SMEs
ช่วงนี้ใครไปแอ่วเมืองเหนือ ย่อมจะได้ลิ้มชิมรสสตรอเบอรี่ที่มีวางขายอยู่ทั่วไปตามเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย หรือแม่ฮ่องสอน ฯลฯ โดยเฉพาะบนดอยต่างๆ อย่างถ้าใครขึ้นไปดอยอ่างข่าง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะผ่านบ้านปางควาย ที่นี่ก็มีเกษตรกรหลายรายที่ปลูกสตรอเบอรี่ คุณธนพร พัฒนาวรกุล คุณธนพร พัฒนาวรกุล ก็เป็นเกษตรกรอีกรายที่ปลูกผลไม้ลูกสีแดงนี้ด้วย ในเนื้อที่ 3 ไร่ ชื่อไร่ชลธาร โดยมีหน้าร้านขายอยู่ติดกับตัวไร่ นอกจากลูกค้าจะได้ซื้อสตรอเบอรี่จากไร่สดๆ กันแล้ว ยังสามารถเข้าไปชมสวนและถ่ายรูปกันได้อย่างสนุกสนาน เน้นพันธุ์พระราชทาน 80 ทั้งนี้ ก่อนที่จะมาปลูกสตรอเบอรี่ คุณธนพรเคยปลูกลิ้นจี่และส้มมาก่อน แต่ช่วงหลังอากาศแปรปรวน ส้มมีปัญหาเลยโค่นทิ้ง แล้วหันมาปลูกสตรอเบอรี่แทน เพราะทางโรงงานหลวงที่ฝางส่งเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำและยังรับซื้อผลผลิตอีกด้วย เจ้าของไร่ชลธาร วัยกว่า 40 ปี เล่าให้ฟังว่า ปลูกสตรอเบอรี่มา 4 ปีแล้ว ทั้งพันธุ์พระราชทาน 80 และมีอีกพันธุ์คือ พันธุ์ 329 แต่จะเน้นปลูกพันธุ์พระราชทาน 80 มากกว่า เพราะเป็นที่นิยมของลูกค้าที่ชอบรสชาติหว
นอกจากปลาช่อน ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากปลาช่อนสารพัด และบรรดาขนมเปี๊ยะที่เป็นของขึ้นชื่อจังหวัด “สิงห์บุรี” ยังมีหมูทุบ ไก่ทุบ เนื้อวัวทุบ ล่าสุดเนื้อจระเข้ทุบ และเนื้อจระเข้ผัดปรุงรส ของร้าน “วัชรินทร์” ได้รับคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อป 5 ดาว มีโอกาสไปวางขายในสนามบินดอนเมือง แถมส่งขายต่างชาติ ถูกปากคนจีนเป็นอย่างมาก สร้างรายได้เดือนละล้านบาทเลยทีเดียว ต่อยอดจากหมูทุบ บุกตลาดจีนโดยเฉพาะ วัชรินทร์ เรืองฤทธิ์กุล หรือ ปุ้ย ทายาทรุ่นที่ 2 ของกิจการหมูทุบ เล่าว่า เดิมที่บ้านทำหมูทุบ ไก่ทุบ เนื้อวัวทุบ ขายมานานกว่า 30 ปี กระทั่งปี 2548 ได้เข้ามาช่วยกิจการทางบ้าน เลยพยายามอัพเกรดสินค้า ปรับภาพลักษณ์จากของฝากประจำจังหวัด กลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยม สามารถเข้าไปวางขายบนห้างสรรพสินค้าหรู และสนามบิน นอกจากนั้นยังคิดเมนูเพิ่ม“เนื้อจระเข้ทุบ” นับเป็นเจ้าแรกในเมืองไทย ขายดีแทบผลิตไม่ทัน คุณปุ้ย เพิ่มเติมว่า เดิมทีสินค้าของที่บ้านจะวางขายตามตลาดของฝากมาโดยตลอด ระยะหลังมานี้สินค้าถูกลอกเลียนแบบ ส่งผลยอดขายตกลงเกินครึ่ง เลยเปลี่ยนแผนธุรกิจจากที่เคยเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดล่าง – กลาง หันมาจับกลุ่มลูกค้าระดับบน เน
ผักชีฝรั่ง เป็นผักและสมุนไพรไทยที่นิยมนำมาปรุงอาหารในหลากหลายเมนู โดยเฉพาะอาหารอีสาน เนื่องจากใบมีรสชาติจืด แต่มีกลิ่นหอมแรง สามารถปรับปรุงกลิ่นอาหารให้ชวนรับประทานมากขึ้น ผักชีฝรั่งเป็นพืชอายุสั้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 6 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว โดยเกษตรกรจะปลูกในโรงเรือนความสูงประมาณ 1.70-2.00 เมตร ด้านบนจะมุงตาข่ายพรางแสง ให้แสงส่องผ่านได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ โดยการปลูกผักชีฝรั่งจะใช้เมล็ด ปลูกระบบร่องน้ำจึงได้ผลผลิตดี โดยหน้าร่องควรกว้าง 6 เมตร หรือ 3 วา ร่องน้ำกว้าง 1 เมตร ลึก 1 เมตร ส่วนความยาวแล้วแต่พื้นที่ และหลังจากหว่านเมล็ดลงไปแล้ว 10- 15 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า ซึ่งในช่วงนี้จะต้องดูแลกำจัดวัชพืช รดน้ำอย่าให้ขาด เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน และพอต้นกล้าอายุได้ 1 เดือน ก็จะเริ่มบำรุงปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนตลาดจะเป็นตลาดในประเทศ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ 45 บาท ซึ่งแต่ละรอบจะเก็บผลผลิตได้ 3-4 ตัน ทำรายได้เฉลี่ย 3-4 แสนบาท
คุณเอกชัย อินชนบท นักปรับปรุงพันธุ์บวบมินิ บริษัท อีสต์ เวสต์ ซีด หรือศรแดง เปิดเผยว่า บวบขนาดปกติ มีความยาว 25-30 เซนติเมตร ศรแดงได้พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ให้มีขนาดเล็กลง เนื่องจากบวบขนาดปกติ เป็นปัญหาของเกษตรกรในการทำค้างขนาดใหญ่ เมื่อมีพันธุ์บวบมินิ จะช่วยให้ทำค้างขนาดเล็กลงได้ ความสูงของค้างเพียง 1.8-2 เมตรก็เพียงพอ หรือถ้าไม่ต้องการต้นใหญ่ก็สามารถปลูกในกระถางได้เช่นเดียวกับผักชนิดอื่น เพราะพืชจะกระชับตัวเอง และสามารถตกแต่งทรงพุ่มให้สวยงาม เก็บผลผลิตง่ายได้ ซึ่งศรแดงใช้เวลาปรับปรุงพันธุ์บวบมินินี้นานถึง 8 ปี “ข้อแตกต่างระหว่างบวบปกติ กับบวบมินิ คือ การติดผลทุกข้อ ติดผลดก สามารถเก็บเกี่ยวได้ 3 ระยะ คือ ระยะผลอ่อน ระยะดอกตูม และระยะดอกบาน นอกจากนี้ ดอกของบวบมินิสามารถนำไปรับประทานได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสารเบต้าแคโรทีนให้กับร่างกายจากสีเหลืองของดอกบวบด้วย” คุณเอกชัย อธิบายอีกว่า บวบมินิ จะให้ผลผลิตดกและให้ผลผลิตเร็ว เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่ 38-40 วัน ขึ้นกับวัตถุประสงค์ของการนำไปรับประทาน และเก็บผลผลิตได้ทุกวัน หากเก็บไม่ทันก็สามารถปล่อยทิ้งให้เป็นบวบผลปกติได้ แต่ข้อดีของบวบมินิ
เหตุผลประการหนึ่งที่ต้นอ่อน(SPROTS)เป็นอาหารที่มีคุณค่าก็คือต้นอ่อนเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและให้พลังงานสูง เมล็ดพืชที่สามารถนำมาเพาะเป็นต้นอ่อนได้มีหลายชนิด ได้แก่ ตระกูลถั่ว (Beans) เป็นพืชที่อุดมไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต แต่เมื่ออยู่ในรูปของต้นอ่อนกลับเป็นอาหารที่ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะเป็นกรดในร่างกาย ทานตะวัน (Sunflower) ประกอบด้วยวิตามินบีและดีสูง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด งา (Sesame seeds) เป็นแหล่งของแคลเซียม ธาตุเหล็ก ไนอะซิน โปรตีน และฟอสฟอรัส อัลฟาฟ่า (Alfalfa) เป็นแหล่งพืชที่นิยมนำมาเพาะเป็นต้นอ่อน เนื่องจากมีคลอโรฟิลล์จำนวนมาก วิตามินเอ วิตามินบีคอมเพลกซ์ ซี ดี อี จี เค นอกจากนี้ยังประกอยด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัสและซัลเฟอร์ปริมาณมาก ธัญพืช (Grains) ต้นอ่อนของข้าวสาลีอุดมไปด้วยสารอาหารนานาชนิด ได้แก่ วิตามินซี อี บีคอมเพลกซ์ แมกนีเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม โพทัสเซียม โปรตีน เอนไซม์ และ คลอโรฟิลล์ ต้นอ่อนจัดเป็นพืชมหัศจรรย์เนื่องจากมีปริมาณวิตามินและสารอาหารสูงกว่าพืชชนิดเดียวกันที่โตเต็มที่ และพบว่าต้นอ่อนบางชนิดมีว
วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง เป็นกลุ่มผู้ผลิตพืชผักอินทรีย์ ตั้งอยู่ที่หมู่๑ ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๕๘ โดยการรวมตัวของสมาชิกที่มีความสนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ เหตุผลที่ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้หันมาปรับเปลี่ยนทำเกษตรแบบใช้สารเคมีมาเป็นสารอินทรีย์ชีวภาพ เนื่องจากในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐ คุณอุษา อุตสาหกุล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมพรเกษตรอินทรีย์คลองโยง นับเป็นกลุ่มผู้ผลิตผักอินทรีย์กลุ่มหนึ่งในจังหวัดนครปฐมที่มีความเข้มแข็ง จัดเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ขานรับนโยบายของภาครัฐในเรื่องของการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ทำให้ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ระบบการทำเกษตรอินทรีย์อย่างมั่นคง สามารถผลิตพืชผักอินทรีย์ป้อนสู่ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเสมอมา โดยไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างรวมถึงปัญหาอื่นๆ เนื่องจากระยะเวลาในการทำเกษตรในรูปแบบอินทรีย์ของกลุ่มนี้มีระยะเวลาดำเนินการมาร่วม 10 ปี จึงทำให้การปนเ
ชะอมเป็นพืชพื้นบ้านที่ปลูกง่าย ขึ้นได้กับดินแทบทุกชนิด เป็นผักสวนครัวปลูกเป็นรั้วบ้านได้ดีแบบรั้วกินได้ แต่ต้องระวังเรื่องน้ำท่วมโคนต้นโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หากพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มควรยกร่องขึ้นมา ระยะห่างระหว่างร่องเป็นไปตามสภาพของพื้นที่ แต่ควรมีช่วงห่างให้สามารถเดินเข้าไปได้เพื่อสะดวกในการดูแลและเก็บยอด ขณะที่ชะอมกำลังแตกยอดอ่อนก็ควรมีการเสริมปุ๋ยให้แก่ชะอมและควรให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ประมาณ 15 วันครั้ง การให้ น้ำ ตามสภาพอากาศ หน้าฝนอาจไม่จำเป็นต้องให้น้ำ ยกเว้นฝนทิ้งช่วงหลายวัน ชะอมจะให้ยอดน้อย ในช่วงหน้าหนาวชะอมจะแตกยอดน้อยแต่ก็สามารถบังคับให้แตกยอดได้ด้วยการตัดแต่งกิ่ง หรือรูดใบออกให้มากเท่าที่จะมากได้ จากนั้นใส่ปุ๋ยและรดน้ำ ยอดก็จะแตกออกมา สำหรับขั้นตอนการปลูก ระยะห่างระหว่างต้นควรห่างประมาณ 1 ศอกต่อหนึ่งต้น พื้นที่ประมาณ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 2,000 ต้น โดยชะอมสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการปักชำกิ่งลงในถุงดำเอาพลาสติกครอบไว้ประมาณ 7 วัน ก็ติดรากจากนั้นก็เลี้ยงต่อไปประมาณ 1-2 เดือน ก็สามารถนำไปปลูกในแปลงได้
หากมองถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจกับการเพาะเลี้ยงเห็ดในสภาพอากาศของบ้านเรานับว่าเอื้ออำนวยเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ดเป็นอย่างดี เพาะเลี้ยงง่าย ไม่เกี่ยงเรื่องขนาดพื้นที่ จะเพาะเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักก็ย่อมได้ ตลอดจนสามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางธรรมชาติจากในท้องถิ่นที่มีอยู่มากมายมาดัดแปลงใช้ในการเพาะเห็ดได้อีก เช่น ฟางข้าว ขี้เลื่อย ฯลฯ เป็นต้น จึงทำให้การเพาะเลี้ยงเห็ดเป็นการลงทุนต่ำ แต่สร้างรายได้ให้มากหากมีการบริหารจัดการอย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดอาชีพเพาะเลี้ยงเห็ดกันอย่างกว้างขวาง หลากหลายสายพันธุ์ และมีตั้งแต่ทำกันจำนวนน้อยจนถึงจำนวนมากในระดับประเทศ ขึ้นอยู่กับศักยภาพและความสามารถของคนทำ “ฟาร์มเห็ดเทพศิริ” ตั้งอยู่เลขที่ 154 หมู่ที่ 1 ตำบลนาเฉลียง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นอีกแห่งที่ทำธุรกิจเพาะเลี้ยงเห็ดหลายชนิด ได้แก่ เห็ดเป๋าฮื้อ หูหนู นางฟ้า ฮังการี ขอนดำ หลินจือ ยานางิ ขอนม่วง และนางฟ้าภูฏาน ทำตั้งแต่ขายก้อนเชื้อ ขายดอกสด และเปิดอบรมวิธีเพาะเลี้ยง ทั้งนี้ เน้นการผลิตเห็ดที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ด้วยการเพาะเลี้ยงแบบออร์แกนิก จึงทำให้
เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่อีกคนที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพเพียงระยะเวลาไม่กี่ปี คุณกิตตินันท์ นุ้ยเด็น บัณฑิตจากคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งตั้งแต่เรียนจบมาเมื่อปี 2549 ยึดอาชีพเกษตรกรรมมาโดยตลอด เริ่มเมื่อปี 2549 จนถึงปัจจุบัน มีแปลงเกษตรทั้งหมด 60 ไร่ ปลูกพืชหลายชนิด แต่ที่ทำเป็นหลักคือ มะละกอฮอลแลนด์ มะละกอแขกดำ กล้วยไข่ และกล้วยหอมทอง หนุ่มวัย 35 ปี รายนี้ เป็นเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเป็นเจ้าของไร่ “อ.การเกษตร.” อยู่ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากสวนยางพาราที่มีอายุกว่า 30 ปี มาปลูกปาล์มน้ำมัน และพืชผักผลไม้แทน เพราะมองว่าทำเงินได้ดีกว่า อีกส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุราคายางตกต่ำ มีรายได้ทุกวัน วันนี้เขามีรายได้เฉลี่ย เดือนละ 30,000-50,000 บาท โดยไม่ต้องไปเป็นมนุษย์เงินเดือน มีความสุขอยู่กับเรือกสวน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตและแหล่งต่างๆ พร้อมทั้งสอบถามผู้รู้ คุณกิตตินันท์ เล่าว่า ในพื้นที่ 60 ไร่ แบ่งเป็น
คุณอุเชนทร์ พุกอิ่ม บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 7 บ้านคลองเขาควาย ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โทร. (098) 803-0107 เจ้าของสวนเมล่อนในโรงเรือน “ไร่ถุงทองฟาร์ม” การให้ปุ๋ยเมล่อนในโรงเรือน ก็จะให้ปุ๋ยทางรากและทางใบ อย่างทางรากก็จะให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำ ปุ๋ย A (จะมีธาตุอาหารหลัก N-P-K), ปุ๋ย B (จะมีธาตุอาหารรอง) ตามสูตรตามระยะการเจริญเติบโต ก็จะให้วันละประมาณ 5 ครั้ง เน้นการให้น้อยแต่บ่อยครั้ง โดยแบ่งเวลาให้ เริ่มให้ตั้งแต่ เวลา 07.00 น. 09.00 น.11.00 น. 13.00 น. และ 15.00 น. การให้ปุ๋ย A จะต้องละลายปุ๋ยในน้ำสะอาดเอาไว้ในถัง เช่นกัน ปุ๋ย B จะต้องละลายในน้ำสะอาดมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (PH) เป็นกลางหรือกรดอ่อน คือ PH ประมาณ 6-7 อีก 1 ถัง ซึ่งตอนปล่อยเข้าระบบน้ำจะต้องให้ปุ๋ย A และปุ๋ย B จะส่งเข้าระบบน้ำพร้อมๆ กัน ในอัตราที่เราจะคำนวณเอาไว้ในแต่ละช่วงอายุของการเจริญเติบโต วิธีใช้ ปุ๋ย A และ ปุ๋ย B เบื้องต้น นำปุ๋ยมาละลายน้ำเพื่อเตรียมเป็นปุ๋ยสต๊อกก่อน 100 ลิตร จำนวน 2 ถัง ปุ๋ย A จำนวน 100 ลิตร และ ปุ๋ย B จำนวน 100 ลิตร แล้วนำแม่ปุ๋ยนั้นไปผสมน้ำเจือจาง ตามค่า EC ที่เหมาะกับพืช เช่น ผัก ค่าที่ 1
