SMEs
หลังสวนมะม่วงประสบปัญหาหนัก กำนันบันเทิง ถิ่นฐาน จึงหันมาทดลองปลูกแก้วมังกร ด้วยความคิดว่า ดูแลง่าย ทนต่อสภาพอากาศ ใช้น้ำน้อย และไม่ค่อยมีโรค โดยเริ่มจากปลูก 200 ต้น ลงต้นแก้วมังกร 1 ต้น ต่อ 1 เสาปูน ปลูกระยะห่าง 2×3 เมตร ต่อมาพบว่าผลผลิตเติบโตได้ดี จึงขยายพื้นที่ปลูกแก้วมังกรเป็น 14 ไร่ จำนวน 3,000 ต้น โดยส่วนใหญ่เป็นแก้วมังกรเนื้อสีแดง พันธุ์แดงสยาม “การตัดแต่งกิ่งแก้วมังกรเป็นหัวใจหลัก ที่ต้องอาศัยความชำนาญในการดูว่ากิ่งใดควรตัดทิ้งเพื่อให้เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยจะเน้นการฟันจากด้านล่างย้อนขึ้นบน เพื่อให้เกิดการแตกกิ่งใหม่ออกมาเรื่อยๆ หลังการตัดแต่งกิ่งและตัดหญ้ารอบๆ โคนต้นให้โล่งเตียน ก็จะใส่ปุ๋ยหมัก แล้วฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพในช่วงเตรียมออกดอก” ด้วยระบบการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ทำให้แก้วมังกรที่นี่มีรสชาติหวาน นิ่มละมุนลิ้น เปลือกบาง ตลาดให้การตอบรับเป็นอย่างดี ชาวบ้านจึงหันมาสนใจปลูกแก้วมังกรแบบอินทรีย์มากขึ้น จนเกิดการรวมกลุ่มเป็น ‘วิสาหกิจชุมชนแก้วมังกรตำบลบ้านถิ่น’ รวบรวมผลผลิตส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน การขยายพื้นที่ปลูกแก้วมังกรของชุมชน ทำให้มีผลผลิตจำนวนมากซึ่งอาจส่งให้ผลให
ฟาร์มต้นผักแมวน้ำ เปิดมาได้ 2 ปีครึ่ง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ราว 100 ตารางวา ย่านลาดพร้าว โดยพื้นที่แห่งนี้ถูกเนรมิตให้เป็นฟาร์มปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขนาดย่อมๆ ของอดีตตากล้องนิตยสารที่อยากหาอาชีพรองรับเพื่อเตรียมพร้อมหลังออกจากงานประจำ เจ้าของต้นเรื่องชื่อว่า คุณแมวน้ำ-บุษกร เบญจกุล อายุ 54 ปี บอกว่า เริ่มทำฟาร์มต้นผักแมวน้ำ เพราะคิดหาอาชีพรองรับหลังออกจากงานประจำ เป็นจังหวะพอดีที่น้องสาวของเธออยากทำฟาร์มเพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้เสริมด้วยเหมือนกัน จึงช่วยกันคิด วางแผน และลงมือทำทันที โดยมีน้องเป็นหุ้นส่วน แต่คุณแมวน้ำคอยดูแลเป็นส่วนใหญ่ เจ้าของฟาร์ม เล่าอย่างใจดีต่อว่า เลือกปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพราะหลงใหลการทำสวน และการปลูกผัก มาตั้งแต่สมัยทำงานเป็นช่างภาพนิตยสาร เพราะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับแหล่งข่าวซึ่งเป็นเกษตรกร และเจ้าของทำสวนอยู่บ่อยครั้ง ได้เห็น ได้ฟังถึงที่มาของแต่ละสวนจึงสั่งสมความชอบมาตลอด “เป็นช่างภาพตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ จนถึงอายุใกล้เกษียณ เรารู้ตัวเองว่าการเป็นช่างภาพเป็นอาชีพที่ไม่คงที่ สักวันต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพราะมีเด็กรุ่นใหม่เข้ามา ฉะนั้น พี่ต้องเตรียมหาอาชีพรองรับ ช่วงเตรียมต
ช่วงนี้กระแสฟีเวอร์ทุเรียนดูจะมาแรงนัก หลายพื้นที่ หลายแห่งที่เป็นจุดขายทุเรียน ไม่ว่ารถเร่ แผงขาย หรือตามตลาด มักพบเห็นผู้คนยืนจับกลุ่มเลือกทุเรียนกันอย่างคับคั่ง การเปิดตัวของทุเรียนทางจังหวัดภาคตะวันออกสร้างความคึกคักต่อตลาดทุเรียนในจังหวัดอื่นที่กำลังเริ่มมีผลผลิต สร้างแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาคุณภาพให้กับชาวสวนทุเรียนอีกหลายพื้นที่เพื่อหวังให้มีราคาสูง อุทัยธานี นับเป็นอีกจังหวัดที่ปลูกทุเรียนได้มีคุณภาพ อันเป็นผลจากความอุดมสมบูรณ์ของสภาพอากาศตลอดถึงทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอบ้านไร่ ซึ่งชาวบ้านหันมาปลูกทุเรียนและไม้ผลผสมผสานแทนการปลูกพืชไร่ที่สร้างปัญหากับราคาตกต่ำ เช่นเดียวกับ คุณวิโรจน์ เผ่าพันธุ์โพธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 7 ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเคยยึดอาชีพปลูกพืชไร่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สับปะรด ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสาน พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงนักชิมผลไม้เข้ามาอุดหนุนสร้างรายได้อย่างงดงาม คุณวิโรจน์ เผ่าพันธุ์โพธิ์ ภายหลังความ
“อินทผลัม” ผลไม้ที่กำลังเป็นที่จับตามอง เพราะเป็นดาวเด่นในแวดวงการเกษตรทั้งในเรื่องราคาและการให้ผลผลิต และยังเป็นโอกาสดีที่ในงานนี้มีการนำเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมตัวจริง ไม่ได้ปลูกตามกระแส มีประสบการณ์การปลูกอินทผลัมกว่า 14 ปี จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ไปแล้ว คุณกรรภิรมย์ ทองประสาน เจ้าของสวนแม่รัตน์อินทผลัม ที่กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร วัย 41 ปี เล่าให้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ฟังถึงจุดเริ่มต้นการปลูกอินทผลัมว่า มาจากเมื่อ ปี 2550 ได้ชมรายการทีวีช่องหนึ่ง ซึ่งแนะนำผลไม้อินทผลัม จึงมีแนวคิดที่จะนำมาปลูกที่สวน ซึ่งเคยเป็นสวนมะพร้าว โดยเป็นการปลูกเล่นๆ ไม่ได้จริงจัง เพื่อทดลองว่า อินทผลัมจะสามารถให้ดอกออกผลได้หรือไม่ บนสภาพดินที่ชื้น ซึ่งปรากฏว่า ผ่านไปเพียง 1 เดือน ต้นอินทผลัมที่ทดลองปลูกแสดงให้เห็นว่า สามารถเติบโตได้บนสภาพดินที่กระทุ่มแบน “วันนั้น ดูรายการทีวีช่องหนึ่ง เขาไปตะวันออกกลาง เราก็คิดว่าทำไมเมืองไทยของเราไม่มีปลูกอินทผลัมบ้าง ก็เสาะหาประมาณ 1 ปี ตอนนั้นไม่มีใครรู้จัก เราก็คิดว่าจะมีทางภาคใต้ ไปถามทางประเทศมาเลเซียก็ไม่มีพันธุ์ ทีนี้ต่อมาก็มีรายการทีวีอีกช่องหนึ่ง
“มะขามป้อมยักษ์ทะวาย” ให้ลูกโต ผลดกทั้งปี ขายได้ราคาดี สำหรับคนที่รักสุขภาพ ขอแนะนำให้ปลูกมะขามป้อมยักษ์ทะวาย เป็นไม้ผลประจำบ้าน เพราะมะขามป้อมชนิดนี้ ให้ลูกโต ผลดกทั้งปี คุณแดง บอกว่า มะขามป้อมยักษ์ทะวายพันธุ์นี้ มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ถูกนำเข้ามาปลูกขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว กลายเป็นไม้ผลยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากท้องตลาดอย่างกว้างขวาง เพราะมะขามป้อมยักษ์ทะวาย มีขนาดผลใหญ่มาก เทียบไซซ์แล้ว ผลมีขนาดใหญ่กว่าเหรียญสิบบาทเสียอีก มะขามป้อมพื้นเมืองของไทยมักจะให้ผลผลิตเพียงปีละครั้งในช่วงฤดูร้อน แต่ “มะขามป้อมยักษ์ทะวาย” พันธุ์นี้ คุณแดง บอกว่า จัดอยู่ในกลุ่มพันธุ์ทะวายหรือพันธุ์เบา ปลูกดูแลง่าย เริ่มให้ผลดกเต็มต้น หลังจากปลูกไปได้ 1 ปี และติดดอกออกผลตลอดทั้งปี ผลมีรูปทรงผลกลมแป้น ผลอ่อนมีสีเขียวสดใส ผลแก่จัดสีเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มปนเหลืองเล็กน้อย เนื้อฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวปนฝาดเหมือนมะขามป้อมทั่วไป ปลูกกินเป็นยา ก็ดีต่อสุขภาพ ปลูกขายก็ทำกำไรได้ดี
มะม่วง เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างมหาศาล และมีอัตราการเติบโตถึงปีละ 10-15% ทำให้มะม่วงเป็นไม้ผลที่มีเนื้อที่ปลูกมากที่สุดในประเทศกว่า 2 ล้านไร่ มะม่วงไทยมีจุดเด่นหลายด้านที่กินขาดคู่แข่งขัน ทั้งด้านรสชาติ “หวาน หอม อร่อย” และจุดเด่นด้านคุณภาพ “สด สะอาด ปลอดภัย” รวมทั้งมีเทคนิคการดูแลจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ทำให้มะม่วงเป็นสินค้าขายดีทั้งในประเทศและส่งออก “สวนลุงสอน” ศูนย์รวมไม้ผลและกิ่งพันธุ์คุณภาพดี หากใครอยากได้มะม่วงพันธุ์แท้ คุณภาพดี ขอแนะนำให้แวะชมและเลือกซื้อพันธุ์ไม้ได้ที่ “สวนลุงสอน” บ้านเลขที่ 55/1 หมู่ที่ 14 ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ 60110 โทร. (081) 888–6245, (089) 666–7580 ปัจจุบัน สวนแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นที่สอง คือ คุณแดง หรือ คุณเจษฎา สุวรรณศรี คุณแดง บอกว่า สวนลุงสอน เป็นกิจการของพ่อตา บางคนรู้จักในชื่อนครสวรรค์พันธุ์ไม้ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่นิยมเรียกติดปากว่า สวนลุงสอน เมื่อกิจการนี้กลายเป็นมรดกตกทอดมาอยู่ในมือตัวเองและภรรยา ก็ไม่คิดเปลี่ยนชื่อกิจการ เพราะชื่อ “สวนลุงสอน” ฟังดูขลังดี และเป็นมงคลชีวิต เพราะคุณ
คลุกคลีอยู่กับธุรกิจกระเป๋ามาตั้งแต่เด็ก ทำให้วันนี้หนึ่งในธุรกิจของ อดีตนักร้องดูโอ้สุดฮอต กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล จึงเป็นการขายกระเป๋า ซึ่งการใช้เวลาในการออกแบบนั้นนานกว่าปีครึ่ง มีการทำโปรโตไทป์ หรือแบบจำลองมาตั้งไว้ในห้องนานมากแต่ไม่ได้ใช้สักที เพราะรู้ากว่ามันยังไม่ลงตัว ก่อนจะปรับเปลี่ยนไปมาจนกลายเป็นแบรนด์ YAAAS อย่างที่เห็นในตอนนี้ “คือกอล์ฟทำไปเรื่อยๆทำไปทำมา จนมาเป็นแบบเครื่องดนตรี เพราะรู้สึกว่าสุดท้ายมันตีกลับไป สิ่งแรกที่เราเกิดมาจากความเป็นนักร้อง เราก็ชอบแบบพวกการทำเพลง เราก็เลยเอาเครื่องดนตรีที่เรารู้จัก สิ่งที่ใกล้ตัวสิ่งที่เราชอบมาทำเป็นแฟชั่น เหมือนมันเป็นมิวสิคกับแฟชั่นผสมกัน ก็เลยเปิดตัวมาเป็นแบบคอลเลกชันแรกชื่อ ‘ร็อคสตาร์’ ก็จะเป็น มีแรงบันดาลใจมาจากตู้แอมป์กีตาร์ หรือแบบว่าอิเลคโทรนิคเปียโน ซินโตไซเซอร์ มันก็เป็นอะไรที่แหวกออกมา ก็มีความรู้สึกว่าอยากจะลองเริ่มไปเจาะตลาดต่างประเทศดู” โดยสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจในการริเริ่มมาทำกระเป๋านั่นก็เพราะที่บ้านมีโรงงานอยู่แล้ว “คุณพ่อทำแบรนด์มาก่อน คุณพ่อทำแบรนด์ ไมเคิล แองเจลโล่ แล้วก็เราชอบศ
“แม้จะเป็นงานที่ไม่ชอบทำเลย ไม่ชอบซักผ้า ไม่ชอบรีดผ้า เเต่ยิ่งทำก็เหมือนจะยิ่งรุ่ง มีเงินจ่ายลูกน้องเดือนละ 8 หมื่นบาท นั่นคงเป็นเพราะยิ่งไม่ชอบ ก็ยิ่งต้องระวัง ยิ่งต้องใส่ใจ ลูกค้ามีปัญหารีบแก้ไขทันท่วงที” ประโยคนี้กล่าวโดย คุณรวินท์มาศ ลือเลิศ อายุ 38 ปี หรือคุณแตม เจ้าของร้านซัก อบ รีดเสื้อผ้า “มิสไวท์กรีน” อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย คุณแตม เล่าว่า เปิดร้านซัก อบ รีด เสื้อผ้า มานานกว่า 15 ปีแล้ว ก่อนจะมายึดอาชีพนี้ ทำมาแล้วหลายอาชีพ อาทิ เปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือ ขายกิ๊ฟช็อป เคยเป็นลูกจ้างทำงานโรงงาน แต่ส่วนตัวรู้สึกไม่ชอบงานประจำ ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่คนนึงที่เปิดร้านซัก อบ รีด สุดท้ายเลยลองทำตามแล้วรุ่ง “หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ดิฉันทำมาหลายอาชีพ จนในที่สุดมีรุ่นพี่ให้คำแนะนำเรื่องการเปิดร้าน ซัก อบ รีด ผ้า โดยส่วนตัวมองว่า เป็นงานที่ทำที่บ้านได้ ไม่ต้องพบปะผู้คนมาก เลยใช้เงินเก็บ 6 หมื่นบาท เปิดร้านซักรีด” การเปิดร้านในช่วง 2 ปีแรก เจ้าของ เล่าว่า รับซัก อบ รีด เสื้อผ้าลูกค้าตามบ้านทั่วไป ซึ่งรายได้ก็ดี แต่เริ่มพบปัญหา คือ เสื้อผ้ามีหลากหลา
คุณฉัตรชัย วชิระเธียรชัย วัย 45 ปี เจ้าของธุรกิจ กระเทียมแกะเปลือก พริกสด พร้อมใช้งาน เข้าสู่ร้านอาหารยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารระดับประเทศ ด้วยการเริ่มต้นจากห้องแถวเล็กๆ ที่ปากคลองตลาด จนกลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ปัจจุบันได้พัฒนามาสู่สินค้า พริกป่น หอมเจียว กระเทียมเจียว ในแพ็กเกจสวยงานที่ชื่อว่า เอื้ออารี ฟู้ด โปรดักท์ ล่าสุด ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาอีก เรียกได้ว่าก้าวไปอีกขั้น นั่นคือ กระเทียมเจียวปรุงรส ในชื่อ เปปเปอร์-จี โดยใช้กระเทียมนำไปทอดด้วยน้ำมันรำข้าว จากนั้น นำไปอบจนกรอบเพื่อรีดน้ำมัน แล้วปรุงรส ปัจจุบัน มี 3 รสชาติ ได้แก่ รสพริกไทยดำ คั่วพริกเกลือ และ รสกระเทียมสวรรค์ ขนาดบรรจุขวด 92 กรัม ราคา 110 บาท เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง คุณฉัตรชัยถึงแนวทางการตลาดของสินค้าใหม่ตัวนี้ คุณฉัตรชัย บอกว่า เปปเปอร์-จี เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเรือนผู้บริโภค จึงต้องเจาะตลาดค้าปลีก ซึ่งแตกต่างกับการดำเนินงานบริษัท ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่า ปัจจุบันการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนไป นอกจากต้องการในเรื่องของการเตรียม การปรุงอาหาร ที่อาศัยความรวดเร็ว ซึ่งกระเทียมก็เป็นส่
แม้วันนี้ทุเรียนทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี จะยังไม่โด่งดังมีชื่อเสียงเทียบเท่าทุเรียนเมืองนนท์หรือทุเรียนหลงลับแล แต่หากสอบถามผู้ที่ได้ลิ้มชิมรสแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหวานอร่อยไม่แพ้ทุเรียนที่ไหนเลย โดยเฉพาะทุเรียนอินทรีย์ ผลผลิตของศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรอินทรีย์ทองผาภูมิ “บิลาลออร์แกนิกฟาร์ม” (บิ-ลาล ภาษาอาหรับ แปลว่า ความสะอาด) ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ ที่มีคุณอารีย์ เฉลยสุข อดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นเจ้าของ ทุเรียนทองผาภูมิ ชิมแล้วติดใจ ศูนย์แห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ และปลูกพืชผักผลไม้ออร์แกนิกหลากหลายชนิด โดยมีทุเรียนหมอนทองเป็นหลัก รองลงมาเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง แซมด้วยชมพู่ ส้มโอ มะไฟ ฝรั่ง เลม่อน มัลเบอร์รี่ มันหวานญี่ปุ่น ผักสลัด พืชผักสวนครัว และสมุนไพรต่างๆ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังทำฟาร์มเลี้ยงกระต่าย ประมาณ 500 ตัว เพื่อขายทั้งตัวเป็นๆ และนำมูลมาทำเป็นปุ๋ยใช้ในแปลงเกษตร รวมทั้งยังมีฟาร์มม้าเกือบ 20 ตัว เรียกว่าเป็นสวนเกษตรครบวงจรจริงๆ ก่อนหน้าที่จะมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว หลังเกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2556 คุณอารีย์สนใจและศึกษาเร
