SMEs
คุณเอ้-ณิชชฎา ทัศนัย วัย 34 ปี เจ้าของร้านพวงมาลัยภาณุมาศ เปิดขายออนไลน์ ที่มีดารา-คนดัง มาอุดหนุนกันยกใหญ่ เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ในอดีตตั้งแต่เรียนมหาวิยาลัยสมัยอยู่ปี 4 เคยฝึกงานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่รู้สึกว่าไม่เหมาะกับงานตรงนั้น หลังเรียนจบมาจึงเลือกทำงานที่ร้านขายพวงมาลัยของครอบครัว ซึ่งแต่ก่อนเคยขายวัตถุดิบร้อยมาลัยทำมา 20 ปี ซึ่งพวงมาลัยที่ขายนั้นเหมือนกับร้านทั่วๆ ไป มีตั้งแต่ราคา5-10 บาท ที่ใช้ไหว้พระ กระทั่งเกิดความคิดอยากมีพวงมาลัยสวยๆ มาขายในร้าน เธอ จึงเริ่มฝึกฝีมือโดยอาศัยดูขั้นตอนจากหนังสือต่างๆ ควบคู่ไปกับพื้นฐานที่มีติดตัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้วจึงสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว กระทั่งพวงมาลัยของคุณเอ้ มา “แจ้งเกิด”ในยุคที่โซเชียล เธอเริ่มโพสรูปขายผ่าน HI5 จนได้ออเดอร์แต่ตลาดยังไม่กว้างเท่าที่ควร ต่อมาจึงเปลี่ยนมาขายในเฟซบุ๊ก พวงมาลัยเริ่มมีมูลค่า เริ่มเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น และเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจอย่างมาก มีลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งดารา-คนดัง อย่าง หนูแหม่ม-สุริวิภา ใหม่ ดาวิกา แอฟ ทักษอร หรือบางทีก็มีคุณแม่ดารามาช่วยอุดหนุนอีกด้วย ช่วงแรกคุณเอ้ เป็นคนทำพวงมาล
ปอเปี๊ยะสดเนียมหูเสือ หูเสือ ผักโบราณ มากคุณค่าทางยา มีน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นคล้ายออริกาโน ในสมัยก่อนเป็นสมุนไพรที่หมอโบราณจะปลูกไว้ทุกบ้านเพื่อกันคุณไสย และนิยมรับประทานเป็นผัดสด แกล้มกับลาบหรือน้ำพริก ซึ่งเชื่อว่าใบหูเสือ มีสรรพคุณทำให้แข็งแรง บำรุงร่างกาย ช่วยเลือดลมไหลเวียนดี ทำให้จิตใจฮึกเหิม เป็นผักที่ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ชอบรับประทานมากชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ทางยา ยังเด่นในเรื่องของการแก้ไอ บำรุงปอดได้อย่างดีเยี่ยม คนสมัยก่อนทั้งจีน- ไทย -เขมร นิยมนำใบหูเสือมาประกอบอาหาร เช่น สับกับหมูทำหมูบะช่อ ต้มให้ลูกหลายกินแก้ไอ แก้หวัด หรือตำพอกแก้ฟกบวม แมลงสัตว์กัดต่อยก็ได้ ใบหูเสือ สูตรการทำ ปอเปี๊ยะสดเนียมหูเสือ ส่วนประกอบ หมูยอ 4 ชิ้น (หั่นตามยาว) แผ่นปอเปี๊ยะ 4 แผ่น น้ำจิ้ม (ประมาณ 200 มิลลิลิตร) หัวไชเท้า 1 แว่น แครอท 1 แว่น น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วยตวง พริกชี้ฟ้า 10 เม็ด ถั่วลิสง 1 ช้อนชา กระเทียม 1 หัว
เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาตนและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ คุณเชิดชัย จิณะแสน เกษตรกรชาวศรีสะเกษที่อดีตเคยทำงานในเมืองหลวง แต่ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ มีผลทำให้ตัวเองและภรรยาต้องออกจากงาน แล้วเดินทางกลับสู่บ้านเกิดเพื่อมาปักหลักต่อสู้ชีวิตด้วยการยึดอาชีพเกษตรกรรม คุณเชิดชัย จิณะแสน แต่ด้วยความเป็นคนยึดมั่นต่อหลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 จึงได้น้อมนำตามแนวทางของพ่อหลวงมาใช้กับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ ขนาด 9 ไร่ ของบ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 9 ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จนมาวันนี้ได้ปรากฏเป็นศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ
บ้านยืนบุรีฟาร์มเห็ด เกิดจากการทำเห็ดนางฟ้าไว้บริโภคในครัวเรือน เริ่มต้นจากที่ คุณวีระชาติ ยืนบุรี มีงานประจำ แต่ก็มองหาอาชีพเสริมไปด้วย ซึ่งขณะนั้นมีกิจกรรมทางการเกษตรหลายอย่าง เช่น เลี้ยงนกกระทา เพาะถั่วงอก ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ และเพาะเห็ดนางฟ้า เพื่อมองหาสิ่งที่เหมาะสมสำหรับตน ภายหลังคุณวีระชาติได้ข้อสรุปว่า การเพาะเห็ดลงตัวที่สุด คุณวีระชาติ ยืนบุรี “ตอนนั้นเริ่มทำก้อนเห็ดจากฟางข้าว ในตอนแรกฟางข้าวก็ไม่ได้ซื้อ ไปเก็บในแปลงนามานั่งสับ หมัก ใส่ถุง ทำมือทุกขั้นตอน ทำเล็กๆ เรื่อยๆ ขยับขยาย จากเก็บฟางข้าวจากแปลงนาเป็นซื้อฟางข้าวอัดแท่ง ซื้อขี้เลื่อยไม้ยางพารา ประกอบกับการทำงานประจำมีเวลาให้ครอบครัวน้อย เพราะต้องออกพื้นที่บ่อย จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ยิ่งภรรยาก็สนับสนุนให้ทำการเกษตร จะได้มีเวลาดูแลครอบครัว จึงผันตัวเองจากพนักงานประจำมาเป็นเกษตรกรเพาะเห็ดถุง จากวันนั้นถึงปัจจุบันได้สะสมความรู้และประสบการณ์ในการเพาะเห็ดเป็นเวลา 4 ปีแล้ว” ฟาร์มเห็ดแห่งนี้ ทำเห็ดแบบครบวงจร ตั้งแต่การทำเชื้อวุ้น ทำก้อนเเชื้อ มีโรงเรือนเปิดดอก แปรรูป ตลอดจนออกตลาดจำหน่ายสินค้าสู่ผู้บริโภคโดยตรง ผลิตภัณฑ์ของ
ปัจจุบันนี้ อาหารเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมกันมาก วัตถุดิบที่นำมาประกอบเป็นอาหารได้รับการเอาใจใส่ ดูแลและตรวจสอบกันตั้งแต่ต้นทางจนถึงตลาดและผู้บริโภค จึงเห็นรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ชมรม วิสาหกิจชุมชน ที่มีชื่อเสียงกันมากหลาย เช่น กลุ่มผู้รักสุขภาพ ชมรมเกษตรอินทรีย์ เกษตรชีวภาพ เกษตรปลอดภัย ฯลฯ สำหรับพืชผักที่ได้รับความนิยมกันมากคือ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนถั่วลันเตา ผู้เขียนได้พบกับ คุณนัฐชานนท์ วงศ์ดาว อายุ 35 ปี อยู่ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้เพาะต้นอ่อนถั่วลันเตา ที่ประสบความสำเร็จไม่น้อย ครอบครัวสนับสนุนให้กำลังใจ คุณนัฐชานนท์ เล่าให้ฟังว่า ด้วยตนเองมีสายเลือดเกษตรคือคุณพ่อ คุณเกริกฤทธิ์ วงศ์ดาว เรียนจบเกษตรบ้านกร่าง พิษณุโลก รุ่น 6 จบแม่โจ้ รุ่น 38 ล่าสุดคุณพ่อดำรงตำแหน่งเกษตรจังหวัดลำพูน ส่วนตนเองเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รุ่น 63 สาขาเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อม หลังจากจบการศึกษาแล้ว เริ่มต้นประกอบอาชีพการเกษตรจากการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ส่งขายตลาดและห้างร้านสรรพสินค้าในเมืองเชียงใหม่ ต่อมาจากการสังเกตเห็นว่า ต้นอ่อนถั่วลันเตา ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น จึงเริ่ม
เมื่อความต้องการของผู้บริโภคยังไม่สิ้นสุด ในการที่จะนำกุ้งก้ามกรามมาประกอบอาหาร เพราะมีเนื้อแน่น รสชาติอร่อย สามารถนำมาปรุงได้หลากหลายเมนู เช่น ต้มยำ กุ้งเผา หรือแม้แต่ทอด จากความต้องการที่มีมาก แต่ปริมาณกุ้งชนิดนี้กลับมีน้อยลงในธรรมชาติ ทำให้กุ้งมีราคาแพง จึงทำให้ปัจจุบันนี้มีการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกันอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัด เช่น นครปฐม ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี ฯลฯ คุณธนู หอมชุนภิรมย์ (ขวา) คุณธนู หอมชุนภิรมณ์ อยู่บ้านเลขที่ 15/3 หมู่ที่ 6 ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามเป็นอาชีพ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้แบบตัวยงกันเลยเดียว จากผู้รับเหมาก่อสร้าง สู่ชีวิตเกษตรกร คุณธนู เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีนั้นมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อผ่านมาถึงปี 2540 เกิดปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ จึงได้เปลี่ยนมาทำอาชีพเกี่ยวกับประมงคือ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม โดยนำเงินที่เก็บสะสมมาซื้อที่ดินบางส่วนด้วยในขณะนั้น เพราะเล็งเห็นว่าไม่มีอาชีพอย่างอื่นที่น่าทำไปกว่านี้แล้ว นอกจากด้านเกษตร “พอหลังจากประสบปัญหาเศรษฐกิจครั้งนั้น เราก็หยุดเลยเรื่องงานรั
จากภาชนะกระดาษ ภาชนะพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่ต้องล้างให้เปลืองน้ำ เปลืองแรง ปัจจุบันเรายังมีภาชนะที่ได้รับการพัฒนาให้ “เหนือชั้น” ไปกว่านั้นอีก นั่นก็คือ ภาชนะที่ใช้แล้วสามารถ “กิน” ลงท้องได้เลย หรือหากจะทิ้งก็ไม่เป็นการสร้างภาระให้โลก เพราะเป็นภาชนะที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพโดยไม่ทิ้งซากให้เป็นปัญหาหมักหมม ทั้งนี้มีการประเมินว่า แต่ละปีมีขยะพลาสติกซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ทางสิ่งแวดล้อม มีการรั่วไหลลงสู่มหาสมุทรถึงปีละ 8,000,000 ตัน ซึ่งหมายความว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ ภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ พ.ศ. 2593 เราอาจจะเจอปัญหาในมหาสมุทรมีขยะอยู่มากกว่าปลาก็เป็นได้ เชลซี ไบรแกนตี และลีห์ แอน ทัคเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โลลิแวร์ (เครดิตภาพจาก bustle.com) และปัญหาเรื่องขยะจากพลาสติกนี่แหละก็มาสะกิดใจ เชลซี ไบรแกนตี และลีห์ แอน ทัคเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โลลิแวร์ (Loliware) ในสหรัฐอเมริกา เจ้าของสตาร์ตอัพ “ถ้วยกินได้” ตรงที่พวกเธอจะรู้สึกหงุดหงิดใจทุกครั้ง เมื่อเห็นจาน ชามพลาสติก ถ้วยพลาสติก ถูกทิ้งเป็นกองพะเนินหลังจากจบงานเลี้ยง หรืองานอีเว้นต์ต่างๆ ทำให้เธอทั้ง 2 ซึ่งร่ำเรียนมาทางออกแ
หนทางสู่ความร่ำรวยของแต่ละคน อาจไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เศรษฐี มหาเศรษฐี มักจะตอบเหมือนกันก็คือ พวกเขาเริ่มจากทำสิ่งที่ตัวเองรัก หรือถนัด แล้วจากนั้น “เงิน” มันจะตามมาเอง เช่นเดียวกับ “มาร์นี่ อุสเลอร์” หญิงอเมริกันวัย 36 ที่สร้างตัวจากการทำงานด้วยรายได้ชั่วโมงละ 11 ดอลลาร์ (401 บาท) จนกระทั่งทุกวันนี้เธอเป็นเจ้าของธุรกิจรับสร้างบ้านที่สร้างรายได้ให้เธอถึงปีละ 7,000,000 ดอลลาร์ หรือราว 250,000,000 บาท ก็เพราะเธอค้นพบว่า นี่คืองานที่เธอรัก และมีความถนัดที่สุด มาร์นี่ เล่าว่า เธอเริ่มซื้อบ้านหลังแรกเมื่อปี พ.ศ.2547 ตอนอายุ 24 ปี เป็นบ้านพักในเมืองเบทานี บีช รัฐเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา ที่ครอบครัวเธอเคยไปเที่ยวพักตอนเธอเป็นเด็ก โดยใช้เงินเก็บทั้งหมดที่เธอมีวางดาวน์ไป 18,000 ดอลลาร์ (ราว 642,600 บาท ) เป็นเงินเก็บที่มาร์นี่ เล่าว่า “มาจากการทำงานด้วยค่าแรงชั่วโมงละ 11 ดอลลาร์ (ราว 400 บาท) และงานรับจ้างให้อาหารแมว งานรับจ้างล้างรถ ที่ฉันเคยทำและการกินอยู่อย่างประหยัดอยู่ถึง 2 ปี” มาร์นี่ เล่าว่า เธอตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้เพราะเห็นว่าตั้งอยู่ในทำเลที่ดี แต่ตอนนั้นก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับเธอเล
นางศิริกานต์ ธาตุมณี ส.อบต.บ้านว่าน และเกษตรกรบ้านโพนธาตุ หมู่ 6 ต.บ้านว่าน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ผู้ผลิตดินปลูกต้นไม้ภายใต้ชื่อ “ศิริกานต์” ดินปลูกนานาพันธุ์ไม้ และ “ศิริชัย” ดินปลูกนานาพันธุ์ไม้ ที่มียอดจำหน่ายกว่า 20,000 ถุง/เดือน กล่าวถึงความเป็นมาของการทำดินปลูกต้นว่า เริ่มทำดินปลูกต้นไม้เมื่อปี 2555 โดยวัตถุดิบที่นำมาทำดินปลูกต้นไม้นั้น เป็นมูลเห็ดหรือมูลดินที่เหลือใช้จากการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน เนื่องจากเพาะเห็ดจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2547 จาก 3 โรงเรือน จนกระทั่งขณะนี้มี 9 โรงเรือน ทำให้ดินที่เหลือจากการเพาะเห็ดมีจำนวนมากจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร จึงทดลองนำไปใส่อ้อย ข้าว แล้วได้ผลดี ขณะเดียวกันมีแนวคิดว่าจะทำยังไงให้เพิ่มมูลค่าจากของที่เหลือใช้ได้ จึงลองผิดลองถูกจนได้สูตรที่ลงตัวและได้ผลดีมากที่สุด นางศิริกานต์กล่าวว่า หลังจากนั้นเริ่มนำดินที่ได้ไปส่งขายตามร้านที่ขายพันธุ์ไม้ แต่บางร้านยังเกิดคำถามถามว่าดินที่เอามาจะดีหรือไม่ จึงทำการตลาดด้วยการให้ไปทดลองใช้ก่อน 10 ถุง ถ้าใช้แล้วมันดี พืชผักโตเร็ว ใบเขียวนาน ค่อยโทรติดต่อกลับมา พร้อมแจกนามบัตรตามร้านไว้ทุกร้านในเขตอำเภอท่าบ่อ อำเภอสังคม จั
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือ คุณนก เจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” เจ้าของร้านวัย 33 ปี ซึ่งมีประสบการณ์การทำมาค้าขายตามงานอีเว้ต์มา มากกว่า 10 ปี ด้วยแนวคิดที่ว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม” เส้นทางเศรษฐีได้พูดคุย สอบถามกับ คุณนก ในแง่มุมของการทำมาค้าขาย จากประสบการณ์จากการค้าขายแบบออกงานอีเว้นต์ โดยเกริ่นให้ฟังย้อนหลังก่อนที่จะมายึดอาชีพค้าขายว่า “เคยเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก หลังจากที่ออกจากงานประจำมานั้น และมายึดอาชีพขายข้าวมันไก่ ร้านของเธอมีทั้งขายในตลาดประจำ ทำเลที่ตั้งเป็นร้านแบบร้านข้าวทั่วไป ในขณ
