SMEs
ปัจจุบัน สมาร์ตโฟน เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศมีใช้ และสิ่งที่คู่กับ สมาร์ตโฟน ก็คือ แอพพลิเคชั่น ที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เกษตรกรในยุค 4.0 จึงไม่ควรพลาดในก้าวไปสู่โลกดิจิตอลอย่างเต็มตัว ด้วยแอพพลิเคชั่น ที่สร้างความสะดวกให้กับงานอาชีพที่ทำอยู่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอรีวิว แอพพลิเคชั่น ที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกร ดังนี้ Protect Plants สำหรับแอพนี้ เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพืช และศัตรูพืช มาพร้อมกับฟังก์ชั่นเด่น ที่คอยติดตามการระบาดของศัตรูพืช รายงานผลแบบฉับไวทำให้เกษตรกรป้องกันได้ทันท่วงที โดยมีฟังก์ชั่นหลัก 6 หมวด คือ ข่าวสารต่างๆ, องค์ความรู้ด้านอารักขาพืช, การวินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องต้น, การวินิจฉัยตามชนิดพืช, การพยากรณ์เตือนการระบาด และการพยากรณ์สภาพอากาศ 2. Farmer info อีกหนึ่งแอพโดนใจที่รวบรวม 7 ฟังก์ชั่นเด่น ไว้ให้คุณอย่างครบถ้วน #ราคารับซื้อ : รายงานและเปรียบเทียบราคารับซื้อผลผลิตการเกษตร ณ จุดรับซื้อสินค้าเกษตรทั่วประเทศ รายงานสดถึงมือเกษตรกรทุกวัน #ราคาตลาดสด : ตรวจสอบราคาอาหารสดและอาหารแห้งจาก 6 ตลาดใหญ่
ปกติจะเคยเห็นแต่ถั่วทอดแผ่นใหญ่ น้ำมันเยิ้ม จะกินแต่ละครั้งก็ร่วงเลอะพื้น วันนี้จะไม่เกิดปัญหาเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะถั่วทอดร้านที่เส้นทางเศรษฐีจะนำเสนอต่อไปนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ไซซ์ขนาดเล็กพอดีคำ แถมเก็บได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งในอนาคตจะสามารถเก็บได้นาน ถึง 6 เดือน และนานสุดถึง 1 ปี เลยทีเดียว ‘ราย็องถั่วทอดแผ่น’ ธุรกิจถั่วทอด โดยคุณศิริพร บัวพุ่ม หรือคุณเกด ซึ่งเปิดกิจการมาได้ 5 ปี ปัจจุบันเป็นหนึ่งแบรนด์เอสเอ็มอีที่ขานรับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ จำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ ‘ของดีทั่วไทย’ เส้นทางเศรษฐีจึงสอบถามถึงที่มาของธุรกิจ ได้ความว่า ราย็องถั่วทอดแผ่น เป็นธุรกิจของที่บ้าน ที่จังหวัดระยอง “พี่มองว่าอยากจะทำธุรกิจอะไรก็ได้ ที่สามารถเป็นของฝากจากจังหวัดระยอง คิดว่าน่าจะมีอะไรนอกเหนือจากผลไม้ ซึ่งขนมถั่วทอดเป็นของโปรดของคุณพ่อ บวกกับพี่กับพี่สาวเองก็อยากหารายได้เสริมด้วยอยู่แล้วจึงช่วยกันทำ” คุณเกด เล่าต่อว่า หลังได้ไอเดีย เริ่มคิดทำให้สินค้าแปลกใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค “พี่มองว่าถั่วทอดแผ่นโบราณจะมีไซซ์ใหญ่ มีปัญหาเรื่องน้ำมัน คนกินจะกลัวอ้วน เพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ กินได้ในคำเ
การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันมีความท้าทายขึ้นจากเมื่อก่อนหลายเท่าตัว ด้วยธุรกิจมักเจอคู่แข่งใหม่ปรากฏตัวขึ้นเสมอทุกนาที จากทั่วทุกมุมโลก มิหนำซ้ำยังต้องต่อสู้กับคู่แข่งเหล่านี้ 24 ชั่วโมง และการแข่งขันยิ่งดุเดือดมากขึ้นเมื่อกลุ่มอาลีบาบา เข้ามาขยายการลงทุนในไทย โดยซีอีโอ แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน และยิ่งเป็นที่น่ากลัวมากขึ้นเมื่ออาลีบาบาสามารถขายทุเรียนหมอนทองมากกว่า 80,000 ลูก ทางเว็บไซต์ได้ในเวลา 1 นาที ฉะนั้น การมองหาวิธีการใหม่ๆ ในการประกอบธุรกิจจึงเป็นเหมือนการติดอาวุธ ทำให้นักรบอย่างธุรกิจหรือเอสเอ็มอีสามารถต่อสู้กับคู่แข่งได้ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทย กระทรวงพาณิชย์ ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดงาน e-commerce Big Bang : วิถีการค้าไทย สู่วิถีออนไลน์เปิดตัวเว็บไซต์ “ของดีทั่วไทย” (www.kongdeetourthai.com) มาเขย่ากระเป๋าสตางค์ขาช็อป ซึ่งรวบรวมสินค้าทั่วไทยระดับหัวกะทิมาไว้ที่เดียวกัน คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ต้องการส่งสัญญาณว่าวิถีการค้ายุคใหม่เป็นวิถีของ E-Commerce โดยแท้จริง และสัญญาณนี้ชัดเจนขึ้นเมื่อเดือนที่
ระยะนี้เริ่มมีทุเรียน ผลไม้สุดฮิตออกมาสู่ตลาดมากขึ้น ต้นฤดูเป็นทีของทุเรียนพันธุ์กระดุม จากนั้นมีพันธุ์ยอดนิยมอย่างหมอนทอง ส่วนชะนีมีไม่มากนัก เดิมทีทุเรียนชะนีและหมอนทอง ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน หลังๆเริ่มมีการฟื้นฟูพันธุ์ดั้งเดิมกลับมา อย่างนกหยิบ นกกระจิบ ก้านยาว หลงลับแล หลินลับแล สาลิกา และพวงมณี พบทุเรียนพวงมณีในตลาดไม่มากนัก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า เกษตรกรปลูกกันไม่มาก สวนละ 5-6 ต้น เมื่อมีผลผลิตก็นำออกจำหน่าย หน้าตาพวงมณีเป็นอย่างไร หนังสือ “ฐานข้อมูลเชื้อพันธุ์พืช..ทุเรียน” สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลไว้ว่า ทุเรียนพวงมณี เมื่อปลูกแล้วต้นแจริญเติบโตเร็ว การจัดเรียงกิ่งไม่เป็นระเบียบ ใบรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบแหลม ดอกตูมกลมรี ปลายดอกตูมมน ออกดอกติดผลมาก ต้นอายุ 15 ปี ให้ผลผลิต 110-1120 ผลต่อต้นต่อปี ผลรูปรี ปลายผลแหลม ฐานผลป้าน ก้านผลยาว 5-11 เซนติเมตร หนามผลนูนปลายแหลม หนามตรง ผลยาว 18.38 เซนติเมตร กว้าง 14.88 เซนติเมตร เส้นรอบวงผล 48.16 เซนติเมตร น้ำหนักผล 1.36 กิโลกรัม มีกลิ่นอ่อนๆ รสชาติหวานมันพอดี เนื้อละเอียดไม่มีเส้นใย จุดเด่นของพวงมณี อยู่ต
“ อำเภอหนองหญ้าไซ ” จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกเรียกขานเชิงประชดประชันว่า เป็นพื้นที่ “ อีสานสุพรรณ” เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ ไม่มีแม่น้ำสายหลักและอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำชลประทานจึงขาดแคลนน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกมาโดยตลอด ยุคนี้จะพึ่งพาน้ำฝนเพื่อใช้ในการทำนาเหมือนในอดีต คงจะไม่ไหว เกษตรกรในท้องถิ่นแห่งนี้จึงเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จทั้งหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง เมื่อปี 2549 กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนญี่ปุ่นในท้องถิ่น ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง ” ภายใต้การนำของ คุณอำนาจ แตงโสภา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแจงงาม ( อบต.แจงงาม ) ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงกว้างว่าเป็น ผู้ผลิตเมล่อนญี่ปุ่นในรูปแบบโรงเรือนปิดปลอดสารพิษตกค้างตามมาตฐานGAP ที่มีคุณภาพรสชาติความหวานเป็นที่ 1 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง มีการจัดการผลิตที่เป็นระบบโดยกำหนดรอบเวรให้สมาชิกแต่ละรายปลูกห่างกัน 4 วัน เพื่อให้มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดตลอดทั้งปี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบแห่งนี้ตั้งใจทำงา
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าว ครบรอบ 10 ปี สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ว่า สถาบันวิจัยแห่งนี้ เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีพันธกิจเพื่อการวิจัยเกี่ยวกับแสงซินโครตรอน เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ทัดเทียมสากลนานาอารยประเทศ และมีเป้าหมายสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาล นั่นคือการสร้างงานวิจัยที่เกื้อกูลต่ออุตสาหกรรมเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยตั้งแต่ปี 2556 – 2560 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน มีอัตราการเติบโตของการให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมกว่า 54% สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยมากกว่า 7,800 ล้านบาท อีกทั้งยังอยู่เบื้องหลังการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ SMEs มากกว่า 50 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประเภทโลหะ เซรามิกและวัสดุก่อสร้าง พอลิเมอร์ รวมถึงอาหารและยา โดยประโยชน์หลักจาก แสงซินโครตรอนนั้นใช้เพื่อการวิเคราะห์วิจัยเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ของวัตถุต่างๆ ในระดับอะตอมและโมเลกุล โดยสามารถทดสอบได้ทั้งวั
สุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการทำเกษตรหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำนาข้าว ปลูกพืชไร่ เช่น ไร่อ้อย ตลอดไปจนถึงพืชผักสวนครัว พืชสวนต่างๆ จึงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งพื้นที่ที่มีผลผลิตทางการเกษตรสำคัญอีกจังหวัดหนึ่งก็ว่าได้ นอกจากจะมีเรื่องทางการเกษตรที่เป็นพืชแล้ว ทางด้านการประมงนั้นสุพรรณบุรียังมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาด้วยเช่นกัน โดยบางพื้นที่จะเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำท่าจีน เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงทุกคนในจังหวัดมาอย่างยาวนาน จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี สองพี่น้อง เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่มีการเปรียบกันว่าเป็นอู่ปลาที่มีปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเฉพาะปลาช่อนที่ยังมีอยู่ค่อนข้างมาก จึงทำให้ลูกปลาช่อนจากแหล่งน้ำธรรมชาติทำให้เกิดรายได้ของคนในพื้นที่ด้วยการช้อนลูกปลาช่อนเหล่านั้นมาส่งจำหน่ายให้กับฟาร์มที่รับซื้อเพื่อมาอนุบาลให้เป็นปลาไซซ์ นิ้วต่อไป คุณมานิตย์ โสภณ อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาช่อนมากว่า 20 ปี โดยรับซื้อลูกพันธุ์จากชาวบ้านที่ไปช้อนมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอ
ในยุคสมัยที่ภาคเกษตรกรรมมีการแข่งขันสูง และกำลังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด รวมถึงปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เกษตรกรจะนิ่งนอนใจไม่ได้เลย ต้องมีการคิดวางแผนพัฒนาผลผลิตของตัวเองเพื่อความอยู่รอด เกษตรกรไม่สามารถกำหนดกลไกการตลาดเองได้ แต่เกษตรกรสามารถเลือกผู้บริโภคได้ ในที่นี้หมายความว่า เกษตรกรทุกคนต้องหันมาแข่งขันกันในด้านของการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มากกว่าปริมาณ เพราะการบริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้คนหันมาใส่ใจคุณภาพและเลือกรับประทานอาหารปลอดภัยกันมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการ รวมถึงเกษตรกรต้องปรับตัว ทำการตลาด หรือผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งในส่วนของภาคการเกษตรอาจจะต้องหันมาใส่ใจคุณภาพของการผลิตสินค้าตามมาตรฐานความปลอดภัย GAP (เกษตรดีที่เหมาะสม) กันให้มากขึ้น ถ้าเป็นไปได้เกษตรกรทุกรายควรเริ่มตระหนักและหันมาทำผลผลิตให้ได้มาตรฐานให้ครบทุกราย เพื่อความอยู่รอดในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง คุณสมชาย เจริญสุข เกษตรกรผู้ปลูกชมพู่ GAP ตำบลดอนคา อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เล่าว่า ก่อนที่ตนจะหันมาปลูกชมพู่ทับทิมจันท์ ตนมีอาชีพเป็นเกษตรกรมาก่อน แต่ปลูกผลไม้ทั่วไป ปลูกมะนาวบ้าง ผลไม้อย่างอื่นบ้างปะปนกันไป เพ
ขึ้นแท่นสมุนไพรเศรษฐกิจอีกชนิดสำหรับ “มะกรูด” เพราะสามารถทำรายได้ให้เกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ เฉกเช่น มะกรูดตัดใบของ คุณศิวาวุธ สงวนทรัพย์ หรือ คุณเก่ง ชายหนุ่มวัย 35 ปี ไอดอลของเกษตรกรหลายคน เพราะเขาสามารถส่งสมุนไพรไทยชนิดนี้ไปประเทศญี่ปุ่น 1.5 ตันต่อเดือน ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ภายใต้ชื่อแบรนด์ “สวนมะกรูด บ้านคุณปู่” คุณศิวาวุธ หรือ คุณเก่ง เล่าว่า หลังจากเรียนจบเคยทำงานอยู่ฝ่ายส่งออกชุดชั้นในแห่งหนึ่ง ทำได้ไม่นาน รู้สึกไม่ชอบลักษณะงานที่ต้องนั่งอยู่กับโต๊ะ เลยออกมาหุ้นกับเพื่อนเปิดผับเปิดได้ 3 ปี เริ่มสนใจอาชีพเกษตร โดยเฉพาะมะกรูด เพราะคิดว่าปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก เป็นพืชที่ขายง่าย ตลาดมีความต้องการทุกวัน น่าจะเหมาะกับเกษตรกรมือใหม่ แต่ทว่าทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มะกรูดปลูกยากกว่าที่คิด “คุณพ่อซื้อที่ดิน ที่ตำบลดอนยายหอม อำเมืองเมือง จังหวัดนครปฐม ผมอยากใช้ที่ดินบริเวณนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเลยคิดจะปลูกพืช เบื้องต้นไปอบรมเรื่องการปลูกมะนาว ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ในครั้งนั้นมีเรื่องมะกรูดตัดใบด้วย ผมเห็นว่ามะกรูดปลูกง่ายกว่ามะนาว ตลาดรับซื้อทุกวัน เลยลองปลูกมะกรูด พอปลูกจริง พบว่าพืชสม
การปรับเปลี่ยนวิธีปลูกผักจากแบบใช้สารมาเป็นผักปลอดสาร โดยยึดหลักการผลิตพืชตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกษตรกรชาวสวนต่างยอมวางมือและหันหลังให้กับสารเคมีที่สร้างผลร้ายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แม้การปลูกผักปลอดภัยจะยังไม่ใช่ขั้นสูงสุดระดับอินทรีย์หรือออร์แกนิก แต่ด้วยความมีมาตรฐานที่เชื่อถือจึงได้รับความไว้ใจต่อการตอบรับจากตลาดผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีกลุ่มธุรกิจในชื่อ “Fresh FROM FARM” ได้ดำเนินการปลูกผักปลอดภัยที่ได้มาตรฐานจากแนวทางของกรมวิชาการเกษตร หรือ GAP ทั้งยังมีมาตรฐานระบบคัดแยก/แพ็กห่อเพื่อส่งขายห้างค้าส่งรายใหญ่ของประเทศและต่างประเทศ พร้อมร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่สร้างกำลังการผลิตขนาดใหญ่ แล้วรับซื้อในราคาประกัน ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้มากกว่าการทำเกษตรกรรมแบบเดิม คุณวรรณฤดี บัดทิม หรือ คุณเกด เจ้าของธุรกิจบอกถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกผักปลอดภัยว่า จากเดิมที่ครอบครัวทำอาชีพเกษตรกรรม และมีพื้นที่เพาะปลูกในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ราบสูงและมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ และสภาพอากาศท
