SMEs
ขนมเปี๊ยะ ขนมมงคล มีมาแต่โบร่ำโบราณตามความเชื่อของชาวจีน สื่อถึงความปรารถนาดีระหว่างผู้รับกับผู้ให้ ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่น จนปัจจุบัน ขนมชนิดนี้ ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หากรูปแบบการทำอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย อย่าง ขนมเปี๊ยะสดอบควันเทียน ตรา “ประจักษ์ 9 รส” ที่ดัดแปลงสูตรทั้งแป้งทั้งไส้ ให้ถูกปาก “คนทำ” เป็นจุดเริ่ม ก่อนส่งต่อไปให้คนใกล้ชิด จนหลายคนติดอกติดใจนักหนา แม้ทุกวันนี้ ไม่มีหน้าร้านเป็นเรื่องเป็นราว แต่ขนมเปี๊ยะเจ้านี้ มีออร์เดอร์จากลูกค้าตลอดทั้งปี ช่วงพีกสุดๆ ทีมงานเกือบ 10 ชีวิต เคยปั้นกันมือเป็นระวิง ถึงวันละ 15,000 ลูก มาแล้วและหากลูกค้าท่านใด คิดจะเดินเข้าไปซื้อหามาลองชิมสักกล่องสองกล่อง ต้องขอบอกเสียใจด้วยเพราะขนมเปี๊ยะประจักษ์ 9 รส ต้องสั่งล่วงหน้าเท่านั้น…ถึงจะได้รับประทาน! คุณประจักษ์ เจียมจรรยงค์ เจ้าของผลงานวัย 48 ปี ละมือจากงานประจำวัน มาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง จบปริญญาตรี คณะบัญชี มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ปริญญาโท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยสยาม ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำอยู่สำนักงานตรวจสอบบัญชี ประ
กำลังเป็น “ทอล์ก” อย่างกว้างขวาง ในหมู่วัยรุ่นน้อย-ใหญ่ ไล่ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิศทั้งหลาย สำหรับ Mother Trucker BKK (มาเธอร์ ทรักเกอร์ แบงค็อก) ร้านเบอร์เกอร์เคลื่อนที่สไตล์อเมริกัน กับสโลแกน 3 คำ “สะใจ ใหญ่ โหด” คุณอาร์มี่ หิญชีระนันทน์ 1 ใน 3 ของหุ้นส่วนกิจการ Mother Trucker BKK หนุ่มอัธยาศัยดี วัย 24 ปี ให้ข้อมูลด้วยน้ำเสียงร่าเริง เริ่มต้นให้ฟัง เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรีสาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business) จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยวิทยากรรับจัดอีเว้นต์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้คน ทำอยู่ 1 ปีลาออกมาทำงานกองถ่าย อยู่ฝ่ายสถานที่ ก่อนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยชักชวนเพื่อนซี้อีก 2 คน คือ บุช-ธนาวุฒิ อภิธนาคุณ และ ม้ง-คณิต ประภา มาลงหุ้นทำเบอร์เกอร์ขาย โดยได้ไอเดียริเริ่มมาจากของต่างประเทศ ซึ่งมีรถขายอาหารหน้าตา “เท่-เท่” กันหลายแบบ ขณะที่ในบ้านเรามีแต่รถเร่ขายลองกอง ขายทุเรียน หรือผลไม้ทั่วไป เลยคิดลองทำอาหารขายบนรถ ให้ดูแปลกตาออกไป เพราะเมืองไทยยังไม่ค่อยมีใครทำ และเมื่อมีต้นแบบมาจา
สวัสดีครับ ฉบับนี้ตั้งใจพาไปดูวัวฝูงไล่ทุ่งของคุณลุงมากประสบการณ์ ไปดูว่าเขาทำอย่างไรจึงมีรายได้จากการขายวัวปีละ 500,000 บาทเลยทีเดียว ตามไปดูกันครับ อยู่กับวัวมาทั้งชีวิต พาท่านไปพบกับ คุณสมเดช สอนใจ ที่บ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี คุณสมเดชทำอาชีพเลี้ยงวัวมานานกว่า 40 ปี ทุกวันนี้มีอาชีพเลี้ยงวัวเป็นหลัก “ผมเริ่มเลี้ยงวัวตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมา เลี้ยงมาเรื่อยๆ จนวันนี้นานกว่า 40 ปีแล้ว ผมเลี้ยงวัวแบบไล่ทุ่งอย่างเดียวเพราะพื้นที่ในตำบลดอนเจดีย์เป็นที่ราบ ชาวบ้านใช้ทำนาเป็นหลัก พอหมดจากหน้านาก็จะปล่อยเป็นท้องทุ่งเวิ้งว้าง ผมก็อาศัยประโยชน์จากตรงนี้ไล่เลี้ยงวัวไปเรื่อยๆ หญ้าก็พอมีให้วัวกินได้ไม่ขาดแคลน ส่วนในฤดูทำนาก็ต้องออกหาหญ้าหรือซื้อต้นข้าวโพดมาให้วัวกินแทนการออกไปเลี้ยงไล่ทุ่ง” คุณสมเดช เริ่มต้นเล่าให้เราฟัง คุณสมเดช สอนใจ คัดพันธุ์สร้างฝูงวัวเนื้อสายพันธุ์ดี คุณสมเดช เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะมีวันนี้เขาต้องใช้ความพยายามไปไม่น้อย “ผมเลี้ยงวัวมาตั้งแต่เด็กก็พยายามมอง พยายามสังเกตว่าวัวที่ดี วัวที่สวยเป็นอย่างไร ก็พอจะบอกได้ว่า วัวเนื้อที่ดีต้องตัวใหญ
เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำมาค้าขายไอเดียไม่หยุดนิ่ง สำหรับเจ้าของผลงาน “เค้กข้าวหลาม” ที่เคยวางขายอยู่ย่านตลาดหนองมน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ที่หลายท่านคงพอทราบดีของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ มี “ข้าวหลาม” เป็นพระเอก ครองใจนักท่องเที่ยวมานานแสนนานแล้ว “ก่อนหน้านี้เปิดร้านอาหารอยู่แถวหนองมน เค้กข้าวหลาม นี้ มีขายอยู่ในร้านมานานกว่า 5 ปีแล้วค่ะ” คุณฝน-มาลัยพร ธนาวรรณ ผู้สร้างสรรค์ เค้กข้าวหลาม เริ่มต้นให้ฟัง ก่อนแนะนำตัวให้รู้จัก ปัจจุบันอายุ 47 ปี พื้นเพเป็นคนชลบุรี จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เคยทำงานประจำอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ก่อนลาออกมาทำธุรกิจของตัวเองหลายอย่างแล้ว ทั้งขายแผ่นซีดีภาพยนตร์ ร้านอินเตอร์เน็ต และล่าสุดเปิดร้านอาหารชื่อลาทอร์ต้า อยู่ที่หนองมน ช่วงเปิดร้านอาหารมีโอกาสเรียนรู้การทำเค้ก จึงมี “เค้ก”รสชาติต่างๆ เป็นสินค้าเสริมในร้าน รวมทั้ง “เค้กข้าวหลาม” ในแบบของเธอนี้ด้วย “คนมาเที่ยวหนองมน มักซื้อข้าวหลามติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก เลยคิดอยากทำเค้กรสชาติ ข้าวหลามออกมาลองมาขายดู เริ่มจากการสังเกตคนที่ทานข้าวหลามมักควักกินแต่หน้า พอถึ
ปัจจุบันการเลี้ยงไส้เดือนอาจพูดได้ว่าเป็นอาชีพที่ทำเงินให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อย ซึ่งดินที่ได้จากมูลไส้เดือนจัดว่าเป็นปุ๋ยชั้นดี เมื่อนำไปใช้กับพืชผลทางการเกษตรสามารถทำให้พืชชนิดนั้นๆ เจริญเติบโตได้ดี จึงนับว่าเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ได้จากสัตว์ตัวน้อย แต่กลับมีประโยชน์มากมาย โดยการเลี้ยงไส้เดือนนั้นจะทำการเลี้ยงด้วยวิธีง่ายๆ คือ อยู่ภายในกะละมังทรงกลมที่หาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งทำให้บรรจุไส้เดือนในการเลี้ยงได้ค่อนข้างน้อย และที่สำคัญซ้อนกันเป็นชั้นได้ไม่สูงมาก จึงทำให้เปลืองค่าไม้คั่นและพื้นที่ค่อนข้างมาก ซึ่งทาง บริษัท วิริยะกิจอุตสาหกรรมพลาสติก จำกัด จึงได้ทำการคิดค้นภาชนะการเลี้ยงไส้เดือนแบบเป็นคอนโดฯ แนวใหม่ ที่ประหยัดทั้งพื้นที่ ซ้อนได้สูงถึง 12 ชั้น โดยบรรจุได้ประมาณ 120 กิโลกรัม โดยศูนย์การเรียนรู้ฟาร์มไส้เดือน จังหวัดนครปฐม ได้ลองนำไปใช้และพบว่า คอนโดฯ ไส้เดือนรุ่นใหม่นี้ ประหยัดทั้งพื้นที่ในการเลี้ยงและได้มูลไส้เดือนมากกว่าการเลี้ยงในกะละมังทั่วไปถึง 8 เท่าตัว ทางฟาร์มยังได้กล่าวอีกว่า คอนโดฯ ไส้เดือนของ บริษัท วิริยะกิจอุตสาหกรรมพลาสติก จำกัด เป็นสินค้าที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมือ
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เครือมติชน จัดสัมมนา “มะพร้าวพืชเศรษฐกิจ ทำเงิน” ที่ห้องประชุม หนังสือพิมพ์ข่าวสด มีผู้ให้ความสนใจค่อนข้างมาก อีกทั้งเป็นการรวมตัวกันของคนในแวดวงมะพร้าว ตั้งแต่สเกลเล็กๆ ไปถึงระดับยักษ์ใหญ่ อย่าง กะทิชาวเกาะ ที่มี คุณเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการบริหารบริษัท ให้เกียรติเป็นวิทยากรบนเวทีสัมมนา “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เห็นว่า บางส่วนจากงานสัมมนา และจากการสัมภาษณ์เพิ่มเติมคุณเกียรติ น่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้อ่าน ที่สนใจเรื่องราวทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เริ่มต้น จากเล็กๆ แต่ปัจจุบันขยายออกไปได้ใหญ่โต ในเวลา 40 ปีที่ผ่านมา กะทิชาวเกาะเริ่มจากยอดการผลิตเพียง 1,000 ลูกต่อวัน แต่ปัจจุบัน เพิ่มเป็น 6-7 แสนลูกต่อวัน ไม่รวมมะพร้าวอ่อนอีกนับหมื่นผล โดยทั้งหมดส่งจำหน่ายในประเทศและอีก 40-50 ประเทศทั่วโลก คุณเกียรติศักดิ์ เล่าให้ฟังถึง จุดเริ่มต้นของธุรกิจ กะทิชาวเกาะว่า เริ่มมาตั้งแต่ราวปี 2520 เป็นธุรกิจครอบครัว ขายมะพร้าวลูก รับมะพร้าวมาจากทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหลัก ชื่อของร้านเดิมคือ “อุดมมะพร้าว” ตั้งอยู่ท่าเตีย
“ที่เห็นลุคหล่อๆแบบนี้ อย่าคิดว่าเป็นมาริโอ้ มาเดินสยามนะครับ…ผมศุภชัย เสมอมิตร คนเดิม ครับ ไหนๆก็มาเที่ยวกรุงเทพฯแล้ว ก็แต่งตัวหล่อๆซะหน่อย พร้อมไปกิน MK ตุ๋นรสเด็ด ว่ากันว่าเป็นเมนูที่คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดี” ข้างต้นนี้ คือ เนื้อหาแนะนำคลิปโฆษษณาแคมเปญล่าสุดของสุกี้แบรนด์ดัง ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้จักกันดี โดยมี คุณโหน่ง-ศุภชัย เสมอมิตร เจ้าของเพจ “ศุภชัย เสมอมิตร โหน่งโชว์” เป็นพรีเซ็นเตอร์ แบบวันแมนโชว์เลยทีเดียว กระซิบถามเกี่ยวกับผลงานที่เรียกเสียงฮือฮาครั้งนี้ คงได้ค่าตัวไม่น้อย คุณโหน่ง ยิ้มกว้าง ก่อนตอบสั้นๆตามสไตล์ “ไม่มากเท่าไหร่หรอกครับ เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนใครที่สงสัยว่าผมยังทำงานประจำอยู่หรือลาออกมาทำกับข้าวเต็มตัวแล้ว แจ้งไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า ยังทำงานเดิมอยู่ครับ” คุณโหน่ง บอกต่อด้วยว่า ยังมีผลงานอื่นให้แฟนคลับได้ติดตามกันอีก อย่างช่วงราวต้นเดือนนี้ เขาได้รับเชิญให้ไปกรุงเทพฯเพื่อขึ้นเวทีพูดคุยพร้อมร่วมทำอาหารเมนูโปรดคู่กับซอสพริก ในงานเปิดตัวสินค้า “ซอสพริกพริก By TODD” ของคุณต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารเครือบุญรอดฯ อีกด้วย สำหรับเรื่องราวความเป็นมาของ
น้ำยาบ้วนปากกระชาย รักษาโรคในช่องปาก เหงือกบวม เหงือกอักเสบ ป้องกันฟันผุ ช่วยระงับกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น ส่วนประกอบ กระชายสด 1 กำมือ กานพลู 10 ดอก เกลือ 1 ช้อนชา น้ำเปล่า 1 ลิตร วิธีทำ 1.นำกระชายสดและกานพลูตามอัตราส่วน ต้มกับน้ำ 1 ลิตร 2.ต้มให้เดือด แล้วต้มต่ออีก 15 นาที เติมเกลือ 1 ช้อนชา คนให้ละลาย ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาใช้บ้วนปากหลังแปรงฟัน สเปรย์ข่าดับกลิ่นเท้า แก้ปวด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียน ส่วนประกอบ สาสกัดข่า 5 ส่วน กลีเซอรีนใส 1 ส่วน (เพิ่มความชุมชื้นแก่ผิว) กลิ่นหอมระเหยตามชอบ วิธีทำ 1.เตรียมสารสกัดข่า ใช้ข่าแก่ 1 กิโลกรัม นำไปหมักในแอลกอฮอล์ 95 เปอร์เซ็นต์ หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2 วัน จะได้สารสกัดข่า 2.ผสมสเปรย์ข่า นำสารสกัดข่า 5 ส่วน ผสมกับกลีเซอรีน 1 ส่วน คนให้เข้ากัน แต่งกลิ่นระเหยตามชอบ บรรจุลงภาชนะ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร อภัยภูเบศร โทรศัพท์ 037-211-289 (ในวันและเวลาราชการ) และ www.abhaiherb.com
ร้านอาหารเปิดใหม่แถวเลียบทางด่วนลาดพร้าว 71 มาถามผมให้เป็นที่ปรึกษา อยากขายอาหารไทยโบราณมีอะไรบ้าง จะจับลงกล่องส่งดีลิเวอรี่ตามสมัยนิยมด้วย อาหารกล่องเดี๋ยวนี้ราคาไม่ธรรมดาแล้ว กล่องละ 200-250 บาท 500 บาทก็มีอย่าง ปูนิ่มทอดกระเทียม ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน แต่ไม่รู้เหมือนกันใครจะสั่ง เด็กรุ่นใหม่หลายคนหันมาหัดกินอาหารไทยโบราณ อย่างรายการที่ผมเขียนให้ร้านอาหารเขาไป มีทั้งแกงเหลือง แกงคั่วส้ม แกงชักส้ม น้ำพริกกุ้งสด แกงคั่วใบชะพลูกับหอย แกงคั่วใบชะครามกับปูม้า ฉู่ฉี่ เขียนเสร็จส่งให้ต้องมานั่งอธิบายแถมทำให้ดูว่าแต่ละอย่างเป็นยังไง คำว่า “คั่ว” ก็คือ “ผัด” เพราะฉะนั้น แกงคั่วคือแกงที่เอาน้ำพริกแกงมาผัดกับกะทิจนหอม กะทิแตกมัน เป็นรากฐานของอาหารไทยๆ อีกหลายชนิด เช่น ฉู่ฉี่ ห่อหมก ทอดมัน แกงเผ็ด น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ ทีนี้ในวิชาการอาหารไทยจะแยกน้ำพริกแกงออกเป็น 2 ชนิด คือ น้ำพริกแกงคั่ว กับ น้ำพริกแกงเผ็ดหรือน้ำพริกแกงแดง น้ำพริกแกงคั่ว คือ น้ำพริกแกงที่ใส่เครื่องแกงปกติ คือ พริกแห้ง พริกไทย หอม กระเทียม ข่า รากผักชี กะปิ ตะไคร้ ผิวมะกรูด ทีนี้พอเพิ่มของหอมคือเครื่องเทศอย่าง ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจันทน์ เข
ไข่พะโล้ เป็นอาหารประจำร้านข้าวแกงไทยไว้ตัดรสเผ็ดของแกงหรือผัดเผ็ด ร้านข้าวแกงเวียดนามก็เช่นกัน จะมีไข่พะโล้เวียดนามเป็นเมนูผูกขาดเสมอ อันที่จริงเขาไม่ได้เรียกว่าไข่พะโล้ แต่จะเรียกว่า “ถิตคอจรึ๋งเนื้อกเหยื่อ” (Thịt kho trứng nước dừa) แปลว่า เนื้อต้มเค็มไข่น้ำมะพร้าว เพราะเขาใช้น้ำมะพร้าวมาต้มแทนน้ำเปล่าทำให้ไข่นั้นมีรสอร่อยมากขึ้น เนื้อในที่นี้ คือ เนื้อหมูที่นิยมใช้หมูสามชั้น ต้มเค็มนี้นอกจากจะกินกันในชีวิตประจำวันแล้วยังเป็นเมนูประจำเทศกาลเต็ต (Tết) หรือตรุษญวน ซึ่งเป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวเวียดนามตรงกับตรุษจีนนั่นเอง ในเทศกาลนี้ชาวเวียดนามจะถือว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของปี ผู้คนจะเฉลิมฉลองกันเอิกเกริก ในภาคเหนือทุกบ้านจะประดับตกแต่งด้วยต้นหรือกิ่งที่มีดอกพีชสีชมพู (Hoa đào) บานเต็มต้นจนกลายเป็นสีชมพูทั้งเมือง ส่วนภาคใต้จะประดับต้นหรือกิ่งที่มีดอกช้างน้าว (Hoa mai vàng) สีเหลืองอร่ามทุกถนน นับเป็นเทศกาลแห่งความสุขโดยแท้ การเฉลิมฉลองนั้นเขากินดื่มกันเต็มที่ อาหารต่างๆ จะเตรียมเอาไว้มากมายพอกินไปตลอดทั้งเทศกาล จึงอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้หลายวันโดยไม่เสีย เพราะถึงเวลานั้นคงไม่อยากมีใค
