กรมสรรพากร
ประกาศกรมสรรพากร เลิกใช้สำเนาบัตรปชช. ถ้าจำเป็นให้จนท.ไปถ่ายเอง-ห้ามเก็บเงิน วันที่ 28 ก.ย. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง ยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ลงนามโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ความว่า ตามข้อ 17 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560 ประกอบกับที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย Thailand 4.0 ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อรองรับการเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) นั้น เพื่อให้การปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร และกฎหมายอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพากร และการติดต่อราชการกรมสรรพากร เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย Thailand 4.0 ดังกล่าว อันเป็นการอำนวยความสะดวกรวดเร็ว และลดภาระของประชาชนในกรณีที่ต้อ
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณี นางนุ้ย พรมราช อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 6 บ้านนาทาม ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถูกกรมสรรพากรฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง เพื่อเรียกเก็บภาษี เป็นเงินกว่า 11 ล้าน 8 แสนบาท เนื่องจากมีบุคคลนำเอกสารไปทำนิติกรรมแทน ในการจัดตั้งบริษัท ในนาม บริษัท รุ่งรุจี ซัพพลาย จำกัด แต่มีการเลี่ยงภาษี และมีชื่อเป็นกรรมการใหญ่ผู้มีอำนาจ จนถูกฟ้องร้องเรียกเก็บภาษี และมีหมายศาลภาษีอากรกลาง ส่งมาถึงบ้าน ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 และครบกำหนดยื่นคำให้การ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ก่อนการมีการสืบพยานไกล่เกลี่ย โดย นายประเวศน์ กันสุข ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครพนม ได้มีการแต่งตั้งทนายความ เพื่อให้การช่วยเหลือ ภายใต้การดูแลของกองทุนยุติธรรมจังหวัด หลังผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ ซึ่งมีการสรุปคำให้การ ส่งไปยังศาลภาษีอากรกลาง เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจาก ผู้เสียหาย ถูกหลอกนำเอกสารไปทำนิติมกรรมแทน ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้เห็นมาก่อน และมีฐานะยากจน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ล่าสุดทางด้าน นางนุ้ย พรมราช
ตามที่มีสื่อมวลชนบางแห่งลงข่าวว่ากรมสรรพากรคืนภาษีให้ผู้ขอคืนแตกต่างกัน ระหว่างผู้ที่ลงทะเบียนผ่านระบบพร้อมเพย์กับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนผ่านระบบพร้อมเพย์ นั้น นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ชี้แจงว่า “ในปี 2559 รัฐบาลมียุทธศาสตร์ National e-Payment โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบรับชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ และลดต้นทุนการใช้เงินสดในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการพร้อมเพย์เป็นโครงการหนึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว กรมสรรพากรได้เล็งเห็นถึงประโยชน์จากโครงการพร้อมเพย์ จึงได้เริ่มต้นการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ในปี 2560 เป็นปีแรก โดยการคืนภาษีเข้าบัญชีพร้อมเพย์ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการได้รับคืนเงินภาษี ลดระยะเวลาในการเดินทางนำเงินไปเข้าบัญชีธนาคาร ไม่ต้องรอรับเช็คคืนภาษีทางไปรษณีย์ รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องเช็คคืนภาษีส่งไม่ถึงมือผู้รับ/เช็คคืนภาษีสูญหาย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ขอคืนภาษีที่ไม่ได้รับเช็คกว่าแสนฉบับ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของภาครัฐในภาพรวมอีกด้วย เมื่อมีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ระบบจะวิเคราะห์แบบ
กรมสรรพากรเดินหน้าเชิญชวนร้านขายยาทั่วประเทศเกือบ 2 หมื่นรายเข้าระบบภาษี แนะนำและสนับสนุนให้เปลี่ยนสถานะการประกอบการจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล โดยมอบสิทธิประโยชน์ช่วยลดภาระภาษี แนะให้จัดทำบัญชีชุดเดียว รวมทั้งเติมความรู้ให้พร้อมก่อนเข้าสู่ระบบ National e-Payment นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานในการสัมมนาเรื่อง “ธุรกิจก้าวหน้า ร้านขายยาสู่สากล” จัดโดยกรมสรรพากร เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านขายยาที่เป็นสมาชิกสมาพันธ์พัฒนาคุณภาพร้านยาแห่งประเทศไทย (สพย.) ได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายของกรมสรรพากรที่ส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปนิติบุคคล การให้ความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีอากรและการจัดทำบัญชีชุดเดียวให้ถูกต้อง เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2559 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องพระอุเทน 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร มีผู้เข้าฟังการสัมมนาประมาณ 400 คน และในงานยังได้จัดกิจกรรม “คลีนิกตอบปัญหาการจดทะเบียนนิติบุคคล” เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านขายยาที่มีข้อสงสัย สอบถามแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องได้อย่
