SMEs
เที่ยววิถีอินทรีย์ เครื่องมือสร้างระบบอาหารยั่งยืน ตามดูผัก-ไข่ ปลอดภัย มาจากไหน จากประสบการณ์ขับเคลื่อน สามพรานโมเดล หรือ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม เชื่อมโยงห่วงโซ่อินทรีย์ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มายาวนานกว่า 10 ปี และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ของสวนสามพราน ได้ช่วยพัฒนายกระดับให้เกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่าย รวมถึงกลุ่มเกษตรอินทรีย์ร่มเย็นราชบุรี มีความพร้อมที่จะเปิดบ้าน เปิดฟาร์ม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สวนสามพราน ในฐานะผู้ริเริ่ม สามพรานโมเดล กล่าวถึงความหมายของการเที่ยววิถีอินทรีย์ หรือ Organic Tourism ว่า เป็นการท่องเที่ยวที่ให้มากกว่าเที่ยว แต่การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสร้างระบบอาหารยั่งยืน ซึ่งคุณค่าที่ผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวได้สัมผัส ไม่เพียงแค่ ได้เข้าถึง ได้บริโภคอาหารปลอดภัย แต่ยังได้เข้าใจการทำเกษตรอินทรีย์ ได้เห็นกระบวนการผลิต การทำงานในแปลง หลักคิดต่างๆ ที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เองที่บ้าน รวมถึงได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ทั้งจากปราชญ์เกษตรกร และเกษตรกรอินทรีย์รุ่นใหม่ ที่สามารถนำพื้นฐานความรู้เดิมมาบ
พรชัย ประมวลสุข ผู้กำกับการแสดงช้าง งานมหัศจรรย์ประจำปี ที่จังหวัดสุรินทร์ ปีนี้ จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงาน มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ประจำปี 2563 ขึ้น ระหว่างวันที่ 12–23 พฤศจิกายน นี้ รวม 12 วัน ณ สนามกีฬาศรีณรงค์ และงานแสดงช้าง ในวันที่ 21-22 พฤศจิกายน รวม 2 วัน ณ สนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ คนสุรินทร์เลี้ยงช้างเหมือนเลี้ยงควาย ที่อื่นใช้ควายไถนา แต่ที่สุรินทร์ใช้ช้าง แล้วยังใช้ช้างช่วยในงานเกษตรอื่นๆ อีก เช่น ลากซุง ขนส่งสินค้า คนสุรินทร์เลี้ยงช้างกันมาก ในยามปกติ ช้างที่สุรินทร์จะออกไปทำมาหากินที่จังหวัดอื่นๆ แต่ปีหนึ่งๆ ก็จะพากันกลับบ้านครั้งหนึ่ง ทางจังหวัด จึงจัดให้มีการแสดงช้างทุกปี โดยมีช้างร่วมแสดงด้วยกว่า 200 เชือก สำหรับปีนี้ นอกจากให้ช้างแสดงความสามารถโดยทั่วไปเหมือนทุกปีแล้ว ที่พิเศษสุดจะได้จัดให้มีการแสดง แสง สี เสียง ด้วย ที่น่าสนใจคือ มีการชนช้างให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย ผู้กำกับการแสดง แสง สี เสียง ครั้งนี้คือ อาจารย์พรชัย ประมวลสุข เจ้าเก่า ที่ผมเรียกว่าเจ้าเก่า เพราะผมเคยชมผลงาน แสง สี เสียง ของอาจารย์ท่านนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว พูดง่ายๆ
หมึก หอย ปู ปลา กุ้ง กั้ง เครื่องแน่น ตรงปก โฟรวมรส ร้านเด็ด เมืองตราด เที่ยวเมืองไทยยามนี้ คึกคักหลายจังหวัด เมื่อวันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเมืองตราด จังหวัดสุดเขตชายแดนภาคตะวันออก ที่มีเกาะแก่งในอ่าวไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อหลายแห่ง ทั้ง เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้า ขับรถพอเพลินๆ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ ถึงจุดหมายปลายทาง ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี เจ้าของบ้าน ไม่รอรี ขับรถนำคณะอาคันตุกะจากเมืองหลวง ไปรับประทานของอร่อย เป็นการต้อนรับ ร้านอร่อยที่คนในพื้นที่ ภูมิใจนำเสนอ หาไม่ยาก หากวิ่งมาจากเส้นสุขุมวิทเข้าเมืองตราด ให้มาทางเส้นคลองใหญ่ พอเลี้ยวซ้ายมาจะเจอห้างแม็คโคร เลยมาอีกหน่อย มองทางขวา ร้านเป้าหมาย อยู่ติดกับร้านติดตั้งศูนย์ถ่วงล้อ มองเห็นง่าย สำรวจบรรยากาศร้านด้วยสายตา เห็นความสะอาดสะอ้าน เรียบง่าย น่านั่ง โต๊ะเก้าอี้ ตั้งไว้ห่างกันไม่อึดอัด ครั้นมองหาเมนูประจำร้าน เห็นป้ายบอกชนิดและราคาแขวนไว้ให้เลือกสั่ง ส่วนใหญ่เป็นก๋วยเตี๋ยว ประเภท เย็นตาโฟ และ ต้มยำน้ำข้น มีเมนูข้าวเพียงอย่างเดียว คือ ข้าวขาหมู “ไฮไลต์ ร้านนี้ ต้องเย
ชาวบ้านนาเชิงคีรี ว่างจากทำนา หันทำน้ำตาลโตนดขาย รับทรัพย์ทุกวัน อาชีพ เตาตาล นับเป็นภูมิปัญญาของไทย ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษมานับร้อยปี แต่เมื่อกาลเวลาข้ามผ่าน มนุษย์มีเทคโนโลยีและเครื่องจักรเข้ามาช่วยทุ่นทั้งแรงและเวลา จึงทำให้อาชีพเตาตาล ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่กำลังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะล่มสลายหายไป เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ ป้าสุข หรือ นางทองสุข อิ่มบู่ วัย 58 ปี ชาวบ้านในตำบลนาเชิงคีรี อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย หนึ่งในคนที่ยึดอาชีพการทำเตาตาล หารายได้เลี้ยงปากท้อง คุณป้า เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีอาชีพทำนาข้าว แต่เนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศของจังหวัด โดยเฉพาะตำบลนาเชิงคีรีนั้น ฝนไม่ค่อยตก ทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยมีน้ำมาทำนา แต่ยังโชคดีที่ในนาหลายๆ แปลง มีการปลูกต้นตาลแซมอยู่ตามคันนา ทำให้ยังพอนำผลผลิตจากต้นตาลอย่าง ลูกตาล มาทำน้ำตาลโตนดได้ “ป้ายึดอาชีพทำนาจ้ะ แต่ที่นี่มันแล้ง ฝนไม่ค่อยตก แถวๆ นี้เขาก็ปลูกต้นตาลกันเยอะ แล้วเมื่อก่อนพ่อแม่เราก็ทำ พอเราว่างจากทำนา ก็มาทำน้ำตาลโตนดขาย หารายได้อีกทางหนึ่ง ทำมาได้ 4-5 ปีแล้ว อาศัยเช่าต้นตาลเขาเอา แถวนี้ก็เหลืออยู่ 5-6 เตา เข
โควิดเป็นเหตุ! กระทบอาชีพนักร้อง ขอบินกลับไทย เริ่มต้นชีวิตใหม่ คุณคเณค์ ณิชกุลกัลยาภา ปัจจุบันอายุ 39 ปี พื้นเพเป็นคนเพชรบูรณ์ หลัง เรียนจบ ม.6 ไปสมัครงานเป็นพนักงานประจำซูเปอร์มาร์เก็ต จากนั้นไปสมัครเป็นแดนเซอร์ ในคลับแห่งหนึ่งที่พัทยา ทำอยู่พักใหญ่ ได้การสนับสนุนให้ขึ้นเป็นนักร้อง กระทั่งอายุ 24 ปี ได้รับคัดเลือกจากเอเยนซี่ ให้ไปเป็นนักร้องประจำตามผับ/เธค ที่ประเทศสิงคโปร์ “เป็นนักร้องอยู่สิงคโปร์ อยู่เมืองไทย 6 เดือน อยู่สิงคโปร์ 6 เดือน ร้องเพลงจีน ฝรั่ง เพลงไทย ร้องแนวพี่เบิร์ด ธงไชย ค่าตอบแทน ได้เงินเดือน เดือนละประมาณ 6 หมื่นบาท มีที่พัก อาหาร มีรถรับส่ง ฟรี” คุณคเณค์ เผยให้ฟังอย่างนั้น ทำงานอยู่ 9 ปีกว่าไม่มีปัญหา กระทั่งโลกมาเจอกับโควิดระบาด อาชีพกลางคืนในสถานบันเทิงอย่างเขา เลยได้รับผลกระทบต้นๆ “ไปสิงคโปร์ วันที่ 15 มีนาคม พอวันที่ 21 เดือนเดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศล็อกดาวน์ ถึงเดือนตุลาคม ผับ บาร์ ต้องปิดหมด เลยไปลงทะเบียนขอกลับเมืองไทย ได้คิวเดือนกันยายน ต้องอยู่ที่สิงคโปร์ เหมือนติดคุกอยู่ 6 เดือน โชคยังดี มีบ้านให้พัก อาหารฟรี ไม่ลำบากมากนัก แต่รายได้ไม่มีเลย” คุณคเณค
Refill on the wheel! ขับรถเติมของใช้ให้ถึงบ้าน บริการที่อยากส่งต่อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติในราคาย่อมเยา “เรามีจุดยืนในการทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีคุณภาพ เรายืนยันในการใช้สารสกัดจากพืช และส่วนประกอบออร์แกนิกเท่าที่เราทำได้ โดยต้องมีทุกชีวิตอยู่ในแนวคิดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำ ผู้ใช้ หรือสิ่งแวดล้อม” นี่คือคำบอกเล่าของ คุณบาส-ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบอกเกี่ยวกับแบรนด์ Ali หรือ อัลลี่ ซึ่งแปลว่า บริสุทธิ์ ในภาษาสันสกฤต และแปลว่า มด ในภาษาญี่ปุ่น อัลลี่ ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการพัฒนาและทดสอบสินค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพจากธรรมชาติด้านการดูแลผิวพรรณ (human care) รวมทั้งผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในครัวเรือน (home care) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2561 และเปิดตัวสู่ตลาดเมื่อปี 2562 โดยความร่วมมือระหว่าง JSL Global Media และ พสุธารา ฟาร์มเลมอนและพืชสมุนไพรเมืองหนาวที่ปลูกแบบอินทรีย์ไร้สารเคมี ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งคุณบาสคือผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์นี้ด้วยเช่นกัน “แบรนด์ อัลลี่ มีความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายเกษตรกรที่หลงรักผลผลิตของตัวเอง แล้วส่งผลผลิตมาให้เราแปรร
กลัวที่ไหน! หมดยุคสิ่งพิมพ์ การ์ตูนนิสต์ งานหด หันขายพิซซ่า เฮาส์ เมื่ออาชีพเลี้ยงตัว คือ วาดภาพการ์ตูน ส่งให้ตามสื่อสิ่งพิมพ์ หรือเรียกกันว่า การ์ตูนนิสต์ นั้น เดินมาถึงหนทางตีบตัน เหตุเพราะโลกออนไลน์คืบคลานครอบคลุม ผู้คนเลิกอ่านหนังสือ หันมาเสพสื่อผ่านสมาร์ทโฟนกันทั้งบ้านทั้งเมือง สื่อกระดาษน้อยใหญ่ จึงทยอยล้มหายตายจาก หากจะพึ่งพารายได้จากการทำงานเดิมๆ คงเป็นไปไม่ได้ คุณป้อม –จิรบูล ศิริเมือง การ์ตูนนิสต์ วัยห้าสิบเศษ จึงมองหาอาชีพอื่นเลี้ยงตัว แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยดิ้นรนทำงานอื่นใด นอกจากวาดการ์ตูน กระทั่งเพื่อนสนิท ซึ่งทำงานดูแลร้านชาแบรนด์ดังแถบภาคอีสาน มาแนะนำให้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ ไปเปิดที่ร้อยเอ็ด จังหวัดบ้านเกิดของเขา เริ่มแรกไม่ค่อยแน่ใจ เพราะเพื่อนบอก ลงทุนหนึ่งแสนบาท เดือนเดียวคืนทุนแล้ว “ไม่ถนัดเรื่องค้าขาย เพราะเขียนแต่การ์ตูนมาตลอด แต่เพื่อนบอก แค่มีพื้นที่หน้าโรงเรียน เดือนเดียวคืนทุนแสนนึง ผมบอกมันใช่เหรอ และคิดว่าไม่ใช่งานที่ถนัดอยู่ดี แต่สุดท้ายก็ลงทุน จ้างลูกน้องมาขาย แรกๆ ขายดีอยู่ แต่ทำไปปีกว่า ยอดเริ่มตก” คุณป้อม เล่าประสบการณ์ เมื่อราว 4-5
ทายาทสาว ปัดฝุ่นแบรนด์เก่า 30 ปี เป็นขนมปังกรอบ ของแท้กินแล้วต้องติดฟัน! กว่า 30 ปี ที่ครอบครัวของ คุณก้อ-อัญรินทร์ ธีรอิสริยยศ วัย 38 ปี ผลิตและส่งจำหน่ายขนมปังหัวกะโหลกเป็นเจ้าแรกใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาตั้งแต่เธอเด็กๆ โดยเมื่อ 4 ปีก่อน คุณก้อได้เข้ามาช่วยดูแลกิจการ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส นำขนมปังที่ถูกตีคืนมาต่อยอด สร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “ขนมปังบ้านปังปอนด์” จนเป็นที่รู้จัก “ตอนที่เข้ามารับช่วงต่อกิจการ เรายังคงผลิตขนมปังหัวกะโหลกส่งจำหน่าย แต่เจอปัญหาขนมปังถูกตีคืน เพราะมีบ้างที่ทรงไม่สวย เอวคอด มีรูมีโพรง ลูกค้าจะไม่รับและตีคืนทั้งลัง โดยไม่เช็กให้ละเอียดว่าในลังที่ส่งไปมีขนมปังทรงไม่สวยกี่แผ่น” จากปัญหานี้ คุณก้อ แก้ไขด้วยการนำไปให้ปลากิน เพราะโรงงานอยู่ใกล้แม่น้ำ “เอาไปเลี้ยงปลาบ้าง จนปลาไม่กิน บางครั้งตีคืนมาเป็นตันๆ ช่วงหลังคิดได้ว่าเอามาทิ้งแบบนี้ไม่ได้แล้ว ขาดทุน แบกรับภาระไม่ไหว ครอบครัวเลยช่วยกันคิดสูตรขนมปังกรอบ ทดลองทำขายบ้างแจกบ้าง ไปไหนก็หิ้วไปแจกเขา ลองเอาไปชิมดูก่อน ทำไปทำมามีคนติดต่อขอซื้อ จนกลายเป็นขนมปังบ้านปังปอนด์ถึงปัจจุบัน
จากบ้านเก่า 100 ปี สู่ร้านอาหารไทย ย่านถนนจันทน์ เสิร์ฟความอร่อยกว่า 100 เมนู หากยังจำกันได้ เมื่อหลายปีก่อน มีอดีตแอร์โฮสเตสสาวสวยคนหนึ่ง ผันตัวมาสร้างธุรกิจของตัวเอง แม้เจอปัญหาอุปสรรคก็ไม่เคยท้อ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จัก จากพายสูตรเด็ด ภายใต้ แบรนด์เอพริล เบเกอรี่ (April’s Bakery) ที่วันนี้มีกำลังการผลิตมากกว่า 100,000 ชิ้นต่อวัน ส่งจำหน่ายหน้าร้านมากถึง 50 สาขา และในเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศอีก 13,000 สาขา อ่านเพิ่มเติม เคยเจ๊งแต่ไม่ท้อ! อดีตแอร์โฮสเตสสาว ใจรักค้าขาย ผลิต “พายสูตรเด็ด” ดังทั่วประเทศ ครั้งนี้ร่วมพูดคุยกับผู้บริหารสาว คุณอร-กนกกัญจน์ มธุรพร วัย 36 ปี ผู้สร้างแบรนด์เอพริล เบเกอรี่ อีกครั้งในบทบาทใหม่ เจ้าของร้านอาหารวนิดา (Vanida Bangkok) ย่านถนนจันทน์ ชื่อวนิดา อาจจะฟังคุ้นหู เพราะคล้ายกับชื่อนางเอกในละครเรื่องหนึ่ง แต่ในโลกธุรกิจ วนิดา คือชื่อของร้านอาหาร เปิดให้บริการมานานร่วม 2 ปี เสิร์ฟเมนูอาหารไทยรสจัดจ้าน ปรุงด้วยความรักความใส่ใจกว่า 100 เมนู ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้สักเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ว่ากันว่า บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชก
Craftsman ธุรกิจจากความหลงใหล ของเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ ผู้หลงรักกาแฟ หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยว หรือผ่านย่านบ้านของ นพ ไกรฤกษ์ หรือ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ มหาดเล็กประจำห้องบรรทม ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นผู้จดบันทึกเหตุการณ์ในห้องบรรทมก่อนจะเสด็จสวรรคต จะเห็นว่าตัวอาคารสถาปัตยกรรมนั้นมีสีเหลืองสดใส ซึ่งกองถ่ายละครไทยย้อนยุคหลายๆ เรื่อง มักมาใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำกันเป็นประจำ ข้างๆ กันนั้นมีตึกเก่าสีเหลืองสไตล์ไทยผสมวิคตอเรียกอธิค ซึ่งเป็นที่พำนักเก่าของ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เมื่อครั้งทำงานในไทย ซึ่งปัจจุบันได้เป็นที่ตั้งของร้านคาเฟ่น่ารักๆ อย่าง Craftsman Roastery ของ คุณแวว-เนตรนภา นราธัศจรรย์ เจ้าของร้านสาว วัย 42 ปี คุณแววเล่าที่มาที่ไปของร้านคาเฟ่แห่งนี้ให้ฟังว่า เดิมเธอทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ชื่อ Niiq มาก่อน ต่อมาเมื่อห้างที่เปิดโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์อยู่ ได้ประกาศปรับปรุงสถานที่ จึงจำเป็นต้องย้ายออก เธอจึงหาที่ใหม่ ซึ่งก็ได้เป็นบ้านเก่าแห่งหนึ่งมาทำโชว์รูมอีกครั้ง แต่ในย่านที่ตั้งของโชว์รูมแห่งใหม่นั้น หาร้านกาแฟทานยาก คุณแววต้องเริ่มต้นหัดทำกาแฟทานเอง จนเกิดอาการตกหลุมรักกลิ่นหอมแ
