SMEs
ส่อง ‘น้องปราบ’ ลูกชาย ‘สู่ขวัญ’ ทายาทฟาร์มโชคชัยรุ่นเด็ก กับชีวิตในฟาร์มและความทุ่มเท ถึงแม้ว่าชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ทุกวันหยุดทีไรก็มักเห็นครอบครัว ‘บูลกุล’ หาเวลากลับไปฟาร์มโชคชัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะลูกชายคนเดียวของสู่ขวัญ กับสามี โชค บูลกุล อย่างน้องปราบ บูลกุล ทายาทตัวน้อย ที่มักจะใช้เวลาว่างเรียนรู้ ช่วยเหลืองาน จนดูเหมือนว่าจะหลงใหลชีวิตในฟาร์มไม่น้อย โดยในอินสตาแกรมของสู่ขวัญ ก็มักโพสต์ภาพช่วงเวลาดังกล่าวของลูกชายไว้เสมอ เช่นเดียวกับรูปนี้ที่บอกว่า เขาชอบของเขาแบบนี้ รวมถึงอีกสิ่งหนึ่งที่ชื่นชอบ คือการขี่ม้า เห็นทีว่า ‘ฟาร์มโชคชัย’ จะกำลังได้ทายาทรุ่นใหม่ใจเกินร้อยมาสืบสานธุรกิจอีกคนแล้ว ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม suquanbulakul ที่มา : มติชนออนไลน์
ลุงสาย หลวงทรัพย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินแบบผสมผสาน อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 1 ตำบลดอนใหญ่ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ แต่ด้วยปัญหาแรงงาน และราคาข้าวที่ถูก ลุงสายจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีความเป็นอยู่จากชาวนา มาเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาบ่อดิน ลุงสาย หลวงทรัพย์ หลังจากเลิกทำนา ลุงสายตัดสินใจขายที่ดินส่วนหนึ่งไป ส่วนที่เหลือใช้ปลูกที่อยู่อาศัยและขุดบ่อใช้เลี้ยงปลาแบบผสมผสานบริเวณรอบๆ บ้าน ควบคู่กับการให้เช่าพื้นที่ทำบ่อเลี้ยงกุ้ง “แรงจูงใจที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนอาชีพ ก็เนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวที่แพง อีกทั้งยังต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ทำคนเดียวก็ไม่ไหว จึงต้องเลิกและหันมาเพาะเลี้ยงปลาในบ่อดินแทน และด้วยสภาพพื้นที่บริเวณรอบๆ ชุมชนถูกเปลี่ยนเป็นสวนผลไม้เกือบทั้งหมด จะทำนาอยู่เจ้าเดียวก็เจอกับปัญหาของศัตรูธรรมชาติ โดยเฉพาะหนูที่เข้ามาทำลายกัดกินต้นข้าว สร้างความเสียหายทุกปี ทนทำอยู่ก็มีแต่จะขาดทุน จะเลี้ยงกุ้งก็ไม่รวย ที่สำคัญต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ถ้ามาเลี้ยงปลาซึ่งไม่ต้องลงทุนเยอะ เพียงครั้งเดียวก็สามารถเลี้ยงได้ตลอด เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตั
นายจิมมี่ ชวาลา เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ “เศรษฐีใจบุญเมืองนคร” นักธุรกิจห้างผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช คือ “ห้างผ้าจิมมี่” ซึ่งเคยบริจาคเงิน 28 ล้านบาท ซื้อทองคำบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุ และประกาศบริจาคเงินให้กับโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นเงินจำนวน 16 ล้านบาท ตามข่าวที่ปรากฏไปแล้วนั้น เรื่องราวของ เศรษฐีใจบุญผู้นี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอมาแล้ว ถึงธุรกิจและอัธยาศัยต่อผู้อื่น ที่ชอบทำบุญ ปฏิบัติต่อลูกน้องเป็นอย่างดี อีกทั้ง กิจการค้าขายก็เสียภาษีเป๊ะ โปร่งใส อันน่าเป็นตัวอย่างให้กับนักธุรกิจอื่นๆ โดยข้อเขียนของ คุณไมตรี ลิมปิชาติ นักเขียน และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ซึ่งหากจะดูในเรื่องของการปฏิบ้ัติต่อพนักงาน ลูกจ้าง นายห้างคนนี้ ก็ทำได้สูงเกินกว่ามาตรฐานนายจ้าง ลูกจ้างทั่วไป นั่นก็คือ พนักงานขายผ้าที่ทำงานกันมานานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของนายห้าง จนมีอายุมาก เมื่อเจ้าตัวขอพักผ่อน คุณจิมมี่ได้ซื้อบ้าน ซื้อที่ดินให้ เพื่อจะได้มีที่พักผ่อนสบายๆ ในบั้นปลายชีวิต พนักงานขายผ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันกว่า 50 คนนั้นแต่ละคนทำงานกับคุณจิมมี่ กันคนล
เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ปัจจุบันถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นที่สาธิต “แปลง 1 ไร่ ทำจริง มีกิน ไม่จน” ในทุกตารางเมตร จึงถูกพัฒนาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกตัวอย่าง สิ่งของเหลือใช้อย่าง ยางรถยนต์หมดอายุ สามารถนำมาดัดแปลง ทำเป็นกระถางปลูกมะนาวเป็นแถวได้สวยงาม และตามมุมต่างๆภายในศูนย์การเรียนรู้ฯแห่งนี้ มีความรู้น่าสนใจหลากหลาย อาทิ มุมสาธิตการทำน้ำส้มควันไม้ โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่คร่อมอยู่บนบ่อปลาดุก โรงเรือนเลี้ยงหมูหลุม แพะคอนโด ฐานการเลี้ยงกบ ฐานการเพาะถั่วงอก ฐานการทำไข่เค็ม ฐานการผลิตไบโอดีเซล เป็นต้น ด้วยองค์ความรู้ที่มีอยู่มากมายดังกล่าว เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ แห่งนี้ จึงมีประชาชนให้ความสนใจ เดินทางไปศึกษาดูงานกันเป็นประจำ หลายคนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเริ่มต้นตามรอย “พอเพียง” ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้อย่างเป็นรูปธรรม สนใจศึกษาดูงานวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด โทรศัพท์ 092-939-0551
สามี–ภรรยา ที่ชอบค้าขายและความท้าทาย เงินเดือนรวมกันเฉียดแสน ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ออกเดินทางตามความฝัน ด้วยการปักหมุดสร้างสวนไผ่แห่งความสุข 9 ไร่ ที่จังหวัดอุดรธานี เก็บหน่อไม้ขายวันละ 30 กิโลกรัม ขายกิ่งพันธุ์ร่วมด้วย รายได้เดือนละ 75,000 บาท ชีวิตแฮปปี้ ได้อยู่กับลูกชาย 2 คน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมได้กินหลากเมนูอร่อยๆ ทำจากหน่อไม้ตลอดทั้งปี คุณเพ็ญศิริ ลลิตวิภาส หรือคุณโบว์ ภรรยาคุณสมเจตน์ หรือคุณสิงห์ สองสามีภรรยาเจ้าของสวนไผ่ ณ บ้านทุ่ง ที่จังหวัดอุดรธานี เล่าว่า ฝ่ายสามีเคยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ 14 ปี รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนระบบเซิร์ฟเวอร์ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนราว 60,000 บาท ส่วนตัวเองจบบัญชี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทำธุรกิจส่วนตัว ขายงานศิลปะตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ระบายสี และกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รวมรายได้ 2 คนต่อเดือนก็เกือบ 1แสนบาท อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะดี แต่ภรรยาในวัย 37 ปี บอกว่า ไม่ได้ชื่นชอบวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ตรงกันข้ามวางแผนบั้นปลายชีวิตไว้ว่า อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากเลี้ยงลูกเอง และที่สำคัญอยากประกอบอาชีพอิสระ นี่คือแรงบันดาลใ
จุดเริ่มต้น ผลิตภัณฑ์จากลูกซัด เรื่องราวของผลิตภัณฑ์เพิ่มน้ำนมแม่ ฟีนูแคป (FENUCAPS) เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2555 คุณพินิจ เขื่อนสุวงศ์ และ คุณชนัญชิตา ทองบ่อ กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ แต่ต้องเจอปัญหาน้ำนมน้อย จึงพยายามค้นหาสารพัดวิธีมาทดลองก็ไม่ได้ผล คุณพินิจซึ่งทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงมองหาวิธีอื่นๆ ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาให้ภรรยา จนกระทั่งพบสมุนไพรที่ชื่อว่า fenugreek หรือ “ลูกซัด” ที่มีสรรพคุณในการเพิ่มน้ำนม หลังจากค้นหาข้อมูลเรื่องความปลอดภัยและผลข้างเคียงจากงานวิจัยต่างๆ จนมั่นใจ จึงนำมาให้ภรรยาลองทาน ซึ่งเห็นผลว่ามีน้ำนมเพิ่มขึ้นจริง แต่ความยุ่งยากในการใช้ บวกกับ กลิ่นรสของลูกซัดทำให้คุณแม่มือใหม่เริ่มเบื่ออาหาร เพราะเมื่อเคี้ยวถูกลูกซัดเข้า รสขมจะติดลิ้นไปตลอดวัน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงพยายามหาวิธีที่ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น โดยหาสมุนไพรที่ให้รสหวานและมีกลิ่นหอมโดยฤทธิ์ไม่หักล้างกันมาผสม ทำเป็นชาสมุนไพรบรรจุซอง ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น เปิดตลาดผ่านโลกโซเชียล “ด้วยความที่รสชาติขมมาก ทำให้ทานยาก พอทำเป
ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีตัวอย่างให้เห็นบ่อยๆ ถึงคนที่มีหน้าที่การงานดีและมั่นคงได้ผันชีวิตมายึดอาชีพ “เกษตรกร” กันหลายคน หนึ่งในนั้นคือ พยาบาลสาวสวย อ้น-กานต์รวี บัวบุญ อายุ 32 ปี ชาววาปีปทุม จ.มหาสารคาม ในวันที่เธอตัดสินใจหันหลังให้อาชีพนี้ เธอโดนแรงเสียดทานจากสังคมมากมายว่า “บ้าหรือเปล่า” มีงานประจำทำดีๆ ทำไมถึงออกมา หากนั่นไม่ทำให้สาวตากลมคนนี้หวั่นไหว เธอเดินหน้าตั้งใจทำงานจนในที่สุด ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี กานต์รวีได้รับคัดเลือกให้เป็น “ยังก์ สมาร์ท ฟาร์มเมอร์” จ.มหาสารคาม และล่าสุดเธอได้รับคัดเลือกจากกองบรรณาธิการ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ให้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณเป็น “เกษตรกรดีเด่น ประจำปี 2560” โดยจะเข้ารับรางวัลในงานเกษตรมหัศจรรย์ 2560 “พืชกินได้ ไม้ขายดี” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ในวันที่ 7 กันยายนนี้ ก่อนตัดสินใจมาเป็น “เกษตรกร” กานต์รวี จบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี เป็นพยาบาลอยู่ 8 ปี จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาปริญญาเอกสาขาเดียวกันและที่เดียวกัน “จุดหักเหของชีวิตที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกร เพราะแ
ขึ้นชื่อว่า “ของกิน” ยังไงก็ขายได้ จึงมีผู้สนใจเข้ามาอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ว่าทุกสินค้าจะสร้างแบรนด์จนติดตลาดฝ่าด่านคู่แข่งที่มีอยู่ทุกหนแห่ง ทั้งเจ้าตลาดรายเดิมและรายใหม่ๆ ที่กระโดดเข้ามาท้าชิง “จุดขายที่แตกต่าง” จึงเป็นไม้เด็ดสำคัญ เช่นเดียวกับแนวคิด “คุณวิทณัฐ เด่นชลชัย” เจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ในตลาดมาเป็นปีที่ 17 จากช่วงเปิดร้านแรกๆ ที่ขายได้แค่ 198 บาท ต่อวัน สามารถพลิกฟื้น ขายดีจนมีรายได้แตะ 10,000 บาท ต่อวัน และยืนตักไอศกรีมตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิด โดยแทบไม่ได้เงยหน้าคุยกับใคร นอกจากเวลารับออร์เดอร์เท่านั้น อร่อยไม่เหมือนใคร อยู่ในทำเลดี คุณวิทณัฐเจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” เล่าว่า ช่วงเปิดร้านใหม่ๆ ทำไอศกรีมออกมาขาย 6 รสชาติ ซึ่งเป็นรสพื้นฐานที่มีขายทั่วไป อย่าง กะทิ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี่ เลม่อน จนเข้าปีที่ 3 จึงตัดสินใจเลิกกิจการเพราะขายได้แค่ 198 บาท จากนั้นจึงได้ไปสัมภาษณ์งานแห่งหนึ่งซึ่งมีคำพูดให้กลับมาฉุกคิดว่า น่าเสียดายสิ่งที่ทำมาและสนับสนุนให้ปรับปรุงและทำในสิ่งที่คนอื่นๆ อยากมีอาชีพอิสระ แต่ไม่มีโอกาสทำ บวกกับได้ชมงา
จากโครงการ ก้าวทีละก้าว ของศิลปินนักร้องชื่อดังวิ่งการกุศล จากยะลาไปยังเชียงราย หรือจากใต้สุดไปยังเหนือสุดของประเทศ เพื่อหาเงิน 700 ล้านบาทจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล 11 แห่ง ตูนบอดี้ สแลม ล่าสุด มีข่าวปรากฏว่า นายจิมมี่ ชวาลา ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ “เศรษฐีใจบุญเมืองนคร” นักธุรกิจห้างผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช คือ “ห้างผ้าจิมมี่” ซึ่งเคยบริจาคเงิน 28 ล้านบาท ซื้อทองคำบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุ มีความตั้งใจจะบริจาคเงินให้กับโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นเงินจำนวน 16 ล้านบาท อ่านข่าว “จิมมี่ ชวาลา”เศรษฐีใจบุญเมืองคอน ประกาศบริจาค 16 ล้านให้ “ตูน บอดี้สแลม” เรื่องราวของ เศรษฐีใจดีผู้นี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอมาแล้ว ถึงธุรกิจและอัธยาศัยต่อผู้อื่น ที่ชอบทำบุญ ปฏิบัติต่อลูกน้องเป็นอย่างดี อีกทั้ง กิจการค้าขายก็เสียภาษีเป๊ะ โปร่งใส อันน่าเป็นตัวอย่างให้กับนักธุรกิจอื่นๆ ด้วยโอกาสนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอเรื่องราวของเศรษฐี ผู้นี้อีกครั้งหนึ่ง โดยเป็นบทความของ คุณไมตรี ลิมปิชาติ
หลังคว้าใบปริญญาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ “สกาวเดือน วิภากรวิทย์” หรือดาว หญิงสาวผู้ใฝ่รู้ ได้บินลัดฟ้าไปศึกษาต่อ ป.โท ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศออสเตรเลีย เรียนไปด้วย เปิดร้านอาหารไทยไปด้วยนาน 10 ปี รายได้ต่อเดือนเป็นล้าน แต่สุดท้ายทนความคิดถึงบุพการี คิดถึงภูมิลำเนาไม่ไหว เลือกที่จะกลับมาอยู่กับครอบครัว แล้วยึดอาชีพใหม่ นั่นคือ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับเปิดร้านอาหาร รายได้ต่อเดือนเฉียด 2 แสน คุณดาว เล่าว่า หลังจบ ป. ตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ ไปต่อ ป.โท ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างนั้นทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เปิดร้านอาหารไทย รายได้ดี ยังไม่หักรายจ่ายเฉลี่ยเดือนละล้านบาท แต่ทว่ากลับบ้านมาเยี่ยมครอบครัวเพียงปีละหน ที่สำคัญอยากกลับบ้านมาดูแลพ่อแม่ ในที่สุดเลือกที่จะกลับบ้านเกิดที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ราวปี 58 อย่างไรก็ตาม แม้จะทำงานอยู่ต่างประเทศรายได้ดี แต่ด้วยความคิดถึงครอบครัว หญิงสาวนักเรียนนอก เลือกที่จะกลับบ้าน ในช่วงแรกเธอไปเรียนด้านอาชีพหลายอย่าง แต่สุดท้ายค้นพบว่าตัวเองชอบปลูกผัก เล
