SMEs
มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อน ผลไม้หนึ่งในตระกูลเบอร์รี่ ปลูกง่าย แปรรูปเป็นผลิตภัณ์เพื่อสุขภาพสร้างมูลค่าได้หลากหลาย สามารถปลูกได้กับทุกสภาพพื้นที่ มีข้อดี ข้อเสีย ต่างกัน หากปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศร้อน แดดจัด ผลจะดก โตเร็ว มีข้อเสียคือ ผลจะนิ่ม ถ้าปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นผลหม่อนจะออกไม่ดกมาก ข้อดีคือ ผลจะมีความหวาน กรอบ หากจะปลูกเชิงการค้า แนะให้เลือกพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นและมีแดดส่องถึง อย่างที่อำเภอวังน้ำเขียว คุณนันทวัน โตอินทร์ หรือ ครูไก่ เจ้าของสวนแม่หม่อน ตั้งอยู่ เลขที่ 201 หมู่ที่ 5 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อดีตแม่พิมพ์ของชาติ ลาออกจากราชการก่อนครบอายุ ผันตัวทำงานเกษตรที่ตนเองรัก บนพื้นที่มรดกคุณพ่อทิ้งไว้ให้ที่อำเภอวังน้ำเขียว จำนวน 13 ไร่ ครูไก่ เล่าว่า ก่อนที่จะลาออกจากราชการได้มีการคิดวางแผนมาก่อนแล้วว่า หากลาออกจากราชการจะทำอะไรดี จึงได้ศึกษาหาความรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตรงนี้ให้ได้มากที่สุด มองดูรอบๆ พื้นที่แล้วน่าจะเหมาะกับการปลูกมัลเบอร์รี่ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อของ “ลูกหม่อน” เพราะพื้นที่ในอำเภอวังน้ำเขียวมีอากาศเย็น และมีแดด
จากจุดเริ่มอยากใช้วิชาความรู้ที่สั่งสม มาคิดประดิษฐ์ผลิตของใช้ในชีวิตประจำวันให้กับคนใกล้ตัว เนื่องจากของที่มีอยู่ในตลาดนั้น ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ เมื่อทุ่มเทความพยายามทั้งแรงกาย แรงใจ และมันสมอง ความตั้งใจดังว่าก็มาถึงปลายทางความสำเร็จ ที่เรียกได้ว่า “ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง” กันเลยทีเดียว สำหรับ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แปรรูปจากวัตถุทางการเกษตร แบรนด์ “ณ นนท์” เจ้าของรางวัลสุดยอด Startup 2017 และสุดยอด SMEs จังหวัดนนทบุรี ประจำปี 2017 โดยทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นผู้มอบให้ ก่อนลงลึกในรายละเอียดของธุรกิจรายนี้ คุณแจ๊ค -ชัยมงคล จุลภาพ ในฐานะหัวเรือสำคัญ มีข้อมูลส่วนตัวมาแนะนำให้รู้จักเล็กน้อย ปัจจุบันอายุ 39 ปี การศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์เคมี และปริญญาโทด้านเทคโนโลยีวิศวกรรม ก่อนหน้านี้เคยเป็นพนักงานประจำโรงงาน ปัจจุบันลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เพราะอยากทำงานที่ได้ใช้ความรู้จริงๆ “หลายโรงงานทำในจุดที่ไม่รู้ เช่น เรื่องความปลอดภัยต่างๆ เวลาแนะนำไปก็ไม่สนใจ เลยคิดว่าในเมื่อเรามีความรู้อยู่แล้วออกมาทำธุรกิจเองดีกว่า” คุณแจ๊ค บอกอย่างนั้น และว่า นอกจ
การกินน้ำปั่นผักผลไม้ 5 สีทุกวัน ช่วย “กู้โลก”ได้ เพราะนอกจากสุขภาพจะดีแล้ว ยังสร้างโลกสีเขียวและสังคมดีๆไปพร้อมกัน “ปลูกปั่น” เป็นธุรกิจที่เกิดจากคนป่วยที่หายด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต และกินผักผลไม้ 5 สีทุกวันด้วยการทำเป็นน้ำปั่นจนหาย…กลายเป็นคนสุขภาพดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคนป่วยคนนั้นดันเป็นนักออกแบบ “ปลูกปั่น” จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านน้ำปั่นธรรมดา เหล่านี้ คือ ข้อความแนะนำตัว…ที่จะพาเราไปรู้จัก “ธุรกิจสีเขียว” ที่พร้อมจะเติบโตแบบยั่งยืนควบคู่ไปกับความสุขของทั้งคนทำ คนปั่น และ คนกิน คุณจัง-ศิริลักษณ์ มหาจันทนาภรณ์ หุ้นส่วนคนสำคัญกิจการ “เวลาเย็น” ร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เสริม ขวัญใจนักปั่นย่านซอยทองหล่อ และเจ้าของธุรกิจ “ปลูกปั่น” ที่เกริ่นไว้ตอนต้น กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ เอกนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำงานเป็นนักออกแบบฟรีแลนซ์ ตั้งแต่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานหนักและมักให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าค่าตอบแทน ผลงานที
เมื่อต้นเดือนที่แล้ว ผมได้รับเชิญให้ไปอัดรายการ เอ็นบีทีมีคำตอบ ที่ทีวี ช่อง 11 ที่ห้องอัดรายการผมได้พบกับ นายณัฐรท เซ็นนิล เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ได้รับเชิญมาอัดรายการเช่นกัน ผมได้รับเชิญมาอัดรายการเกี่ยวกับคนเขียนหนังสือแล้วหันไปวาดรูป ส่วน นายณัฐรท เซ็นนิล ได้รับเชิญมาอัดรายการในฐานะคนเคยทำงานบริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกรที่ต่างจังหวัด หลังจากผมอัดรายการเรียบร้อยแล้วได้ถือโอกาสนั่งดูชายหนุ่มผู้ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกร เมื่อผมได้ดูแล้วก็อดที่จะนำมาถ่ายทอดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าคิดมากสำหรับการประกอบอาชีพของคนไทยในสมัยนี้ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ นายณัฐรท หรือ ที่มีชื่อเล่นว่า บูม ได้เล่าในรายการว่า เขาเป็นคนจังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันอายุ 29 ปี ยังโสด เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พอเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ตัดต่อข่าวและโฆษณา ก่อนลาออกจากงานเพื่อกลับบ้านไปเป็นเกษตรกรอิสระได้รับเงินเดือน 23,000 บาท เงินเดือนแค่นี้ กับการมีชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ แล้วยังต้องจ่ายค่าเดินทางอีก จึงไม่ค่อยพอใช้ หลังจากบูมทำงานอ
ความเปรี้ยวที่เป็นจุดเด่นของมะขามถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ นานา ทั้งด้านการปรุงอาหาร เป็นยาสมุนไพร เป็นเครื่องดื่ม หรือล่าสุดได้รับความนิยมมากในวงการความงาม ด้วยเหตุนี้มะขามเปรี้ยวจึงถูกมองว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ซุ่มเงียบอีกชนิดที่มีความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก มะขามเปรี้ยว จัดเป็นไม้พื้นถิ่นที่เกิดและเติบโตได้ในทุกสถานที่ เจริญเติบโตได้เกือบทุกสภาพดิน เป็นไม้ผลที่ขึ้นง่ายไม่ต้องดูแลมาก มีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เนื้อไม้แข็งแรงจนมีการนำมาใช้ทำเป็นเขียง ฉะนั้น ไม่ว่าภูมิภาคใดของประเทศก็สามารถปลูกมะขามเปรี้ยวได้ จึงทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกมะขามเปรี้ยวกันเพิ่มขึ้น คุณสกล ปรกแก้ว โชว์ความยักษ์ของมะขามเปรี้ยวในสวนสุดเขตตะวันกาญจน์ ส่วนพันธุ์มะขามเปรี้ยวเดิมๆ ที่คุ้นเคยกัน มี 2 ชนิด ได้แก่ มะขามขี้แมว ที่มีเปลือกค่อนข้างหนา เมล็ดมีขนาดใหญ่ ทรงกลม เนื้อผลมีน้อย มีปริมาณเนื้อประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ จากทั้งฝัก ซึ่งพันธุ์นี้พบมากในภาคอีสาน กับอีกชนิด มะขามกระดาน เป็นพันธุ์ที่พบมากในภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีเนื้อหนาและมาก มีปริมาณเนื้อประมาณ 40-45 เปอร์เซ็นต์ จากฝักทั้งห
ถึงจะไม่สวย ดูแล้วไม่ชื่นตาชื่นใจเหมือนดู “เอ็มม่า วัตสัน” หรือ เอ็มม่า สโตน สองนางเอกสาวสวยฮอลลีวูด แต่ถ้าพูดถึงฝีมือในการนวดแล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าสองสาวเอ็มม่า ก็สู้ “เอ็มม่าหุ่นยนต์หมอนวด” ที่ถูกนำมาให้บริการแล้วที่คลินิกแพทย์แผนจีนแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ไม่ได้แน่นอน เอ็มม่า ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนคน แต่โรบอตตัวนี้ซึ่งเป็นผลงานของสตาร์ตอัพสัญชาติสิงคโปร์ชื่อว่า “AiTreat” เป็นหุ่นยนต์ที่มีรูปทรงเหมือนเครื่องจักรกล หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ประกอบด้วยแขนเหล็กอันแข็งแรง ขณะที่ตรงส่วนปลายแขนที่ทำหน้าที่เสมือนมือนั้นทำมาจากซิลิโคนที่ให้ความอุ่นเหมือนฝ่ามือมนุษย์ และได้ถูกนำมาให้บริการในคลินิกแพทย์แผนจีนในสิงคโปร์ชื่อว่า โนวาเฮลท์ ทีซีเอ็ม (NovaHealth TCM) เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากรายงานข่าวของเอเอฟพี เล่าว่า ด้วยค่าบริการ 68 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 1,686 บาท ลูกค้าที่เดินเข้าไปในคลินิกโนวาเฮลท์ ทีซีเอ็ม จะได้รับการนวดตรงบริเวณแผ่นหลังที่มีอาการปวดจากเอ็มม่าเป็นเวลา 30 นาที ตามด้วยการนวดจากนักบำบัด หรือหมอนวดที่เป็นคนจริงๆ อีก 5 นาที ต่อจากนั้นก็จะเป็นการฝังเ
ในภาวะที่หมูราคาตกต่ำ ราคาขายหน้าฟาร์มเหลือเพียงกิโลกรัมละ 43 บาท จากเมื่อก่อนราคากิโลกรัมละ 63 บาท เกษตรกรผู้เลี้ยงต้องเจอภาวะขาดทุนตัวละ 800-1,000 บาท และนอกจากขาดทุนแล้วเกษตรกรยังต้องเผชิญกับภาวะกดดันจากการแทรกแซงการตลาดของนายทุนใหญ่ที่เข้ามาครองตลาดไปกว่าครึ่ง ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยต้องยอมแพ้ปิดกิจการ สาบสูญกันไปตามๆ กัน จะอยู่ได้ก็แต่เพียงเกษตรที่สืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น มีเงินทุนหมุนเวียนที่ดี ทำกันเองเป็นอุตสาหกรรมครอบครัวเพื่อลดต้นทุน หากจะหาเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายใหม่หาได้ยาก หรืออาจหาไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่เห็นตอนนี้ก็จะมีแต่ทุบเล้าหมูทิ้ง ขายกระเบื้องขายที่ เอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจอย่างอื่น แต่อย่างไรผู้คนในประเทศก็ยังต้องบริโภคหมูเป็นอาหารหลัก เกษตรกรผู้เลี้ยงก็ต้องสู้กันไป และควรสู้อย่างไรให้อยู่รอดพ้นวิกฤตไปให้ได้ คุณสุพรชัย จันธนะตระกูล บ้านเลขที่ 156 หมู่ที่ 7 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู เล่าว่า ตนเกิดมาในครอบครัวที่ทำกิจการฟาร์มหมูมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ รุ่นแม่แล้ว โตขึ้นรู้เรื่องก็ต้องช่วยพ่อแม่เลี้ยงหมู ดังนั้น หากจะให้ไปทำอาชีพอ
จากความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมรับประทานแตงร้าน จึงทำให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งทำให้ คุณเอกนรินทร์ คงแท่น อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มองเห็นถึงโอกาสของพืชชนิดนี้ เพราะเป็นพืชล้มลุกออกผลผลิตไว สามารถเก็บผลผลิตได้เร็วตามไปด้วย เกษตรกรผู้ปลูกจึงมีรายได้ทันใช้จ่าย ไม่ต้องรอผลผลิตนานเป็นแรมปีเหมือนพืชชนิดอื่นๆ อีกด้วย ปรับเปลี่ยนสวนยางพารา มาปลูกพืชล้มลุก คุณเอกนรินทร์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนเกี่ยวกับทางด้านช่าง ต่อมามีเหตุให้ต้องกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยในช่วงนั้นก็ได้มีสวนยางพาราเป็นสิ่งที่ครอบครัวทำเป็นอาชีพกันมาอย่างยาวนาน เมื่อประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของราคา เขาถึงได้คิดปลูกพืชที่มีอายุสั้นมาปลูก เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีทันใช้กับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน คุณเอกนรินทร์ คงแท่น “พอเริ่มที่จะปลูกพืชชนิดอื่น ก็เลยมีความคิดที่อยากจะปลูกพืชล้มลุก เพราะสมัยที่เด็กๆ ก็เคยเห็นแม่ปลูกไว้กินในครัวเรือน ไม่ได้ทำจริงจังอะไร เราก็คิดว่าพืชชนิดนี้ น่าจะใช้เวลาสั้นกว่าทำอย่างอื่น ก็เลยเริ
ร้านครัวกรรณิการ์ เปิดมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 เป็นธุรกิจในครอบครัวของคุณกรรณิการ์และคุณสิงขร พุทธศาสน์ มีคุณกรรณิการ์ เป็นกุ๊กใหญ่ของร้าน และมีลูกชายเป็นผู้ช่วยกุ๊ก มีอาหารแนะนำคือ ไก่ทอดโกศล สูตรเฉพาะของคุณพ่อโกศล เปรมศรี บิดาของกรรณิการ์ คุณกรรณิการ์ พุทธศาสน์ เจ้าของร้านอาหาร “ครัวกรรณิการ์” ย้อนความเป็นมา พื้นเพของครอบครัวเป็นชาวนครราชสีมา เมื่อราวกว่า 40 ปี คุณพ่อ-คุณแม่ ของเธอพากันมาทำมาหากินในหัวหิน โดยยึดอาชีพชำแหละไก่สดขาย ซึ่งในช่วงเวลานั้น ไก่สดในตลาดหัวหินมักขายกันเป็นตัวๆ แต่คุณแม่ของเธอจะชำแหละแบ่งขายเป็นชิ้นๆ เมื่อมีบางวันขายไม่หมด คุณแม่ของเธอ จึงทำหน้าที่ “ฝ่ายผลิต” คิดหาหนทางระบายสินค้า ด้วยการนำไก่สดดังว่าไปปรุงและทอดออกมาเป็น “ไก่ทอด” สูตรเฉพาะตัว กลิ่นหอม รสชาติดี หน้าตาน่ารับประทาน ส่วนคุณพ่อของเธอ รับหน้าที่ “ฝายขาย” โดยมีเอกลักษณ์ซึ่งคนหัวหินในสมัยนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี จนเรียกกันติดปากว่า “ไก่ทอดโกศล” คือ สวมใส่เสื้อผ้าสีขาวสะอาดตา หิ้วหม้อเคลือบสีน้ำเงินใบเขื่อง เดินเร่ขายไก่ทอดไปตามบ้านพักบังกะโลตามชายหาด และ สนามกอล์ฟต่างๆ ด้วยชื่อเสียงของคุณพ่อ
โลกธุรกิจทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามแรงขับเคลื่อนจากเทคโนโลยี ซึ่งสร้างนิยามใหม่เกี่ยวกับความคาดหวังของผู้บริโภคทั่วโลก “เทรนด์วอตชิ่งดอตคอม” นำเสนอ 5 เทรนด์ที่กำลังมาแรงและน่าจับตามองในปี 2561 ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจความต้องการของลูกค้าและแรงเหวี่ยงในภาคธุรกิจมากขึ้น เทรนด์แรก “เอคอมเมิร์ซ” หรือ “พาณิชย์แบบอัตโนมัติ” (Automated Commerce) ที่เป็นผลพวงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และระบบอัตโนมัติที่พัฒนาไปไกล จนส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค และความคาดหวังที่มาจากแบรนด์ หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบแบบชัดเจนจากเทรนด์เอคอมเมิร์ซ คือ อุตสาหกรรมค้าปลีก เนื่องจากบรรดานักช็อปคาดหวังประสบการณ์จากการช็อป กระบวนการแก้ปัญหา และมีอุปกรณ์พกพาเป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 ที่ขาดไม่ได้ ทำให้มีความต้องการใช้ระบบอัตโนมัติสำหรับการค้นหา เจรจา ซื้อสินค้า จัดส่ง และทำสิ่งต่างๆ อีกมากมาย ยกตัวอย่างเว็บไซต์ JD.com ของจีน ที่สร้างระบบคลังสินค้าแบบอัตโนมัติ รวมถึงใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ในการวางแผนจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าภายในวันเดียว หรือวันรุ่งข
