กรมควบคุมโรค
กรมควบคุมโรค แนะ 4 วิธี จัดร้านอาหารให้ปลอดเชื้อไวรัส กรมควบคุมโรค – เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิก ในการจัดร้านอาหารให้ปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ไวรัสอู่ฮั่น โดยมีขั้นตอนเพียง 4 ข้อที่ทำได้ง่ายๆ ดังนี้
ย้ำ! กลับจาก “พื้นที่เสี่ยง”มีไข้ ไอ เจ็บคอ รีบแจ้งสายด่วน กรมควบคุมโรค โทร.1422 ข่าวจาก ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มข้นและเต็มที่ โดยหลังจากที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ยกเลิกเที่ยวบินจากเมืองอู่ฮั่น ทำให้ไม่มีสายการบินจากเมืองอู่ฮั่นมายังประเทศไทยแล้ว กรมควบคุมโรค จึงได้ดำเนินการปรับและขยายการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอื่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเริ่มจากเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง บริเวณ 5 สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย ที่เริ่มเที่ยวแรกในเวลา 10.45 น. เนื่องจากเมืองกว่างโจว มีจำนวนผู้ป่วยโรคดังกล่าวเป็นอันดับสอง รองจากเมืองอู่ฮั่น และได้เตรียมขยายการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอื่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป สำหรับการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในช่วงที่ผ่
แนะ 5 วิธีป้องกัน โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จนทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ สร้างความวิตกกังวลให้คนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนที่พบว่าขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 875 ราย ด้วยเหตุนี้ กรมควบคุมโรค จึงได้แนะ 5 วิธีป้องกัน โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ง่ายๆ ดังนี้ หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ จาม ด้วยกระดาษทิชชู หรือต้นแขนด้านใน หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจหรืออาการคล้ายไข้หวัด ปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์และไข่ให้สุกด้วยความร้อน สวมอุปกรณ์ป้องกัน เมื่อต้องสัมผัสกับสัตว์ป่ามีชีวิต หรือสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน ระวังอันตรายจากฝุ่น PM2.5 กรมควบคุมโรค – ที่เพจ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศจากกรมควบคุมโรค ว่าด้วยเรื่องการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 12-18 ม.ค. 63 ดังนี้
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ระวัง 6 โรคที่มากับภัยแล้ง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ฉบับที่ 243 (วันที่ 5 ม.ค.-11 ม.ค. 63) ระบุว่า พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสจะพบผู้ป่วยโรคที่มากับภัยแล้ง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เริ่มลดลง ทำให้ประชาชนเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ เชียงราย เลย นครพนม หนองคาย มุกดาหาร บึงกาฬ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี กรมควบคุมโรค จึงขอเตือนประชาชน ให้ระวัง 6 โรคที่มากับภัยแล้ง ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย และไวรัสตับอักเสบเอ ทั้งนี้ แนะนำให้ประชาชนยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” โดยกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ใช้ช้อนกลางเมื่อกินอาหารร่วมกัน หมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย หากมีอาการท้องเสีย ดูแลเบื้องต้นด้วยการจิบน้ำผสมสารละลายเกลือแร่
กรมควบคุมโรค หนุนยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร อันตรายสูง 3 ชนิด ภายในปี 2563 เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2562 นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารทุกกรม และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ รวมพลังประกาศจุดยืนไม่เอาสารเคมีอันตรายทางการเกษตร นั้น กรมควบคุมโรค และหน่วยงานในสังกัด ทั้งหน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาครวม 42 หน่วยงาน ตลอดจนสำนักงานป้องกันควบคุมโรค 12 แห่งทั่วประเทศ และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง สนับสนุนให้ยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด (พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต) ภายในปี 2563 ซึ่งมีผลต่อสุขภาพ เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของเกษตรกร และประชาชนในประเทศ พร้อมสั่งการให้กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนามาตรการทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังภัยสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรกรรม การใช้สารเคมีในทางเกษตรกรรม
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9 – 15 มิถุนายน 2562 ว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยา ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -วันที่ 5 มิถุนายน พบผู้ป่วยแล้ว 3,592 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี และกลุ่มอายุ 35-44 ปี โดยภาคใต้เป็นภาคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดถึง 3,500 ราย คิดเป็นร้อยละ 97.4 ของผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม – วันที่ 5 มิถุนายน พบผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 86 ราย และมีแนวโน้มพบมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 “การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งเป็นฤดูที่เหมาะสมต่อการเพาะพันธุ์ของยุงลาย ที่นอกจากจะเป็นพาหะโรคไข้ปวดข้อยุงลายแล้ว ยังเป็นพาหะโรคไข้เลือดออก และโรคติดเชื้อไวรัสซิก้าอีกด้วย โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาที่มียุงลายสว
กรมควบคุมโรคพยากรณ์ 3 โรค ‘หวัดใหญ่-ไข้เลือดออก-โรคหัด’ กับ 1 ภัยสุขภาพปี 62 มาแน่! โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ผู้ป่วยจะพุ่ง 1.8 แสนราย ส่วนโรคพิษสุนัขบ้าแม้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ปีนี้เสียชีวิต 17 ราย โรคปี 2562– นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงข่าวพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญ พ.ศ.2562 ว่า จากการพิจารณาข้อมูลก่อนปี 2561 สามารถพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในปี 2562 ได้ดังนี้ กลุ่มโรคติดต่อ มี 3 โรค คือ 1.โรคไข้หวัดใหญ่ โรคหัด และโรคไข้เลือดออก และกลุ่มที่เป็นภัยสุขภาพ คือ การบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน รวมถึงในช่วงอากาศหนาวเย็น อาจเผชิญปัญหาหมอกฝุ่นควันทางภาคเหนือ และใน กทม.ที่มีการก่อสร้างจำนวนมาก อาจพบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในปี 2562 ทั้งหมดสามารถป้องกันได้ อย่างโรคไข้หวัดใหญ่และโรคหัดสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ขณะที่โรคไข้เลือดออก ก็ต้องเข้มข้นในเรื่องการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ส่วนอุบัติเหตุจราจรต้องลดปัจจัยเสี่ยงทั้งความเร็วการการขับ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ในหลายพื้นที่เริ่มเย็นลงและบางพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่วนในช่วงกลางวันก็มีอากาศร้อนอบอ้าว ประกอบกับความชื้นและความหนาวเย็นจะทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ที่มักมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงอากาศเปลี้ยนแปลงนี้ ซึ่งมีประชาชนที่มาอยู่รวมกันจำนวนมาก อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยและติดต่อกันได้ง่ายกว่าช่วงปกติ จากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–17 ตุลาคม 2559 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้ว 123,564 ราย เสียชีวิต 22 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ อายุแรกเกิด-4 ปี รองลงมาคือ 5–9 ปี และ 10–14 ปี ตามลำดับ เฉพาะวันที่ 1–18 ตุลาคม 2559 มีจำนวนผู้ป่วยแล้ว 9,176 ราย ซึ่งพบว่าผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง และมีจำนวนสูงกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ถึง 2 เท่า ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อัตราป่วย 646.
