SMEs
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ในบ้านเราต่างพุ่งเป้าไปที่การทำธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLMV เพราะหลายประเทศเปิดเสรีทางการค้าและมีกำลังซื้อมากขึ้น อย่าง คุณถาวร พิลาจันทร์ เจ้าของบริษัท ไททุนทวี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เข้าไปทำธุรกิจส่งออกที่ประเทศลาว โดยจำหน่าย “ปลากระป๋อง” หลากหลายแบรนด์ และแม้เพิ่งจะทำอย่างเป็นระบบและเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว แต่กิจการก็เติบโตดี โอกาสใน CLMV คุณถาวร เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจส่งคนงานไปทำงานต่างประเทศ และเคยไปอยู่ที่ประเทศอิสราเอลนาน 17 ปี ทำให้รู้ความต้องการของลูกค้าต่างชาติและคนไทยในต่างแดน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้มาทำธุรกิจส่งออกสินค้า และเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างกลุ่มประเทศ CLMV ยังมีโอกาสอีกเยอะ ด้วยเหตุผลว่าประเทศเหล่านี้ยังไม่มีการผลิตที่หลากหลาย อย่างเวียดนามที่มีประชากรถึง 92 ล้านคน ต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยส่งน้ำตาลทรายไปขายที่ประเทศลาว และหากลูกค้าอยากได้สินค้าประเภทไหนก็จัดหาให้ตามความต้องการ สำหรับสินค้าหลักที่ส่งไปที่ประเทศลาวคือ ปลากระป๋อง ซึ่งทางคุณถาวรจ้างบร
เรื่องเศร้าสลดที่ญี่ปุ่นไม่กี่วันก่อน ทำให้ฉันนึกถึงข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่เคยถกเถียงกับเพื่อนมาตลอดหลายสิบปีที่ไปๆ มาๆ ประเทศนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราอาชญากรรมต่ำมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นมักเป็นอาชญากรรมรุนแรง สมัยฉันไปเรียนเมื่อก่อนโน้น คดีที่มักเกิดขึ้นคืออาชญากรรมของแก๊งยากูซ่า ฆ่าพวกเดียวกัน ฆ่าศัตรู ฆ่าโสเภณีที่หนีจากการควบคุม คือ มันสะท้อนภาพดำมืดออกมาอย่างรุนแรงเท่าที่จะทำได้ในสังคมที่คนโค้งแทบจดดินเวลาพบปะกัน ไม่นานต่อมา มักมีข่าวเรื่องการผลักคนให้รถไฟชน มีปีละไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งรุนแรงเกินจะนึกได้ว่าคนกับคนทำกันอย่างนั้นได้อย่างไร ญี่ปุ่นเป็นเหมือนบ้านที่สาม รองจากอเมริกา และไทย ฉันผูกพันกับญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นมากมายเกินกว่าจะพูดได้หมด จึงเศร้าสลดทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ล่าสุดที่เหยื่อคือคนพิการ 10 กว่าคน ฉันพูดไม่ออกไปตลอดทั้งวัน ญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ คนวัยทำงานมีน้อยกว่าคนที่กินเงินเกษียณ สังคมที่เหน็ดเหนื่อยกับการแบกรับภาระหนักเช่นนี้ จึงมีอาการ “สติแตก” อย่างมากทั้งปริมาณและความรุนแรง คนรุ่นใหม่มักมองว่าคนแก่เป็นภาระ ทั้งที่ต
อย่างที่ทราบกันอยู่ทุกปีว่า ทุกเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน แล้ง มะนาวแพงแสนแพง และได้ยินเสียงบ่นอยู่ทุกปี ครั้นจะไปเริ่มต้นทำในช่วงเดือนมีนาคม เมษายน ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงขอนำเสนอการทำมะนาวนอกฤดู เพื่อให้ออกผลในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งจะต้องเตรียมตัวทำเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มะนาวออกดอกเต็มที่ในเดือนพฤศจิกายน (เดือนหน้านี้) และไปเก็บผลผลิตได้ในเดือนเมษายน 2560 ซึ่งขั้นตอนการทำทั้งหมด ได้จาก คุณประเวศ แสงเพชร อดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร ที่ออกมาให้ความรู้ในเรื่องการทำมะนาวนอกฤดูอยู่หลายครั้ง ขั้นตอน เริ่มจากเลือกกระถางเคลือบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15-18 นิ้ว ทำความสะอาดทั้งด้านนอกและด้านใน เตรียมดินปลูกที่มีส่วนผสมของดินร่วนสะอาด กับ กาบมะพร้าวสับขนาดเล็ก อัตรา 3 : 1 และเติมปุ๋ยคอกเก่าเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดก้นกระถางด้วยเศษอิฐหัก หรือกระถางแตก ป้องกันไม่ให้ดินไหลออกจากกระถาง ใส่ดินผสมลงเกือบเต็มกระถาง นำกิ่งพันธุ์มะนาวที่แข็งแรง สมบูรณ์ ไม่แตกกิ่งก้านมาก ถ้าเป็นกิ่งเดี่ยวยิ่งดี ฉีกถุงเพาะชำออก ระวังอย่าให้รากฉีกขาด ปลูกลงกลาง
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ส้มตำ เป็นเมนูอาหารหลักของประเทศไทยไปแล้วก็ว่าได้ กินกันทุกภาค ทุกเพศ ทุกวัย และมีขายแทบจะทุกตรอก ซอกซอย ถ้าเป็นเขตภูมิประเทศ ก็เรียกว่าแทบจะย่อยแสนย่อยจะต้องมีร้านส้มตำ และเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยมีโอกาสปลูกมะละกอพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีลักษณะดีกว่าพันธุ์เดิม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้มากขึ้น ล่าสุด บริษัทเอกชน ได้ปรับปรุงมะละกอพันธุ์ใหม่ ที่ชื่อว่า พันธุ์ “ส้มตำ” โดยใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์ทั้งหมด 15 ปี ปัจจุบัน ได้จดทะเบียนสายพันธุ์เรียบร้อยแล้ว บริษัทดังกล่าว ได้ปรับปรุงพันธุ์มะละกอทุกขั้นตอนโดยวิธีธรรมชาติ เริ่มจากตรวจสอบ ดีเอ็นเอ (DNA) ทุกสายพันธุ์ที่มีทั้งหมดว่า ปลอดจากกระบวนการตัดต่อพันธุกรรม (Non GMO) หลังจากนั้น ย้ายปลูกในสภาพไร่ เพื่อคัดสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรคไวรัสใบจุดวงแหวน จึงผสมคัดเลือกสายพันธุ์พ่อ แม่ ที่มีลักษณะผลที่ตรงตามความต้องการของตลาดส้มตำ และมีความทนทานต่อโรคไวรัส ทางบริษัทเน้นวิจัยเรื่องการเปลี่ยนเพศของดอกมะละกอในสภาพร้อนจัดและหนาวจัด ก่อนทำลูกผสม และทดสอบ เก็บข้อมูลในสถานีทดลอง และแปลงเกษตรกร เพื่อคำนวณผลผลิตต่อต้น น้ำหนักผล ความ
อยากมั่ง อยากมี กลายเป็นหนี้สิน หลังศึกษาจบด้านช่างกล คุณยวง เขียวนิล สอบเข้ารับราชการ แต่ทำงานเนิ่นนาน 10 ปีก็ไม่รวย เหลือบเห็นเพื่อนทำธุรกิจส่วนตัวแล้วรุ่ง จึงเลือกเดินตาม เปิดร้านเหล็กดัด มุ้งลวด และกระจก จากเป้าหมาย “รวย” กลายเป็น “หนี้” ขายที่ขายทางจนหมด หอบเงินก้อนที่เหลือจากการใช้หนี้ เปิดธุรกิจผลิตโครงหลังคาเหล็ก เดินทางจากบ้านไปอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่สุดท้ายคือ บอบช้ำซ้ำซาก เดินทางกลับมาขอปันพื้นที่ 4 ไร่ของแม่ยาย ในอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี หวังทำนาสร้างหนทางเกษตรกรรม แต่กลับเลือกทางผิด กลายเป็นคนติดเหล้า จนเป็นพิษสุราเรื้อรัง “วันๆ กินแต่เหล้า ใครห้าม ก็บอก ตับของกู ตังค์ของกู ขนาดแม่ห้ามยังไม่ฟัง กินเหล้าตั้งแต่ปี 2531 กระทั่งปี 2534 กลายเป็นพิษสุราเรื้อรัง และร่างกายทรุดหนักในปี 2537 ตอนนั้นคิดว่าถ้าไม่เลิก คงตาย จึงหักดิบ แต่กลับแย่ ภรรยาจึงต้องพาไปหาหมอ ใช้เวลารักษา และพักฟื้นอยู่ 1 ปี เลิกเหล้าได้แบบเด็ดขาด” เมื่ออาการกลับมาดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ภรรยาได้รับช่วงมรดกที่ดินรวม 44 ไร่ จึงตั้งใจสู่การเป็นเกษตรกรเต็มตัว “ผมเดินทางไปพบเกษตรอำเภอ สอบถามถึงการทำเกษต
ผักสวนครัว อย่างกะเพรา แมงลัก และโหระพา แม้เป็นผักพื้นๆ ราคาไม่แพง แต่ก็เป็นผักที่คนไทยบริโภคตลอดทั้งปี ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัด สระบุรี คุณป้ามณี วงศ์มหิงค์ ปลูกกะเพรา โหระพา และแมงลัก ไว้ 1 ไร่ ก็สามารถตัดขายได้ทั้งปี คุณป้ามณี เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยทำนา แต่สู้กับภาวะแล้งไม่ไหว เลยหันมาปลูกผักสวนครัว ซึ่งทำรายได้ทุกวัน ตกวันละ 500 บาท โดยบอกว่า แค่ 1 ไร่ก็ตัดขายไม่ทันแล้ว อย่างกะเพรา เป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ส่วนการปลูกก็ง่ายมาก ขุดหลุมตื้นๆ ปลูก รดน้ำ แล้วใส่ปุ๋ยคอก จากนั้น รดน้ำวันละครั้ง พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ถึง 15000 ต้น หลังจากปลูกแล้ว 30 วันก็เก็บขายได้ และเก็บขายได้นาน 6-7 เดือน โดยจะเก็บได้ 10-15 ครั้ง จากนั้น ก็จะตัดได้น้อยลงไปเรื่อยๆ ชมคลิป การปลูก การตัดขาย
ใครกินแตงโมบ่อยๆคงจะชอบสารพัดวิธีที่นำมาฝากกัน เป็นไอเดียการผ่าแตงโมแบบเสิร์ฟแขกหรือเพื่อนฝูงให้กินกันแบบง่ายๆไม่ยุ่งยาก ทั้งยังดูมีไอเดีย ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ข่าวว่าบรรยากาศค้าขายทั่วไปในอำเภอหัวหิน กำลังกลับมาคึกคักเหมือนปกติ และ เมื่อลองสำรวจจุดค้าขายสำคัญยามค่ำคืน อย่าง “ซิคาด้า” หรือตลาดจักจั่น ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศไปเดินช็อปและชิมกันอยู่ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีพอสมควร สำหรับ “ไฮไลต์” ของแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตแห่งนี้ น่าจะเป็นศิลปะการแสดงสไตล์ “เปิดหมวก” หรือ Street Performance ซึ่งป็นศิลปะการแสดงในที่สาธารณะตามท้องถนน มุ่งสร้างความบันเทิงและความประทับใจแก่ผู้ชมที่ผ่านไปมาเพื่อแลกกับค่าตอบแทน ซึ่งกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ “โชว์ต่อขวด” นับเป็นหนึ่งในการแสดงเปิดหมวก ซึ่งผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย จึงขอเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักกันสักหน่อย …….. คุณเจี๊ยบ –นิธิกานต์ เลือดแดง อายุ 34 ปี คุณแม่ของ น้องไอซ์-ด.ช.ฐิติพงศ์ ติดงาม วัย 13 ปี นักเรียน ชั้น ม.2 พื้นเพอยู่ที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรุณาสละเวลามาพูดคุยด้วย ระหว่างรอลูกชายทำการแสดง “โชว์ต่อขวด” ที่ตลาซิคาด้า เริ่มต้นแนะนำตัวให้รู้จัก ครอบครัวมีอาชีพขายไก่ย่าง-ไก่ทอด โดยตัวเธอ ยึดทำเลตลาดนัดและตามงานวัดในเขตอำเภอปากน้ำปราณฯ ส่วนพ่อ-แม่ ซึ่งเป็นตา-ยาย ของน
ในท้องตลาดบ้านเรา ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอางต่างๆ ล้วนทำมาจากพืช ผัก ผลไม้ และสมุนไพรนานาชนิด วันก่อนไปงานแสดงสินค้าของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ มีอยู่เจ้าหนึ่งทำจากหัวไชเท้า ซึ่งน่าสนใจมาก เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน แถมยังได้โอท็อป 5 ดาวของจังหวัดสมุทรสาครในปีนี้ ชื่อแบรนด์ มิสโคโค่ (Miss CoCo) ปรากฏว่ามีลูกค้าเข้าไปสอบถามและซื้อติดไม้ติดมือกลับไปหลายราย โตในครอบครัวแพทย์แผนไทย “คุณสราญจิต จนิษฐ” เจ้าของผลิตภัณฑ์ครีมออร์แกนิกแบรนด์มิสโคโค่ เล่าว่า หลังจากจบปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ศึกษาเพิ่มทางด้านแพทย์ทางเลือก เกี่ยวกับด้านสมุนไพรไทย สาเหตุที่มาทำธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เพราะมีความสนใจด้านสมุนไพรมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณตาเป็นแพทย์แผนไทย ประกอบกับตัวเองเป็นคนผิวแพ้ง่าย จึงคิดผลิตครีมใช้เองในครอบครัว โดยศึกษาวิธีการผลิต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 พร้อมทั้งได้เริ่มทำแจกจ่ายให้คนรู้จักใช้ และเริ่มขอมาตรฐานต่างๆ โดยสมุนไพรพอกหน้าที่ทำจากดินสอพองได้เข้าคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อป 5 ดาว ในปี 2555 ต่อมาได้ขยายตลาดจนเป็นที่รู้จัก
สมัยนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องให้แปลกแหวกแนวไว้ก่อน จะได้ขายไม่ยาก แต่ที่ว่าแหวกแนวนั้นต้องน่าดูชมด้วยนะถึงจะเรียกคนให้หันกลับมามองซ้ำได้ ฉบับที่แล้วพูดถึงเรื่องคนชอบนอนแขวนอยู่บนหน้าผาและใต้ต้นไม้ห้อยโตงเตงเป็นลิงเป็นค่างบ่างชะนี ลองดูสักทีว่าถ้าใช้ชีวิตแบบ “แขวนลอย” อยู่ในอากาศ แล้วจะรู้สึกอย่างไร เต๊นท์นอนแขวนลอยของนักปีนเขาแบบนั้นอาจจะยังไม่มีจำหน่ายในเมืองไทย คงต้องสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์กันเป็นหลัก แต่ถ้าท่านใดยังอยากนอนบนต้นไม้ในเทศกาลพักผ่อนกลางลมหนาวยามนี้ มีทางเลือกอื่นให้ลองค่ะ ไม่ต้องลำบากลำบนไปห้อยโตงเตงเหมือนเต๊นท์ Portaledge แต่จะได้นอนบนเตียงนิ่งๆ นุ่มๆ สบายในลักษณะห้องพักแบบรังนก หรือ “เดอะ เบิร์ด’ส เนสท์” ระดับสี่ห้าดาว เรียกง่ายๆ ว่าเป็นโรงแรมบนต้นไม้ “ทรีโฮเต็ล” (Tree Hotel) ก็แล้วกัน ทรีโฮเต็ล (Tree Hotel) ที่เอามาให้ชมกันนี้เป็นโรงแรมรังนกที่ประเทศสวีเดนค่ะ ไกลจากบ้านเรามากมายทีเดียว ถ้าไม่มีสตังค์ไปเที่ยวก็เที่ยวผ่านรูปและเรื่องในคอลัมน์นี้ไปก่อนแล้วกัน ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในหมู่บ้าน “Harads” เป็นชนบทห่างไกลทางภาคเหนือของประเทศสวีเดน อยู่ห่างไปทางตอนใต้ของเส้นอาร์กติก เซ
