SMEs
ลำไย เป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล มีพื้นที่เพาะปลูกในประเทศกว่า 1.10 ล้านไร่ แหล่งเพาะปลูกส่วนใหญ่กว่า ร้อยละ 81 อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ แถบจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา และน่าน ที่เหลือกระจายอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จันทบุรี สมุทรสาคร เป็นต้น ปัจจุบัน ผลผลิตลำไยส่วนใหญ่ถูกส่งออกในลักษณะลำไยสด ลำไยอบแห้ง ลำไยแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ลำไย ฯลฯ ไปยังตลาดคู่ค้าหลักคือ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม แคนาดา มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากกว่าปีละหมื่นล้านบาท ทำให้เกษตรกรรายเก่าและรายใหม่สนใจที่จะลงทุนทำสวนลำไยเพื่อป้อนตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม ลำไย เป็นไม้ผลที่ต้องใช้ระยะเวลาปลูกนานพอสมควร ดังนั้น ระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไป เกษตรกรสามารถหารายได้เสริมในสวนลำไยได้หลายช่องทาง เช่น ปลูกผักหวานออกจำหน่าย โดยเริ่มจากขุดหลุมและรองก้นหลุมด้วยขี้วัว ปลูกผักหวานในระยะห่าง ประมาณ 1.5×2 เมตร จะปลูกผักหวานได้ 500 ต้น ต่อไร่ หากปลูกในระยะห่าง 2×2 เมตร จะได้ 400 ต้น ต่อไร่ ดูแลให้น้ำต้นผักหวานอย่างสม่ำเสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายพิภพ ปานแย้ม อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยถึงการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเป็นรายได้เสริมครอบครัว ว่าปกติงานบริหารขององค์กรนั้น ผู้บริหารก็จะให้นโยบายไปยังผู้ปฏิบัติ เพียงติดตามงานและความคืบหน้ามีปัญหาอย่างไรบ้างในการปฏิบัตินั้นๆ ซึ่งบางครั้งก็ลงไปรับฟังความคิดเห็น ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แต่ก็มีเวลาว่างบ้างในการที่จะหารายได้เสริมเข้ามาในครอบครัว ก็ใช้เวลาบางช่วงมาทดลองเลี้ยงกุ้งก้ามแดง (Redclaw Crayfish) หรือล็อบสเตอร์น้ำจืด เริ่มซื้อกุ้งก้ามแดงมา 30 ตัว ราคา 1,600 บาท มาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม โดยมีถังซีเมนต์ที่เคยใช้เลี้ยงปลาทั่วไปเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา โดยปกติแล้วชอบการเกษตรแบบปรัชญาเศรษฐกิจตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คืออยู่อย่างพอเพียง ซึ่งก็ได้ชักชวนพนักงานของเทศบาลรวมกลุ่มกัน โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างบ่อซีเมนต์เล็กๆ เลี้ยงกุ้งก้ามแดง ใครไม่มีก็มาขอแบ่งปันกันไปศึกษาวิธีการเลี้ยงและดูแลให้กุ้งมีสุขภาพที่แข็งแรงและเจริญเติมโตเร็ว ซึ่งก็เริ่มกระจายกลุ่มในเทศบาลของเราเอง ตอนนี้ก็ม
การปลูกไผ่เพื่อขายหน่อ จัดเป็นรูปแบบเกษตรกรรมอินทรีย์และปลอดสารพิษ เนื่องจากไม่ได้มีการใช้สารเคมีเลย นอกจากนั้น การปลูกไผ่ยังช่วยลดโลกร้อนได้ดีกว่าต้นไม้หลายชนิด อย่างกรณีของ คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. (081) 366-4142 ที่ปลูกไผ่บงหวานมานานเกือบ 14 ปี ปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่ ต่อมาได้ต่อยอดมาเปิดร้านอาหาร นำหน่อไผ่บงหวานมาประกอบเป็นอาหารในร้านทั้งหมด ซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างมาก คุณภัทรา เล่าย้อนกลับไปว่า ตนเองทำงานบนเส้นทางของข้าราชการครูมานานถึง 14 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 ก็ได้รับการแนะนำจากน้องสาวให้ลองปลูกไผ่บงหวาน ก็ได้ศึกษาเรื่องไผ่บงหวานและก็ได้ตัดสินใจไปซื้อพันธุ์ไผ่บงหวานที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 500 กล้า เป็นเงิน 25,000 บาท และก็ได้นำมาปลูกและขยายมาเรื่อยๆ ในช่วงที่ปลูกไผ่บงหวานช่วงแรกๆ นั้น เนื่องจากต้นไผ่ยังเล็กมาก จึงมีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ ได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่ ซึ่งได้แก่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขาย
ฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตกระจับงอกงาม ลูกค้าไทย-ลาวแห่ซื้อ ราคาดี ไม่เพียงพอกับความต้องการตลาด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่จังหวัดหนองคายมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สภาพอากาศดี ฝนที่ตกยังสร้างความชุ่มชื่นให้กับพืชผลทางการเกษตร ส่งผลให้ออกผลผลิตดี เกษตรกรปลูกกระจับที่บ้านนาพิพาน ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย ก็ได้รับผลดีกับฝนที่ตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน คือกระจับที่ปลูกเจริญงอกงามและให้ผลผลิตสูง นายสุวพิษ ศรีวงษ์ อายุ 58 ปี เกษตรกรที่ปลูกกระจับในสระน้ำพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ บอกว่า กระจับเป็นพืชที่ปลูกกันมานาน หลังจากที่ตนสูบน้ำออกจากสระแล้ว จึงได้คิดจะปลูก เนื่องจากเห็นว่าที่ตลาดสดที่ตนไปขายผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่น ไม่มีกระจับขายในตลาด จึงได้ไปหาพันธุ์กระจับมาปลูก กระจับพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นกระจับเขาควายแบบเขาสั้นซึ่งเป็นกระจับที่นิยมปลูกกันในสมัยโบราณ และเป็นที่นิยมมากกว่าแบบเขายาว เนื่องจากมีรสชาติอร่อย ทานสดได้ และนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด นายสุวพิษกล่าวต่อไปอีกว่า ในเรื่องของการตลาดนั้นในจังหวัดหนองคาย ไม่มีปัญหา เนื่องจากยังมีคนปลูกน้อย ผลผลิตออกมาเท่าไ
จบไปแล้วสำหรับงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นงานหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในอันดับต้นๆ ครั้งนี้ ภายใต้กรอบแนวคิดที่ว่า “สมุนไพรไทย เศรษฐกิจไทย อนาคตไทย” ซึ่งนพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่าปีนี้มีการจัดรูปแบบกิจกรรมที่น่าสนใจมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โซนของต้นแบบ Thai Herbs Metropolis หรือมหานครแห่งสมุนไพร หรือเมืองแห่งสมุนไพรร่วมสมัย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เคลือบด้วยน้ำมันดาวอินคา ไฮไลต์อย่างหนึ่งของงานนี้คือ มีการเปิดตัวนวัตกรรมข้าวเคลือบ สมุนไพร 4 วัย ช่วยฟื้นฟูสมอง ชะลอวัย ต้านมะเร็ง ถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกของประเทศไทย และยังไม่มีที่ไหนในโลก เริ่มกันที่ข้าวของผู้สูงวัย เป็นข้าวกล้องเพาะงอก ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ดูดซึมน้ำตาลน้อย มีสารกาบา เคลือบด้วยสมุนไพรอย่างบัวบก ขมิ้นชัน พริก ฟักข้าวมะเขือเทศ และน้ำมันดาวอินคา เมื่อทานข้าวนี้เป็นประจำผสมกับอาหารที่มีโปรตีนจากปลา และผัก ผลไม้ จะทำให้ผู้สูงวัยลดสภาวะของโรคบางอย่างที่ติดตัวมาตั้งแต่วัยทำงาน มีสมุนไพรที่ช่วยชะลอความเสื่อม ช
พืชผลทางการเกษตร หากปลูกในระบบอินทรีย์ ย่อมดีต่อสุขภาพทั้งผู้ปลูก ผู้อุปโภค และรวมไปถึงสิ่งแวดล้อม แต่ทว่า คำถามคือ “ปลูกแล้วจะขายใคร” การเปลี่ยนใจของเกษตรกรให้หันมาสู่ระบบเพาะปลูกอินทรีย์ จึงเป็นเรื่องยาก แต่ทว่ากับชาวนาบนพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ตำบลหนองแค จังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดการรวมตัวกันขึ้นแล้ว และในวันนี้ สิ่งที่น่ายินดี และชื่นชม คือ เขามีตลาดโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่รองรับสินค้า ในชื่อ “เทสโก้ โลตัส” รับซื้อข้าว “ไรซ์ บัดดี้” คาดปีนี้ยอดทะลุ 20 ตัน คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการแผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส กล่าวถึงโครงการความช่วยเหลือว่าเป็น 1 ใน 22 โครงการเทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ โดยได้ผนึกกำลังกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ และช่อง 3 ปั้นข้าวหอมมะลิอินทรีย์ “ไรซ์บัดดี้” ตอบรับกระแสนิยมบริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารเคมี คืนรอยยิ้มให้ชาวนาก้าวสู่เกษตรยุคออร์แกนิก “ไรซ์ บัดดี้ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เป็นหนึ่งในโครงการเทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ ซึ่งเ
เป็นอีกหนึ่งเซเลบที่หันมาเอาดีด้านการทำเกษตร สำหรับ “ไกรภูมิ โตทับเที่ยง” หนึ่งในทายาทตระกูลดังเมืองตรัง เจ้าของธุรกิจอาหารกระป๋อง “ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม” ด้วยการก่อสร้างโรงเรือนปลูกผักไร้ดินปลอดสารพิษบนเนื้อที่ 6 ไร่ มีทั้งขายปลีก – ขายส่ง หวังตอบสนองกลุ่มผู้คนรักสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดหันมาปลูกเมลอนญี่ปุ่น ผุดไอเดียบรรเจิดจับผลมาแกะสลักลวดลายเพิ่มมูลค่า ใช้วิธีขายแบบประมูลในเฟสบุ๊ก ทำเอาเมลอนธรรมด๊า ธรรมดา กลายเป็นผลไม้ที่มีค่าตัวสูงลิบเลยทีเดียว ทายาทดังหันมาทำเกษตร เริ่มจากผักสวนครัว สู่ผักไฮโดรฯ คุณไกรภูมิ บอกว่า หันหลังให้ธุรกิจครอบครัว เบนเข็มตัวเองมาเป็นเกษตรกร เมื่อปี 53 ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับสนใจการทำเกษตร เลยลงทุน 50,000 บาท เพื่อลองผิดลองถูกปลูกผักสวนครัวทานเองบนเนื้อที่ กว้าง 2 เมตร ยาว 7 เมตร อาทิ ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ใช้ชื่อสวนผักแห่งนี้ว่า “สวนผักสวัสดี” เมื่อเริ่มมีผลผลิตนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน และเริ่มจำหน่าย เมื่อกระแสการตอบรับดี ทายาทธุรกิจดัง ขยายพื้นที่ปลูกเป็น 6 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 5 ถนนเพชร
ติดทำเนียบผักขายดี ร้านก๋วยเตี๋ยวทุกร้านจำเป็นต้องใช้ทุกวัน สำหรับ “ถั่วงอก” พืชราคาไม่สูงมากแต่อุดมด้วยไปคุณค่าทางโภชนาการ แถมปลูกง่าย โตไวทำเงินดี ไม่ต้องเป็นเกษตรกรก็สามารถปลูกได้ เฮียเอี่ยม หรือคุณวันทัสน์ รติขจรพันธุ์ ชายหนุ่มวัย 59 ปี ยึดอาชีพเพาะถั่วงอกขายมาตลอดทั้งชีวิตปัจจุบันเพาะถั่วงอกปลอดสารบนเนื้อที่ 400 ตารางวา ย่านคลอง 13 หนองจอก กรุงเทพมหานคร เก็บผลผลิตส่งขายตลาดทุกวันราว 2 – 3 ตัน มีรายได้วันละ 20, 000 บาท โดยเฉลี่ยยังไม่หักต้นทุน จะมีรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท เฮียเอี่ยม เท้าความกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวคนจีนที่มีอาชีพเพาะถั่วงอกขาย เดิมรุ่นพ่อแม่เพาะถั่วงอกอยู่ที่ย่านดินแดงนาน 20 ปี จนกระทั่งกรมทรัพยากรน้ำสั่งห้ามใช้น้ำบาดาลเลยย้ายมาอยู่ย่านคลอง 13 หนองจอก เนื่องจากมีน้ำให้ใช้ตลอดทั้งปี “ตอนเพาะถั่วงอกอยู่ที่ดินแดงใช้น้ำบาดาล ประกอบกับท่อน้ำบาดาลแตก กรมทรัพยากรน้ำ สั่งห้ามใช้น้ำบาดาล เลยย้ายมาอยู่คลอง 13 ย่านหนองจอก เนื่องจากมีน้ำให้ใช้ตลอดทั้งปี เป็นน้ำคลองชลประทานที่ไหลมาจากเขื่อนจังหวัดชัยนาท ก่อนนำมาใช้รดถั่วงอ
เป็น ที่ลงตัวแล้วว่า ด้านการแสดงนั้น นางเอกเนื้อหอม “แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์” จรดปากกาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดช่องทรู เป็นระยะเวลา 3 ปี ประเดิมงานละคร “เจ้าเวหา” ทางช่อง ทรูโฟร์ยู สร้างความฮือฮาในวงการบันเทิงไม่น้อย นางเอกสาวแพนเค้กนั้น แจ้งเกิดจากเวทีประกวดไทยซุปเปอร์โมเดล 2004 จนกลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของช่อง 7 สี มีผลงานละครล่าสุดเรื่อง “รักเร่” นอกจากนี้ เธอยังเป็นเจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์ และยังทุ่มเททำงานการกุศลต่างๆ มากมาย และอีกหนึ่งบทบาทที่เธอทุ่มเทไม่น้อยนั่นคือ การทำธุรกิจ ทั้งแบรนด์เสื้อผ้า Baby Rose by Pancake, ยาสตรี, ร้านขนมสมหมาย, ร้าน Teddy House และล่าสุด ผุดธุรกิจใหม่ ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นหม้อดิน “ชอลิ้วเฮียง by Pancake” ย่านสุขาภิบาล 3 โดยให้น้องชายหัวแก้วหัวแหวน “พัตเตอร์-ปองภพ จามิกรณ์” เป็นหลักในการดูแล ต่อยอดธุรกิจครอบครัว ในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีสื่อมวลชนมาร่วมทำข่าวอย่างคึกคัก รวมไปถึงเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ทางด้านนางเอกสาวได้เปิดใจถึงการหันมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นเป็นเพราะเดิมทีครอบครัวของเธอทำมาก่อนหน้านี้แล้ว และมีถึง
จากสถานการณ์ กล้วยน้ำว้าราคาแพง (มาก) อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และสถานการณ์นี้จะกินเวลาไปอีกนานมั้ย เราจะต้องซื้อกล้วยน้ำว้าแพงอย่างนี้ไปตลอดเลยหรือเปล่า ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สอบถามไปยัง คุณณัชคิรากร ดำชมทรัพย์ เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยน้ำว้า ที่ ต.ดอนทราย อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยกล่าวได้ว่า เธอเป็นผู้คลั่งไคล้ ในกล้วยน้ำว้าคนหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว ทำมาแล้วกว่า 15 ปี และไม่เพียงแต่ปลูกอย่างเดียว แต่ยังเสาะหาข้อมูลอยู่เสมอๆ ปัจจุบัน คุณณัชคิรากร ทำการเกษตรในพื้นที่ 30 ไร่ มีทั้งกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า และเลี้ยงปลา โดยก่อนหน้านี้ เคยทำงานบริษัทเอกชน เหตุที่ลาออกมาเพราะต้องการทำการเกษตร โดยเริ่มจากบ่อกุ้ง แล้วเปลี่ยนมาทำไม้ผล ซึ่งมองว่า กล้วยเป็นพืชที่ไปได้ ถ้ายังไม่แน่ใจในการทำการตลาด ก็ขายหน่อไปก่อน คำถามแรกคือ – เกิดอะไรขึ้น กับกล้วยน้ำว้าเมืองไทยที่แพงมากในปัจจุบัน “ที่แพงมาก เพราะ 2 ปีที่ผ่านมานี้ แล้งหนักมาก อีกทั้งเกิดโรคระบาด โรคตายพราย ที่เกิดจากเชื้อรา ทำให้กล้วยขาดตลาด เมื่อก่อน ขายกันได้หวีละไม่ถึง 10 บาท หรือราคาดีๆ
