SMEs
เปิดสูตรทำขาย-แบบไม่หวง! “ข้าวเหนียวมะม่วง” ของหวานจานโปรดนานาชาติ ว่ากันว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง”นั้น เป็นจานโปรด ที่คนจีนชอบมากพอๆกับทุเรียนเมืองไทย แต่แปลกเขายังกินข้าวเหนียวกับทุเรียนไม่เป็น กินแต่ทุเรียนเฉยๆ ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนยิ่งไม่รู้จักเลย ฝรั่งก็ชอบข้าวเหนียวมะม่วงมากเหมือนกัน อย่างที่อเมริกา เขาหุงข้าวเหนียวมูนไว้ แล้วแบ่งเป็นส่วนๆ พอดี 1 จาน ห่อด้วยพลาสติกแร็พเข้าช่องแข็งไว้ พอใครสั่ง ก็เอาออกมาเวฟทั้งอย่างนั้น แกะใส่จาน ราดหัวกะทิแช่เย็น กับมะม่วงของเม็กซิโกซึ่งไม่ช้ำง่ายแบบมะม่วงไทย จานหนึ่ง 200-300 บาท ที่จีนไม่รู้ว่าขายกี่บาท โอกาสนี้ จึงมีสูตร “ข้าวหเนียวมูน”ทำขาย มาฝากสำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ เริ่มต้นจาก สัดส่วนของการมูนข้าวเหนียว ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กิโลกรัม ใช้หัวกะทิข้นๆ 800 กรัม (เกือบ 1 กิโลกรัม) ใส่น้ำตาลทรายในกะทิ 300 กรัม เกลือป่นสักครึ่งช้อนชา ส่วนการหุงข้าวเหนียวให้เม็ดสวย ต้องหุงด้วยหวดแบบหุงข้าวเหนียวของอีสาน นึ่งวิธีอื่นเม็ดไม่สวย ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเป็นเม็ดรีๆ ยาวๆ เม็ดต้องไม่หัก สีออกมาทางขาว แปลว่าค่อนข้างใหม่ สีเหลืองจะเก่า
ปัจจุบัน พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) หรือพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) หมายถึง พลาสติกที่ผลิตขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชได้นานาชนิด เช่น เปลือกทุเรียน เปลือกข้าวโพด เปลือกมันสำปะหลัง กากชานอ้อย ฯลฯ ถูกนำมาแปรรูปเป็นเครื่องใช้ไม้สอยมากมายหลายชนิด เช่น จานอาหาร แก้วน้ำ ตู้ โต๊ะ กล่อง เป็นต้น แนวคิดการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นพลาติกชีวภาพ ช่วยลดปริมาณขยะในสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี คุณกนกศักดิ์ ลอยเลิศ นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า พลาสติกที่ใช้กันทั่วไปเป็นพลาสติกที่สังเคราะห์จากปิโตรเคมี ไม่สามารถย่อยสลายได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว อาจใช้เวลา 100-200 ปี จึงจะย่อยสลายได้ พลาสติกสังเคราะห์มีข้อดี ก็คือ ทนสารเคมีและทนความร้อนได้ดี จัดเก็บอาหารได้ในระยะเวลายาวนาน ส่วนข้อเสีย ก็คือ ทำลายได้ยากมาก ที่สำคัญคือเป็นขยะที่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม สร้างปัญหาต่อชั้นบรรยากาศของโลก และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ด้านคุณศิริพร เต็งรัง นักวิทยา
กระจับเขาควาย เป็นพืชน้ำ มีหัวอยู่ใต้น้ำ ลำต้นโผล่บนผิวน้ำคล้ายบัว ส่วนหนึ่งหยั่งลึกยาวลงดิน ให้ผลออกตามข้อปล้อง ลักษณะคล้ายเขาของกระบือ (เขาควาย) นิยมนำมาต้มรับประทาน คุณสุนัน พละเจริญ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เกษตรกรผู้ปลูกกระจับ ที่อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เล่าว่า กระจับเป็นพืชที่ปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ที่มีน้ำท่วมขังตลาดทั้งปี ปัจจุบันมีปลูกมากในแถบภาคกลาง โดยเฉพาะที่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อุทัยธานี สุพรรณบุรี กระจับปลูกไม่ยาก แต่ต้องเอาใจใส่ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมหรือแล้ง เนื่องจากอยู่ในน้ำอยู่แล้ว มีน้ำแค่เพียง 60 เซนติเมตร ก็อยู่ได้แล้ว ที่สำคัญ ยังปลูกขายฝัก หรือขายต้น ทำเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย “กระจับให้ผลผลิตดี แต่ไม่แนะนำให้ปลูกกระจับอย่างเดียวตลอดไป เพราะพื้นที่ที่มีน้ำขังตลอด ไม่นานจะเกิดสาหร่าย ซึ่งเป็นปัญหาในการปลูกกระจับ จริงๆ ควรปลูกในพื้นที่นาสลับ หรือ ควบคู่กับการทำนา โดยการทำนากระจับ มักจะเริ่มดำในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และเก็บผลผลิตในเดือนตุลาคมของทุกปี” คุณสุนัน เล่าให้ฟัง และได้เล่าให้ฟังถึงรายละเอียดต่างๆ อีกดังนี้ ขั้นตอนการปลูก วิธีการ เหมือนกับการดำ
ปลาเทวดา (Angelfish) เป็นปลาน้ำจืด ที่มีรูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว ลำตัวแบนข้าง มีปากขนาดเล็ก ครีบหลังเป็นกระโดงสูงอยู่ค่อนไปทางด้านหาง ครีบหลังยาวออกมาจากลำตัว ครีบท้องมีอยู่หนึ่งคู่เรียวเล็กและปลายชี้แหลม โดยส่วนมากจะนิยมนำปลาเทวดามาเลี้ยงในตู้เพื่อเป็นปลาสวยงามคู่กับพรรณไม้น้ำต่างๆ ปลาเทวดา เป็นปลาที่มีอุปนิสัยเรียบง่าย รักสงบ แต่ถ้าบางตัวมีลักษณะนิสัยก้าวร้าวก็ไม่สามารถนำไปเลี้ยงร่วมกับปลาสวยงามชนิดอื่นได้ โดยปลาชนิดนี้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันและลวดลายที่สวยงามมากขึ้น เช่น ปลาเทวดาหินอ่อน ที่มีสีสันเป็นสีดำสลับกับสีขาวตลอดทั้งตัว การขยายพันธุ์ สามารถกระทำได้ง่ายๆ ทั้งในตู้เลี้ยง หรืออาจจะจัดพื้นที่สำหรับเพาะพันธุ์ให้ก็ได้ เพียงแต่ในบริเวณเพาะพันธุ์ใต้น้ำต้องมีวัตถุใส่ไว้ให้เป็นที่เกาะเวลาวางไข่บนวัตถุนั้น การวางไข่ของปลาเทวดาแต่ละครั้งอยู่ที่ 300-1,000 ฟอง ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมจะขยายพันธุ์ได้ ต้องมีอายุอย่างน้อย 8 เดือนขึ้นไป คุณฐาปกรณ์ โสนะมิตร์ อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 4 ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลามาหลายสิบปี โดยปลาที่เขาเพาะส่วนใหญ่จ
ปัญหายากสุดในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเราๆ เชื่อว่าทุกคนคงตอบได้ตรงกันว่า เรื่องคู่แข่ง พัฒนาสินค้า การหาช่องทางการขาย หรือเรื่องการตลาด ล้วนแต่เรียนรู้ ฝึกฝนพัฒนากันได้ แต่ปัญหาใหญ่และยากสุด หนีไม่พ้นเรื่องเงิน เมื่อไหร่ก็ตามที่ประสบปัญหาเงินช็อต ขาดสภาพคล่อง หมุนเงินไม่ทัน ถ้าแก้ไม่ทันท่วงที กลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ทำให้ธุรกิจสะดุด ล้มหายตายจาก แม้ว่าจะมีสินค้าดี มีฝีมือในการขายเลอเลิศแค่ไหนก็ตาม เป็นที่มาของแรงบันดาลใจที่ทำให้ คุณอ้อย-ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ จับมือกับเพื่อนสมัยมัธยม “คุณมด-ปฏิมากร ใจอ่อน” พร้อมกับหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกท่าน ก่อตั้งธุรกิจขายฝาก โดยสร้างแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการรับขายฝากทรัพย์สิน เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด “ด้วยความที่อ้อยคุ้นเคยกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจากทำธุรกิจเสื้อผ้า รับจ้างผลิตเสื้อผ้าตามคำสั่งซื้อ ก็เลยมีประสบการณ์ เจอกับปัญหาขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจด้วยตัวเอง จำได้ว่า ช่วงที่เสื้อเหลืองได้รับความนิยม ป
“ลิ้นจี่อะไร ราคากิโลหนึ่งตั้ง 400-600 บาท” หนึ่งเสียงสะท้อนความรู้สึกผ่านทาง เฟซบุ๊ก จูฮง ลิ้นจี่ไร้เทียมทาน ( www.facebook.com/จูฮง-ลิ้นจี่ไร้เทียมทาน ) ของ คุณนฤดม หรือ สิงห์ พิสิษฐเกษม เกษตรกรเจ้าของสวนลิ้นจี่พันธุ์จูฮง แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เริ่มนำผลผลิตออกปรากฏโฉมสู่ท้องตลาด โดยจำหน่ายผ่านทางสื่อออนไลน์ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า จนทำให้ผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์จูฮงที่ออกมาในปี 2561 ไม่เพียงพอกับความต้องการ เตรียมส่งจำหน่ายให้กับลูกค้า ราคา 400-600 แล้วแต่เกรด คุณนฤดม หรือ สิงห์ พิสิษฐเกษม คุณนฤดม หรือ สิงห์ พิสิษฐเกษม สำหรับในวงการเกษตรไทยแล้ว ไม่ใช่เกษตรกรมือใหม่ เพราะหนึ่งในธุรกิจสร้างชื่อ คือ เป็นเกษตรกรเจ้าของ เพอคูล่า ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูน ชื่อดัง ตั้งอยู่ที่ตำบล แสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม จากเกษตรกรเจ้าของฟาร์มปลาสวยงาม แล้วทำไมจึงกลายเป็นเกษตรกรเจ้าของสวนลิ้นจี่ มีคำตอบว่า.. “ส่วนตัวผมเองแล้ว เป็นคนที่ชอบทำเกษตร และเมื่อมีโอกาสทำในเรื่องใดแล้ว จะทุ่มเทศึกษาทำอย่างจ
“กับข้าว-กับปลา” ทำกันใหม่ๆ ร้อนๆ ตักใส่ถุงขายสำหรับผู้คนทั่วไปนั้น มีดาษดื่นให้เลือกหลายหมื่นเจ้า แต่เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสได้เจอแผงขาย “กับข้าวน้องหมา” ที่ทำกันมาวันต่อวัน ใส่ถาดสเตนเลส แลดูสะอาดสะอ้านเป็นอย่างดี เห็นว่าแปลกตา หายากมากในท้องตลาด เลยเข้าไปเลียบเคียงพูดคุยกับคนต้นคิด คุณลุง-คุณป้า ใจดี เจ้าของกิจการ เล่าให้ฟัง กิจการหลักของพวกเขาคือ ข้าวแกงและอาหารตามสั่ง ส่วน กับข้าวสำหรับ “น้องหมา” นั้น ทำมาได้ 5-6 ปีแล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากการทำเลี้ยงสมุนในบ้านตัวเอง โดยคิดนำเศษเนื้อไก่ หรือ เครื่องในหมู มาบดก่อนนำมารวนกับซอสจนมีกลิ่นหอม แถมเผยเคล็ดลับให้ฟังแบบไม่หวงสูตรว่า ก่อนรวนห้ามใส่น้ำมันลงไปเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีน้ำมันออกมามากจนเลี่ยนเกินไป “ขายกับข้าว น้องหมา มาหลายปี ไม่มีทีท่าจะลูกค้าลดลง แถมมีหลายคนกลับมาซื้อซ้ำ ด้วยเหตุผล เจ้าสี่ขาที่บ้านชอบกันมาก วันไหนซื้อกลับไปคลุกข้าวหรืออาหารเม็ด มักซัดกันเกลี้ยงชนิดไม่เหลือติดจาน” เจ้าของกิจการ กับข้าวน้องหมา ที่ตลาดนัด จังหวัดกาญจนบุรี เคยบอกมาอย่างนั้น นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พยายามมองหา “กับข้าวสด” สำหรับน้องหมา ตามตลาดนัดต่า
คุณเบียร์ – ศาสตรา ถนอมลาภ เจ้าของกิจการปลาหมึกบด “สิ้นคิดโภชนา” วัยยี่สิบเศษ คุยไป-บดไป เผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า อาชีพนี้ เริ่มต้นมาได้สองปีกว่าแล้ว ปัจจุบันขายประจำอยู่ที่ตลาดนัดมะลิ เมืองทองธานี แต่ก่อนหน้านี้เคยขายที่ตลาดนัดหัวมุม ย่านเกษตร-นวมินทร์ มาก่อน สำหรับประวัติความเป็นมาส่วนตัว คุณเบียร์ เล่าสรุปความได้ว่า จบ ปวช.ช่างยนต์ จากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง หลังเรียนจบตอนอายุได้ 18 ปี เคยทำงานเป็นพนักงานที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ชื่อดังอยู่ได้ประมาณ 5 ปี พออายุ 23 ปี ลาออกมาขายของรองเท้ามือสอง “ตอนทำงานในร้านอาหาร เกือบได้เป็นผู้จัดการแล้ว แต่รู้สึกเบื่อ ต้องอยู่กับที่ ไม่สนุกกับงาน เลยลาออกมาขายของตามตลาดนัด ไปมาหมดแล้วตั้งแต่ รัชดาไนท์ ตลาดรถไฟ จตุจักรกรีน” คุณเบียร์ เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา ก่อนบอกต่อ สินค้าก่อนหน้านี้ เป็นพวกรองเท้า-เสื้อผ้ามือสอง ส่วน “ปลาหมึกบด” นี้ เพิ่งเริ่มขายเมื่อราวสองปีก่อนที่ตลาดหัวมุม ส่วนเหตุผลที่หันมาขายปลาหมึกบดนี้ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คิดว่าหันมาขายของกินน่าจะดีกว่า นึกสงสัย ทำไมต้องเป็นปลาหมึกบด คุณเบียร์ เล่าว่า “ผมชอบกินอ
ปฏิเสธไม่ได้นะคะ ว่าเศรษฐกิจช่วงนี้ ค่อนข้างฝืดเคืองทีเดียวสำหรับผู้มีรายได้น้อย ข้าวของแพงขึ้น ค่าจ้างยังเท่าเดิม ในขณะที่บางธุรกิจ ก็ปลดพนักงาน โดยใช้เทคโนโลยี เข้ามาแทนที่ วันนี้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เว็บไซต์สำหรับผู้ที่ชอบงานอิสระ สุจริต จะมาแนะนำ 5 อาชีพเกษตร ที่ทำได้ไม่ยาก ลงทุนน้อย เรียกว่า ถ้าคุณถูกเลิกจ้างวันนี้ มีต้นทุนสัก 1-5 พันบาท ก็ลงทุนทำได้เลย อาชีพที่ 1 เพาะเห็ดฟางในตะกร้า วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ฟางข้าว หรือ ผักตบชวาแห้ง 2. ขี้เลื่อยหรือวัสดุเพาะเห็ดชนิดอื่นๆ ที่ผ่านการเพาะมาแล้ว (วัสดุเหลือทิ้ง) 3. หัวเชื้อเห็ดฟาง 4. ตะกร้าพลาสติก ขั้นตอนการทำ ขั้นแรก นำฟางไปแช่น้ำ 1 คืน แล้วผึ่งให้หมาดๆ ชื้นๆ อีกครึ่งวัน (ให้เหลือความชื้นราว 10 เปอร์เซ็นต์ ลองบีบดูแล้วไม่มีน้ำหยด) ถ้าใช้ผักตบชวา ก็ต้องเป็นผักตบชวาตากแห้ง นำมารดน้ำ จากนั้น นำฟางเรียงก้นตะกร้า (ปูพื้น) โรยด้วยขี้เลื่อย และตามด้วยหัวเชื้อเห็ดฟาง (ขี้เลื่อยและหัวเชื้อโรยขอบตะกร้า เพื่อให้ดอกเห็ดออกตามขอบตะกร้า เป็นชั้นๆ ขึ้นมา) ทำซ้ำกันจนครบ 4 ชั้น เต็มตะร้า โดยชั้นสุดท้าย โรยขี้เลื่อยและหัวเชื้อ เต็มพื้นที่ (เพื่
เทือกเขานครศรีธรรมราชประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อน และมีเขาหลวงเป็นยอดเขาสูงสุด มีความสูงประมาณ 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเลซึ่งสูงที่สุดในภาคใต้ “เขาหลวง” ยังมีสภาพเป็นป่าดงดิบชื้นและป่าดิบเขา และยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ลำธาร สัตว์ป่าหายาก รวมทั้งพืชพรรณนานาชนิด พืชชนิดหนึ่งที่จะนำมาให้รู้จักในวันนี้คือ “เห็ดหลินจือ” ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเจริญงอกงามในสภาพป่าเขตร้อนอย่างภาคใต้ได้ เมื่อขับรถผ่านอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีซอยเล็กๆ หน้าการไฟฟ้าพรหมคีรีผ่านเป็นทางเข้าสวนที่ข้างทางรายล้อมไปด้วยต้นมังคุด ทุเรียน และผลไม้นานาชนิด ทางเข้าเล็กๆ แห่งนี้นำเรามาสู่โรงเพาะเห็ดนานาพันธุ์ชื่อ “หนานตาทองฟาร์ม” โดยมี “พี่เกรียง” ยืนรอเราอยู่หน้ากระท่อมที่แกเรียกว่า “บ้าน” เมื่อทักทายกันแล้วเราก็อยากจะทราบถึงความเป็นมาของฟาร์มเพาะเห็ดของที่นี่ พี่เกรียง หรือ คุณเกรียงศักดิ์ ชูประสูติ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของตนเองเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จึงทำการเกษตรมาตลอด โดยเริ่มทำฟาร์มเพาะเห็ดเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยเพาะทั้งเห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเป๋าฮื้อ ฯลฯ จนกระทั่งเริ่มเพาะเห็ดราคาแพงอย่า
