กรมสรรพากร
กรมสรรพากร เปิดรับสมัครสอบเข้าบรรจุฯ 6 ตำแหน่ง จำนวน 266 อัตรา ใครหางานอยู่ รีบเลย! เว็บไซต์ กรมสรรพากร เปิดรับสมัครสอบบุคคล เข้ารับบรรจุข้าราชการ จำนวน 6 ตำแหน่ง 266 อัตรา โดยตำแหน่งที่รับสมัคร มีดังนี้ 1.นักวิชาการสรรพากรปฏิบัติการ จำนวน 150 อัตรา คุณสมบัติ : เป็นผู้ที่ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การบัญชี หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ และต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถทั่วไป ในระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของ ก.พ. 2.นิติกรปฏิบัติการ จำนวน 80 อัตรา คุณสมบัติ : เป็นผู้ที่ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชานิติศาสตร์และต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถทั่วไป ในระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของ ก.พ. 3.นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ จำนวน 15 อัตรา คุณสมบัติ : เป็นผู้ที่ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางคอมพิวเตอร์ และต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถทั่วไป ในระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของ ก.พ. 4.นักจัดการง
สรรพากรขยายเวลา ‘ยื่นภาษี’ บุคคลธรรมดา ออกไป ถึง 30 มิ.ย. นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในปีนี้กรมสรรพากรได้ออกมาตรการพิเศษในการขยายเวลาการยื่นแบบ ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด. 90/91 ทั้งการยื่นภาษีแบบออนไลน์ และการยื่นภาษีแบบกระดาษ ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จากเดิมที่จะสิ้นสุดภายในเดือนมีนาคมนี้ ออกไปอีก 3 เดือน เป็นสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2563 เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เสียภาษีและจะเป็นการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบในช่วงที่งบประมาณประจำปี 2563 มีความล่าช้า และเพื่อลดผลกระทบของผู้ยื่นภาษีบางส่วนที่จะต้องนำเงินมาชำระภาษีเพิ่มในปีนี้ได้ด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของผู้เสียภาษีที่ต้องการขอคืนภาษี ยังสามารถยื่นแบบชำระภาษีเข้ามาได้ตลอด โดยในปีนี้ผู้ที่ยื่นภาษีเร็ว ก็จะได้ภาษีคืนเร็ว หากเอกสารครบถ้วน ซึ่ง ณ เวลานี้มีผู้ขอคืนภาษีเข้ามาแล้วกว่า 7 แสนราย และได้เงินคืนไปแล้วกว่า 5 แสนราย หรือ 73% ของผู้ที่ขอคืนทั้งหมด ซึ่งกรมสรรพากรใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการคืนภาษีประชาชนอยู่ที่ 3-7 ว
กรมสรรพากร เปิดรับสมัครสอบข้าราชการ จำนวน 266 อัตรา ที่เพจ กรมการจัดหางาน ประกาศเปิดรับสมัครสอบข้าราชการ จำนวน 266 อัตรา 6 ตำแหน่ง ดังนี้ การรับสมัครสอบ ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 3 – 27 กุมภาพันธ์ 2563 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ https://tax.thaijobjob.com/ ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ 1. นักวิชาการสรรพากรปฏิบัติการ จำนวน 150 อัตรา อัตราเงินเดือน : 15,000 – 16,500 บาท คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : เป็นผู้ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชานิติศาสตร์ หรือสาขาวิชารัฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาบริหารรัฐกิจ/รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาการบัญชี หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ และเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ในระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของ กพ.2. นิติกรปฏิบัติการ จำนวน 80 อัตรา อัตราเงินเดือน : 15,000 – 16,500 บาท คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : เป็นผู้ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชานิติศาสตร์ และเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ในระด
สรรพากรยัน! ไม่ตรวจสอบภาษี จากร้านร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 กรมสรรพากร ได้ออกจดหมายข่าว ว่าด้วยเรื่องรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการการขายสินค้าและบริการ เข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้ เฟส 1 และ เฟส 2” ซึ่งปัจจุบันประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิครบถ้วนแล้วจำนวน 13 ล้านคน และสามารถใช้จ่ายเงินจาก g-Wallet ได้ถึง 31 ธันวาคม 2562 โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ได้ที่ www.ชิมช้อปใช้.com อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการบางส่วนยังคงมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ การส่งข้อมูลธุรกรรมจากมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ให้กรมสรรพากรติดตามและตรวจสอบการจัดเก็บภาษี ทั้งนี้ กรมสรรพากรขอเรียนว่า กรมสรรพากรใช้ระบบในการตรวจสอบความเสี่ยง หรือระบบ RBAs (Risk based audit system) ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลจากหลายช่องทางและมีการจำแนกเกณฑ์ในการคัดเลือกรายชื่อผู้ประกอบการกลุ่มดี กลุ่มเสี่ยง โดยผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้ และมีการใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) กรมสรรพากรถือว่าผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มดี และไม่ใช่เป้าหมายในการตรวจสอบภาษี ในขณะท
สรรพากร’ ถอยดีกว่า รื้อเกณฑ์รีดภาษีดอกเบี้ยเงินฝากเกิน 20,000 บาท เตรียมประกาศใหม่ใน 1-2 สัปดาห์ หลังบังคับ 80 ล้านบัญชีมาเซ็นยินยอมเพื่อเว้นภาษี 15% สร้างความยุ่งยากให้ผู้ฝากรายย่อย เปลี่ยนเป็นให้เศรษฐีมาเซ็นยินยอมไม่ให้ข้อมูลแทน ด้านสมาคมธนาคาร แจงถ้าไม่แก้จะกระทบผู้ฝากเงินหนัก โดนหักภาษีทุกบัญชี มิ.ย.นี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 15% และออกประกาศใหม่ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนผู้ฝากเงินเกิดความตื่นตระหนกและสับสนว่ากรมสรรพากรจะเข้าไปเก็บดอกเบี้ยจากเงินฝากจากทุกบัญชี จากเดิมที่เว้นภาษีสำหรับดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ ที่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี โดยประกาศใหม่จะแก้ไขในประเด็นการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งยอมรับว่าตามประกาศเดิมสร้างความยุ่งยาก และกระทบกับคนจำนวนมาก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2562 กรมได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ในเรื่องการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากให้กระทบกับผู้ฝา
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เตรียมเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก สำหรับผู้ได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 2 หมื่นต่อปี 15% จะเริ่มใช้ 15 พ.ค.นี้ ล่าสุด กรมสรรพากร ( Revenue Department ) โพสต์ชี้เเจงว่า อย่างไรก็ตามทางกรมสรรพากรยังใช้เกณฑ์เดิม “ดอกเบี้ยออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาท ไม่เสียภาษี”
นักออมงานเข้า! สรรพากร เตรียมเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ได้เท่าไหร่โดนหมด วันที่ 19 เม.ย. รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เตรียมเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก สำหรับผู้ได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 2 หมื่นต่อปี 15% จากเดิมที่ผ่อนผันให้ ผู้ที่ได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 2 หมื่นต่อปี แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ลงทะเบียน ยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลการรับดอกเบี้ยให้สรรพากร เริ่ม 15 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ต้องเก็บดอกเบี้ย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีสถาบันการเงินบางแห่งเอื้อให้ลูกค้ารายใหญ่ พอได้ดอกเบี้ยใกล้ถึง 2 หมื่นบาท ก็แนะนำให้ปิดบัญชี แล้วเปิดบัญชีใหม่ เพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ย ณ ที่จ่าย 15%
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม –ธันวาคม 2561) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 588,902 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 41,322 ล้านบาท หรือ 7.5% สูงกว่าคาดการณ์ 3,852 ล้านบาทหรือ 0.7% โดยรายได้ 3 กรมภาษี คือ สรรพากร ศุลกากร และสรรพสามิตจัดเก็บได้ 572,377 ล้านบาทสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 55,481 ล้านบาท หรือ 10.7% และสูงกว่าคาดการณ์ 3,852 ล้านบาท หรือ 0.7% โดยมีโดยภาษีที่ภาษีที่เก็บได้สูงขึ้น เช่น ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภาษีรถยนต์ และภาษียาสูบ ส่วนรัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 22,120 ล้านบาท หรือ 51.0% นายลวรณ กล่าวว่า ทั้งนี้การจัดเก็บรายได้กรมภาษีสูงขึ้น โดยกรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ 412,390 ล้านบาทสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 41,708 ล้านบาท หรือ 11.3% และสูงกว่าคาดการณ์ 3,718 ล้านบาทหรือ 0.9% กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ 131,338 ล้านบาทสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 13,656 ล้านบาทหรือ 11.6% สูงกว่าคาดการณ์ 871 ล้านบาทหรือ 0.7% ส่วนกรมศุลกากรจัดเก็บรายได้ 28,64
สรรพากรถอนขนห่านอู้ฟู่ ประเดิมไตรมาสแรกปีงบประมาณ เกินเป้า 2.8 หมื่นล้านบาท คาดทั้งปีได้เกิน 2 ล้านล้านบาท รีดภาษีเกินเป้า 2.8 หมื่นล้าน – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การเก็บภาษีของกรมสรรพากรไตรมาสแรกของงบประมาณ 2562 ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2561 เก็บภาษีได้ 3.7 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท หรือ 7.3% และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 4.17 แสนล้านบาท หรือ 11.3% ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะขยายตัวได้ลดลง รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเก็บภาษีให้เป็นสรรพากรดิจิทัลเต็มรูปแบบ สำหรับการเก็บภาษีไตรมาสแรก เกินเป้าหมายทุกตัวทั้งภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภาษีปิโตรเลียม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ยกเว้นภาษีมรดกที่ไม่ได้มีการกำหนดเป้าหมาย ซึ่งสามารถเก็บได้ 186 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่เก็บได้ 21 ล้านบาท ก็ถือว่าการเก็บภาษีมรดกได้เพิ่มมากขึ้น นายเอกนิติ กล่าวว่า การเก็บภาษีของกรมสรรพากรคาดว่ายังได้ตามเป้าหมายทั้งปี 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจปี 2562 ยั
กรมสรรพากรตีปี๊บรีดภาษีเกินเป้า 4.6 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้าชูดิจิตอลหนุนเก็บถึง 2 ล้านล้านบาทในปี 2562 พร้อมเร่งการขยายฐานภาษีและการสร้างความสมัครใจในการเสียภาษี สรรพากรลุยรีดภาษี 2 ล้านล้าน – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 2560-ก.ย. 2561) อยู่ที่ 1.91 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีงบประมาณก่อนหน้าจำนวน 1.23 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 7% และสูงกว่าเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายจาก 4 หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจ (กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) จำนวน 4.66 หมื่นล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าหมาย 2.5% ทั้งนี้ เนื่องจากในปีงบประมาณ 2561 กรมสรรพากรได้มีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีทำให้สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ การตรวจวิเคราะห์ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีผลขาดทุนหรือมีกำไรทางบัญชีสูงแต่ชำระภาษีต่ำ การออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีอากรผู้ออกและผู้ใช้ใบกำกับภาษีปลอม และการแนะนำทางภาษีอากรกับกลุ่มธุรกิจเงินสด (Cash Economy) และธุรกิจที่มีศักยภา
