SMEs
วว. แนะปลูก พรหมทิส ไม้ลูกผสมพันธุ์ใหม่ดันเป็นพืชเศรษฐกิจ ยุคนิวนอร์มอล กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะปลูก พรหมทิส ‘Phrom Tistr’ พรรณไม้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ พร้อมดันเป็นพืชเศรษฐกิจยุคนิวนอร์มอล ด้วยจุดเด่นทางพฤกษศาสตร์ “ดอกสวย กลิ่นหอม สีสันโดดเด่น ออกดอกตลอดปี ทรงพุ่มเล็ก” เหมาะปลูกเลี้ยงเป็นไม้ดอกไม้ประดับกระถางสำหรับตกแต่ง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ในครัวเรือนและเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมให้สังคม ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ประสบผลสำเร็จในการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ “พรหมทิส : Phrom Tistr” หรือ พรหม วว. ๑๓ เป็นพรรณไม้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ ในวงศ์กระดังงาสกุลมหาพรหม ซึ่งผ่านการรับรองการขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว มีเอกลักษณ์เฉพาะคือ ดอกสวย มีสีสันโดดเด่นกว่าลูกผสมชนิดอื่นๆ เกิดจากการผสมข้ามชนิดพันธุ์ในพืชสกุลมหาพรหม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และออกดอกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2563 จากนั้นจึงทำการขยายพันธุ์โดยวิธีการต่อกิ่งลูกผสม ปั
คนรัดเข็มขัด-พิธีศพเปลี่ยน เจ้าของร้าน ตัดพ้อ โลงสวยแค่ไหน คนก็ไม่กล้าซื้อ! หากใครยังจำกันได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราว การผ่อนโลง (ศพ) 0% โดยไม่มีขั้นต่ำ จาก ร้านเฮียเล้ง หีบศพ หน้าวัดทวีการะอนันต์ ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาจากโลกโซเชียลได้เป็นอย่างดีในปี 2562 ไอเดียเข้าท่า “ผ่อนโลง 0%” ไม่มีขั้นต่ำ กี่เดือนก็ได้ ราคานี้ไม่ต้องพะวงเรื่องเงิน และจากจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน ก็ทำให้ได้กลับมาพูดคุยกับ เฮียเล้ง-อภิชาติ อยู่เกตุ เจ้าของร้านอีกครั้ง โดยเฮียเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนก็ยังดำเนินธุรกิจขายโลงศพและรับผ่อนโลงอยู่ จากสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อยอดขายของร้าน โดยในปีที่แล้ว ในการระบาดรอบแรก ที่ร้านยังไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่ เรียกว่าขายดีเลยทีเดียว เพราะคนยังคงจับจ่ายใช้สอยกันอยู่ เมื่อมีคนเสียชีวิตก็มาซื้อโลงศพกันปกติ แต่เมื่อสถานการณ์การระบาดเข้าสู่รอบที่ 2 ก็เริ่มกระทบกับยอดขาย และเมื่อเข้าสู่การระบาดหนักครั้งที่ 3 ยอดขายของร้านก็เข้าสู่ภาวะ “หยุดนิ่ง” “รอบแรกคนยังพอใช้เงิน ก็ไม่ได้กระทบอะไ
เปิด 4 สินค้า SMEs ไทย สุดเจ๋ง ผ่านมาตรฐานเซเว่นฯ จนได้วางขายบนชั้น! มาตรฐานของสินค้า SMEs ไทยในตอนนี้ ถือว่ามีการพัฒนาไปไกลมาก เพราะสินค้าหลายๆ ชิ้น ก็นึกว่าเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ต่างก็มีสไตล์และความโดดเด่น แปลกตาไม่เหมือนใคร ผ่านการพัฒนาจนมีมาตรฐานระดับพร้อมโกอินเตอร์ เช่น ข้าวโพดหวานพันธุ์ฮอกไกโด ของ คุณศุภธนิศร์ ภูเวียงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเวียงเวจแอนด์ฟรุ๊ต จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าข้าวโพดหวานพันธุ์ฮอกไกโด ที่ถึงแม้ว่าชื่อจะมีความเป็นญี่ปุ่น แต่ปลูกจากสมาร์ทฟาร์มเมอร์ไทยแท้ 100% รสชาติไม่แพ้แหล่งต้นกำเนิด ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นคือ ทานสดได้ ไม่ต้องนึ่งหรือต้ม ทานแล้วไม่อืดท้อง เนื่องจากมีปริมาณน้ำสูงถึง 75-80% และมีปริมาณแป้งเพียง 10-20% เมล็ดโตแน่นเต็มฝัก เนื้อกรอบ รสชาติหวาน มีกลิ่นหอมละมุนแบบธรรมชาติ คุณศุภธนิศร์ เล่าว่า ข้าวโพดหวานพันธุ์ฮอกไกโดเริ่มวางจำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่น ครั้งแรกเมื่อช่วงต้นปี 2564 ด้วยยอดจัดส่งเพียง 4,000 ฝักต่อวัน ปัจจุบันยอดจัดส่งอยู่ที่ 8,000-9,000 ฝักต่อวัน ราคาขายอยู่ที่ 35 บาทต่อฝัก โดยมีซีพี ออลล์ เป็น
“ขาหมูแช่เย็น” อาหารโบราณอายุ 100 ปี ใช้เวลาทำนานกว่า 12 ชั่วโมง วันนี้เราขอพาลัดเลาะกรุงเทพมหานคร พาไปชิมอาหารโบราณขึ้นชื่อ ที่ในยุคนี้น้อยคนนักจะรู้จัก อย่าง “ขาหมูแช่เย็น ตือคาตั่ง” โดยร้านสืบต่อกันมาตั้งแต่รุ่นอากงจนถึงปัจจุบัน คุณกรุง-นิรมล สมั่นเรืองศักดิ์ เจ้าของร้าน “ขาหมูแช่เย็น ตือคาตั่ง” เล่าให้ฟังว่า ขาหมูแช่เย็น เป็นอาหารโบราณที่มีอายุเกิน 100 ปี เป็นวิธีการถนอมอาหารของคนสมัยก่อน ซึ่งจะนิยมรับประทานกันในช่วงฤดูหนาว ปัจจุบันหาทานได้ยากมาก ซึ่งตนเป็นผู้สืบทอดสูตรและเปิดร้านขายรุ่นที่ 3 โดยขั้นตอนการทำจะนำขาหมูมาเคี่ยวนาน 6-7 ชั่วโมง แล้วปล่อยให้เย็นจึงนำไปแช่เย็น เพื่อให้แข็งตัวโดยไม่มีการใส่ผงวุ้น แต่ที่เห็นลักษณะเหมือนวุ้นนั้นคือเจลาตินจากหนังหมูนั่นเอง รวมขั้นตอนและระยะเวลาการทำกว่า 12 ชั่วโมง กว่าจะออกมาเป็นเมนูขาหมูแช่เย็นที่พร้อมเสิร์ฟ โดยรับประทานคู่กับพริกน้ำส้ม และจิ๊กโฉ่ โดยราคาขาหมูแช่เย็นเริ่มต้นที่ 200 บาท (1 ขัน) หากต้องการซื้อกลับไปทานที่บ้านทางร้านจะมีการแพ็กถุงและใส่ถุงใส่น้ำแข็งอีกชั้น ห่อด้วยกระดาษ สามารถรักษาความเย็นไ
โรคระบาดยืดเยื้อ ร้านอาหารจำนวนมาก ลุกขึ้นมาตั้งตู้อัตโนมัติ ขายได้ 24 ชั่วโมง ถึงตอนนี้ โควิด-19 ยังป่วนไม่เลิก หลายประเทศต้องกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มอีกรอบ เนื่องจากการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ สถานการณ์ที่ลากยาวส่งผลกระทบต่อหลายๆ ธุรกิจ ต้องรอกันไปยาวๆ กว่าจะฟื้นตัว ผู้ประกอบการต้องหาวิธีใหม่ๆ สร้างรายได้ เพื่อให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้ สำนักข่าวเอพี หยิบยกเรื่องราวของ “เมแกน โทมัส” เจ้าของโรงงานสมุนไพรและเครื่องปรุง “พินช์ สไปซ์ มาร์เก็ต” ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี ที่หันมาขายสินค้าผ่านช่องทางใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทที่ต้องดิ้นรนให้ธุรกิจอยู่รอดท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 เธอตัดสินใจลองขายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติบริเวณด้านนอกโรงงานเล็กๆ ซึ่งทีแรกเธอไม่ได้คาดหวังมากนัก แต่ในความเป็นจริงคนที่เดินผ่านหน้าโรงงานสนใจซื้อสินค้าของเธอ เพราะการระบาดของไวรัสทำให้ผู้คนทำอาหารกินเองที่บ้านมากขึ้น และต้องการสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ เธอและหุ้นส่วนพยายามขายสินค้าผ่านออนไลน์ จึงแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าที่เดินเข้ามาซื้อถึงโรงงาน ไอเดียจับสินค้าใส่ตู้จำหน่ายอัตโนมัติจึงเกิดขึ้น นอกจาก
เปิดสองเดือน ยังไม่ได้กำไรสักบาท ขายได้แค่เท่าทุน พอจ่ายเงืนเดือน ค่าเช่าที่ เป็นเวลา 2 เดือนที่ “ร้านอั้งโล่ บาย ย่างแรก” เปิดให้บริการ โดยเจ้าของร้านคือเด็กรุ่นใหม่ 5 คน มารวมตัวกันสร้างธุรกิจเล็กๆ หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ร้าน อั้งโล่ บาย ย่างแรก มีจุดเด่นคือ การปรุงอาหารด้วยเตาอั้งโล่ และจัดจานแบบ Fine Dining ที่เจ้าของร้านวัย 23 ปี บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจทำให้เป็น Fine Dining แต่ทุกอย่างเกิดจากความใส่ใจ และความพิถีพิถันในการทำอาหาร เพื่อส่งมอบความสุขให้ลูกค้า เสิร์ฟในราคาหลักร้อยบาทนิดๆ ซึ่งบางเมนูก็มีราคาแค่หลักสิบบาทเท่านั้น คุณริชชี่-ภูดิศ วิภาคณาวุฒิ ในวัย 23 ปี หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน อาสาเล่าถึงที่มาของธุรกิจ ให้ฟังว่า ได้ไอเดียมาจากร้านยากิโทริในประเทศญี่ปุ่นที่เพื่อนๆ และตนเองชอบไปนั่งทาน ทุกครั้งที่เดินเข้าไปนั่งมักจะได้ยินเสียงหัวเราะของลูกค้าอยู่เสมอ จึงคิดมาตลอดว่าสักวันหนึ่งอยากเปิดร้านอาหารสไตล์นี้ โดยได้หยิบยกอาหารไทยมาผสมกับสไตล์ร้านยากิโทริ เกิดเป็นร้านอั้งโล่ บาย ย่างแรก ตั้งอยู่บนถนนเดโช “วันที่เราตัดสินใจลงทุนหนึ่งล้านบาท สถานการณ์โควิดดีกว่านี้ในระ
ครูสอนโยคะ อยู่ไม่ไหว ยิมปิด 3 รอบ เพราะวิกฤต ยอมควักเงินแสน เปิดร้านกาแฟ เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่ คุณนัท-ณัฐพร ฉวีรัตน์ ทำงานอยู่กับตัวเลข บัญชีและการเงินตามสิ่งที่เล่าเรียนมา จนถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต ตัดสินใจทิ้งเงินเดือน เปลี่ยนมาเดินสายสุขภาพ เป็นครูสอนโยคะ “นอกจากโยคะจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วจิตใจยังดีขึ้นด้วย เริ่มหาที่เรียนเพราะอยากเป็นครูสอนโยคะ สุดท้ายได้เข้าเรียนในสถาบันแห่งหนึ่งจนจบคอร์สได้ใบรับรองมา ระหว่างนั้นก็เริ่มคิดเรื่องลาออกจากงานประจำ เดินเข้าไปคุยกับเจ้านาย เขาก็ถามว่าแน่ใจนะ เพราะบริษัทสวัสดิการดีโบนัสดี อยู่ได้ยาวๆ ก็มานั่งคิดขอตัดสินใจทิ้งเงินเดือน แล้วให้เวลาสองปี พิสูจน์ตัวเองในอาชีพครูสอนโยคะ ถ้าไม่เวิร์กยังกลับตัวทันเพราะตอนนั้นอายุยังน้อย” คุณนัท เล่า หลังตัดสินใจแน่วแน่ คุณนัท ในวัย 37 ปี บอกว่า ได้สอนนักเรียนอยู่หลายคน ควบคู่ไปกับการลงคอร์สเรียนโยคะในแขนงอื่นๆ เพิ่มเติม จากที่ให้เวลาตัวเองสองปีกับอาชีพครูสอนโยคะ ถึงปัจจุบันเผลอแป๊บเดียวสอนมานาน 6 ปีแล้ว กระทั่งมาเจอโควิด “โควิดรอบแรกยิมปิด มารอบสองปิดอีกแล้ว รอบสามปรับมาสอนออนไลน์วันละคลาสได้ 500 บาท มันอย
ขายอาหารออนไลน์ “สู้โควิด” อย่าคิดมาก ขอเมนูเก่งอย่าง-สองอย่าง พอ ผมก็เข้าข่ายเป็นคนตกงานเพราะ “พิษโควิด-19” โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยปิด ร่วมมือตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการถึงไม่สั่งปิดเทศกาลโควิดก็ไม่มีใครมาเรียนอยู่แล้วครับ ร่วมด้วยช่วยกันไม่เคลื่อนย้ายตัวเองไปในที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด ทีนี้เหมือนกับคนว่างงาน ทุกคนอยู่เฉยมาก บุญเก่าจะหมดเพราะไม่รู้โควิดจะบ๊ายบายเมื่อไหร่ ต้องหาอะไรทำไปพลางๆ มีรายได้เข้ามาบ้างดีกว่าอยู่เฉยๆ และจะทำอะไรดีไปกว่าขายอาหารออนไลน์สู้โควิด ทำอยู่กับบ้านได้ไม่ต้องมีหน้าร้าน ลงทุนน้อย ใช้คนน้อย จริงๆ ขายอย่างอื่นก็ได้ แต่คนที่ถนัดอาหารย่อมขายอาหารดีที่สุด ข้อจำกัดของการขายอาหารออนไลน์ผมว่าไปตอนก่อนแล้ว หลักๆ คือ ต้องขายอาหารแปลก อาหารขายไอเดีย หรืออาหารยอดนิยม ทำต้นทุนวัตถุดิบรวมกล่องให้อยู่แค่ 30% อีก 30% เป็นค่าจัดการโน่นนี่ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น จ้างเด็กมาช่วย ค่าโฆษณา เหลืออีก 40% เป็นของแอพส่งอาหารซะ 10-25% ส่วนใหญ่ตอนนี้คิด 25% เหลือแค่ 15% เป็นกำไรสุทธิ ถ้าอยากได้กำไรมากๆ แปลว่า ต้องทำคนเดียวไม่ต้องจ้างใครมาช่วยเลย ในกรณีนี้ถ้าขายเรื่อยๆ วันละ
รักบ้านเกิด แนะเทรนด์เกษตรยุคใหม่ สร้างอาชีพ-รายได้ ในยุคโควิด-19 ชวนร่วมเป็นเครือข่ายเกษตรกรรักบ้านเกิด ด้วยสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กำลังวิกฤตไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อปัญหาในด้านต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่เศรษฐกิจโลก ทำให้หลายคนต้องว่างงาน และมีรายได้น้อยลง รักบ้านเกิด ผู้สร้างสรรค์สื่อดิจิทัลและธุรกิจเกษตรสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืน ได้เล็งเห็นและเข้าใจในสถานการณ์นี้เป็นอย่างดี พร้อมมุ่งมั่นตั้งใจเคียงข้างทุกคนให้ร่วมต่อสู้ไปด้วยกัน โดยแนะนำการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ในยุคโควิด-19 ไปกับการทำเกษตรกรรม ภายใต้แนวคิด “เกษตรสร้างสรรค์ สุขยั่งยืน” นิธิภัทร์ ทองอ่อน หรือ คุณโอ๋ เกษตรกรหนุ่มจากสวนทุเรียนลุงแกละ จังหวัดระยอง เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดประจำปี 2560 ได้ให้แนวคิดการทำเกษตรไว้ว่า อยากให้คนที่สนใจในอาชีพเกษตรมองว่าตนอยากทำเพราะอะไร ส่วนตัวผมทำเพราะใจรักในอาชีพนี้ มองว่าอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่ปลอดภัย และปัจจุบันผมทำเกษตรด้านไม้ผลคือทุเรียน ในช่วงนี้ถึงแม้จะเกิดโรคระบาดโควิดติดกัน 2 ปี แต่ก็อยู่รอดมาได้เพราะอาชีพเกษตร อาจจะเป็นเพราะ
ถึงปิดก็ไม่ถอย! สาวเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ผุดบริการ เสิร์ฟให้ถึงรถ อุ่นร้อน-อุปกรณ์ครบ สะดวก สบาย เหมือนนั่งในร้าน ซิกเนเจอร์ของการทาน ก๋วยเตี๋ยว ต้องนั่งปรุงแล้วทานร้อนๆ ในร้านโล่งๆ แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด ทำเปิดร้านให้นั่งทานเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ งานนี้ คุณใบเตย-กัญญาพัชร์ ขจรวงศ์วาณิช สาวสวยวัย 37 ปี เจ้าของร้าน แซ่บ แตกซิก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อย่านดอนเมือง จึงผุดทางเลือก เสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้านั่งกินในรถ พร้อมชามช้อนตะเกียบ แบบใช้แล้วทิ้งแบบครบเซต ป้องกันโควิด-19 อย่างแข็งขัน คุณใบเตย เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แซ่บ แตกซิก อยู่แถวดอนเมือง โดยร้านเปิดมานานกว่า 7 เดือนแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์โควิด แม้จะเงียบเหงาแต่ก็ตัดสินใจที่จะสู้เปิดอยู่ “จริงๆ เตยทำงานหลายอย่างค่ะ ขายสื้อผ้าออนไลน์ ช่างสักลายมือเศรษฐี ทำแบรนด์อาหารเสริมเป็นของตัวเอง ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนี้เรียกว่าเป็นธุรกิจที่ 4 ที่เตยทำ ซึ่งมันเป็นธุรกิจจากความชอบจริงๆ เพราะตอนที่เป็นเพียงพนักงานขายเครื่องมือแพทย์ ก็ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อและตะลอนชิมไปทั่ว และมีความฝันอยากเปิดร้าน
