SMEs
Grainey – เกรนเน่ย์ คือ ชื่อแบรนด์สแน็กพันธุ์ใหม่ ที่ผลิตจากข้าวกล้องหอมมะลิจากจังหวัดสุรินทร์ นำมาผ่านกระบวนการ “ป๊อบ” หรือทำให้พองคล้ายกับข้าวโพดคั่ว แล้วนำมารีดให้เป็นแผ่นบางเฉียบ ก่อนนำไปเคลือบด้วยน้ำผึ้งดอกลำไย ของดีเมืองเชียงใหม่ จากนั้นจึงมาผ่านกระบวนการอบลมร้อนเพื่อไล่ความชื้น เพิ่มความกรุบกรอบ และทำให้ ไม่เสียง่าย คุณโสรัจ มหรรณพกุล Startup ลูกใหม่มาแรง เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เกรนเน่ย์” สแน็กข้าวกล้อง “ข้าวกล้องหอมมะลิของไทย มีประโยชน์มาก สามารถช่วยลดน้ำตาลในเส้นเลือด แม้นำมาแปรรูปคุณสมบัติหลายอย่างก็ไม่หายไป และให้แคลอรีต่ำ ปริมาตรข้าวกล้อง 20 กรัม ให้แคลอรีน้อยกว่าแอปเปิ้ลหนึ่งลูก แต่มีไฟเบอร์พอๆ กับแอปเปิ้ลหนึ่งลูกเลยทีเดียว” คุณโสรัจ มหรรณพกุล CEO วัยยี่สิบกว่า แห่งบริษัท ฟูลเกิล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย เกรนเน่ย์ สแน็กทำจากข้าวกล้อง เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น พื้นเพเป็นคนสมุทรปราการ สมัยอยู่ชั้นมัธยม มีโอกาสได้ทุนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา เลยศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ ส่วนกิจการของตัวเอง ที่เพิ่งจะตั้งต้นเมื่อไม่นานมานี้ จุดเริ่มน่าจะเป็นแรงบันดาล
ยามนี้ “ปัว” อำเภอเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของจังหวัดน่าน กำลังเพิ่มระดับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาว ชาวฮิปสเตอร์จากทั่วสารทิศ ให้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกันไม่ขาดสาย ความโดดเด่นของพื้นที่อันเป็น“จุดหมายปลายทาง”ของใครหลายคนนี้ น่าจะอยู่ที่ความงามตามธรรมชาติของ ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ต้นไม้ รวมทั้งสีเขียวขจีของ “ทุ่งนา”ที่สามารถทอดมองไปได้ไกลจนสุด ลูกหูลูกตา ร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว นับเป็นอีกหนึ่ง “ไฮไลต์”ของอำเภอน่าเที่ยวแห่งนี้ เพราะนอกจากรสชาติของเครื่องดื่มจะถูกปากบรรดาคอกาแฟแถมราคาไม่แพงด้วยแล้ว ร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิคนี้ ยังมีซุ้มไม้มุงจาก ทอดยาวเรียงรายลงไปในผืนนา รอให้บรรดาอาคันตุกะจากต่างถิ่นเดินเลาะไปตามทางบนสะพานไม้ไผ่ก่อนไปนั่งรับลม ชมวิวกันแบบชิว-ชิว ได้แบบไม่คิดตังค์เพิ่ม เรียกว่าซื้อกาแฟแก้วละไม่กี่สิบบบาท แต่สามารถนั่งชมวิว “หลักล้าน”กันได้เลยทีเดียว คุณพนม แก้วเทพ อายุ 47 ปี เจ้าของกิจการ “ลำดวนผ้าทอ” ร้านจำหน่ายผ้าทอลายน้ำไหลไทลื้อ และสินค้าของฝากจากเมืองน่าน และกิจการร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ สละเวลามาให้ข้อมู
เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย! สำหรับธุรกิจขายขนม ที่เริ่มต้นจากการทำงาน และริเริ่มด้วยตัวเองทั้งหมด จุดเริ่มต้น ที่ได้มาทำธุรกิจเบเกอรี่ เพราะต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่มาตลอด 10 ปี และจากความหลงใหลในคุณประโยชน์ของมะพร้าว โดยใช้ความชอบการทำขนมมาสร้างสรรค์ ใส่ไอเดีย และต่อยอดจากสิ่งที่หลงใหล สู่การทำเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้หกหลักต่อเดือน จนขยายตลาดส่งเบเกอรี่ขายในห้าง และมีพาร์ตเนอร์ในการทำเบเกอรี่ขายได้ เพราะต้องออกจากงาน จึงได้เริ่มต้นขายขนม คุณเสน่หา ชูสันติ หรือ คุณเอี่ยว อายุ 35 ปี เจ้าของร้านเบเกอรี่ แบรนด์ Bakery Mind by Aeiw เล่าให้ฟังว่า “เริ่มต้นจากตอนทำงานประจำ เป็นแมเนเจอร์ด้านงานประกันโทรศัพท์ มากว่า 10 ปี โดยมีความคิดว่าอยากมีธุรกิจส่วนตัวอะไรสักอย่างหนึ่งมาตลอด พยายามมองช่องทาง หาว่ามีรูปแบบที่จะสามารถทำได้ยังไงบ้าง ช่วงก่อนที่จะต้องได้ออกจากงานตอนนั้นคุณพ่อเสีย ช่วงนั้นเราก็คิดว่าจะซื้อเครื่องชงกาแฟ กับเตาอบเล็กๆ มาลองทำขนม เพื่อแก้เหงา และทำควบคู่ไปกับการทำงานประจำ การทำเบเกอรี่เริ่มจากการศึกษาจากยูทูบ ว่ามีอะไรที่เราพอจะสามารถทำได้บ้าง ก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนมาลอ
ความบังเอิญและภูมิปัญญาจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน พลิกผันชีวิตและสามารถแก้วิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนอาชีพและต่อยอดจากสิ่งที่มีมาดั้งเดิมไปสู่ความสำเร็จได้ จนสามารถสร้างอาชีพใหม่ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และกลายเป็นคนต้นแบบให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย อย่าง คุณไตรศักดิ์ ศรีเสาวนิตย์ หรือ เฮียฮ้ง ชาวนาเกลือวัย 60 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเจ้าของบ่อเลี้ยงปลากะพง ด้วยเพราะเกิดจากความบังเอิญ จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาเกลือเดิม มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพงอยู่ที่ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เฮียฮ้ง เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน จนมาสู่การต่อยอดอาชีพการเลี้ยงปลากะพงในพื้นที่นาเกลือนี้ว่า “แต่ก่อนก็ทำนาเกลือ ทำมาเกือบ 30 ปี โดยมีพื้นที่สำหรับทำนาเกลืออยู่ประมาณ 100 กว่าไร่ และมีพื้นที่ทำนาเกลือแปลงเล็กแปลงน้อยอีกหลายแปลง แต่ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ก็มีพื้นที่ทำนาเกลืออีกมากมาย พอมีพื้นที่ทำนาเกลือเยอะ เกลือก็ล้นตลาด ราคาก็ต่ำลง ชาวนาเกลือก็ขายไม่ค่อยได้ สำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงปลากะพง ในพื้นที่นาเกลือ เกิดมาจากความบังเอิญในครั้งแรก เนื่องจากเห็นว่าปลาพวกปลาหมอเทศ ปลานิล สามารถเข้ามาอยู่ใ
ภาพชินตาทั่วไป “นางกวัก” วัตถุมงคลรูปร่างเหมือนผู้หญิง มักแต่งกายด้วยชุดไทยประดับประดาเครื่องทอง นั่งคุกเข่าแบบเทพธิดา ทำท่ายกมือขึ้นกวัก และตามตำนานความเชื่อ นางกวักนั้นเป็นเทพี “กวักเรียก” ความเป็นมงคลและโชคลาภมายังผู้ครอบครองบูชา ส่งผลให้บรรดาเจ้าของธุรกิจร้านค้าไทยน้อยใหญ่ นิยมบูชาไว้ในร้านของตนกันมาแต่ไหนแต่ไร ล่วงเข้ายุค 4G นางกวักแบบชินตาดั้งเดิม ได้ถูกนักออกแบบรุ่นใหม่ ทำการลดทอนรูปลักษณ์และปรับเปลี่ยนสัญลักษณ์บางอย่างให้เข้ากับยุคสมัย ก่อนตั้งชื่อเรียกขานให้เป็นสากลว่า “มิสเวลคัม” ซึ่งคอลเล็กชั่นแรกที่ถูกนำมาทดลองตลาด เสนอขายทางออนไลน์ สุดท้ายสามารถขายได้หมดภายในครึ่งชั่วโมงเท่านั้น คุณไผ่-ปัญจพล กุลปภังกร และ คุณนก-ธันย์ชนก ยาวิลาศ สองนักออกแบบวัยสามสิบเศษ หุ้นส่วนผู้ผลิตและจำหน่าย “มิสเวลคัม” ช่วยกันแนะนำตัวให้รู้จักพอสังเขป ทั้ง 2 คนจบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านการออกแบบจากประเทศอังกฤษ ก่อนแยกย้ายไปทำงานตามสายที่ตัวเองถนัด เพิ่งกลับมารวมตัวกันทำงานด้านศิลปะ ในนาม This means That Studio (ดีส มีนส์ แดท สตูดิโอ) เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว “พวกเราสนใจในเรื่องของภาษาการออกเเบบและความเช
พระองค์ภาฯ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเยี่ยมร้านก๋วยเตี๋ยวกำลังใจ ของนายวีรภาพ กันแก้ว ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงดำริให้จัดตั้งโครงการกำลังใจ เพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการ โอกาสในสังคมไทย เนื่องด้วยทรงดำริว่า ทุกคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขก็ต่อเมื่อรู้จักรักษาสิทธิของตน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น กระบวนการยุติธรรม เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเมื่อกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนถึงที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลทุกฝ่ายในสังคมก็น่าที่จะได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข…อีกครั้งหนึ่ง โครงการกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ………… ช่วงใกล้เที่ยงของวันทำงาน บรรยากาศในร้านก๋วยเตี๋ยวที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลประจำอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ดูคึกคักเป็นพิเศษ มีลูกค้าชายหญิงยืนรออยู่ก่อนเกือบสิบชีวิต ถัดไปหลังเคาน์เตอร์ ชายวัยสามสิบเศษ ท่าทางทะมัดทะแมง กำลังทำหน้าที่ลวกเส้น อย่างตั้
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผยว่า กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ มีภารกิจในการดำเนินงานส่งเสริมการค้าข้าวไทย และดำเนินงานยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กระบวนการนี้ เริ่มจากการพัฒนาเกษตรกรให้เป็น smart farmer ที่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการค้าข้าวได้ในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาการผลิตที่เน้นการควบคุมปริมาณโดยปลูกข้าวที่ดี มีมูลค่าสูง สอดคล้องกับความต้องการของตลาด แบบที่เรียกว่า Demand Diven รวมทั้งมีการนำนวัตกรรม หรือ Innovation มาใช้ในการแปรรูปผลผลิตข้าวเป็นสินค้าที่มีการมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยการนำข้าวแต่ละสายพันธุ์มาวิจัย พร้อมทั้งแปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวไทย และยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ทั้งนี้กรมการค้าต่างประเทศ ได้มุ่งรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน ในเรื่องนวัตกรรมข้าวไทยผ่านสื่อทุกแขนง โดยได้ลงพื้นที่ ณ ห้องปฎิบัติการวิเคราะห์เอกลักษณ์พันธุกรรมข้าวไทย ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ปัจจุบัน ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้มีผลิตภัณฑ์จากข
ลุงเสงี่ยม สีสันต์ อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 6 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี อาชีพหลักสมัยก่อนโน้น ที่ลุ่มแบ่งทำนา สูงขึ้นมาหน่อยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ก่อนปี 2535 มีคนชวนลุงเสงี่ยมไปเป็นเพื่อน เพื่อซื้อเงาะจากจังหวัดจันทบุรีมาขาย ลุงชอบเพราะได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ เรื่องเงินทองรายได้ไม่ได้คิด หลายครั้งหลายหนที่ไปเห็นต้นเงาะของชาวสวนเมืองจันท์สุกแดงเต็มต้น จึงอยากปลูก ที่อยากปลูกเนื่องจากท้องถิ่นอำเภอน้ำยืน อยู่ชายแดนติดกับกัมพูชา ดินดี ฝนตกดี ที่สำคัญ ลุงมีความขยันหมั่นเพียร ความรู้ และวิธีการปลูกน่าจะหาทางศึกษาได้ ลงมือเมื่อปี 2535 ลุงเสงี่ยมมีประสบการณ์เรื่องราคาข้าวโพด ช่วงเก็บผลผลิตขาย บางปีพออยู่ได้ แต่บางปีขาดทุน เมื่อไปเห็นเขาปลูกเงาะที่เมืองจันท์ จึงตัดสินใจปลูกเงาะโรงเรียนบนที่เนินใกล้บ้าน ไม่ปลูกแล้วข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลุงเสงี่ยม และป้าภัสสร สีสันต์ ทางเจ้าหน้าที่เกษตรแนะนำว่า งานปลูกไม้ผลควรขุดหลุมให้ลึก แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ขี้วัว ขี้ควายเก่าๆ ลุงตัดสินใจปลูกเมื่อปี 2535 ช่วงนั้นการทำนายังใช้ควายตัวเป็นๆ ยังไม่ใช้ควายเหล็ก ปุ๋ยคอกจึงหาได้ง่าย เงาะต้นนี้
อดีตข้าราชการตำรวจวัยเกษียณ เกิดที่นครศรีธรรมราช ผันตัวมาสวมบทบาทเกษตรกร และใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอเมืองจังหวัดระนอง ด้วยการปลูกปาล์ม ปลูกยางพารา ปลูกผักสวนครัว และบรรดาผลไม้สารพัด บนที่ดิน 170 ไร่ แถมลดต้นทุนด้วยการทำปุ๋ยใช้เอง จนเได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2555 ปัจจุบันเก็บผลผลิตขาย มีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 แสน ด.ต.สมนึก โมราศิลป์ บ้านเลขที่ 1/9 บ้านห้วยปลิง หมู่ที่ 7 ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง เผยว่า ในอดีตเคยรับราชการตำรวจ และเข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด เมื่อปี 2543 โดยส่วนตัวเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ ชอบเรื่องเกษตร จึงไปศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ช่วงแรกปลูกพืชระยะสั้นบนพื้นที่ 2 ไร่ อาทิ พริก แตงกวา มะเขือ ใบโหระพา กล้วย ขิง ข่า ต่อมาขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันราว 100 ไร่ รวมเบ็ดเสร็จ ปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 2,200 ต้น ปาล์มน้ำมันของ ด.ต. สมนึก ถูกบำรุงดูแลรักษาเป็นอย่างดี ให้ผลผลิตเดือนละ 2 ครั้ง แถมยังได้มาตรฐาน GAP ก่อเกิดรายได้ ให้ผลตอบแทนค่อนข้างคุ้มค่า และด้วยความต้องการอยากทำเกษตรผสมผสาน เกษตรกรคนเก่ง เลยปลูกยางพารา ผลไม้ ผักสวนครัว อย่างอื่นร
ขณะนี้กระแสการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดแพร่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีการเปิดให้บริการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรประเภทโฮมสเตย์อย่างเป็นทางการ มีอยู่ 2 แห่ง คือ 1. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลแม่หล่าย อำเภอเมืองแพร่ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง ประเภทฝึกอบรมการทำไข่เค็มสมุนไพร น้ำส้มควันไม้ ปุ๋ยหมัก การทำถั่วงอก เป็นต้น โดยจะมีหน่วยงานราชการเข้ามาฝึกอบรมทั้งในพื้นที่จังหวัดแพร่ และต่างจังหวัด โดยมีที่พักให้กับผู้ดูงานด้วย และ 2. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย มีที่พักพร้อมศึกษาดูงานภาคเกษตรเช่นกัน ล่าสุดนี้ยังมีการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในรูปแบบ “ฟาร์มสเตย์” เกิดขึ้นอีกหนึ่งแห่งที่อำเภอเด่นชัย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามฟาร์มหม่อน มัลเบอร์รี่ ฟาร์ม (Mulberry Farm) ภายใต้การบุกเบิกของ “นางสาวจารุวรรณ เอกบัว” สาวเมืองดอกคูนขอนแก่น วัย 38 ปี “จารุวรรณ” บอกถึงจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มหม่อนแห่งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ก็ทำงานเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ไต่เต้าจากพนักงานห้างค้าปลีกข้ามชาติจนกลายเป็นผู้จัดการเขต และเลือกจังหวัดแพร่ในการลงหลักปักฐาน ด้วยความท
