SMEs
มองอนาคต “กระท่อม” หลังปลดล็อก เกษตรกรควรตัดสินใจปลูกหรือไม่ การปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ได้สร้างกระแสความสนใจให้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างทั้งในฝั่งของผู้ผลิตและผู้บริโภค นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์กระท่อมทยอยจำหน่ายออกสู่ตลาดในปี 2565 หลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. อนุญาตให้ยื่นใบอนุญาตในการผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อม ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในระยะแรกความสำเร็จของภาพรวมธุรกิจกระท่อมคงไม่ใช่เรื่องง่าย และคงต้องขึ้นอยู่กับความต้องการเป็นสำคัญภายใต้อุปทานที่มีจำกัด จึงถือว่าเป็นช่วงทดสอบตลาดผู้บริโภค โดยผู้ปลูกที่มีผลผลิตพร้อมขายจะได้รับประโยชน์ผ่านการขายใบกระท่อมสดที่มีราคาค่อนข้างสูงราว 250-350 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 64 (ก.ย.-ธ.ค.) รายได้เกษตรกรอาจอยู่ที่ราว 9,000-12,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน ซึ่งเป็นเพียงการประเมินตัวเลขปัจจุบันในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะต้องขึ้นอยู่กับการตอบรับของอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้กระท่อมเป็นวัตถุดิบเป็นสำคัญ ซึ่งหากตลาดผู้บริโภคให้การตอบรับ
ต้นกล้าการพิมพ์ ใส่ดีไซน์ลงบรรจุภัณฑ์ เจาะตลาด SMEs สร้างแบรนด์แตกต่าง คุณวรารัตน์ สามัตถิยดีกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ต้นกล้าการพิมพ์ จำกัด กิจการรับงานการพิมพ์ทุกชนิดแบบครบวงจร ย้อนที่มาธุรกิจให้ฟังว่า ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2533 เริ่มจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ของเธอเอง เป็นการเริ่มต้นจากศูนย์ เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ของเธอทำธุรกิจอย่างอื่นมาก่อน แต่ช่วงนั้นท่านมองเห็นโอกาสในธุรกิจโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจมาทำธุรกิจนี้ คือ เริ่มจากซื้อเครื่องมา 1 เครื่อง จ้างคนงาน 1 คน คุณพ่อของเธอเป็นคนวิ่งหาลูกค้า เริ่มจากของานลูกค้ามาผลิตเพียงชิ้นเดียวก่อน “ช่วงขวบปีแรก ลูกค้าเริ่มเห็นแล้วว่า ผลงานของเราดี มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ ลูกค้าจึงไว้วางใจ ทำให้ธุรกิจมีงานเข้ามามากขึ้น คุณพ่อจึงเริ่มขยับขยายธุรกิจ ซื้อเครื่องเพิ่ม จ้างพนักงานเพิ่ม ค่อยๆ สร้างขึ้น ค่อยๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาประมาณ 10 ปี จึงทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเป็นที่ยอมรับของลูกค้า มาจนถึงปัจจุบัน” คุณวรารัตน์ เล่าสีหน้าภูมิใจ และจากการที่ ต้นกล้าการพิมพ์ ทำธุรกิจมายาวนาน จึงสามารถสร้างความแตกต่างได้อีกขั้นหนึ่ง ซึ่ง คุณวรารัตน์ แจงประ
“ตุ้บตั้บ” ขนมหวานของชาวจีน ที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ และตกทอดมายังลูกหลานให้ทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้แบบสบายๆ รายนี้ มีชื่อเรียกขานตัวเองว่า “เล้าโหงว” โดยคุณนูญ – รัฐธรรมนูญ ชัยรัตน์กาญจน์ เป็นตัวแทนกิจการมาให้ข้อมูลว่า ขนมตุ้บตั้บเล้าโหงว นี้ มีการสืบทอดสูตรและกรรมวิธีแบบจีนโบราณมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ซึ่งโดยปกติตัวเขาและทีมงานอีกราวสิบชีวิต จะไปตั้งร้านขายกึ่งสาธิตกรรมวิธีการทำ ในเทศกาลกินเจ ที่ซอยโรงเจ ตลาดน้อย ย่านเจริญกรุง เป็นประจำ “เทศกาลเจทุกปี จะไปเปิดขายที่ตลาดน้อย คำนวณไม่ได้ว่าขายได้วันละกี่ห่อ รู้แต่ว่าใช้ถั่วลิสงคั่วตกราววันละ 50 กิโลกรัม และตลอดสิบวันมีลูกค้าเข้าคิวซื้อกันตลอด คนหนึ่งซื้อที 20-30 ห่อ ปัจจุบันขายห่อละ 30 บาท มีกำไรเลี้ยงตัวได้สบาย เพราะผมเป็นคนพอเพียง ไม่เล่น ไม่กิน ไม่เที่ยว กินแค่พออิ่ม” คุณนูญ บอกมาอย่างนั้น บรรยากาศเทศกาลเจ เมื่อปีก่อนๆ ก่อนบอกต่อ ตุ้บตั้บแบบดั้งเดิมนั้น ส่วนผสมมีแค่ น้ำเปล่า น้ำตาลทราย แบะแซ และถั่วลิสงคั่ว ซึ่งวิธีการทำนั้นไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไร เริ่มจากนำน้ำใส่กะทะ เทน้ำตาลทรายลงไป ตั้งไฟรอให้เดือด ตักแบะแซปาดลงในกะทะเล็กน้อย เคี่ยวต่อจ
เช่ากิ่งทุเรียน จ่ายรายเดือนละไม่กี่ร้อย ได้เกรดพรีเมี่ยม ราคาถูกกว่าท้องตลาด คุณเจ-จักริน ฉัตรรุ่งเรืองชัย คือเจ้าของธุรกิจที่ต่อสู้กับโควิดมาทุกรูปแบบ จากธุรกิจสวนอาหาร เปลี่ยนมาขายพิซซ่า เปิดสวนอาหารกลางคืน และร้านหมูกระทะ สุดท้ายต้องยอมยกธงขาว กลายเป็นคนตกงานตั้งแต่เดือนเมษายน ด้วยเห็นว่าลูกน้องในร้านเป็นลูกหลานเกษตรกรกันแทบทุกคน จึงชวนกันมาทำเกษตร เปิด “ฟาร์มเดย์” หรือนิคมเกษตรกรรมย่อมๆ ให้เช่าพื้นที่ปลูกผักที่จังหวัดสระบุรี หากใครอยากปลูกผัก สามารถเช่าที่ได้ มีคนดูให้อย่างดี พร้อมจัดส่งผลผลิตเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ด้วยโมเดลธุรกิจนี้ คุณเจ บอกว่า กระแสตอบรับดีเกินคาด ปัจจุบันมีลูกค้ามาเช่าพื้นที่ปลูกผักแล้วเกือบ 1,000 แปลง ประกอบกับครอบครัวมีสวนทุเรียน 2 ไร่ ใน ต.สอยดาว อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งปลูกไว้ทานเองเมื่อ 10 ปีก่อน จึงถือโอกาสใช้โมเดลธุรกิจของฟาร์มเดย์กับสวนทุเรียนเสียเลย “พ่อปลูกทุเรียนไว้นานแล้ว ผมมานั่งดูตลาดทุเรียนพบว่ามีปัญหาเยอะ คือ ชาวสวนและคนขายชอบเอาเปรียบลูกค้าเสมอ ทุเรียนบางลูกเป็นพันแต่ทานไม่ได้เลย ในเมื่อเราทำฟาร์มเดย์สำเร็จแล้วเอาสิ่งนี้มาใช้กับสวนทุเรีย
ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. คาดการณ์ ราคาสินค้าเกษตรที่ปรับขึ้น-ลง ประจำเดือน ตุลาคม 64 ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ชี้การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และยอดฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน รวมถึงความต้องการของตลาดโลก ทำให้ราคาสินค้าเกษตรเดือนตุลาคม 2564 มีการปรับขึ้น-ลง นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนตุลาคม 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 10,035-10,090 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 2.45-3.01 เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ อาทิ มาตรการเปิดห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ส่งผลให้มีความต้องการใช้ข้าวหอมมะลิของร้านอาหารเพิ่มขึ้น น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาอยู่ที่ 19.31-19.49 เซนต์/ปอนด์ (13.98-14.11 บาท/กก.) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.70-1.60 จากราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม ซึ่งส่งผลดีต่อราคาเอทานอล
สจ๊วตการบินไทย ขายไม้ด่าง รายได้ 6 หลัก/เดือน บอกวงการนี้เหมือนเทรดหุ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดต้นไม้กำลังเบ่งบาน โดยเฉพาะไม้ด่าง คนซื้อขายกันราคาหลักล้านบาท อย่าง มอนสเตอร่า ด่างมิ้นท์ ซื้อขายกันในราคาสูงถึง 1.4 ล้านบาท และตอนนี้ไม่ว่า ดารา นักร้อง คนวงการอาหาร หรือแม้แต่สจ๊วตการบินไทยก็หันหน้าเข้าวงการต้นไม้กันแทบทั้งนั้น หลังเรียนจบปริญญาตรี และะปริญญาโท เอกภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณเบิร์ด-นิติพันธ์ ลีละสุวัฒนากุล เลือกสานฝันให้คุณพ่อ สมัครงานสจ๊วตการบินไทย “ชีวิตการทำงานในช่วงปกติอยู่กับการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ บินอย่างต่ำ 80 ชั่วโมงต่อเดือน เข้าช่วงวิกฤตได้รับผลกระทบเหมือนลูกเรือคนอื่นๆ ไม่มีตารางบิน มีแต่ภาระค่าใช้จ่าย ทั้งบ้าน ค่ารถ ที่ต้องแบกรับ” คุณเบิร์ด เล่า หยุดงานแรกๆ สจ๊วตหนุ่มยังไม่ได้หางานเสริมทำ จน 2-3 เดือนให้หลัง น้องสาวซื้อต้นมอนสเตอร่า ยางอินเดีย มาฝาก วางไว้ในบ้านได้ประมาณสองสัปดาห์ต้นไม้ตาย เพราะไม่มีความรู้ ไม่ได้ศึกษาว่าต้นไม้แต่ละชนิดต้องเลี้ยงยังไง ตั้งแต่นั้นมา สจ๊วตหนุ่มในวัย 32 ปี ก็ตั้งใจอยากเลี้ยงต้นไม้ต่อให้อยู่รอด โดยซื้
ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งผู้คร่ำหวอดในวงการ แค็กตัส มายาวนานนับสิบปี สำหรับ คุณจิ๊บ–สุนทรียา ฮวบดี อดีตสาวออฟฟิศ ผู้หลงรักการปลูกกระบองเพชร ไม้หนามต้นเล็กๆ มาแต่ไหนแต่ไร ครั้นเมื่อเวลาผ่านไป จากเคยเล่นบท ผู้เลี้ยง ใช้วันว่างเดินเล่นตามตลาดนัดจตุจักร ทยอยหาซื้อต้นละ 10 บาท 20 บาท มาประดับบ้าน ประดับโต๊ะทำงาน ปัจจุบัน เธอกลายเป็นผู้ขาย ในฐานะเจ้าของสวนขนาดกลางถึง 2 แห่ง แต่ละแห่งมีพื้นที่ปลูกแค็กตัสหลายโรงเรือน ที่สำคัญ ธุรกิจที่เธอลาออกจากงานประจำมาดูแลเต็มตัวนี้ สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี (ที่เธอแอบกระซิบว่า มากกว่าเงินเดือนที่เคยได้หลายเท่า) มีลูกค้าหมุนเวียนทั้งซื้อปลีก ซื้อส่ง มาอุดหนุนไม่เว้นวัน เรียกว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อในยามนี้ ไม่สามารถสร้างผลกระทบใดๆ ได้เลย ล้นตลาด ได้ยินมา 6 ปี ไม่เห็นล้นสักที “ตลาดต้นไม้ คึกคักกว่าหลายธุรกิจ อาจเป็นเพราะโควิด ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น แต่ร้านต้นไม้ไม่ถูกสั่งปิด คนอยากหาต้นไม้เล็กๆ ไปเลี้ยง พอเลี้ยงแล้วเกิดรัก หันมาเล่นจริงจัง มือใหม่มีความสนใจกันมากขึ้น ทำให้ไม้แค็กตัส บูมมาก” คุณจิ๊บ วิเคราะห์ให้ฟังเป็นการเริ่มต้น ก่อนบอก มั่น
เออาร์วี ผนึก ซัมซุง อัพเกรดเกษตรกรไทย สู่ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ผุดแผนปั้น 3 ดีพเทค ส่งตรงแปลง บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี เร่งยกระดับเทคโนโลยีภาคการเกษตรและเกษตรกรเพื่อก้าวสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ หรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ผนึกความร่วมมือกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ดำเนินโปรเจ็กต์นำร่อง ARV x Samsung CSR Collaboration Project เพื่อให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับกลุ่มเกษตรกร พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ควบคู่กับการใช้แอพพลิเคชั่น “วรุณ (VARUN)” ซึ่งเป็นแอพเพื่อบริหารจัดการแปลงเกษตรอย่างครบวงจรบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ พร้อมเตรียมพัฒนา 3 เทคโนโลยีดีพเทคเพื่อลดปัญหาของภาคเกษตรกรไทยในช่วงปลายปี 2564-2565 ได้แก่ เทคโนโลยีเพื่อลดการใช้แรงงานมนุษย์ในการทำเกษตรกรรม เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการพืช แพลตฟอร์มเพื่อการจับคู่เกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการทางการเกษตร อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เออาร์วีมีการพัฒนาหลากโซลูชั่นเพื่อการเกษตรอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเพื่อการฉีดพ่นปุ๋ยน้ำที่มีความแม่นยำและช่วยเก็บข้อมูลจากพื้นท
โดนดิสรัปต์ ไวรัสบุก สนพ.แสงแดด เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปิดร้านขายสินค้าปลอดสาร เกาะเทรนด์สุขภาพ สู้วิกฤต ในช่วงยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของผู้คนมากขึ้น มีธุรกิจไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงนี้ อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนหันมาสนใจเรื่องของสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวทำให้ เทรนด์สุขภาพ ได้รับความสนใจมากขึ้นกว่าเดิม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณโน้ต-ชญานุตม์ หงษ์วิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักพิมพ์แสงแดด รุ่นที่ 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการโดนดิสรัปต์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 คุณโน้ต เล่าให้ฟังว่า สำนักพิมพ์แสงแดด เปิดดำเนินการมาได้กว่า 40 ปีแล้ว ก่อตั้งโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์ หรือที่รู้จักกันในนาม ป้านิดดา กูรูธรรมชาติบำบัด และมีสำนักพิมพ์ในเครืออย่าง แสงแดด มีเดีย กรุ๊ป ที่ทำเรื่องการผลิตงานพิมพ์และงานคอนเทนต์ต่างๆ เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นผู้นำทางการตลาดเกี่ยวกับตำราอาหารของยุคนั้นเลยทีเดียว กิจการดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดการดิสรัปต์ของอิน
อาชีพเสริมคนวงการสื่อ! สองนักข่าวดัง โพสต์ขายกระเป๋า-ขายไม้ด่าง คนเมนต์รัวๆ หนึ่งอาชีพของคนในวงการสื่อสารมวลชน เมื่อ คุณนิลาวัณย์ พาณิชย์รุ่งเรือง ผู้ประกาศข่าวคนดังคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี โพสต์ขายกระเป๋า ในกลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน ซึ่งเธอได้อธิบายว่า “ขอนำเสนอกระเป๋า crossbody ทำจากหนังแกะ ยืดหยุ่น สวย หรู ในราคาพี่น้องชาวมธ. ราคาพิเศษ จำนวน 2 ใบ 2,800 บาท สนใจทักมาได้ที่ไลน์ @nilawan มีของแถมเป็นบอดี้โลชั่นให้อีก 1 หลอดนะคะ ราคานี้ขอบอกตรงต่ำกว่าราคาทุนนะคะ รีบหน่อยนะคะ” อย่างไรก็ตาม ผู้ประกาศสาว ได้เข้ามาโพสต์ขายกระเป๋าในกลุ่มนี้เป็นระยะๆ ซึ่งกระเป๋าแต่ละใบนั้นสวยและคุณภาพดีมากๆ เช่นกันกับ คุณอนุวัต เฟื่องทองแดง นักข่าวคนดัง ได้โพสต์ขายไม้ด่างในกลุ่ม คนรักไม้ด่าง มีรายละเอียดว่า “รอมีน้องค่อยมาขายนะครับ ตอนนี้เอาแม่มาให้ดูก่อน โอกิ ก็พอมีครับ สายอื่นก็พอมีอยากได้อะไร อินบ็อกซ์บอกได้ครับ FB : สวนปันสุข ดำดึงดูด”
