SMEs
สติ๊กเกอร์ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารสำคัญที่ยังเป็นเทรนด์และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยสติ๊กเกอร์ นอกจากจะใช้แทนคำพูดแบบไม่ต้องพิมพ์ยาวๆ แล้วยังช่วยสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้เข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยภาพรวมความสำเร็จของตลาด LINE CREATORS MARKET ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% จากปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ลงทะเบียนครีเอเตอร์ไลน์แล้วกว่า 1.5 ล้านคน (มีครีเอเตอร์คนไทยมากถึง 340,000 คน) และมีสติ๊กเกอร์ให้เลือกใช้กว่า 1.3 ล้านสติ๊กเกอร์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์มีโอกาสพูดคุยกับครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์ จาก 4 ประเทศในเอเชีย เริ่มต้นด้วย ตัวแทนครีเอเตอร์จากไทย คุณต้นไม้ มนันห์ตชัย ไพรสินธ์ อายุ 26 ปี เจ้าของสติ๊กเกอร์ชื่อดัง ตัวหมู by ต้นไม้ ที่การันตีรางวัล Rising Star หลายครั้งติดต่อกัน เริ่มจากฐานะยากจน รับจ้างวาดรูป ร้องเพลงตอนกลางคืน และอยากมีอาชีพเสริม จึงเข้าสู่การเป็นนักออกแบบ ซึ่งผลงานที่ออกมาล้วนเป็นที่นิยม โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์แนวคู่รัก คุณต้นไม้ เริ่มต้นอาชีพครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์มาตั้งแต่ปี 2014 มีสติ๊กเกอร์ที่ออกแบบจำนวน 30 ชุด แบ่งเป็น สติ๊กเกอร์แนวสร
ในสังคมที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญและการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรไทยจึงต้องปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพเพื่อให้ผลิตผลทางการเกษตรของไทยมีที่ยืนในตลาดสากล ดวงพร เวชสิทธิ์ หรือ ปุ้ย Young Smart Farmer รุ่นใหม่วัย 41 ปี เจ้าของ “สวนบุษรา” สวนเกษตรผสมผสานบนเนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรไทยที่มีการปรับตัวให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในปัจจุบันสวนแห่งนี้ปลูกต้นมังคุด กล้วยหอม กล้วยไข่และลองกอง โดยมีมังคุดเป็นผลผลิตหลัก คุณปุ้ย จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ หันหลังให้อาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการสวนบุษราซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัวในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่ก็พยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer ของกรมส่งเสริมการเกษตร ทำให้มีโอกาสรวมกลุ่มกับเกษตรกรรุ่นใหม่ เธอกล้าคิดวิเคราะห์และลงมือทำ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานกลุ่ม Yong Smart Farmer จังหวัดจันทบุรี ควบตำ
เทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพตามวิถีธรรมชาติและบำบัดอาการต่างๆ ด้วยพืชสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอาหารเสริม เครื่องดื่ม ทั้งสำเร็จรูปหรือชาประเภทต่างๆ รวมถึงเครื่องสำอางประทินผิว มีโอกาสมาเยี่ยมชม “เรือนไม้หอม” ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากธรรมชาติ มาตรฐาน OTOP ของจังหวัดสมุทรสงคราม มีคุณบุษ – เกวลี ชื่นสงวน ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นผู้สานต่อกิจการ คุณบุษ เล่าให้ฟังว่า เรือนไม้หอมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 หลายคนอาจรู้จักในชื่อวิสาหกิจชุมชนเรือนไม้หอม ดำเนินกิจการแปรรูปสมุนไพรและของใช้ในครัวเรือน เช่น แชมพูสมุนไพร น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า และพิมเสนน้ำ มานาน 20 ปี โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ผลิตคือ แชมพูปะคำดีควาย จากนั้นเรือนไม้หอมได้สานต่อการแปรรูปนำวัตถุดิบในชุมชนอื่นๆ มาเพิ่มมูลค่าอีกมากมาย อาทิ ดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผสานจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สบู่ก้อนที่ให้กลิ่นหอมและสีสันชวนมอง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคและขายดีที่สุดต้องยกให้ ชาใบขลู่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากใบขลู่ “ใบขลู่เป็นพืชสมุนไพรพื
กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “เวียดนาม” อยู่ในขณะนี้ เกี่ยวกับแนวคิดในการทำคาเฟ่รูปแบบใหม่ที่จะมองว่าแปลก แหวกแนว ไอเดียเก๋ หรือเป็นแนวคิดที่ยังคงต้องปรับปรุงพัฒนา เมื่อเพจ DiaDiemAnUong เพจรีวิวเกี่ยวกับร้านอาหารของเวียดนามได้โพสรูปภาพและคลิปวิดีโอ “คาเฟ่ปลา สปาเท้า” ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อมานั่งรับประทานบนโต๊ะ พร้อมกับแช่เท้าในพื้นร้านที่ปล่อยน้ำไว้เต็มพื้น และมีปลาแหวกว่ายอยู่ โดยภายหลังที่โพสนี้ถูกแชร์ออกไปกว่า 1 หมื่นครั้ง ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กจากทั่วโลกได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยเฉพาะเพื่อนบ้านชาวเวียดนามที่มาแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง และโดยส่วนมากมองว่าแนวคิดในการทำคาเฟ่แบบนี้มีข้อกังวลมากกว่าข้อดี ทั้งในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาด การเกิดและแพร่ของเชื้อโรค ความปลอดภัยในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นมือถือหรือแท็ปเล็ต ตลอดจนมองว่าหากเป็นการใช้ปลาเพื่อสปาเท้าควรแยกบริเวณให้ชัดเจนเลยดีกว่า เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ควรมาใช้ร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเป็นไอเดียที่ไม่ได
ข้าวมันไก่ เป็นอาหารที่คนไทยรู้จักกันดี ไปที่ไหนก็มีขาย แต่ ถ้าจะบอกว่า มีร้านข้าวมันไก่ ที่มีจุดขายอันโดดเด่น ไม่เหมือนใคร อย่างนี้ล่ะ น่าสนใจไหม จุดขายอันโดดเด่น ไม่เหมือนใครที่ว่าก็คือ เลี้ยงไก่เอง ตั้งแต่ยังเป็นลูกเจี๊ยบ ขุนจนได้ที่ นำมาเชือด ต้ม สับ และขายเป็นข้าวมันไก่รสชาติที่แตกต่างออกไป ที่สำคัญ ร้านนี้ขาย 4 สัปดาห์ หยุด 3 สัปดาห์ สลับกันไป ทำไมต้องหยุด… ก็หยุดไปขุนไก่ให้ได้ที่ แล้วมาขายต่อ ดังนั้น ใครที่จะไปรับประทานข้าวมันไก่ร้านนี้ ต้องโทรศัพท์ไปถามก่อน ก็จะแน่นอนที่สุด เพราะถ้าจะดุ่มๆ เข้าไป อาจมีผิดหวังกลับมา ข้าวมันไก่ร้านนี้ อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร บนถนนเลียบคลองบางน้ำจืด ซอยจากถนนพระราม 2 ไปสนามกอล์ฟเอกชัย (จะมีเบอร์โทร.อยู่ท้ายบทความนี้) ร้านนี้มีชื่อว่า ข้าวมันไก่นายโฮ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้าน คุณวรรณี โฮ วัย 72 ปี คุณวรรณี เล่าว่า เริ่มต้นเลี้ยงไก่มา 30 ปีแล้ว เลี้ยงไป ขายไป การตลาดไก่สดไม่แน่นอน ก็เลยคิดว่าจะทำยังไงดี เลยมาลงตัวที่ เอาไก่ที่เลี้ยง มาทำข้าวมันไก่ขายเองเลยดีกว่า โดยขายมาแล้วกว่า 17 ปี ทำครั้งแรกๆ ไม่ติดตลาด เนื่
ยามนี้ “ปัว” อำเภอเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของจังหวัดน่าน กำลังเพิ่มระดับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาว ชาวฮิปสเตอร์จากทั่วสารทิศ ให้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกันไม่ขาดสาย ความโดดเด่นของพื้นที่อันเป็น“จุดหมายปลายทาง”ของใครหลายคนนี้ น่าจะอยู่ที่ความงามตามธรรมชาติของ ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ต้นไม้ รวมทั้งสีเขียวขจีของ “ทุ่งนา”ที่สามารถทอดมองไปได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา ร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว นับเป็นอีกหนึ่ง “ไฮไลต์”ของอำเภอน่าเที่ยวแห่งนี้ เพราะนอกจากรสชาติของเครื่องดื่มจะถูกปากบรรดาคอกาแฟแถมราคาไม่แพงด้วยแล้ว ร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิคนี้ ยังมีซุ้มไม้มุงจาก ทอดยาวเรียงรายลงไปในผืนนา รอให้บรรดาอาคันตุกะจากต่างถิ่นเดินเลาะไปตามทางบนสะพานไม้ไผ่ก่อนไปนั่งรับลม ชมวิวกันแบบชิว-ชิว ได้แบบไม่คิดตังค์เพิ่ม เรียกว่าซื้อกาแฟแก้วละไม่กี่สิบบบาท แต่สามารถนั่งชมวิว “หลักล้าน”กันได้เลยทีเดียว คุณพนม แก้วเทพ อายุ 47 ปี เจ้าของกิจการ “ลำดวนผ้าทอ” ร้านจำหน่ายผ้าทอลายน้ำไหลไทลื้อ และสินค้าของฝากจากเมืองน่าน และกิจการร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ สละเวลามาให้ข้อมูลก
ปัจจุบันกระแสสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลตัวเอง โดยเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การกินอาหารคลีน หรืออาจจะเป็นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบที่ปลูกแบบระบบอินทรีย์ก็เป็นความมั่นใจของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากพืชที่ปลูกในระบบอินทรีย์แล้ว แม้แต่สัตว์บางชนิดก็สามารถนำมาเลี้ยงในระบบอินทรีย์ได้อีกด้วย โดยปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติมีการเลี้ยงด้วยอาหารที่ได้จากพืช ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง จึงส่งผลให้สัตว์ที่เลี้ยงด้วยระบบนี้สามารถทำราคาทางด้านการตลาดที่สูงกว่าการเลี้ยงแบบทั่วไปเป็นเท่าตัว อย่างเช่นไข่ไก่ที่ผ่านการเลี้ยงในระบบอินทรีย์เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กำลังได้รับความนิยม เพราะสามารถหาซื้อเองได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าที่ขายสินค้าอินทรีย์ หรือถ้าหากอยากมีกิจกรรมยามว่างก็สามารถหาไก่ไข่มาเลี้ยงแล้วเก็บไข่ไว้กินภายในครัวเรือนเองก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดรายจ่าย คุณณธรา แย้มพิกุล อยู่ที่บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 19 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรผู้มีความชอบการกินอาหารที่ปลูกในระบบอินทรีย์ โดยผลไม้และผักสวนครัวต่างๆ ที่ปลูกในส
คุณทองสุข ชำนาญผลิต หรือ พี่อุ้ม อยู่บ้านเลขที่ 856/1 ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พี่อุ้ม หนุ่มโสด วัย 41 ปี ใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรตั้งแต่จำความได้ ด้วยความที่เรียนจบไม่สูงจึงยึดอาชีพเป็นเกษตรกรอาศัยความชำนาญเลี้ยงชีวิต ปัจจุบัน พี่อุ้มเริ่มหันมาปลูกหอมแบ่ง เป็นระยะเวลา 3 ปี ถือว่าราคาดีมาตลอด ปลูกเพียง 2 ไร่ แบ่งปลูกหอมเป็น 2 พันธุ์ ด้วยกัน คือ พันธุ์ขาไก่ 1 ไร่ และพันธุ์อุตรดิตถ์ 1 ไร่ หอมทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป อย่างพันธุ์ขาไก่มีอายุเก็บเกี่ยว 60 วัน สายพันธุ์นี้ต้องดูแลนานก็จริงแต่คุ้ม เพราะสามารถเก็บไว้รอราคาขึ้นได้ ส่วนสายพันธุ์อุตรดิตถ์ให้ผลผลิตดี อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 35-40 วัน เก็บขายได้เร็ว ไม่ต้องดูแลมาก หอม เป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี ถ้าหน้าฝนราคาจะสูงถึงกิโลกรัม 150 บาท พูดง่ายๆ ว่า ผลผลิตยังคาแปลงพ่อค้าแม่ค้าก็มาแย่งจองกันแล้ว อย่างที่นี่ทำได้ตลอด เพราะรู้แล้วว่าช่วงฤดูฝนมาต้องทำอย่างไร ยกร่องแปลงสูงขนาดไหน หน้าฝนทีไรเรายิ้มออก เพราะมีการจัดการที่ดี เทนนิคการปลูก ยกร่องหนีฝน การปลูกหอมแบ่งของพี่อุ้ม จะไถดิน 2 ครั้ง และยกร่องให้สูง ห
เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 ที่ครั้งนี้ มีประเทศรัสเซีย เป็นเจ้าภาพ เวลาถ่ายทอดการเข่งขันหลายคู่ จึงไม่ดึกดื่นค่อนคืนนัก บรรดาแฟนบอลน้อยใหญ่บ้านเรา จึงเฝ้าติดตามลุ้นกันแบบไม่ต้องอดหลับอดนอนเกินไป ไล่มาดูสินค้าที่สนับสนุนแมตช์ถ่ายทอด ซึ่งเป็นธรรมดาที่ส่วนใหญ่ต้องมุ่งเจาะ “กลุ่มคนดู” ที่มีทั้งของกิน ของใช้ แต่ยังมีผู้ประกอบการบางราย อาจมองเห็น “ช่องทาง” ทำเงินในช่วงเทศกาลนี้ โดยโฟกัสไปที่ “กลุ่มน้องหมา” แทน เสื้อทีมชาติ-ทีมโปรด สำหรับน้องหมา มีทั้ง โปรตุเกสยอรมัน อาร์เจนตินา อังกฤษ บราซิล และอีกหลายๆทีม ตัดออกมาแบบขำๆ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเป๊ะ-เหมือนเปี๊ยบ หากใครทำออกมาขายรับเทศกาลบอลโลก ตอนที่การแข่งขันกำลัง “ฟีเวอร์” อยู่นี้ อาจโกยกำไรได้สบายๆ แบบไม่ต้องรอให้กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาก่อน ก็เป็นได้
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ เผยว่า อภัยภูเบศร ได้ร่วมจัดงานกับทาง บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) คือ งานมหกรรมสุขภาพ หรือ งานเฮลท์แคร์ มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความตั้งใจอยากให้ “คนเมือง” ได้สัมผัสและเข้าถึงกับการดูแลสุขภาพในรูปแบบของธรรมชาติและการใช้สมุนไพรรอบตัวมาช่วยดูแลตนเอง ดูแลคนรอบข้างได้ โดยปีนี้ นำแนวคิดของการมีสุขภาพดีแบบ “เบญจกัลยาณี” ที่ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงสวย แต่หมายถึงคนมีสุขภาพดีในทุกระบบตั้งแต่ ผิว ผม เล็บ ตา ฟัน และ กระดูก ซึ่งนับเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากในระบบสาธารณสุข ดังนั้น ถ้าประชาชนได้รู้จักการดูแลรักษาในระบบดังกล่าว ด้วยการใช้สมุนไพรหรือศาสตร์การแพทย์แผนไทย ก็จะสามารช่วยให้เกิดการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดการเข้าไปแออัดในสถานพยาบาลได้ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมภายในบู๊ธอภัยภูเบศรปีนี้ เรียกว่า “จัดเต็มที่” เพื่อประชาชนในกรุงเทพและพื้นที่ใกล้เคียงที่สะดวกสามารถมาร่วมกิจกรรมกันได้ โดยเริ่มจากการแจกต้นพันธุ์สมุนไพรวันละ 100 ต้น ได้แก่ ว่านเปราะหอม รักษาสิวฝ้า ต้นอัญชัน แก้ปัญหาสายตา ต้นเพชรสังฆาต บำรุงกระดูกแก้ปวดข้อ
