SMEs
คุณธรา นุชสมบัติ หรือ คุณอู หนึ่งใน Young smart Farmer บ้านฮักกาญจน์ที่มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานมหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัยและของดีทวารวดี 61 ได้นำผักสลัด กระบองเพชร และแค็กตัส มาจำหน่าย พร้อมทั้งยังได้โชว์การสาธิตการปลูกแค็กตัสเพื่อจำหน่าย เพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมงาน คุณอู บอกว่า ตนเพาะขยายแค็กตัสไว้จำนวนกว่า 10,000 กระถาง มีจำนวนสายพันธุ์ที่ตลาดต้องการมากมาย โดยสร้างจุดดึงดูดของแค็กตัสด้วยการพัฒนาประยุกต์รูปแบบเพื่อให้เกิดความสวยงาม หรือสร้างลูกเล่นเพื่อให้มีหลายแบบ ทั้งสีสัน ลวดลาย และสีดอก พร้อมนำพันธุ์ที่น่าสนใจมาผสมเพื่อสร้างมูลค่าราคาขายได้อย่างไม่รู้จบ คุณอู บอกอีกด้วยว่า การปลูกเลี้ยงแค็กตัสไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนเข้าใจ แล้วยังง่ายกว่าพืชไม้ประดับอีกหลายชนิดด้วยซ้ำ เพียงขอให้คนที่สนใจเข้าไปศึกษาความละเอียดของการให้น้ำ อากาศ แสง ตลอดจนวัสดุปลูกเท่านั้น แล้วเมื่อต้นแค็กตัสเจริญเติบโตแข็งแรง การดูแลเหล่านั้นก็ลดน้อยลงไปตามลำดับ เพราะแต่ละสายพันธุ์มีความละเอียดและวิธีปฏิบัติที่ต่างกัน ฉะนั้น การคลุกคลีอยู่ตลอดเวลาจะช่วยทำให้ สามารถเรียนรู้ได้เอง ส่วนวิธีขยายพันธุ์ ท
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2561 ที่ “สวนบุญมี” อยู่บ้านเลขที่ 90/1 หมู่ที่ 1 ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร นางละเมียด หรือ นางบุญมี มาแต้ม อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมด้วยบุตรชายคือ นายณัฐพล หรือ “น้องหนึ่ง” มาแต้ม อายุ 25 ปี และ นางศรีวพร หรือ “น้องเอ๋” มาแต้ม อายุ 25 ปี ลูกสะใภ้ ได้พาสื่อมวลชนเยี่ยมชมสวนทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ซึ่งมีอยู่ 1 ต้น ที่ให้ผลทุเรียน จำนวน 33 ผล แต่ทุเรียน 18 ผล มีเปลือกเป็นสีทองเหลืองอร่าม ที่เหลืออีก 14 ผล มีเปลือกเป็นสีเขียว และอีก 1 ผล มีเปลือกเป็นสีทองกับสีเขียวในผลเดียวกัน นางศรีวพร กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่ทุเรียนต้นดังกล่าวให้ผล ที่มีเปลือกเป็นสีทอง 18 ผล และสีทองสลับกับสีเขียว 1 ผล โดยในปีแรก คือ ปี 2559 ทุเรียนต้นนี้ที่มีอายุประมาณ 6 ปี ได้เริ่มออกดอกและผลเป็นสีทองประมาณ 2-3 ผล ทำให้นายณัฐพลผู้เป็นสามีคิดว่าทุเรียนคงเป็นโรค แต่เมื่อให้นักวิชาการเกษตรช่วยตรวจสอบก็ทราบว่า ทุเรียนไม่ได้เป็นโรค อย่างที่สามีเข้าใจ หลังจากนั้นในปีที่สอง คือ ปี 2560 จึงหารือกับผู้ใหญ่ รวมทั้ง นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรในขณะนั้น ว่าจะนำทุเรียนที
กุ้งก้ามกราม นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างอาชีพที่ดีอีกชนิดหนึ่ง ด้วยรสชาติอร่อย และราคาดีสม่ำเสมอ คุณศุภวัฑฒ์ โกมลมาลย์ ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมประมง เผยว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถทำได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม หากใครต้องการทำเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แนะนำให้ทดลองเลี้ยงในปริมาณน้อยๆ ไปก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่จะทดลองเลี้ยง ควรหาตลาดไว้ก่อน ว่าถ้าเลี้ยงแล้วจะไปขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร เช่น ส่งแม่ค้าในตลาด มีแผงค้าเอง หรือจะเจาะกลุ่มลูกค้าแบบใด และสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองเลี้ยง แนะนำในพื้นที่เล็กๆ ก่อน สักประมาณครึ่งไร่ หรือ 200 ตารางวา ด้วยลูกพันธุ์ จำนวน 2-3 หมื่นตัว เลี้ยงไป 8-10 เดือน ก็จับขายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ใช้เงินลงทุนราว 3-5 หมื่นบาท โดยจะมีรายได้ อยู่ที่ราว 200,000 บาท (คิดจากราคาขาย ต่อกิโลกรัม ประมาณ 200 บาท) ใครที่สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถปรึกษาหาข้อมูลได้ที่ ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดทุกจังหวัด หรือที่กรมประมง บางเขน กรุงเทพฯ รายละเอียดสำหรับ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จากเอกสารกรมประมง กุ้งชนิดนี้ มีชื่อท้องถิ่นซึ่งเป็นที่รู้จักต่า
สำหรับหลายๆ คน ทุกวันนี้การทำอาชีพเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีอาชีพที่ 2 เอาไว้เป็นรายได้เสริม หรือสำรองในยามที่อาชีพแรกอยู่ในภาวะไม่แน่ไม่นอน เช่นเดียวกับการทำธุรกิจที่จะหวังพึ่งรายได้ทางเดียวก็อาจไม่พอ ควรมองหาลู่ทางเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ได้ 2 เด้ง หรือมากกว่านั้นก็ยิ่งดี ในสหรัฐอเมริกา มีไอเดียน่าสนใจจากการทำให้ร้านอาหารที่เปิดขายในช่วงเย็นจนถึงดึก สามารถหารายได้เพิ่มเติมในช่วงกลางวัน โดยปรับให้เป็นพื้นที่สำนักงานร่วมกัน หรือที่เรียกกันว่า โคเวิร์กกิ้งสเปซ (Co-working Space) เป็นการนำแนวคิดแบบเศรษฐกิจแบ่งปันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ “นิวยอร์ก ไทม์ส” หยิบยกเรื่องราวของร้านอาหาร “อีลีท คาเฟ่” (Elite Café) ซึ่งใช้เวลาว่างระหว่างวันตั้งแต่ 08.30-17.00 น. ของวันจันทร์-ศุกร์ เปิดให้บรรดาผู้ประกอบการ ฟรีแลนซ์ รวมถึงพนักงานบริษัทที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ เข้ามานั่งทำงาน ส่วนเวลาหลังจากนั้นก็ให้บริการในฐานะร้านอาหารตามปกติ ปัจจุบัน แนวคิดการทำพื้นที่สำนักงานร่วมกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทั้งที่ต้องการเป็นเจ้านายตัวเอง รวมถึงคนที่รู้สึกว่าสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ในโลก ไม่จำ
คุณสมหมาย แพทรอน อายุ 38 ปี นักจิตวิทยาประจำศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค ผู้รับผิดชอบกิจการ ร้านอาหาร “My Mom – มาย มัม” แห่ง “บ้านบางแค” ให้ข้อมูลว่า แต่เดิมร้านอาหารแห่งนี้ เป็นสถานที่ทำกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุในบ้านบางแค แต่ด้วยสุขภาพร่างกายของหลายๆ ท่าน ทำให้ดำเนินกิจกรรมไม่ไหว ร้านจึงถูกปล่อยว่างไว้ ทางผู้บริหารจึงมีนโยบายเปิดโอกาสให้นักเรียนผู้สูงอายุ ของบ้านบางแค รุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก มาทำกิจกรรมในร้านแทน “บ้านบางแค มีโครงการโรงเรียนผู้สูงอายุ หลักสูตร 3 เดือน ผู้เข้ารับการอบรม เป็นผู้สูงอายุ วัย 60 ปีขึ้นไป เป็นบุคคลภายนอกหรือภายในบางแคก็ได้ มารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เรียนรู้การดูแลสุขภาพ การทำอาหาร รู้จักกฎหมายและกิจกรรมฟื้นฟูผู้สูงอายุ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยสอน” คุณสมหมาย ให้ข้อมูลอย่างนั้น และว่า สำหรับการจัดการภายในร้าน “My Mom” แห่งนี้ มีเธอเป็นผู้ดูแลหลักในการบริหาร ทั้ง เป็นผู้จัดซื้อวัตถุดิบ ดูแลด้านบัญชีรายรับ-รายจ่าย และความเรียบร้อยโดยภาพรวม ส่วนการทำอาหารและบริการลูกค้านั้น เป็นหน้าที่ของนักเรียนผู้สูงอายุ รุ่น 2 ข
พันธุ์มะม่วงต่างประเทศจากสหรัฐอเมริกา อินเดีย ปากีสถาน ออสเตรเลีย ฯลฯ ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยนานแล้ว เริ่มแรกเป็นการนำเข้ามาโดยหน่วยงานของรัฐเพื่อการศึกษาวิจัย เช่น ในปี พ.ศ. 2519 สถานีวิจัยปากช่อง ภายใต้การกำกับของภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดนครราชสีมา ได้รับพันธุ์มะม่วงจากรัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา เข้ามาหลายสายพันธุ์ตามโครงการเงินกู้ มีอยู่หลายสายพันธุ์ให้ผลผลิตดี จึงได้มีการขยายพันธุ์ไว้เพื่อรอการส่งเสริมต่อไป ส่วนในภาคเอกชนมีสวนของ อาจารย์ประพัฒน์ สิทธิสังข์ ที่สวนแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์ได้รับยอดพันธุ์มะม่วงต่างประเทศจากสถานีวิจัยปากช่องมาเสียบยอดไว้ที่สวนของท่านหลายพันธุ์ ซึ่งบางพันธุ์เจริญเติบโตให้ผลผลิตดีเช่นกัน ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2522 อาจารย์ได้นำผลมะม่วงต่างประเทศที่มีผลใหญ่สีสวยงามแปลกตาหลายสายพันธุ์มาแสดงที่สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) เพื่อให้คณาจารย์และนักศึกษาได้ศึกษาเรียนรู้และชมกัน เป็นที่ตื่นตาตื่นใจอย่างมาก เพราะไม่เคยเห็นมะม่วงแปลกๆลักษณะอย่างนี้มาก่อน เช่น ปาล์มเมอร์ เค้นท์ เคียทท์ เป็นต้น จึงนับได้ว่าเป็
เห็ดนางฟ้าดำ หรือเห็ดนางฟ้าภูฐานดำ เห็ดเศรษฐกิจขายดี คนทั่วๆ ไปรู้จักกันดี ปรุงอาหารได้หลายเมนู มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การเพาะเห็ดชนิดนี้ก็ไม่ยุ่งยาก สามารถซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะเองได้ หรือถ้าเก่งแล้วก็สามารถทำก้อนเชื้อเห็ดขายได้ด้วย คุณจิระศักดิ์ นนตะพันธ์ เจ้าของโรงเพาะเห็ด เลขที่ 424 หมู่ 1 ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เขาเพาะเห็ดมานานกว่า 13 ปี ปัจจุบันเพาะเห็ดนางฟ้าดำ 1 ไร่ ขนาดโรงเรือน 4X6 เมตร คุณจิระศักดิ์ บอกว่า คนที่สนใจเพาะเห็ด สามารถซื้อก้อนเชื้อเห็ดที่ขายกันทั่วไป (ราคากลาง ณ เดือนสิงหาคม 2561) ราคาก้อนละ 8-10 บาท นำมาเลี้ยงต่อ โดยรดน้ำทุกวัน น้ำต้องเป็นน้ำสะอาด หากเป็นน้ำประปาต้องพักไว้จนไม่มีกลิ่นคลอรีน น้ำคลองรดไม่ได้เพราะมีจุลินทรีย์ น้ำบาดาลใช้รดเห็ดได้ การรดน้ำเห็ด ให้รดวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น หากอากาศร้อนให้รดน้ำบ่อยขึ้น ควรเก็บก้อนเชื้อเห็ดไว้ที่เย็นและชื้น อุณหภูมิ 24-28 องศาเซลเซียส สำหรับระยะเวลาการออกดอก คุณจิระศักดิ์ บอกว่า 3-7 วัน เห็ดจะเริ่มออกดอก ก้อนเชื้อเห็ด 1 ก้อนจะให้ผลผลิต 3-4 รุ่น ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า 1,000 ก้อน จะให้ผลผลิต 40 กิโลกร
เป็นวัตถุดิบหลักในเมนูส้มตำ สำหรับ “มะละกอดิบ” ผลไม้ที่มากด้วยประโยชน์ ขายดีตลอดทุกฤดู ฉะนั้นเพื่อแก้ปัญหาด้านการผลิตไม่เพียงพอให้กับเกษตรกร “ศรแดง” บริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ได้พัฒนามะละกอ “พันธุ์ส้มตำ 90” พันธุ์แรกของโลก ปลูกแล้วเป็นพันธุ์กะเทยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้ผลผลิตดี ดูแลง่าย มะละกอ เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะมะละกอรับประทานผลดิบ ที่เป็นวัตถุดิบหลักของ “ส้มตำ” เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วทั้งประเทศ ทำให้สัดส่วนความต้องการมะละกอผลดิบมีมาก แต่ในแง่ของการผลิต เกษตรกรยังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทั้งโรคระบาด สภาพอากาศที่แปรปรวน เมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ตลอดจนปัญหาการปนเปื้อนของสายพันธุ์ที่ไม่ต้องการ ทั้งหมดล้วนส่งผลทั้งต่อปริมาณ คุณภาพ และตลาดโดยตรง ด้วยเหตุนี้ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ศรแดง” จึงได้พัฒนามะละกอ “พันธุ์ส้มตำ 90” ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น คุณละไม ยะปะนัน ผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด (ประเทศไทย) และในฐานะนักปรับปรุงพันธุ์ ให้ข้อมูลว่า เป้าหมายของการพัฒนามะละกอพันธุ์ส้มตำ 90 ก็เพื่อแก้ปั
“เริ่มจากมีคนมาซื้อตอชวนชมที่บ้าน ช่วงนั้นเขาให้ราคาดีมาก เพราะว่าต้นมันไม่ใหญ่มาก ประมาณ 3,500 บาท ผมก็เลยลองจำหน่ายไป ด้วยความที่อยากรู้ว่าเขาจะซื้อเราไปทำอะไรทำไมซื้อราคาแพงจัง ปรากฏว่าเขาซื้อแล้วจำหน่ายต่อไปในราคา 8,500 บาท ซึ่งเรามาคิดดู ว่าราคาที่เขาซื้อเราก็น่าจะราคาสูงแล้ว แต่เขาสามารถจำหน่ายได้อีกในราคาที่แพงกว่าซื้อจากเราอีก มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของผมที่จะปลูกเลี้ยงชวนชมอย่างจริงจัง” คุณรัชฏะ กล่าว คุณรัชฏะ ประวัติ หรือ คุณอาร์ต อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 7 ตำบลคำพราน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความหลงใหลในชวนชม เพราะพรรณไม้ชนิดนี้เป็นไม้ดอกที่ใฝ่ฝันของใครหลายๆ คน ที่ต้องการเพาะเลี้ยงจัดรูปทรงราก กิ่ง ให้สวยงามเป็นไปตามความต้องการของผู้ดูแลเอง ซึ่งการจัดทรง การดูแล อาจมีความยากง่ายแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับฝีมือและเทคนิคของแต่ละคน ที่ได้ใช้จินตนาการให้กับชวนชมของตนเอง การดูแลชวนชมแต่ละต้น รูปทรงจะไม่เหมือนกันทุกต้น อาจจะกล่าวได้ว่ามีเพียงต้นเดียวในโลกก็ว่าได้ เป็นไม้ดอกที่ไม่มีรูปแบบตายตัว เหมาะกับผู้ที่ต้องการหาไม้ดอกไว้ประดับหน้าบ้าน เพื่อความสวยงาม แล
มังคุดผลไม้ยอดนิยมของคนไทยและคนต่างชาติ แต่กับชาวสวนแล้ว มักจะมีปัญหาด้านราคาอยู่เสมอ เป็นอย่างนี้มาตลอด จนเรียกว่า “เป็นตำนาน” โดยเฉพาะชาวสวนภาคตะวันออกที่ต้องวุ่นวายกับราคามังคุดที่ตกต่ำเกือบทุกปี ตัวอย่างเมื่อปี 2553 ราคามังคุดตกต่ำมาก ชาวสวนหลายรายถึงกันโค่นต้นมังคุดทิ้งไป แล้วปลูกพืชใหม่ทดแทน จะด้วยความคับแค้นหรือน้อยใจคงจะปะปนกันไป ข้ออ้างที่พวกเขาได้รับฟังจากผู้รับซื้อก็คือ มังคุดคุณภาพต่ำ ผิวลาย เนื้อแก้ว ยางไหล หู (กลีบเลี้ยง) ไม่สวย สรุปว่ามังคุดของชาวสวนด้อยคุณภาพ ส่งออกก็ไม่ได้ ขายภายในประเทศราคาก็ไม่ดี มังคุดผิวมัน : มาตรฐานคุณภาพและราคา สำหรับลักษณะของมังคุดผิวมันได้กำหนดไว้ ดังนี้ เป็นผลมังคุดที่มีผิวเปลือกสะอาด เป็นมัน อาจมีร่องรอยหรือตำหนิได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ผิวเปลือก เนื้อในคุณภาพดี-สีขาวสะอาด ไม่มียางไหล ไม่เป็นเนื้อแก้ว และเนื้อไม่ติดเปลือก ส่วนมังคุดผิวลาย หมายถึง ผลมังคุดที่เปลือกนอกอาจมีร่องรอยการทำลายของโรค/แมลงศัตรูหรือจากเหตุอื่นๆ ทำให้มีตำหนิได้ไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ผิวเปลือก เนื้อในมีคุณภาพเหมือนกับมังคุดผิวมัน ผลมังคุดที่สมบูรณ์ อย่
