SMEs
ด้วยอาชีพหมอที่รู้ว่าคนป่วยเป็นมะเร็งนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เลยเป็นสาเหตุทำให้ “สุกิจ จำปาเงิน” รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ และยังเป็นเจ้าของคลีนิกตรวจโรค บางซ่อน คลีนิก หันมาสนใจเรื่องเกษตร และปลูกผักปลอดสารพิษ สบโอกาสส่งผักเข้าโรงพยาบาล หวังให้คนไข้ได้ทานผักปลอดภัย นอกจากนั้นยังส่งผักตามร้านอาหาร อนาคตวางแผนเกษียณออกมาเป็นเกษตรกร คุณสุกิจ จำปาเงิน รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของฝั่งธนบุรี และยังเป็นเจ้าของคลีนิกตรวจโรค บางซ่อน คลีนิก อายุ 59 ปี เล่าว่า หลังจบคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี บินลัดฟ้าไปเรียนต่อแพทย์เวชปฏิบัติที่ประเทศฟิลิปปินส์ จากนั้นต่อ ป.โท หลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ก่อนหน้านี้เป็นหมออยู่โรงพยาบาลปากน้ำ 4 ปี รับเงินเดือนหลักแสน ทว่าล่าสุดเข้ามารับตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ ช่วงที่คุณหมอสุกิจ เข้ามาเป็นรองผู้อำนวยการ คุณหมอ เล่าว่า แต่ละวันจะต้องส่งผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาได้ที่โรงพยาบาลบางไผ่ไปโรงพยาบาลอื่น ซึ่งโรคที่เป็นกันมาก คือ โรคมะเร็งตับ มะเร็งเต้
คุณเอกพงษ์ ขุนทอง อายุ 18 ปี นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปีที่ 1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง จังหวัดพัทลุง ได้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR FOOD CROP หรือ GAP ซึ่งจัดโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อกลางปี 2559 โดย คุณเอกพงษ์ได้นำเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ จนได้รับรางวัลชมเชย จากนั้นได้นำกลับมาขยายต่อยอด ใช้พื้นที่ว่างรอบบริเวณบ้านปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ขายผลมะนาว ซึ่งจากผลผลิตที่ได้ขายได้ราคาดี จึงขยายปลูกเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังตอนกิ่งชำมะนาวเองขายสร้างรายได้ระหว่างเรียน เดือนละกว่า 10,000 บาท คุณเอกพงษ์ กล่าวว่า โครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร หรือ GAP ที่ได้เข้าร่วมโครงการ และเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ได้รับรางวัลชมเชย รู้สึกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ไม่ใช่จะเริ่มเรียนรู้ในการปลูกมะนาวหลังเข้าร่วมโครงการ เพราะก่อนหน้านี้ ก็ได้ทดลองปลูกและตอนกิ่งพืชต่างๆ มาจากปู่ พ่อ แม่ โดยเริ่มทำการเกษตรมาตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 แต่การได้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติ
โอกาสมีไว้ให้พุ่งชน คงเป็นคำพูดที่ไม่ผิดนัก สำหรับนักธุรกิจวัย 24 ปีคนนี้ ที่สามารถต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ไปสู่ธุรกิจทำเงินและสามารถต่อยอดธุรกิจที่มีให้เติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบได้อย่างดีทีเดียว คุณณัฐวุฒิ เทพเซ่งลี เจ้าของธุรกิจ “ปูนึ่ง นำโชค” วัย 24 ปี เล่าว่า “เดิมเป็นคนสุราษฎร์ธานี ครอบครัวมีธุรกิจแพปูม้า มีเรือออกจับปูม้าและจับหมึกสายหยุดอยู่ก่อน แต่เป็นแพเล็กๆ ที่เมื่อได้วัตถุดิบมาก็เอาไปขายให้กับแพที่ใหญ่กว่ามารับซื้อไป วัตถุดิบที่ได้ก็ส่งไปขายหมด การขยายธุรกิจที่บ้านค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เพิ่งมาขยายได้จริง ก็เมื่อประมาณ 5 ปีมานี้ ส่วนตนนั้น ตอนเรียน เรียนอยู่ที่จังหวัดหัวหิน หลังเรียนจบก็เข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำได้ประมาณ 6-7 เดือน ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ได้ทำ ด้วยเหตุผลทางโอกาสจากงานประจำที่ทำ ได้พบปะกับนักธุรกิจ ทำให้ได้ไอเดียและเกิดแนวคิดจากนักธุรกิจหลายท่านแนะนำว่า หากอยากทำธุรกิจ ลองมองหาสิ่งที่ใกล้ตัว รู้จักและชอบในการเริ่มต้น จึงปรึกษากับทางบ้านว่า หากนำเอาวัตถุดิบจากแพของเราเองมาต่อยอด โดยเฉพาะปูม้า ซึ่งทางแพที่สุราษฎร์ธานี มีคนมาแกะปูที่แพ
ไปเที่ยวชุมพรครั้งล่าสุด ได้แวะที่อำเภอปะทิว นับเป็นครั้งแรกที่แวะที่อำเภอแห่งนี้ เพราะปกติจะผ่านไปเที่ยวที่อื่น ขณะนั่งกินอาหารกลางวันอยู่ที่ร้านเบียดแคม ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองบางสน อย่างเอร็ดอร่อย อาหารมื้อที่ว่านี้มีปลากะพงเป็นหลัก นอกจากแกงเหลืองปลากะพงกับยอดมะพร้าว ก็มีปลากะพงนึ่งมะนาว แล้วยังมีต้มยำปลากะพงอีก เท่าที่ผมสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า ปลากะพงแต่ละตัวมีขนาดเท่าๆ กัน จึงทำให้รู้ว่า ต้องเป็นปลากะพงเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะถ้าจับได้จากทะเล ปลาแต่ละตัวจะมีขนาดไม่เท่ากัน เจ้าของร้านบอกให้ผมและผู้ร่วมเดินทางว่า ในคลองบางสนมีคนทำกะชังเลี้ยงปลากะพงกันหลายราย จนตั้งเป็นชมรม ร้านอาหารทุกร้านใช้ปลากะพงจากผู้เลี้ยงเหล่านี้ สำหรับร้านเบียดแคมจะมีคนเลี้ยงปลาเอาปลามาส่งให้ร้านเป็นประจำ คนนั้นคือนายนพรัตน์ พรประเสริฐ เป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แต่ตอนนี้ได้ลาออกมาตั้งหลักทำกระชังเลี้ยงปลาอย่างเดียว วันนั้น หลังจากกินอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ผมขอให้เจ้าของร้านพาไปดูกระชังเลี้ยงปลา ซึ่งไปได้สะดวกเพราะทางร้านมีเรือนำเที่ยวจอดรอลูกค้าตลอดเวลา พูดง่ายๆ ก็คือ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแทบทุก
นักข่าวทีวีที่ยังต้องแบกกล้องตระเวนทำข่าวท่องเที่ยวทั่วประเทศที่มีอายุมากที่สุดหรืออาวุโสที่สุดในเวลานี้มีชื่อว่า มานพ คำหอม ชื่อนี้ ในแวดวงนักข่าวและนักดูทีวีแทบไม่มีใครไม่รู้จัก โดยเฉพาะตอนทำรายการร่วมกับ คำรณ หว่างหวังศรี จากทีวีช่อง 7 คุณมานพไม่ได้เป็นช่างภาพได้อย่างเดียว ยังเขียนข่าวและเขียนสารคดีท่องเที่ยวได้ด้วย หลังจากได้เป็นหัวหน้าข่าวหรือบรรณาธิการข่าว จึงไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับคำรณ หว่างหวังศรี เหมือนเคย ชื่อของคุณมานพจึงหลุดหายไป แต่มีงานอย่างอื่นที่ต้องรับผิดชอบในฐานะบรรณาธิการข่าวมากขึ้น โดยส่วนตัว ผมรู้จักกับคุณมานพมานานไม่น่าจะต่ำกว่า 30 ปี เพราะเขาเข้าทำงานทีวีครั้งแรกตั้งแต่อายุ 21 ปี เขาไปทำข่าวที่การประปานครหลวง ขณะที่ผมทำงานเป็นประชาสัมพันธ์อยู่ที่นั่น นักข่าวกับนักประชาสัมพันธ์จะต้องคุยกัน คุยกันบ่อยๆ ก็ทำให้รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี พอผมปลดเกษียณ ผมมีโอกาสได้เดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย โดยเป็นแขกรับเชิญของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงทำให้ผมได้พบกับคุณมานพบ่อยมาก จึงสนิทสนมกันยิ่งขึ้น เพราะนอกจากเคยรู้จักกันมาก่อนแล้ว ยังมีอายุใกล้เคียงกันด้วยคือแก่พอๆ กัน ครั้งหน
แม้ว่าจะเคยฮิตมากในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยความแปลกตาและรสชาติเปรี้ยวจี๊ด แถมยังไร้เมล็ด เลยทำให้มะนาวคาเวียร์ หรือมะนาวนิ้วมือ ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารหรู ซึ่งปัจจุบันราคาทะยานพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 4,500 บาท คุณสมเจตน์ พิมพ์ทอง ผู้จัดการฝ่ายบริหารเสียงลูกค้าทางอินเตอร์เน็ต บริษัทบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ปัจจุบันอายุ 48 ปี เล่าว่า เมื่ออายุเข้าเลข 3 เริ่มสนใจเรื่องเกษตร เพราะคิดว่าอาหาร คือ ปัจจัย 4 ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต เลยศึกษาหาความรู้จากหนังสือ สื่ออินเตอร์เน็ต และอบรมตามหน่วยงานต่างๆ กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หรือ พ.ศ.2556 นำสายพันธุ์มะนาวคาเวียร์” หรือ “มะนาวนิ้วมือ จากประเทศออสเตรเลีย รัฐนิวเซาท์เวลส์ เข้ามาปลูก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ราคาขายลูกละ 200 บาท ปัจจุบันกิโลกรัมละ 4,500 บาท คุณสมเจจน์ บอกว่า มะนาวนิ้วมือในประเทศออสเตรเลียนิยมปลูก แต่ทว่าสามารถเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศประเทศไทย ปัจจุบันราคาแพงมาก นิยมใช้ปรุงอาหาร ตกแต่งจานอาหารตามภัตตาคาร ร้านอาหารญี่ปุ่น วิธีใช้มะนาวนิ้วมือ จะขูดเนื้อออกจากผล นำมาคลุกเคล้า หรือวา
ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าคนไทยมีบัตรเดบิต จำนวนกว่า 50 ล้านบัตร จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 66 ล้านคน แต่พฤติกรรมการนำบัตรเดบิตไปใช้ ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็มมากกว่า ขณะที่การใช้เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านค้าโดยตรงยังน้อยมากกก…คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ประเทศที่มีระดับการพัฒนาประเทศสูงส่วนใหญ่ จะมีการใช้บัตรเดบิตในการชำระเงินแทนเงินสดอย่างแพร่หลายมากกว่า อะไรที่ทำให้คนไทยไม่ใช้บัตรเดบิตรูดซื้อสินค้า? ปัญหาอย่างหนึ่งต้องยอมรับว่า ร้านค้าที่รับบัตรยังมีไม่แพร่หลายครอบคลุมทั่วประเทศมากนัก ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้าบางรายเลือกที่จะไม่รับชำระเงินด้วยบัตร หรือรับชำระเงินด้วยบัตรแต่กำหนดยอดซื้อขั้นต่ำ หรือให้ส่วนลดการชำระด้วยเงินสดมากกว่าการชำระด้วยบัตร เนื่องจากร้านค้ามีภาระค่าธรรมเนียมการรับบัตร (Merchant Discount Rate) และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องค่อนข้างสูง นอกจากนี้ สถาบันการเงินผู้รับบัตร หรือภาษาในวงการบัตรอิเล็กทรอนิกส์จะเรียกว่า Acquirer ก็มีต้นทุนในการวางเครื่องรับบั
คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว คือ การปลูกผัก ผลไม้ ต่อมาจึงอยากให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องของรายได้ เพื่อให้มีรายได้จากหลายๆ ทางเป็นตัวเลือกในการสร้างเงิน “เรามาคิดว่าถ้าปลูกพืชเพียงอย่างเดียว รายได้ที่มีบางครั้งอาจจะไม่แน่นอน เพราะพืชบางช่วงก็มีราคาขึ้นลง จึงได้ตัดสินใจนำการเลี้ยงสัตว์เข้ามาเสริม เพื่อให้รายได้มีมากขึ้นหลายทาง จึงได้ตัดสินใจเลี้ยงไก่ไข่ เพราะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย สามารถกินเศษพืชผักที่เราคัดออกได้ และที่สำคัญยังสามารถปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ก็สามารถคุ้ยเขี่ยหากินเองได้อีกด้วย” คุณภิญโญ บอกถึงจุดประสงค์ของการเลี้ยง โดยไก่ไข่ที่นำมาเลี้ยงภายในพื้นที่บริเวณบ้าน คุณภิญโญ บอกว่า เป็นไก่ที่ได้รับจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และเขาได้หาซื้อบางส่วนเข้ามาเลี้ยงเองด้วย จากเริ่มแรกประมาณ 10 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมาทำให้ตอนนี้มีไก่ไข่ที่เลี้ยงภายในบริเวณบ้านทั้งหมดถึง 200 ตัว ไก่ไข่ที่เลี้ยงแบบปล่อย ซึ่งเคล็ดลับการเลี้ยงไก่ไข
“เคยคิดจะเลิกส่งออกใบตอง เพราะเป็นสินค้าให้ผลตอบแทนน้อยมาก ใช้กำลังคนหลายสิบคน แต่พอย้อนกลับมาดูยอดขาย จำนวนมันเยอะ เติบโตทุกปี 1-2 เปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าคู่แข่งทางการตลาดน้อย เนื่องด้วยกำไรต่ำ จึงไม่มีใครทำ แต่ตรงนี้ถือเป็นโอกาส” เปิดตลาดพืชผักผลไม้ จับจุดขายตามฤดูกาล พืช ผัก ผลไม้ของไทย อาทิ ทุเรียน กล้วย มังคุด พืชผักพื้นถิ่นและตามฤดูกาล ล้วนเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ อันเป็นผลมาจากชาวไทยจำนวนมากเข้าไปพำนักและสร้างธุรกิจกันมากขึ้น โดยเฉพาะกับธุรกิจร้านอาหารไทย อีกทั้งในส่วนของชาวต่างชาติเองก็เริ่มให้ความสนใจอาหารไทยกันมากขึ้น “ใบตอง” แม้จะให้ผลตอบแทนด้านราคาขายต่ำ แต่ทว่ากลับทำยอดขายสูง จึงเปรียบเสมือนแม่ทัพนำพาสินค้าอื่นๆ ออกสู่ตลาด ในขณะเดียวกัน ใบตองก็เปรียบดั่งนายท้าย ช่วยปิดการขายให้ง่ายขึ้น ดร.นงนุช อธิพันธุ์อำไพ ผู้บริหารคนเก่ง แห่งบริษัท โอชาฟูดแพ็ค จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารสู่ตลาดสากล เล่าว่า เธอคือเจเนอเรชั่น 3 ที่ก้าวเข้ามารับช่วงกิจการ โดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การอาหารมาเป็นแนวทางในการพัฒนา ซึ่งจุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากการปรับปรุงคุณภาพข้าวหอมม
การออกแบบชิ้นงานด้วยความคิดสร้างสรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าทำได้สินค้าชิ้นนั้นก็จะมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร มีทั้งมูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว อีกทั้งการใช้วิชาเรียนมาเป็นตัวเสริมสร้างแนวคิดยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เหมือนกับร้าน a.hoopp ร้านขายสินค้าที่เหมาะกับการมอบเป็นของขวัญน่ารักๆ ให้กับทุกคน คุณจำปูน-สุธิดา อัตพุฒ อายุ 25 ปี จบปริญญาตรีจากภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Graphic Designer บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของของขวัญดีไซน์เก๋ โพสต์ขายสินค้าผ่านอินสตาแกรมควบคู่ไปกับการทำงานประจำ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังจากเรียนจบเริ่มหางานทำเกี่ยวกับ Graphic Designer ในระหว่างรอเรียกสัมภาษณ์งาน เริ่มเปิดร้าน a.hoopp (เอ.ฮู้ป) ปัจจุบันเปิดได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ในตอนนั้นเป็นช่วงงานรับปริญญาของเพื่อนๆ ที่สนิท เลยตั้งใจจะทำของขวัญแจกเพื่อน จึงนึกถึงของที่อยากทำมานาน นั่นก็คืองานปักลายลงสะดึงเป็นภาพคน แต่ตนปักไม่เป็น ถนัดงานวาดในคอมฯมากกว่า เลยพยายามหาอุปกรณ์ที่สามารถพิมพ์ลายลงผ้าได้ งานชิ้นแรกจึงเป็นการออกแบบภาพวาดในสะดึง พอทำเสร็จออกมา
