กรมชลประทาน
กรมชลประทาน แนะ เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำฝน เปิดจุดเสี่ยงพื้นที่น้ำท่วมฉับพลัน นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝน ปี 2563 เพื่อให้ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ มีเพียงพอสำหรับการใช้น้ำตลอดฤดูฝน 2563 และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งปี 2563/64 หรือระหว่าง 1 พ.ย. 2563 – 30 เม.ย. 2564 ภายใต้ความต้องการใช้น้ำทั่วประเทศ 31,351.15 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำต้นทุนประมาณ 11,654 ล้าน ลบ.ม. (ณ วันที่ 1 พ.ค. 2563) ด้วยข้อจำกัดนี้ ส่งผลให้กรมชลประทาน ต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อความต้องการของทุกภาคส่วน ภายใต้ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีจำกัด การจัดสรรน้ำฤดูฝนจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ตามแผนการจัดสรรน้ำ ภายใต้น้ำต้นทุนประมาณ 11,975 ล้าน ลบ.ม. (ณ วันที่ 23 เม.ย. 2563) แบ่งเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค 2,980 ล้าน ลบ.ม. หรือ 25% ของน้ำต้นทุน รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ จำนวน 3,654 ล้าน ลบ.ม. หรือ 30% ของน้ำต้นทุนน้ำเพื่อทำการเกษตร จำนวน 4,974 ล้าน ลบ.ม.หรือ 42% ของปริมาณน้ำต้นทุน และน้ำเพื่ออุตสาหกรรม 367 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 3% ของน้ำต้นทุน จากสถานการณ์น้ำท่วม น้ำแล้งที่ผ่
กรมชลประทาน วาง 5 มาตรการบริหารน้ำฤดูฝน จัดสรรน้ำปลูกข้าวนาปี 16.79 ล้านไร่ วอนรอฟังกรมอุตุฯ ส่งสัญญาณเข้าฤดูฝน จึงเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปี กรมชลประทาน – ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนปี 2563 เพื่อให้ปริมาณน้ำมีเพียงพอสำหรับการใช้ตลอดฤดูฝนและเก็บกักไว้ใช้ในหน้าแล้งปี 2563/64 แบ่งเป็น 5 มาตรการ คือ 1. การจัดสรรน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี 2. ส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลักและใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วง 3. บริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยระบบชลประทาน 4. กักเก็บน้ำในเขื่อนให้มากที่สุด ไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ำต่ำสุด ตามช่วงเวลา เพื่อความมั่นคงด้านอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ 5. วางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย โดยแผนการจัดสรรน้ำและการปลูกพืชในฤดูฝนปี 2563 กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำต้นทุนและความต้องการน้ำในการเพาะปลูกทั่วประเทศไว้ปริมาณ 31,351.50 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเพาะปลูก 27.61 ล้านไร่ แบ่งเป็นการทำนาปี 16.79 ล้านไร่ เพาะปลูกพืชไร่พืชผัก 0.54 ล้านไ
กรมชลฯ แนะอย่าเพิ่งทำนาปี “ลำนางรอง-ลำแชะ-แม่กวง” น้ำยังน้อย วอนประหยัด คุณทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือน ระหว่าง พ.ค.-ต.ค. 2563 กรมชลประทานประเมินจะเกิดสถานการณ์ลานีญาอ่อนๆ หรือปริมาณฝนตกชุกในบางพื้นที่ แม้กรมอุตุนิยมวิทยา จะประเมินปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั่วประเทศจะต่ำกว่าค่าปกติ 5% โดยคาดว่าตลอดฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำต้นทุนในวันที่ 1 พ.ย. 2563 ปริมาณมากกว่าปีก่อนหน้า 3,500-5,000 ล้าน ลบ.ม. คาดการณ์ฝนปี 2563 จะคล้ายปี 2538 ที่มีฝนตกทางตอนบนค่อนข้างมาก กรมชลประทาน ได้เตรียมแผนการบริหารจัดการน้ำหากมีฝนตกในพื้นที่ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุฯ ดังนี้ คือเดือน พ.ค.ปริมาณฝนปกติ เดือน มิ.ย.ภาคเหนือ ภาคตะวันออกและตะวันตก ปริมาณฝนปกติ ภาคอีสานและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฝนต่ำกว่าค่าปกติ ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนตกสูงกว่าค่าปกติ เดือน ก.ค.ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติและหลังจากนั้นปริมาณฝนก็ต่ำกว่าค่าปกติไปจนถึงสูงกว่าค่าปกติกระจายในทุกภาค ทั้งนี้ 1 พ.ย. มีเขื่อนเก็บน้ำที่มีน้ำน้อย 31-50% จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนเก็บน้ำลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เขื่อนเก็บน้ำลำแชะ จังหวัดนครราชสีมาแ
ใครหางานอยู่ฟังทางนี้! กรมชลฯ ประกาศรับสมัครแรงงาน สู้โควิด-19 และภัยแล้ง หางาน – กรมชลประทานเปิดรับสมัครแรงงานทั่วประเทศ ในตำแหน่งงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน ก่อสร้างแหล่งน้ำ ระบบส่งน้ำ แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ โครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ ฯลฯ กว่า 80,000 ราย เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ค่าจ้างคิดเป็นรายวัน วันละ 377.85 บาท หรือประมาณเดือนละ 8,000 บาท รวมรายได้ตลอดระยะเวลาการจ้างสูงสุด 56,000 บาท/คน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและลักษณะของงานที่ทำ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครหรือติดต่อสอบถามได้ที่ โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสายด่วน กรมชลประทาน โทร.1460 ที่มา ไทยคู่ฟ้า
ว่างงานฟังทางนี้! กรมชลประทาน ช่วยประชาชนสู้ภัยแล้งและโควิด-19 เปิดรับสมัครแรงงานทั่วประเทศกว่า 80,000 ราย เงินเดือน 8,000 บาทต่อเดือน เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ ไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อตวามระบุว่า ใครว่างงานฟังทางนี้…กรมชลประทานเปิดรับสมัครแรงงานทั่วประเทศ ในตำแหน่งงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน ก่อสร้างแหล่งน้ำ ระบบส่งน้ำ แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ โครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ ฯลฯ กว่า 80,000 ราย เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ค่าจ้างคิดเป็นรายวัน วันละ 377.85 บาท หรือประมาณเดือนละ 8,000 บาท รวมรายได้ตลอดระยะเวลาการจ้างสูงสุด 56,000 บาท/คน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและลักษณะของงานที่ทำ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครหรือติดต่อสอบถามได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมชลประทาน โทร.1460
ชป.ย้ำ เมืองเชียงใหม่ มีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอตลอดแล้ง! วอนทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดที่สุด กรมชลประทาน ย้ำเมืองเชียงใหม่ มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดแล้งนี้ พร้อมเดินหน้ามาตรการรับมือภัยแล้ง วอนหากทุกฝ่ายร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดน้ำที่สุด จะรอดพ้นวิกฤตขาดแคลนน้ำได้อย่างแน่นอน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า สืบเนื่องจากในช่วงฤดูฝนปี 2562 ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยทั้งจังหวัดเพียง 911 มิลลิเมตร น้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 22% (ฝนเฉลี่ย 1,168 มิลลิเมตร) ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมไปถึงแม่น้ำสายต่างๆ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย กระทบต่อปริมาณน้ำดิบที่จะใช้ในการผลิตประปาหลายแห่ง นั้น กรมชลประทาน ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งนี้ โดยใช้น้ำต้นทุนจาก 2 เขื่อนใหญ่ คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 46.56 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือร้อยละ 18 ของความจุอ่างฯ และ
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศว่า ช่วงวันที่ 12–13 ตุลาคม 2559 บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งได้ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีปริมาณฝนน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 14–18 ตุลาคม ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งนั้น ปัจจุบันปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และแม่น้ำสะแกกรัง ได้ลดลงเหลือ 2,172 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที และ 88 ลบ.ม.ต่อวินาทีตามลำดับ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมชลฯจะลดระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนลงให้อยู่ในระดับ บวก 15.50 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้มีพื้นที่ไว้รองรับสถานการณ์น้ำตามที่กรมอุตุฯคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มอีกในช่วงวันที่ 14 – 18 ตุลาคม 2559 แต่หากมีฝนตกในปริมาณไม่มากนัก กรมชลฯจะพิจารณาปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลงตามความเหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลระหว่างปริมาณน้ำเหนือเขื่อนและปริมาณน้ำระบายท้ายเขื่อน นายทองเปลว กล่าวว่า สำหรับสภาพ
เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายเรวัต ประสงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า น้ำท่วมสูงในชุมชนติดแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองบางหลวง และคลองบางบาลในเวลานี้ พบว่ามีชาวบ้านในชุมชนริมน้ำ จำนวนมากไม่พอใจ เพราะต้องการให้กรมชลประทานเปิดประตูน้ำต่างๆ ดึงน้ำเข้าพื้นที่ทุ่งนาแก้มลิงตามธรรมชาติ ในพื้นที่หลายทุ่งนานับแสนไร่ของจังหวัด เช่นในทุ่งผักไห่ ทุ่งเสนา ทุ่งบางบาล และชาวนาก็ยินยอมให้ปล่อยน้ำเข้าทุ่ง เพื่อให้น้ำท่วมมีพื้นที่อยู่แบบกระจาย ไม่ใช่อัดแน่นท่วมสูงเฉพาะสองฝั่งแม่น้ำ อีกทั้งเห็นว่าในทุ่งนา ประสบปัญหาภัยแล้วยาวนานถึง 2 ปีแล้ว เมื่อไม่มีน้ำหลากเข้ามาทุ่ง ทำให้ปุ๋ยอินทรีย์ตามธรรมชาติไม่มี รวมถึงเกิดปัญหาหนูและเพลียระบาดอหย่างหนัก หากได้น้ำเข้าไป จะเป็นแก้มลิงเก็บน้ำไว้ใช้ทำการเกษตรได้ อีกทั้งจะเป็นการกำจัดหนูนาและเพลียด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ความยินยอมให้เปิดประตูน้ำ ดึงน้ำเข้าทุ่งแก้มลิงตามธรรมชาติ ทางจังหวัดทำหนังสืออย่างเป็นทางการให้อธิบดีกรมชลประทานไปตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมาแล้ว ถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 1 เดือน น้ำท่วมสูงและกรมชลประทาน ยังไมยอมเปิดประตูน้ำเข้าทุ่
วันที่ 19กันยายน 2559 สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท ได้ออกหนังสือประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด7จังหวัดภาคกลาง เพื่อให้เฝ้าระวังและเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะมีปริมาณสูงและอาจจะเอ่อล้นลิ่งในบางพื้นที่ นายฎรงค์กร สมตน ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาทได้ออกประกาศแจ้งเตือนถึงผวจ.7จังหวัดภาคกลางประกอบด้วย จ.อุทัยธานี ,ชัยนาท , สิงห์บุรี , อ่างทอง ,สุพรรณบุรี ,พระนครศรีอยุธยา ,ลพบุรี โดยให้เฝ้าระวังและเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำที่จะมีปริมาณสูงขึ้น ทั้งนี้สืบเนื่องจากในช่วงวันที่ 13-15 ก.ย.59 พายุ ราอี ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนตกหนาแน่นทำให้มีน้ำหลากไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาวัดได้ 15.67 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงท้ายเขื่อนด้วยอัตรา 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอาจจะมีแนวโน้มปรับการระบายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้
