SMEs
นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่คนหนุ่ม-สาว หันมาสนใจทำเกษตรกรรม ด้วยการนำความรู้ด้านบริหาร เทคโนโลยี รวมถึงแนวคิดการตลาดมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้กิจกรรมการเกษตรเกิดความก้าวหน้าทันยุคสมัย เสมือนหนึ่งเป็นฟันเฟืองรุ่นใหม่ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพการเกษตรของประเทศให้รุ่งโรจน์ในอนาคต จนได้รับการขนานนามว่า Young Smart Farmer ปัจจุบันนโยบายภาครัฐให้การสนับสนุนและส่งเสริมการก้าวเข้ามาเป็น Young Smart Farmer ของคนรุ่นใหม่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีกระบวนการคัดเลือกเกษตรกรรุ่นใหม่ของแต่ละจังหวัด เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายในทุกระดับของจังหวัด แล้วขยายผลไปทั่วประเทศ ภายใต้หลักคิด Young Smart Farmer เป็นผู้นำทางการเกษตรสมัยใหม่ พึ่งพาตนเองได้และเป็นที่พึ่งแก่เพื่อนเกษตรกร คุณกรวิชญ์ มาระเสนา คุณกรวิชญ์ มาระเสนา หรือ คุณหมู เป็นอีกหนึ่งของ Young Smart Farmer จังหวัดสงขลา ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ขณะเดียวกัน ยังได้ใช้ความรู้ ความมีทักษะ ถ่ายทอดให้แก่เพื่อนสมาชิกเพื่อเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจต่อความมุ่งหวังกิจกรรมเกษตรของแต่ละคน แต่กว่าชายผู้นี้จะก้าวมาสู่แถวหน้าของ Young Smart Farmer เขากลับต้องพ
จบวิศวะ แต่ไปปลูกผัก จะทำได้จริงหรือ…? ปลูกผักอินทรีย์ยากนะ จะไหวหรือ…? จะไปกันรอดหรือเปล่า…? ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำถามที่ท้าทายเหล่านี้ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จากคนใกล้ชิดและเพื่อนๆ ทั้งของ คุณอภิชาต ศุภจรรยารักษ์ หรือ คุณเน และ คุณศิริพรรณ คำแน่น หรือ คุณฝน สองสามี-ภรรยา เจ้าของไร่ “บ้านสวนศุภรักษ์” ป่าละอู อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งต่างจบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านวิศวกรรมศาสตร์ด้วยกันทั้งคู่ แต่เลือกที่จะลัดวงจรชีวิตหนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง หันมาเอาดีด้านการทำเกษตรอินทรีย์แทนการเป็นมนุษย์เงินเดือน 2 ปีที่ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะพากันข้ามผ่านอุปสรรคไม่ง่ายเลย แต่ด้วยพลังแห่งฝันบวกกับไฟแห่งความมุ่งมั่น เป็นแรงผลักดันให้พวกเขาได้ค้นพบความสุขชีวิตบนทางสายอาชีพที่เลือกเดิน ทันทีที่สำเร็จการศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คุณอภิชาต หรือ คุณเน ชายหนุ่มในวัย 30 ปีเศษ เลือกที่จะไม่กรอกใบสมัครงานบริษัทใดๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่สะดวกใจที่จะต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ทั้งที่เขาเองเติบโตมาในครอบครัวข้าราชการ คุณพ่อเป็นนักวิศวกร คุณแม่เป็นครู ขณะที่ คุณฝน หญ
ปลาม้า เป็นปลาน้ำจืดที่จัดอยู่ในวงศ์ปลาจวดครับ เป็นปลาพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงมากชนิดหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันในแหล่งน้ำธรรมชาติปลาชนิดนี้มีเหลืออยู่น้อยมากครับ ทำให้กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาน้ำจืดสุพรรณบุรี ได้ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ปลาม้าแบบครบวงจร ที่สามารถเลี้ยงพ่อแม่ให้ออกไข่ได้ตลอดทั้งปี การเพาะเลี้ยงพ่อแม่ปลาม้าจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้ออกไข่ตลอดทั้งปีนั้น ต้องมีระบบเพาะเลี้ยงที่ดี ระบบบำบัดน้ำที่เหมาะสมกับขนาดบ่อเลี้ยง สำหรับขนาดบ่อเพาะขยายพันธุ์ จะเป็นบ่อคอนกรีต กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร และสูง 1 เมตร มีการควบคุมระดับน้ำสูง 70 ซม. มีการควบคุมอัตราการไหลเวียนของน้ำ 200-300 ลิตร/นาที กำหนดค่าพีเอชอยู่ระหว่าง 7-8 และค่าออกซิเจนต้องมากกว่า 3 สำหรับบ่ออนุบาลปลาม้า จะใช้บ่อคอนกรีตทรงกลมขนาดความจุ 7 ตัน โดยในช่วง 1 เดือนแรกจะถ่ายน้ำวันเว้นวันเนื่องจากใช้น้ำจากบ่อดิน ซึ่งมีแพลงก์ตอนและธาตุอาหารที่ลูกปลาต้องการ แต่หลังจากย้ายบ่อและปรับมาเลี้ยงในน้ำใส จะเปลี่ยนน้ำทุกวัน อายุ 3 วันแรก เริ่มให้อาร์ทีเมียวัยอ่อน วันละ 5 มื้อ // อายุ 15 วัน ให้ไรแดง // อายุ 25 วัน ให้ไร
คุณนพดล อรุณ อยู่บ้านเลขที่ 75/1 ถนนโพธิ์ทอง ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกษตรกรที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเป็นอาชีพมามากกว่า 20 ปี ซึ่งไม้ประดับที่ปลูกภายในสวนส่วนใหญ่จะเป็นลิ้นมังกร ฮาโวเทีย และเกลียวสวรรค์ คุณนพดล เล่าถึงที่มาของต้นเกลียวสวรรค์ให้ฟังว่า เกิดจากการกลายพันธุ์ของไม้ที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งไม้ต้นเดิมนั้นเกิดจากเพื่อนๆ ที่ปลูกเลี้ยงไว้ที่บ้านเลี้ยงไปได้สักระยะไม้ชนิดนี้ก็กลายพันธุ์มีลักษณะที่สวยแปลกไปกว่าเดิม (ขวา) คุณนพดล อรุณ “ช่วงนั้นประมาณปี 2555 ที่เราได้ไม้ตัวนี้มา เราก็ได้เอามาปลูกที่สวน ซึ่งวิธีการขยายพันธุ์ก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ตัดยอด จากนั้นก็นำยอดที่เราตัดมาปักชำลงในวัสดุปลูก ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ รากก็จะเริ่มออกมา จากนั้นเราก็ดูแลไปอีกประมาณ 1 เดือน ต้นของเกลียวสวรรค์ก็พร้อมที่จะขายได้ เพราะยอดที่เราเอามาปักชำจะเจริญเติบโตเต็มกระถางพอดี” คุณนพดล กล่าว ซึ่งวัสดุที่ใช้ปลูกจะมีส่วนผสมของกาบมะพร้าวและดิน ที่ผสมกันในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 โดยที่ก้นกระถางจะใส่ปุ๋ยละลายช้าลงไปด้วยเล็กน้อย ในส่วนของลูกค้าที่ชื่นชอบซื้อเกลียวสวรรค์ไปปลูกเลี้ยงนั้น คุณนพดล บอกว่า จะเ
นายธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือโกช้าง เกษตรกรมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันไก่เบตงกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไก่เนื้อ ด้วยจุดเด่นของไก่เบตงที่มีหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่มีมันผสม หนังมีสีเหลืองอ่อน ไม่ขาวเหมือนไก่ทั่วไป ด้วยเหตุนี้ไก่เบตงจึงกำลังมาแรง เป็นที่นิยม อีกประการหนึ่งที่ทำให้ไก่เบตงมีราคาที่สูง เพราะไก่เบตงเลี้ยงยาก ต้นทุนการผลิตสูง ใช้เวลาเลี้ยงนาน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายเก่าที่เคยเลี้ยงได้เลิกรากันไปหมด ส่งผลให้ไก่เบตงแท้ๆ หากินได้ยาก ด้วยเหตุนี้โกช้างจึงอยากรักษาไก่เบตงให้คงอยู่คู่กับเมืองเบตงต่อไป จึงจับไก่เบตงมาพัฒนาใหม่ มีการเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงไก่เบตง โดยโกช้างมีหน้าที่ผลิตไก่พันธุ์ดีแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง สอนวิธีการเลี้ยง ขยายองค์ความรู้ และนอกจากนี้โกช้างยังเป็นผู้รับซื้อไก่เองทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตามร้านอาหารสาขาต่างๆ ที่โกช้างเป็นเจ้าของ และสาเหตุที่ต้องทำเองทุกอย่างเพราะถ้าไม่รับซื้อแบบนี้ก็จะไม่มีใครเลี้ยง ชาวบ้านหาตลาดเองไม่ได้ “ทำไมของดี ของอร่อย ต้
“ความล้มเหลวไม่ใช่ทางเลือก” คติประจำใจของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง คุณบุญเฮือง ลิดดัง หรือคุณแครอล นักธุรกิจสาว ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกลุ่มบริษัท ดาวเฮืองกรุ๊ป จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้แบรนด์ “ดาวคอฟฟี่” บอกถึงแรงบันดาลใจที่มาจากคุณหมอฮาว ลิดดัง ซึ่งเป็นคุณพ่อของเธอ “หากเราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ถ้าไม่ตั้งใจตั้งแต่แรก งานนั้นๆ ก็จะล้มเหลว ดังนั้น ทางเลือกของเราคือ เลือกที่จะตั้งใจทำหรือไม่ตั้งใจทำ ถ้าเราตั้งใจทำ ถึงแม้มันจะไม่เกิดผลในตอนแรก แต่ถ้าตั้งใจ เราจะทำมันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเป้าหมาย ฉะนั้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความตั้งใจของเราว่าจะสู้หรือจะไม่สู้ ถ้าเราเลือกว่าเราตั้งใจที่จะทำ ความล้มเหลวก็ไม่ใช่ทางเลือกของเราอีกต่อไป” คุณบุญเฮือง บอกว่า “คนไทยยังบริโภคกาแฟอยู่ในระดับน้อยกว่าคนลาว คือ ประเทศไทยมีการบริโภคกาแฟอยู่ที่ 1.07 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะที่ประเทศลาวอยู่ที่ระดับ 1.5 กิโลกรัม/คน/ปี หรือ ข้อมูลสำรวจอัตราการบริโภคกาแฟเฉลี่ยของคนไทย อยู่ที่ 200 แก้ว/คน/ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับประเทศที่นิยมการบริโภคกาแฟ เช่น นอร์เวย์ 1 พันแก้ว/คน/ปี และญี่ปุ่น 400 แก้ว
คุณฐิติกรณ์ ยาวิละ หรือคุณกรณ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยใช้พื้นที่หลังบ้าน วัย 30 ปี ซึ่งทำงานประจำเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม อยู่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ กลางทะเล และสโลแกน “กรณ์ เกษตรฟาร์ม เลี้ยงไก่สวยได้ไข่กิน ออร์แกนิกหลังบ้าน” บอกเล่าให้ฟังว่า “เรียนจบมาจากสถาบันการบินพลเรือน แผนกช่าง ทำงานอยู่สนามบินเป็นช่างเครื่องบินมาก่อนที่จะที่ได้เข้าไปทำงานเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม (RMT Lead ฐานก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ)“ คุณฐิติกรณ์ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ตลอด 2 ปี และการทำโรงเรือนเลี้ยงไก่ ดังนี้ “ผมใช้พื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่หลังบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่ อยู่ที่จังหวัดเชียงราย ในการเลี้ยง และอาศัยพื้นที่ห้องเก็บของ เป็นสถานที่เพาะไก่แรกแรกเกิด โดยในพื้นที่หลังบ้านนี้สามารถเลี้ยงได้ทั้งไก่และเป็ด การทำกรงเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ซึ่งต้องการพื้นที่มากหน่อย พื้นที่กรงประมาณ 2 คูณ 2 เมตร ทำไว้ 7-8 กรง ส่วนไก่ไซซ์เล็ก ก็จะเลี้ยงเป็นคอนโด ขนาดที่ทำก็ประมาณ 2 คูณ 4 เมตร ทำเป็นชั้นซ้อนกัน 1 ตารางเมตรต่อกรง จะได้ประมาณ 8 กรง” สำหรับการลงทุนครั้งแรกก็จะลงทุนสองส่วน คื
นัย บำรุงเวช : นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มะม่วงลูกพลับทอง ชื่อฟังเป็นชื่อไทย ซึ่งก็น่าจะเป็นมะม่วงของไทย แต่มะม่วงลูกพลับทองไม่ใช่มะม่วงดั้งเดิมหรือมะม่วงโบราณ หรือเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ของไทย มะม่วงลูกพลับทองเป็นมะม่วงสายพันธุ์ใหม่อีกสายพันธุ์หนึ่งของไต้หวันที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไม่นานนี้ ปัจจุบันมีมะม่วงจากไต้หวันอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 20 สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมักเป็นสายพันธุ์ที่มีผลผิวสวยงามสะดุดตา (สีแดง) ผลมีขนาดใหญ่ และมีรสชาติดี แต่บางสายพันธุ์กลับไม่ได้รับความนิยม เพราะมีคุณสมบัติไม่ดีพอ ไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและตลาด เช่น ผิวสีไม่สวย รสชาติไม่ดี มีเสี้ยนมาก เปลือกบาง ผลมีขนาดเล็ก มีกลิ่นขี้ไต้ เก็บไม่ได้นาน เน่าเสียง่าย และไม่เหมาะที่จะปลูกเพื่อการค้า เป็นต้น ดังนั้น สายพันธุ์เหล่านี้จึงไม่ค่อยมีการทำกิ่งออกมาจำหน่าย แต่สำหรับมะม่วงลูกพลับทอง แม้ว่าจะขาดคุณสมบัติที่ดีของมะม่วงไปบางอย่าง แต่ก็มีคุณสมบัติอีกอย่างที่โดดเด่นคือ มีรูปทรงผลที่แตกต่างจากผลมะม่วงอื่นๆ จึงเป็นการขายความแปลกใหม่ให้กับผู้ชอบสะสมพันธุ์มะม่
การใช้ชีวิตอยู่บนความฝันของคนอื่น อาจมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ไม่มีความสุข เมื่อความฝันของตัวคุณเองถูกละเลย “คุณมุก-ณัชคิรากร ดำชมทรัพย์” เกษตรกรปริญญาโท เมืองแปดริ้ว จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำในบริษัทเอกชน เพื่อไล่ตามความฝันของตัวเองในฐานะเกษตรกร ที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพได้อย่างน่าทึ่ง จบคอมพิวเตอร์ แต่ได้ดีในสายงานเกษตร คุณมุก-ณัชคิรากร ดำชมทรัพย์ นักศึกษาปริญญาโทรายนี้ สนใจเรียนสายเกษตร ตั้งแต่ ม. 3 ช่วงนั้นธุรกิจคอมพิวเตอร์กำลังบูม คุณแม่แนะนำให้เธอเรียนด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อจบแล้วมีงานทำแน่นอน คุณมุก ยอมรับว่า ตอนนั้น เธอยังไม่รู้จักตัวเองมากพอ จึงตัดสินใจเรียนในสาขาธุรกิจคอมพิวเตอร์ ตามความต้องการของคุณแม่ หลังเรียนจบ ในปี 2540 เธอทำงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ประมาณ 2 ปี ก็ตัดสินใจลาออก เพื่อทำอาชีพเกษตรที่เธอใฝ่ฝัน จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอมีสภาพภูมิประเทศเอื้อต่อการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา คุณมุกจึงตัดสินใจเช่าบ่อกุ้งร้าง เนื้อที่ 20 ไร่ เพื่อนำมาเลี้ยงกุ้งขาว เพราะเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป ต่อมาเจอวิกฤตราคากุ้งตกต่ำ และมีปัญหาโรค
การพัฒนางานชนบท เป็นงานสำคัญและเป็นงานยากที่ต้องทำโดยอาศัยเวลาเป็นเครื่องช่วยในการพัฒนา ภูมิสังคมประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งสภาพอากาศ พื้นที่ สภาพดิน น้ำและคน ทำให้การทำเกษตรของเมืองไทยมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละพื้นที่ การทำการเกษตรในแต่ละพื้นที่ จึงต้องมีการศึกษาให้เกิดเข้าใจ และทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับเกษตรกรที่เป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย อย่างในพื้นที่หมู่บ้านผาหมอน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ แห่งนี้ก็เช่นกัน ด้วยเป็นพื้นที่สูง อยู่บนดอย การเดินทางเข้าถึงค่อนข้างยาก หมู่บ้านตั้งอยู่ในภูเขาสลับซับซ้อน สภาพอากาศเย็น เมื่อครั้งอดีตการเดินทางเข้ามาที่นี่ลำบาก และทุรกันดารมาก ชาวเขาชุมชนชาวกะเหรี่ยง หรือชาวปกากะญอ ชนพื้นเมืองที่นี่ก็ทำการเกษตรแบบเลื่อนลอย ปลูกฝิ่นบ้าง ทำนาบ้าง ความเป็นอยู่ยากจน แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมาถึงที่นี่ ความเป็นอยู่ก็เปลี่ยนแปลงไป คุณบุญทา พฤกษาฉิมพลี หมอดินดอยอาสาของชุมชนชาวกะเหรี่ยง หรือชาวปกากะญอ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หมอดินโครงการหลวง วัย 53 ปี เล่าให้ฟังว่า “ยุคแรกๆ สมัยก่อนบรรพบุรุษ บนดอยที่นี่
