SMEs
พริกไทยอ่อน พืชเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้หลักล้านบาท เริ่มกลับมาสดชื่นมีชีวิตชีวา เขียวชอุ่มอีกครั้ง พร้อมแตกช่ออ่อน รอเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนกันยายน เป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรหลายคนยึดเป็นอาชีพหลัก แม้จะลงทุนสูง แต่ราคาไม่ตก ผลผลิตออกมามีตลาดรองรับหมด ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลายครอบครัวที่นั่นยึดอาชีพปลูกพริกไทยอ่อน เป็นพืชที่ดูแลไม่ยาก เป็นพืชยืนต้นที่มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนานระหว่าง10-20 ปี ไม่ต้องมาปลูกบ่อยๆ และระยะเวลาไม่นานพริกไทยกลับกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ราคาไม่เคยตกต่ำลงมาเลย พริกไทยราคาดีมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วงแล้งราคาพริกไทยสูงมาก ราคาสูงถึง 300-350 บาท นางปัญญา มีเนตรขำ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.8 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เปิดเผย ครอบครัวของตนปลูกพริกไทยอ่อน ที่มีทรงพุ่มใหญ่ ต้นใหญ่ ใบใหญ่กว่าพริกไทยพันธุ์อื่น จำนวน2,245 หลัก บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ โดยปลูกมานานกว่า 10 ปีแล้ว การปลูกพริกไทย หลายคนมองข้ามและให้ความสนใจในการปลูกพริกไทยกันน้อยนั้นส่วนหนึ่งก็มา
จันทน์ผาด่าง หรือจันลาย ตามภาษาชาวบ้าน มีแหล่งกำเนิดอยู่บนภูเขาตามหน้าผาสูงชัน พบเห็นได้ยากมาก ย้อนไปเมื่อ 10-20 ปีก่อน จะมีราคาต่อกิ่งเป็นจำนวนเงินสูงมากในกลุ่มผู้นิยม โดยทั่วไปแล้วจันทน์ผาธรรมดา (ไม้ใบเขียว) ถือว่าเป็นไม้ประดับแนวหน้าที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยรูปทรงที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทรงของลำต้น หรือทรงของใบ นิยมนำไปจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ต หรือบ้านพักที่อยู่อาศัย และเป็นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อโรค ทนต่อทุกสภาพอากาศ ต้องการน้ำน้อยและเหมาะกับการจัดสวนหย่อมทุกรูปแบบ แต่สิ่งที่อยากจะนำเสนอนั้น ก็คือความแปลกและหายากของจันทน์ผา มีชื่อเรียกกันในนามว่า จันทน์ผาด่าง ที่มีกลุ่มผู้นิยมเสาะหาไม้ด่างชนิดนี้แบบว่าให้ราคาต่อต้น ต่อกิ่งสูงกันเลยทีเดียว ด้วยความหลงใหลในสีสัน ลาย ความแปลกหายากนั่นเอง คุณพรรณนรินทร์ ศรีเพ็ชร์ หรือ เอก เขาแหลม อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 15 ตำบลวังทอง อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว 27250 เป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบในเรื่องของต้นไม้ บวกกับที่บ้านก็ทำสวนผลไม้ เข้าสวนเป็นประจำอยู่แล้ว ปัจจุบัน คุณพรรณนรินทร์ หรือ เอก เขาแหลม มีอาชีพเป็นครู สอนอยู
ถูกจัดระเบียบกันไปตามลำดับความเหมาะสม สำหรับความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่มีการขอความร่วมมือให้บางกิจกรรมออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่ขอให้มีกิจกรรมเน้นเพื่ออำนวยความสะดวกคนที่เข้ามาสักการะ เช่น เรื่องอาหาร จะเหมาะสมกว่า ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สุ่มสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนที่เดินทางไปยังบริเวณท้องสนามหลวงยามนี้ เกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว หลายคนสนับสนุนอย่างยิ่งและบอกว่าน่าจะทำมาตั้งนานแล้ว แต่อยากจะขอฝากไปทางผู้รับผิดชอบด้วยว่า ความจำเป็นของประชาชน นอกจากอาหารหรือน้ำดื่ม ยังมีเรื่องของ “สถานที่ปลดทุกข์” หนักเบา อีกหนึ่งเรื่องใหญ่ หากเป็นไปได้ ขอให้มีรองรับอย่างเพียงพอ และขอ “ความสะอาด” บ้างตามสมควร ไม่ใช่เดินขึ้นไปแล้วต้องผงะถึงขั้นถอยหลังกลับ เพราะสุดทนกับกลิ่นและความเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเสียเป็นส่วนใหญ่ “วันก่อนได้ข่าว มีห้องสุขาติดแอร์ มาจอดให้บริการ แถวราชนาวีสโมสร เลยยอมกลั้นไว้เพื่อไปลองสักครั้ง ปรากฏสมความตั้งใจ ทั้งสะอาด ทั้งเย็นฉ่ำ เฮฟเว่น ทอยเลท สมกับยี่ห้อเขาจริงๆ” หญิงสาววัยกลางคน รายหนึ่ง ที่เดินทางมายังท้องสนามหลวง ให้ข้อมูลมาอย่างนั้
นับเป็นโชคดีของเกษตรกจังหวัดภูเก็ตที่ทางบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต จำกัด โปรโมตสินค้าหลักๆ ของเมืองท่องเที่ยวสำคัญแห่งนี้ โดยสับปะรดภูเก็ต หรือที่คนใต้เรียกกันว่า ยาหนัด เป็น 1 ใน 3 อย่างของสินค้าขึ้นชื่อภูเก็ต อันได้แก่ กุ้งมังกรเจ็ดสี ผ้าบาติก และสับปะรดภูเก็ต โดยทางบริษัทเปิดให้จองสับปะรดภูเก็ตที่ดีที่สุด 100 ลูก เป็นสับปะรดภูเก็ตแท้ ขายในราคาลูกละ 1,500 บาท เป็นการทำแคมเปญแค่ 100 ลูก คุณวิชัย แซ่ตัน เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ได้รับจัดสรรโควต้าให้ขายลูกละ 1,500 บาท จำนวน 25 ลูก หนุ่มใหญ่วัย 48 ปีรายนี้เรียนจบ ปวส. สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนหน้าที่จะมายึดอาชีพเกษตรกรเต็มตัวเคยทำงานโรงแรมมาก่อน พอปี 2535 ไม่มีคนช่วยพ่อที่ปลูกสับปะรดมานานกว่า 50 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำหันมาเป็นเกษตรกรเพียงอย่างเดียว เขาเล่าว่า ครอบครัวมีไร่สับปะรดที่ดูแลรับผิดชอบอยู่ 2 แปลง คือที่ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จำนวน 30 ไร่ และอีก 40 ไร่ ที่บ้านบางโจ ตำบลศรีสุนทร โดยปลูกมานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นการปลูกแซมในสวนยางพาราที่หมดอายุการใช้งาน จำเป็นต้องปลูกต้นยางพาราใหม่ และช่วงที่ต้นยางพารายังไม่โตประมาณ 1
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 พื้นที่ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ได้มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ได้มีการดำรงชีวิตที่ยึดหลักพอเพียง ตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอลุยเดช โดยได้มีการจัดสรรพื้นที่ในการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิด รวมทั้งการเพาะปลูกข้าว เพื่อใช้เอาไว้ในการอุปโภคบริโภค และหรือจากการอุปโภคบริโภคก็จะทำการแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน และเมื่อเหลือจากเพื่อนบ้านก็จะนำไปจำหน่ายในชุมชนข้างเคียง จนทำให้ชุมชนแห่งนี้นั้นสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง นายทองเพชร สูงชัยยา หนึ่งในชาวบ้านที่อาศัยในชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง เปิดเผยว่า ถึงสถานการณ์ราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ทางชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากทางชุมชนได้มีการเพาะปลูกข้าวไว้เพื่อนในการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอต่อชุมชน และเมื่อเหลือแล้วจึงจะนำไปจำหน่าย ซึ่งทำแบบนี้มาโดยตลอดโดยยึดหลักพออยู่พอกิน ทำเท่าที่กิน และพื้นที่โดยรอบก็จะมีการช่วยกันปลูกผักสวนครัวและพืชผลิตชนิดอื่นๆไปควบคู่กัน เพราะว่าเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะได้ไม่ต้องรอการเก็บเกี่ยวผ
แชร์-ไลก์ กันกระจาย สำหรับเพจ here 666 ที่เสนอขายหมอนข้างยาวเมตรกว่า รูปร่างหน้าตาเหมือนตัวเงินตัวทองไม่มีขา ที่เจ้าของสินค้าเรียกขานตัวเองว่า “หมอนเหี้ย” พร้อมตั้งสโลแกน “ ไม่เหี้ยจริงขายไม่ได้ หมอนเหี้ย เหี้ยแท้ๆไม่มีแย้ผสม” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามเรื่องนี้ไปยัง คุณซิน-สุพล คำใจ ชายหนุ่มวัย 32 ปี เจ้าของไอเดียผู้ผลิต “หมอนเหี้ย” ได้ความเริ่มต้นมาว่า “ทุกวันนี้ทำธุรกิจขายของออนไลน์ ร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆ ตอนขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน แฟนผมเขาเห็น คนอุ้ม ตุ๊กตาหมีออกมาจากร้าน เลยพูด อุ๊ย !ตุ๊กตาหมี น่ารักจัง พี่ซิน ซื้อให้หนูบ้าง ผมบอก เหรอจะเอาเหรอ จะเอาตัวอะไร แฟนบอก พี่ว่าตัวอะไรเหมาะกับหนูอ่ะ ซื้อให้หนูหน่อย ผมเลยบอก ตัวเหี้ยมั๊ย ตุ๊กตาตัวเหี้ยไง ก็เฮกันทั้งรถเลย”คุณซิน เล่าน้ำเสียงอารมณ์ดี หลังจากนั้นรุ่นพี่ ที่ทำธุรกิจด้วยกัน เกิดความคิดน่าจะลองผลิต ตุ๊กตารูปตัวเงินตัวทอง ออกมาขายดู ก่อนจะทำการสำรวจตลาดดูว่ามีใครทำขายแล้วบ้าง ปรากฏไม่พบแม้แต่เจ้าเดียว พวกเราเลยตัดสินใจเดินหน้าทำหมอนข้างรูปร่างดังว่านี้ออกมา เริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายกราฟฟิกใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่พิมพ์ออกมาจากภาพถ่า
การสื่อสาร มีพลังเสมอ ขึ้นอยู่กับจะสื่อสาร ด้านบวก หรือ ด้านลบ เมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นน้องคนหนึ่งเปรยขึ้นมาว่า “การสื่อสารนี่สำคัญกับการบริหารมากเลยนะ”ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ที่รุ่นน้องคนนี้ ทำงานสายบริหารมาร่วม 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งตาสว่าง ไม่แปลกหรอกครับ เพราะบางคนที่ผมเคยเจอมา ตาสว่างช้ากว่าน้องคนนี้เสียอีก บริหารไปตามใจคิด ไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญกับการสื่อสารเท่าใดนัก หลายคนเก่งในเรื่องการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มักพบปัญหาเกี่ยวกับคน ทำงานไม่ได้อย่างใจอยู่เป็นนิจ ซึ่งรากเหง้าต้นเหตุ ไม่ได้ซับซ้อนครับ มาจาก…“การสื่อสาร” อย่าลืมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกัน แปลว่า ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กัน สื่อสารกัน เวลาไม่ได้ทำงาน คุยกันน้ำไหลไฟดับ ไม่มีใครฟังใคร แต่พอทำงานด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่า “อีกฝ่ายคงรู้” คือ มีหลายความคิดครับ “คงรู้” “น่าจะรู้” “ควรรู้” “ต้องรู้” ส่วนจริงๆ รู้หรือไม่…ไม่รู้เหมือนกัน การคาดเดาเช่นนี้ พบเป็นปกติในการทำงานด้วยกันทุกระดับ ยิ่งองค์กรขนาดใหญ่ การขาดตอนของการสื่อสาร ยิ่งมีมากขึ้น พูดง่ายๆ คนในองค์กรใหญ่ชอบเดา มากกว่าองค์กรเล็ก ชอบเดาว่าอีกฝ่ายคงรู
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมนั่งดูข่าวการทดลองรถบรรทุกไร้คนขับบนถนนจริง ของแบรนด์รถยนต์เจ้าดัง แล้วเกิดความคิดหลายอย่างระคนกัน วันนี้เลยอยากชวนคุยเรื่องอนาคต ที่ยังคาดคะเนได้ไม่ชัดเจนกันบ้าง เรื่องการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการทดลอง ทดสอบกันมานาน และมีข่าวออกมาเป็นระยะถึงการ “ใกล้เคียงความจริง” ความจริงที่ว่าคือ มันจะใช้ได้จริงๆ บนท้องถนนอันโกลาหลวุ่นวาย โดยไม่เกิดอันตราย สิ่งที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างคือ แบรนด์สินค้าด้านการสื่อสารไร้สายหลายเจ้า ทั้งที่โด่งดังสุดของโลก ยังให้ความสนใจเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องรถยนต์ไร้คนขับ การทดลองรถบรรทุกไร้คนขับ กำลังบ่งบอกว่า ผู้พัฒนาหรือค่ายรถยนต์ต่างๆ มุ่งการไร้คนขับไปที่ รถเพื่อการพาณิชย์มากกว่ารถส่วนบุคคลหรือเปล่า เพราะมานั่งคิดดู รถส่วนบุคคล ถึงไร้คนขับ ผมยังเชื่อว่าเจ้าของรถอาจไม่สบายใจเวลานั่ง แล้วปล่อยให้รถทำหน้าที่เอง อีกประการขับเองก็ได้อรรถรส สนุกสนานกว่าในบางคราว แต่หากใช้เพื่อการพาณิชย์ คุ้มค่าน่าสนใจ และเพิ่มยอดขายให้รถประเภทนี้แน่นอน เพราะประหยัดการจ้างคนไปอีกเยอะ “คนขับรถกำลังจะตกงานหรือ”ผมว่าไม่เพียงคนขับรถหรอกครับ ที่กำลังจะตกงาน การ
สวนแสนปาล์มที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มีความสวยงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะที่ปรึกษาใหญ่คือ อาจารย์ปิฏฐะ บุนนาค ซึ่งรู้จักกันในนาม “บิดาปาล์มประดับของเมืองไทย” โดยมีคณะทำงานเจ้าภาพคือ รองศาสตราจารย์ชูเกียรติ รักซ้อน และคุณมานิจ หรือรณภูมิ สุขีวงศ์ รวมทั้งท่านอื่นอีกจำนวนมาก พื้นเพเดิมเป็นคนกำแพงแสน คุณมานิจ สุขีวงศ์ เกิดบริเวณที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนในปัจจุบัน คุณพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อทางราชการเวนคืนที่ดินสร้างมหาวิทยาลัย ชาวบ้านต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นจำนวนกว่า 2 หมู่บ้าน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยช่วงนั้นคือ ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ ได้ให้คุณพ่อของคุณมานิจช่วยพูดคุยและดูแลชาวบ้านที่ต้องย้ายถิ่นฐาน ตัวคุณมานิจเองหลังจากเรียนจบชั้นมัธยมต้นแล้ว เขาได้ศึกษาต่อทางด้านการเกษตรที่เกษตรจันทบุรี หลังเรียนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเมื่อปี 2521 คุณมานิจมาทำงานในสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จากนั้นได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม หน้าที่รับผิดชอบคือ ส่งเสริมความรู้ทางการเกษตร รวมทั้งฝึกวิชาชีพ ลุยงานอย่างต
เสน่ห์ของ “กุ้งเครย์ฟิช” อยู่ที่ความสวยงาม ซึ่งผู้เลี้ยงจะได้เห็นพัฒนาการของกุ้งชนิดนี้ในแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่กำเนิดเป็นลูกกุ้ง การลอกคราบแต่ละครั้งขนาดของตัวกุ้งจะใหญ่ขึ้น และมีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้เลี้ยงจะได้ลุ้นว่ากุ้งนั้นจะขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไร และสีสดมากขึ้นหรือไม่อีกด้วย คุณพีระพัฒน์ สัมฤทธิ์ดีงาม หรือ คุณพีม เด็กหนุ่มบุคลิกดีวัย 21 ปี นักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปี 3 เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงเสน่ห์กุ้งเครย์ฟิช และมีจิตใจที่รักสัตว์เป็นทุนเดิม จากที่เลี้ยงไว้ดูเล่นๆ ปัจจุบันกลับสร้างรายได้ให้แต่ละเดือนไม่น้อย สามารถเก็บเป็นทุนการศึกษาได้ โดยไม่ต้องร้องขอจากผู้ปกครอง “ผมเป็นคนรักสัตว์ เมื่อก่อนเคยเลี้ยงปลาหางนกยูงขาย แต่เพราะดูแลไม่ทั่วถึง ประกอบกับเลี้ยงค่อนข้างยาก เลยเลิกเลี้ยงปลาหางนกยูง แล้วหันมาเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช เพราะสีสวย ตอนแรกซื้อมาเลี้ยงเล่นๆ 5 ตัว ราคาตัวละ 200 บาท แต่พอกุ้งออกลูก ทดลองนำลูกกุ้งไปขายในเฟซบุ๊ก ปรากฏขายได้ นับจากนั้นเลยเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชเป็นเรื่องเป็นราว” คุณพีมเริ่มเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช เมื่อต้นปี 59 เขาเริ่มเลี้ยงไว้เพียงดูเล่น โดยไปซื้อจากตลาดนัดจตุจักร
