมาร์ท ทางเลือกสวนกระแส ทำให้ไม่เสพติดกดไลก์ กดแชร์ แห่คอมเมนต์ ชีวิตของผู้คนพึ่งพาสมาร์ทโฟนมากขึ้น แทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บ้าน ยังไม่เดือดเนื้อร้อนใจเท่าลืมสมาร์ทโฟน เพราะทำอะไรได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเช็กอีเมล เล่นโซเชียลมีเดียอย่างติ๊กต็อก อินสตาแกรม หรือดูหนังฟังเพลงผ่านไลฟ์สตรีมมิ่ง แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่พบทางเลือกใหม่ สวนกระแสโลกยุคดิจิทัล “บีบีซี” หยิบยกเรื่องราวของ “โรบิน เวสต์” สาวน้อยวัย 17 ปี ที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างจากเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะเธอไม่ใช้สมาร์ทโฟน “เวสต์” เป็นประชากรที่ใช้ มือถือแบบไม่สมาร์ท หรือที่เรียกว่า dumbphone เป็นมือถือพื้นฐานเหมือนในยุค 1990 ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบจำกัดเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้กัน แค่ใช้โทรเข้า-ออก รับ-ส่งข้อความ SMS อาจจะฟังวิทยุหรือถ่ายภาพแบบง่ายๆ ได้ แต่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่จริงแล้ว “เวสต์” เคยใช้สมาร์ทโฟนมาก่อน กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อน เธอหาซื้อโทรศัพท์มือถือมือสองมาใช้แทนเครื่องเก่า แล้วไปสะดุดตามือถือที่ใช้งานได้แบบพื้นฐานแทน ขณะนี้เธอใช้มือถือราคา 8
